มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
จำนวนคนอ่านล่าสุด 37131 คน
วันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2556 ปีที่ 23 ฉบับที่ 8248 ข่าวสดรายวัน


มิตซูโอะ-สีกาแอน จดสมรส ย้ำรักแท้ที่ญี่ปุ่น


ภาพหรา-ควงคู่กันใน"อิวาเตะ" น้องชายแจง"บุพเพสันนิวาส" ประวัติไฮโซสาวเคยหย่า2หน เปลี่ยนชื่อ3ครั้ง-ธุรกิจปิดตัว



จดทะเบียน - ภาพอดีตพระมิตซูโอะ และนางสุทธิรัตน์ มุตตามระ ไฮโซสาวใหญ่ไปจดทะเบียนสมรสกันที่ประเทศญี่ปุ่น ส่วนภาพซ้ายล่าง ขณะที่นางสุทธิรัตน์ผ่านด่านตม.เดินทางออกจากประเทศไทย เมื่อต้นเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา

รักติดจรวดเขย่าวง การสงฆ์ไทย!อดีตพระอาจารย์ มิตซูโอะ คเวสโก ควงแขน "สีกาแอน-สุทธิรัตน์ มุตตามระ" ไฮโซสาวใหญ่ไปจดทะเบียนสมรสกันเรียบร้อยแล้วที่จังหวัดอิวาเตะ ประเทศญี่ปุ่น ด้านน้องชาย "สุทธิรัตน์" แจงการตัดสินใจคบหาใช้ชีวิตคู่ร่วมกันของผู้ใหญ่ทั้งสองคนเป็นบุพเพสันนิวาส อีกทั้งเกิดขึ้นหลังจากลาสิกขาไปแล้ว "พระอาจารย์หนูพรม" รักษาการเจ้าอาวาสวัดสุนันทวนารามถึงช็อกเมื่อเห็นภาพอดีตเจ้าอาวาสคลอเคลียสีกาแอน เลขาธิการมูลนิธิมายาโคตมีระบุการสึกของพระมิตซูโอะไม่ได้ก่อให้เกิดปัญหากับเงินบริจาค ด้านสำนักพุทธกาญจน์เตรียมสอบบัญชีวัดสุนันทวนาราม

จากข่าวช็อกวงการสงฆ์ กรณีนางสุทธิรัตน์ มุตตามระ หรือ "แอน" อายุ 52 ปี นักธุรกิจหญิงในวงสังคมไฮโซชื่อดังของเมืองไทย โพสต์เฟซบุ๊กโชว์ภาพถ่ายรูปคู่สุดสวีตหวานขณะท่องเที่ยวต่างประเทศกับพระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก อายุ 62 ปี อดีตเจ้าอาวาสวัดสุนันทวนาราม จ.กาญจนบุรี ซึ่งเพิ่งลาสิกขาอย่างเงียบๆ และบินกลับบ้านเกิดที่ประเทศญี่ปุ่นหลังจากอยู่ในเพศบรรพชิตมาเกือบ 38 ปี โดยนางสุทธิรัตน์อ้างว่าเหตุที่ต้องโพสต์โชว์ภาพความสนิทสนม นั่งกอดนั่งซบกับอดีตพระมิตซูโอะ เพราะมีผู้ไม่หวังดีกล่าวหาตนว่าวางยา รวมทั้งวางแผนแบล็กเมล์พระชื่อดังจนเสื่อมเสียชื่อเสียง และเร็วๆ นี้อดีตพระมิตซูโอะจะเปิดเผยความจริงทั้งหมดเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของตน



