มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | ศูนย์อบรมอาชีพและธุรกิจมติชน |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 9473 คน
วันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2555 ปีที่ 22 ฉบับที่ 8005 ข่าวสดรายวัน


โปรดเกล้าฯแล้ว "23รมต." รอเข้าถวายสัตย์


ครม.ปู3ตามโผ-โพลหนุนดีขึ้น "ม็อบอ้าย"คึกนัดอีกล้มรัฐบาล "จตุพร"ลั่นสู้อำนาจนอกระบบ ป้ายพรึบหลายจว.ไม่เอาปฏิวัติ



โปรดเกล้าฯ แล้ว "ครม.ปู 3" 23 รมต.เตรียมเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ ตามโผ "จารุพงศ์" ผงาดมท.1"ปึ้ง"ควบรองนายกฯ กับบัวแก้ว 12 รมต.เก่าพ้นเก้าอี้ เปิดโฉม 14 รมต.ใหม่ แกะกล่อง 9 คน รมต.บ้าน 111 รวม 5 คน "อ้วน"ภูมิธรรมเผยหน้าตาครม.ใหม่ "นักวิชาการ-สื่อ" ไม่ยี้ "ตู่"จตุพรทำใจ บอกไม่เคยคาดหวังเก้าอี้รมต. พ้อมีแต่คนเสื้อแดงที่ยอมรับคนมีตำหนิ เตือนรัฐบาลระวังมีอำนาจจนเกิดภาวะสว่างจน มองไม่เห็น "มาร์ค-เทือก-ชวน" ดาหน้าถล่มรัฐบาล ปรับครม.แค่ต่างตอบแทน โพลชี้ชาวบ้านเชื่อมั่นปรับครม.แล้วดีขึ้น พท.ลั่นได้ตัว ผู้สมัครชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม.ต้นเดือนพ.ย.นี้ ม็อบอ้ายมาตามนัด ประกาศยกระดับ-ชุมนุมใหญ่เดือนหน้าไล่รัฐบาลม้วนเดียวจบ



โปรดเกล้าฯครม.ยิ่งลักษณ์ 3

เมื่อวันที่ 28 ต.ค. สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแจ้งว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ตามประกาศลงวันที่ 5 สิงหาคม พุทธศักราช 2554 และแต่งตั้งรัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการแผ่นดิน ตามประกาศลงวันที่ 9 สิงหาคม พุทธศักราช 2554 และประกาศครั้งสุดท้ายลงวันที่ 18 มกราคม พุทธศักราช 2555 นั้น

บัดนี้ นายกรัฐมนตรีได้กราบบังคมทูลว่า ได้มีรัฐมนตรีลาออกบางตำแหน่ง สมควรปรับปรุงรัฐมนตรีบางตำแหน่ง เพื่อความเหมาะสมและบังเกิดประโยชน์ต่อการบริหารราชการแผ่นดิน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 171 และมาตรา 183 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรีและแต่งตั้งรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้

1.ให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี นางนลินี ทวีสิน รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ รมช.คลัง นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรและสหกรณ์ นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.คมนาคม พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รมช.คมนาคม นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมช.คมนาคม นายอารักษ์ ชลธาร์นนท์ รมว.พลังงาน นายภูมิ สาระผล รมช.พาณิชย์ นายศิริวัฒน์ ขจรประศาน์ รมช.พาณิชย์ นายชูชาติ หาญสวัสดิ์ รมช.มหาดไทย นายฐานิสร์ เทียนทอง รมช.มหาดไทย นางสุกุมล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม นายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รมว.ศึกษาธิการ นายศักดา คงเพชร รมช.ศึกษาธิการ นายวิทยา บุรณศิริ รมว.สาธารณสุข นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รมช.สาธารณสุข ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์ รมว.อุตสาหกรรม