รูป"มิตซูโอะ-ไฮโซ"ของจริง

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวิทเยนทร์ มุตตามระ อดีต ผู้สมัครส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ และกรรมการผู้จัดการสถานีบลูสกายแชนเนล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว "Vittayen Muttamara" ว่า จากกรณีมีภาพอดีตพระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก อดีตเจ้าอาวาสวัด สุนันทวนารามที่ลาสิกขาไปเมื่อที่ 8 มิถุนายน 2556 ถ่ายคู่กับสุภาพสตรีคนหนึ่งปรากฏและเป็นที่พูดถึงในวงกว้างอยู่ในขณะนี้ ตนได้รับคำถามจำนวนมากว่าสตรีท่านนี้เป็นอะไรกับตน จึงขอตอบตรงๆ เพื่อความชัดเจนตรงนี้ว่าเป็นพี่สาว



น้องชี้เป็นบุพเพสันนิวาส

"พี่สาวผมและอาจารย์มิตซูโอะ ทั้งสองเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว อาจารย์ท่านก็ศึกษาธรรมะปฏิบัติมานานไม่เคยมีเรื่องมัวหมอง ตอนนี้ท่านลาสิกขาออกไปเป็นฆราวาสแล้ว ผมเชื่อว่าท่านมีสติรู้ว่าท่านทำอะไรอยู่และกำลังจะทำอะไรต่อไปในอนาคต ผมเชื่อว่าคนสองคนที่ตกลงปลงใจจะใช้ชีวิตคู่ร่วมกันได้ คนทั้งสองต้องทำบุญทำกรรมร่วมชาติกันมามากอย่างที่เขาเรียกว่าบุพเพสันนิวาส และการตัดสินใจของคนทั้งสองอยู่ในกฎเกณฑ์กติกาทั้งทางโลกและทางธรรม หากจะถามผมว่าอนาคตของทั้งสองจะอยู่กันที่ไหนอย่างไร ผมตอบตรงๆ ว่าไม่ทราบครับ เพราะถึงเราจะเป็นพี่น้องกันเราเคารพการตัดสินใจซึ่งกันและกัน เขาจะอยู่เมืองนอกหรือเมืองไทยคือการตัดสินใจของเขาทั้งสองครับ ถ้ามีความคืบหน้าอย่างไรผมจะเรียนให้ทราบอีกครั้ง" นายวิทเยนทร์ ชี้แจง

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวสอบถามข้อเท็จจริงอีกครั้งกับนายวิทเยนทร์ ได้รับคำตอบว่า "ขณะนี้พี่สาวอยู่ต่างประเทศ ผมไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นมากนัก เพราะเป็นเรื่องของคนสองคนก็เป็นไปตามที่ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก"



"พระอาจารย์หนูพรม"ถึงช็อก

เวลา 08.00 น. ที่ลานบุญพุทธชยันตี ภายในวัดสุนันทวนาราม สาขาวัดหนองป่าพง ที่ 117 หมู่ 8 ต.ไทรโยค อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี พระอาจารย์หนูพรม สุชาโต รองเจ้าอาวาสและรักษาการเจ้าอาวาส ให้สัมภาษณ์ว่า เพิ่งรู้ข่าวอดีตพระมิตซูโอะกับนางสุทธิรัตน์เช่นกัน รู้สึกตกใจที่มีภาพอย่างนี้ออกมา แต่สิ่งที่อาตมาทราบก็เคยให้ข่าวไปแล้วก่อนหน้านี้ ยอมรับไม่รู้เรื่องมาก่อน อีกเหตุผลที่ไม่ทราบเพราะว่าอดีตเจ้าอาวาสสึกแล้วกลับไปประเทศกะทันหัน

"ธรรมดาหากเป็นพระเกิดไปมีความรักอะไรใครขึ้นมาย่อมต้องปกปิดความลับไว้ก่อน ไม่มีหรอกที่พระจะไปบอกว่าอาตมารักโยมคนโน้นคนนี้ เหมือนคนที่นอกใจภรรยาก็คงไม่ต้องการให้ภรรยารู้เรื่อง นี่คือเหตุผลที่ทำให้ทุกคนไม่ทราบเรื่องว่าสาเหตุการสึกจากพระนั้นเป็นเพราะเหตุใด แต่ปัจจุบันอาตมาและประชาชนทั่วไปคงทราบแล้วว่าเหตุผลที่อดีตพระอาจารย์มิตซูโอะลาสิกขาเป็นเพราะเหตุผลอันใด ภาพได้แสดงให้เห็นอยู่แล้ว แต่การที่ท่านตัดสินใจสึกจากความเป็นพระด้วยเหตุผลดังกล่าวก็เป็นสิ่งที่ท่านทำถูกต้องแล้ว ส่วนวัดใดที่ท่านไปสึกอาตมาก็ไม่ทราบ เพราะท่านไม่เคยบอกใคร คงคิดว่าถึงบอกใครไปก็ไม่มีประโยชน์ และท่านคงรู้ดีอยู่แล้วเพราะท่านบวชมานานกว่า 38 ปี หรืออาจยังบวชอยู่ก็คงจะเกิดปัญหาตามมาภายหลังจึงตัดสินใจสึกแล้วค่อยมาแก้ไขปัญหาทีหลังก็เป็นได้" พระอาจารย์หนูพรม กล่าว

สีกาแอน -ภาพนางสุทธิรัตน์ มุตตามระ หรือสีกาแอน กับนายปริวรรต ศุกรีเขตร ลูกชายอายุ 25 ปี และนายเอกภพ เสตะพันธุ สามีที่หย่ากันแล้วขณะปฏิบัติธรรม โดยเจ้าตัวนำมาโพสต์ลงเฟซบุ๊ก





คาด"สึก"เพราะอยากมีเมีย

พระอาจารย์หนูพรม ระบุว่า ที่จริงแล้วอาตมามองว่าเป็นเรื่องธรรมชาติระหว่างคนสองคน อย่าลืมว่าอดีตพระมิตซูโอะบวชมาถึง 38 พรรษา และไม่เคยมีภาพดังกล่าวออกมาให้เห็นมาก่อน 38 พรรษาที่ท่านให้ความรู้ทางธรรมะถือว่านานมาก แต่ที่ตัดสินใจสึกคงเป็นเพราะคงมีความสุขที่จะได้ไปเริ่มต้นชีวิตคู่อีกรูปแบบ ซึ่งถือว่าดีแล้ว ท่านคงไปได้ดี อยากฝากถึงญาติโยมชาวพุทธว่า ช่วงนี้มีข่าวเกี่ยวกับการปฏิบัติตนไม่เหมาะสมของพระเยอะมาก พระบางรูปอาจบวชมานานมากกว่า 40 พรรษาก็มี แต่ไม่เป็นข่าวเพราะไม่ค่อยเป็นที่สนใจของสังคม ดังนั้นญาติโยมต้องแยกกันให้ออกระหว่างบุคคลกับศาสนา เมื่อคนทำผิดแต่ศาสนาไม่ผิดเพราะศาสนาเป็นนามธรรมที่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความผิดถูกของใคร ขอให้เรามั่นคงในเรื่องของศาสนา และให้มองเป็นเรื่องการกระทำของบุคคล