2.ให้แต่งตั้งรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้ นาย สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ เป็นรองนายกรัฐมนตรีอีกตำแหน่งหนึ่ง นายปลอดประสพ สุรัสวดี เป็นรองนายกรัฐมนตรี นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา เป็นรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ศึกษาธิการ นายวราเทพ รัตนากร เป็น รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี น.ส.ศันสนีย์ นาคพงศ์ เป็น รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี นายยุคล ลิ้มแหลมทอง เป็น รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ เป็น รมช.เกษตรและสหกรณ์ นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร เป็น รมช.เกษตรและสหกรณ์ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เป็น รมว.คมนาคม พล.อ. พฤณฑ์ สุวรรณทัต เป็น รมช.คมนาคม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เป็น รมช.คมนาคม นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล เป็น รมว.พลังงาน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เป็น รมช.พาณิชย์ นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เป็น รมว.มหาดไทย พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก เป็น รมช.มหาดไทย นายประชา ประสพดี เป็น รมช.มหาดไทย นายสนธยา คุณปลื้ม เป็น รมว.วัฒนธรรม นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล เป็น รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช เป็น รมช.ศึกษาธิการ นายประดิษฐ์ สินธวณรงค์ เป็น รมว.สาธารณสุข นายชลน่าน ศรีแก้ว เป็น รมช.สาธารณสุข นายประเสริฐ บุญชัยสุข เป็น รมว.อุตสาหกรรม นายฐานิสร์ เทียนทอง เป็น รมช.อุตสาหกรรม

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 27 ตุลาคม พุทธศักราช 2555 เป็นปีที่ 67 ในรัชกาลปัจจุบัน ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี



12 รมต.พ้นครม.-เผย 14 รมต.ใหม่

ทั้งนี้ มีผู้ที่เป็นรัฐมนตรีหน้าใหม่ เพิ่งดำรงตำแหน่งเป็นครั้งแรก คือ น.ส.ศันสนีย์ นาคพงศ์ นายยุคล ลิ้มแหลมทอง นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร พล.อ.พฤณท์ สุวรรณทัต นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นายประชา ประสพดี น.พ.ประดิษฐ์ สินธวณรงค์ น.พ.ชลน่าน ศรีแก้ว นายประเสริฐ บุญชัยสุข รวมทั้งสิ้น 9 คน และมีบ้านเลขที่ 111 ที่กลับมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี คือนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา นายวราเทพ รัตนากร นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล นายสนธยา คุณปลื้ม นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รวมทั้งสิ้น 5 คน

ขณะที่รัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่งโดยไม่ดำรงตำแหน่งใหม่ มี 12 คน คือ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา นางนลินี ทวีสิน นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ นายอารักษ์ ชลธาร์นนท์ นายภูมิ สาระผล นายชูชาติ หาญสวัสดิ์ นาง สุกุมล คุณปลื้ม นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช นายศักดา คงเพชร นายวิทยา บุรณศิริ นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์



จารุพงศ์พร้อมเดินหน้างานมท.

นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ ให้สัมภาษณ์ภายหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้รับตำแหน่งรองนายกฯ และ รมว.มหาดไทยว่า ตนยังไม่อยากพูดอะไร ควรรอเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์เสียก่อน ส่วนตัวไม่ได้ลุ้นอะไรเป็นพิเศษ เมื่อได้รับแต่งตั้งเป็น รมว.มหาดไทยถือว่าเหมือนได้กลับบ้านอีกครั้ง เพราะตนเกิดและเติบโตมาจากกระทรวงมหาดไทยมาก่อน จึงไม่รู้สึกหนักใจ และจะเดินหน้าทำงานต่อไป ต่อข้อถามว่ามีการคาดการณ์ว่าจะเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยอีกหนึ่งตำแหน่งด้วย นายจารุพงษ์กล่าวว่า ต้องรอการประชุมพรรคในวันที่ 30 ต.ค.นี้ก็จะทราบ

ด้านนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมช.ศึกษา ธิการ กล่าวเช่นกันว่า ขณะนี้รอการประสานเพื่อเตรียมเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ก่อนปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ทั้งนี้ ตนจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด



เหลิมไม่พร้อมรับงานความมั่นคง

เวลา 17.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ร.ต.อ. เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการประกาศรายชื่อ ครม.ยิ่งลักษณ์ 3 แล้ว โดยกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ตนขอไม่แสดงความเห็น เมื่อถามว่ากรณีที่ไม่มีชื่อนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช.เข้ามาเป็นรัฐมนตรี จะทำให้เกิดความวุ่นวายของคนเสื้อแดงหรือไม่ และรัฐบาลเตรียมรับมืออย่างไร ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ตนขอไม่แสดงความคิดเห็น