"อย่างไรก็ตาม 38 พรรษาที่อดีตพระอาจารย์มิตซูโอะได้เข้ามาเผยแผ่ศาสนาในประเทศไทยและช่วยเหลือสังคมไทยมา ท่านตั้งใจทำเต็มที่อย่างสุดความสามารถ เชื่อว่าญาติโยมเองคงทราบดี ดังนั้นจะต้องนำคุณงามความดีที่ท่านสร้างมาแยกแยะให้ถูก ถึงแม้จะสึกไปแล้วแต่ธรรมะที่ท่านสอนและตีพิมพ์ลงในหนังสืออ่านแล้วก็เข้าใจง่าย เปรียบเทียบก็เหมือนหมอทำยารักษาโรค ถ้าคนป่วยนำยาไปกินแล้วเกิดเสียชีวิตไปก็ไม่ได้หมายความว่ายาที่คนไข้กินนั้นไม่ดี หรือ ยาพาราฯ หากคนปวดหัวแล้วไปกินแล้วหายก็เป็นประโยชน์ ธรรมะพระพุทธเจ้าก็เหมือนกัน ถึงแม้ตัวท่านจะเปลี่ยนไปเป็นฆราวาส แต่คำสั่งสอนยังคงเป็นประโยชน์เช่นเดิม ส่วนกิจกรรมภายในวัดเป็นไปตามปกติ มีญาติโยมมาปฏิบัติธรรมอย่างต่อเนื่อง ส่วนอาตมาปฏิบัติตามที่อดีตเจ้าอาวาสได้วางแนวทางเอาไว้เช่นเดิม" รักษาการเจ้าอาวาสวัดสุนันทวนาราม กล่าว



ไม่เคยคิดจะเกิดเรื่องชู้สาว

พระอาจารย์หนูพรม เผยข้อมูลเกี่ยวกับการเข้ามาปฏิบัติธรรมของนางสุทธิรัตน์ที่วัดป่าสุนันทวนาราม ว่า โยมสุทธิรัตน์เริ่มมาปฏิบัติธรรมเมื่อประมาณเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา ส่วนการปฏิบัติก็เหมือนกับผู้มาปฏิบัติธรรมปกติที่มีความศรัทธาในตัวหลวงพ่อมิตซูโอะ เราไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องชู้สาว เพราะวัดป่าเรามีการปฏิบัติที่เข้มงวดเกี่ยวกับการวางตัวระหว่างฆราวาสกับพระอยู่แล้ว โดยเท่าที่เห็นก็เป็นการปฏิบัติเหมือนกับญาติโยมที่มาปฏิบัติ ส่วนคำถามที่ว่ามีการใกล้ชิดกีดกัน มิให้คนอื่นเข้าใกล้พระอาจารย์นั้น เรื่องนี้ไม่ได้ลงไปสู่รายละเอียด แต่มีคนมาเล่าให้ฟังซึ่งก็ถือว่าเป็นการปฏิบัติตามที่ญาติโยมทำเหมือนปกติ เช่น การถวายน้ำปานะหรือการถวายอาหาร ซึ่งเป็นเหมือนปกติที่ทำกัน

"อาตมาเป็นพระและไม่ได้สนใจในเรื่อง อื่นๆ เพราะเรื่องในวัดก็เป็นเรื่องของการปฏิบัติที่เป็นกิจของสงฆ์เท่านั้น ไม่มีเรื่องเสียหาย แต่ในช่วงหลัง ก่อนที่ท่านอดีตเจ้าอาวาสจะสึก โยมผู้หญิงก็เดินทางมาปฏิบัติธรรมตามปกติ" รักษาการเจ้าอาวาส กล่าว



"ศิษย์"ยังมาปฏิบัติธรรม

สำหรับบรรยากาศภายในวัดสุนันทวนาราม ตั้งแต่เวลา 06.00 น. มีพระสงฆ์ราว 20 รูปออกเดินบิณฑบาตตามปกติ ภายในมีบรรดาศิษยานุศิษย์จากกรมสรรพากรภาค 6 นครปฐม 80 คนทั้งหมดมาปฏิบัติธรรมตามโครงการฝึกอบรมหลักสูตร "แสงธรรมนำชีวิต คุณธรรมนำความรู้ (ธรรมะปฏิบัติประจำปี 2556)" ตั้งแต่ 24 มิ.ย.ที่ผ่านมาจนถึงวันที่ 28 มิ.ย. รวม 5 วัน ก่อนเดินทางกลับทุกคนต่างช่วยกันกวาดถนน ถูพื้นภายในศาลาต้อนรับ พร้อมทั้งช่วยกันล้างภาชนะต่างๆ จนแล้วเสร็จ พระสงฆ์ที่เดินทางกลับจากไปบิณฑบาตฉันอาหารเช้าเวลาประมาณ 08.00 น. จากนั้นเทศน์ให้พรแก่ผู้มาปฏิบัติธรรม

เมื่อผู้สื่อข่าวเข้าไปสอบถามความเห็นเกี่ยวกับภาพอดีตพระมิตซูโอะยืนโอบกอด ผู้หญิงหน้าตาดีอย่างสนิทสนม พบว่า ศิษยานุศิษย์รู้เพียงว่าอดีตพระมิตซูโอะ สึกจากการเป็นพระแล้วกลับไปประเทศญี่ปุ่นบ้านเกิด เพื่อสอนธรรมะอย่างฆราวาส และทราบเพียงว่าป่วยเป็นโรคเบาหวานเท่านั้น โดยหลังจากทุกคนได้เห็นภาพดังกล่าวต่างรู้สึกตกใจจนขนลุก แต่สุดท้ายทุกคนต่างก็เข้าใจในตัวของอดีตเจ้าอาวาสกันเป็นอย่างดี

ภาพอดีต - ภาพนางสุทธิรัตน์ มุตตามระ หรือสีกาแอน ถ่ายร่วมกับนายเอกภพ เสตะพันธุ อดีตสามี ในวันที่นายปริวรรต ศุกรีเขตร ลูกชายนางสุทธิรัตน์ รับพระราชทานปริญญาที่จุฬาฯ โดยเจ้าตัวนำมาโพสต์ลงเฟซบุ๊ก



"ในเมื่อท่านสึกไปแล้ว หากท่านจะไปอยู่กินฉันสามีภรรยากับผู้หญิงคนที่อยู่ในภาพก็ไม่น่าจะเสียหายอะไร เพราะท่านได้สึกไปแล้ว ส่วนแนวทางการปฏิบัติธรรมภายในวัดคงไม่เกี่ยวข้องกัน เพราะทางวัดเองก็มีการบริหารจัดการที่ดีเช่นกัน"



เห็นไฮโซแอนมาวัดบ่อย

ด้านความเคลื่อนไหวที่มูลนิธิมายาโคตมี ซึ่งอดีตพระมิตซูโอะเป็นผู้ก่อตั้ง เลขที่ 3 ถ.กรุงเทพกรีฑา 20 แยก 7 แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กรุงเทพฯ ยังคงดำเนินไปตามปกติ มีอาสาสมัครชายหญิงจัดเรียงหนังสือคำสอนของอดีตพระมิตซูโอะ เพื่อเตรียมส่งไปให้กับเด็นนักเรียนตามโรงเรียนต่างๆ ที่ทำเรื่องขอมา แม้บรรดาศิษย์จะทราบข่าวเรื่องที่ไฮโซสาวนำภาพอดีตพระมิตซูโอะมาโพสต์ลงในสื่อออนไลน์ แต่ไม่ได้ตกใจ เพียงแต่ตั้งข้อสังเกตและจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์กันบ้าง ซึ่งญาติลูกศิษย์ในมูลนิธิของอดีตพระมิต ซูโอะ ส่วนใหญ่จะทราบข่าวจากเว็บไซต์ในอินเตอร์เน็ต ไม่มีใครรู้เรื่องนี้มาก่อน

นางดารินี บุญช่วย เลขาธิการมูลนิธิมายา โคตมี เปิดเผยว่า ภาพสมัยที่อดีตพระมิตซูโอะถ่ายรูปคู่กับนางสุทธิรัตน์ มุตตามระ ที่สื่อนำเสนอเป็นข่าว ตนเพิ่งทราบข่าว ในความคิดเห็นส่วนตัว ต้องเคารพการตัดสินของเจ้าตัวจึงยังไม่ต้องการแสดงความคิดเห็นใดๆ ตั้งแต่ท่านสึกออกไป ท่านติดต่อกลับเพียงมาครั้งเดียวที่วัด สุนันทวนาราม โดยแจ้งว่าเปิดแสดงการปฏิบัติธรรมที่ประเทศญี่ปุ่น อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ในส่วนของมูลนิธิต้องปรึกษากันก่อนว่าจะมีผลกระทบอย่างไรบ้าง

"เคยพบเห็นนางสุทธิรัตน์เดินทางมาที่มูลนิธิหลายครั้ง แตไม่มีสิ่งใดผิดปกติ นางสุทธิรัตน์ยังคงปฏิบัติตนเหมือนเช่นกับญาติโยมที่มาร่วมทำบุญ ฟังพระมิตซูโอะเทศนาธรรมตามปกติ ไม่มีสิ่งใดเป็นพิเศษหรือแสดงความสนิทสนมจนผิดสังเกต ส่วนการทำบุญบริจาค นางสุทธิรัตน์ก็มีบริจาคเป็นประจำ เพียงแต่ไม่ได้เป็นจำนวนเงินมากมายเพียงแต่บริจาคตามปกติเช่นญาติโยมทั่วไป"



ยันเงินมูลนิธิไม่มีปัญหา

นางดารินีเล่าต่อว่า เงินบริจาคของมูลนิธิ ไม่มีปัญหา ทุกอย่างเรียบร้อยหมด อดีตพระมิตซูโอะไม่เคยเข้ามายุ่งเกี่ยว เนื่องจากการบริหารจะมีคณะกรรมการเข้ามาดูแล มีบัญชีรายรับ-รายจ่าย ถูกต้อง ตอนที่ท่านบวชเป็นพระนั้น ท่านทำไว้ดีมาก ทำงานอย่างหนักเพื่อช่วยเหลือคนไทย เราก็เห็น จึงมาช่วยงานท่าน และโครงการสุดท้ายของท่าน คือ โครงการเพิ่มพลังการศึกษา มีนักเรียนสมัครเข้าโครงการถึงล้านเจ็ดแสนคน ทางมูลนิธิก็ส่งหนังสือไปให้นักเรียนพวกนั้น โดยมีอาสาสมัครเข้ามาช่วยงานจำนวนมาก และยังมีเด็กอยู่ในความอนุเคราะห์อีกจำนวน 400 กว่าคน ตั้งแต่ชั้น ม.1 จนถึงระดับอุดมศึกษา พร้อมทั้งช่วยเหลือเด็กยากจนที่จังหวัดอุบลราชธานีกับจังหวัดราชบุรีอีกด้วย

"หลังจากทราบข่าวของอดีตพระมิตซูโอะและนางสุทธิรัตน์ก็ไม่รู้สึกตกใจ เพียงแต่แปลกใจบ้างที่มีคนนำรูปมาโพสต์ลงในโลกออนไลน์ แต่เราเคารพการตัดสินใจของท่าน ซึ่งจากนี้จะคอยฟังข่าวอยู่ว่าท่านจะทำอะไรต่อไป" เลขาธิการมูลนิธิมายาโคตมี กล่าว



เผยต้นตอข่าวลือโจมตี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต้นเหตุที่ทำให้นางสุทธิรัตน์ ผู้บริหารธุรกิจความงามคิว เมดิคอล เซ็นเตอร์ และเครือเดอะควอลิตี้ กรุ๊ป ต้องออกมาโพสต์ภาพเปิดเผยถึงสถานะใกล้ชิดสนิทสนมกับอดีตพระมิตซูโอะ เนื่องจากช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีกระแสข่าวลือแพร่สะพัดไปตามหน้าข่าวซุบซิบของสื่อบางฉบับว่ามีลูกศิษย์สาวเจ้าของธุรกิจเสริมสวยความ งาม ไม่กลัวตกนรกฉกตัวพระชื่อดังไปทำ "วิปัสสนา กำถัน" เป็นการส่วนตัวคนเดียว ปล่อยให้ลูกศิษย์อื่นเป็นหมื่นๆ เดือดร้อนใจ

ขณะเดียวกัน ในเครือข่ายสังคมออนไลน์ อาทิ เฟซบุ๊ก รวมทั้งตามเว็บบอร์ดยอดนิยมต่างๆ มีมือมืดเข้าไปโพสต์ข้อความทำนองว่า พระมิตซูโอะถูกมอมยาแล้วถ่ายภาพแบล็กเมล์เรียกเงิน เนื้อความที่เขียนโจมตี อาทิ "เหตุผลเบื้องหลังพระมิตซูโอะลาสิกขา ข่าววงใน พระอาจารย์ชื่อดังถูกลูกศิษย์หญิง ชื่อสีกาแอนที่เข้ามาคลุกคลีจนสนิทสนม พาขึ้นรถเพื่อไปส่งหาหมอฝังเข็มรักษาโรค ไปถึงก็ทานอะไรนิดหน่อยแล้ววูบไป ตื่นขึ้นมาถูก ผู้หญิงถ่ายภาพเปลือยแบล็กเมล์ บอกว่าให้เซ็นเช็คของมูลนิธิจ่ายให้ก้อนใหญ่ แต่พระอาจารย์ไม่เคยใส่ชื่อตัวเองเป็นคนเซ็นมาก่อน เลยทำไม่ได้ กลับมาเลยไม่รู้จะทำยังไง กลัวทางนั้นเอารูปมาประจานให้ศาสนาเสื่อมเสีย เลยคิดว่าสึกดีกว่า เพราะก็อาบัติแล้ว และไม่อยากถูกใช้เป็นเครื่องมือในภายหลัง"



ธุรกิจความงามปิดแล้ว

จากการตรวจสอบอาคารอโศก เลขที่ 253 ชั้น 22 ถ.สุขุมวิท เพื่อสอบถามรายละเอียดของศูนย์การแพทย์คิว เมดิคอล เซ็นเตอร์ ซึ่งนางสุทธิรัตน์เป็นผู้บริหารอยู่นั้นปรากฏว่าศูนย์การแพทย์ดังกล่าวย้ายจากอาคารไปเมื่อช่วงปลายปี 2555 แล้วจึงเดินทางไปที่ศุภาลัย คาซ่า ริว่า ถ.เจริญกรุง ที่อยู่ของนางสุทธิรัตน์ พบว่าเป็นคอนโดมิเนียมหรูตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีราคาเริ่มต้นที่ 3.5 ล้านบาท จากนั้นเดินทางต่อไปโรงพยาบาลสมิติเวชสุขุมวิท เพื่อสอบถามข้อมูลจากนพ.ปริทัศน์ ศุกรีเขตร อดีตสามีนางสุทธิรัตน์ แต่พบว่านพ.ปริทัศน์ออกเวรไปแล้ว

ผู้สื่อข่าวตรวจสอบพบด้วยว่า นางสุทธิรัตน์ มุตตามระ เคยเปลี่ยนชื่อและนามสกุลมาแล้วหลายครั้ง เริ่มจากวันที่ 29 ม.ค. 2542 ชื่อเดิม ชัชชุมา เปลี่ยนเป็น สุธาสินี, วันที่ 20 ก.ย. 2553 ชื่อ สุธาสินี เปลี่ยนเป็น สุทธิรัตน์ ส่วนนามสกุลเดิม บุณยรักษ์ เปลี่ยนเป็น มุตตามระ วันที่ 12 พ.ค. 2542, วันที่ 4 ก.พ. 2545 นามสกุลมุตตามระ เปลี่ยนเป็น เสตะพันธุ และวันที่ 31 พ.ค. 2551 นามสกุล เสตะพันธุ เปลี่ยนเป็น มุตตามระ ชีวิตคู่เคยสมรสกับนายแพทย์ปริทัศน์ ศุกรีเขตร และนายเอกภพ เสตะพันธุ ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้ดูแลมูลนิธิธรรมะเกษตรธรรมชาติและเป็นศิษย์วัดพระธรรมกาย

ก่อนเกิดเรื่องกลายเป็นข่าวดัง นางสุทธิรัตน์เคยเดินทางออกนอกประเทศไทยไปยังฮ่องกง เมื่อวันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา ส่วนพระอาจารย์มิตซูโอะออกนอกประเทศบินไปญี่ปุ่นโดยมีเจ้าหน้าที่ประจำสนามบินสุวรรณ ภูมิอำนวยความสะดวก แต่ไม่ทราบวันที่ที่บินออกนอกราชอาณาจักร



สำนักพุทธจ่อสอบบัญชีวัด

วันเดียวกัน นายฉัตรชัย ชูเชื้อ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนา จังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า ในส่วนของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มีหน้าที่รับบัญชาจากคณะสงฆ์เพื่อนำไปปฏิบัติตามความเหมาะสม โดยตั้งแต่อดีตเจ้าอาวาสวัดสุนันทวนารามได้ลาสิกขา ทางคณะสงฆ์โดยเจ้าคณะตำบลไทรโยคได้พิจารณาให้พระอาจารย์หนูพรม เป็นรักษาการเจ้าอาวาส ส่วนในเรื่องการเงินก็เป็นหน้าที่คณะกรรมการวัดุสนันทวนารามเป็นกลุ่มร่วมพิจารณา โดยหลังจากที่มีภาพข่าวของอดีตเจ้าอาวาสกับผู้หญิงเผยแพร่ทางสื่อ ตนมองว่าเป็นเรื่องที่ต้องช่วยกันพิจารณาอย่างรอบคอบ

นายฉัตรชัย ระบุว่า ส่วนตัวมองว่าการที่พระลาสิกขาออกไปจากสมณเพศ แล้วไปใช้ชีวิตเป็นประชาชนปกติน่าจะเป็นเรื่องปกติ แต่ในส่วนของความสงสัยจากสังคมก็ต้องชี้แจง โดยเบื้องต้นจะเข้าไปสอบถามเกี่ยวกับเรื่องบัญชีค่าใช้จ่ายที่วัดได้รายงานมายังสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ ตามปกติทุกปีว่าในปัจจุบันเรื่องการเงินของวัดเป็นอย่างไร แต่ในส่วนของมูลนิธิเป็นเรื่องที่หน่วยงานที่รับผิดชอบต้องไปพิจารณากันเอง คงต้องขอเวลาในการดำเนินการพอสมควร แต่เราเชื่อว่าสามารถตรวจสอบได้ เพราะทุกอย่างการเบิกจ่ายเป็นไปในรูปของคณะกรรมการวัดเป็นผู้พิจารณาเวลาเบิกจ่าย ไม่ใช่เจ้าอาวาสจะสามารถเบิกจ่ายได้โดยลำพัง เชื่อทุกอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ แต่ในส่วนของเรื่องนอกวัด ตนไม่ก้าวล่วง ถือเป็นเรื่องส่วนตัวที่ใครเกี่ยวข้องจะต้องชี้แจงสังคมต่อไป



"จดทะเบียนสมรส"แล้ว

เวลาประมาณ 21.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเฟซบุ๊กและเว็บบอร์ดชื่อดังของไทย มีคนโพสต์เผยแพร่ภาพถ่ายขณะอดีตพระมิตซูโอะ และนางสุทธิรัตน์ ไปจดทะเบียนสมรสกันแล้วที่หน่วยราชการ จังหวัดอิวาเตะ ประเทศญี่ปุ่น โดยฝ่ายหญิงสวมชุดสีชมพู ใบหน้าสดใส ส่วนอดีตพระดังสวมเสื้อสีขาว


หน้า 1




Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.