ต่อข้อถามว่าพร้อมที่จะรับกำกับดูแลงานด้านความมั่นคงหรือไม่ เพราะขณะนี้พล.อ. ยุทธศักดิ์ ศศิประภา หลุดออกจากตำแหน่งรองนายกฯ แล้ว ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ไม่พร้อม เพราะตนเองงานมากอยู่แล้ว เมื่อถามว่าแล้วใครเหมาะสมที่จะกำกับดูแลงานด้านความมั่นคง โดยเฉพาะปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้ รองนายกฯ กล่าวว่าต้องแล้วแต่นายกรัฐมนตรี เมื่อถามอีกว่าหากนายกฯ จะมอบให้ดูแลงานความมั่นคงจะยืนยันกับ นายกฯ หรือไม่ว่าไม่พร้อม เพราะงานมากอยู่แล้ว ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่าอยู่ที่นายกฯ และ นายกฯ ก็ไม่เคยถาม เมื่อถามย้ำว่าเป็นเพราะนายกรัฐมนตรีเชื่อมือร.ต.อ.เฉลิมอยู่แล้วหรือไม่ รองนายกฯ ไม่ตอบคำถามดังกล่าว ได้แต่หันมายิ้มให้กับผู้สื่อข่าว



เผยตัวเองรอดก็บุญแล้ว

ในช่วงเช้าวันเดียวกันที่โบนันซ่า เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีแกนนำเสื้อแดงเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีชี้แจงประเด็นที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำคนเสื้อแดง ไม่ได้รับเลือกเป็นรัฐมนตรีว่า ตนแสดงความเห็นไม่ได้เพราะไม่ใช่งานในอำนาจหน้าที่ แต่ต้องเข้าใจและเห็นใจซึ่งกันและกัน อย่างไรก็ตามความเป็นพรรคพวกสามารถพูดคุยกันได้ เชื่อว่าคงไม่พัฒนาไปในทางที่ไม่ดี "ความรู้สึกห้ามไม่ได้ แต่ผมว่าไม่ต้องชี้แจงหรอก มีโอกาสก็กราบเรียนท่านที่พรรคก็ได้ ส่วนในการปรับครม.รอบหน้าจะมีชื่อนายจตุพรร่วมอยู่ด้วยหรือไม่ผมตอบไม่ได้ เพราะไม่ใช่อำนาจของผม ผมแค่อยู่รอดก็บุญแล้ว ส่วนตัวผมยังเชื่อการปรับครม.รอบนี้จะไม่ทำให้พรรคแตกแยก ในพรรคเพื่อไทยไม่มีกลุ่มล้านเปอร์เซ็นต์" ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว



ชี้แค่มุข"ทะเลาะแม้วเหลือแค่เงา"

ต่อข้อถามว่านายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทร ปราการ พรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดง เปิดเผยว่าคนอักษร ย่อ "ส" สกัดไม่ให้นายจตุพรเป็นรัฐมนตรี ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า คนชื่ออักษรย่อ "ส" มันเยอะ คาดการณ์ไม่ได้ว่าใคร ส่วนตัวเชื่อว่าจะไม่ทำให้เกิดปัญหา สุดท้ายแล้วในพรรคเพื่อไทยรักสามัคคีกัน เพราะเรารู้ทุกข์ สุข รู้ว่าการต่อสู้เผชิญกับปัญหายังมีอีกมาก และเราก็มีศัตรูเยอะ ยังมีกลุ่มที่จ้องล้มรัฐบาลอยู่ทุกวิถีทาง เมื่อถาม ว่าประเด็นที่ระบุว่าใครขัดใจพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีจะเหลือแค่ตัวกับเงาเป็นคำเตือนหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ไม่ใช่คำเตือน เป็นการอุปมาอุปไมย ในพรรคเพื่อไทยรู้กันดี พ.ต.ท.ทักษิณเป็นสัญลักษณ์ มีคนเคยพูดกับตนสนุกๆ ให้ตนตั้งกลุ่มแต่ได้บอกว่าอย่าไปตั้ง ตั้งไปก็เท่านั้น หากสุดท้ายไปทะเลาะกับพ.ต.ท.ทักษิณก็เหลือแค่ตัวผมและเงา พูดสนุกๆ ไม่มีอะไร เดี๋ยวก็จบ เชื่อเถอะ ไม่มีพรรคไหนดีเท่าพรรคนี้



พร้อมลุกโต้ซักฟอกปมจำนำข้าว

ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวในฐานะรับผิดชอบดูแลป้องกันการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคประชาธิปัตย์ที่พุ่งเป้าไปที่นโยบายรับจำนำข้าวว่า เชื่อว่าไม่มีอะไร เพราะเป็นแค่การวิเคราะห์วิจารณ์สิ่งที่เป็นนามธรรม หากมีการพาดพิงว่ามาตรการป้องกันล้มเหลวตนเองในฐานะผู้ดูแลเมื่อถูกพาดพิงก็มีสิทธิ์ชี้แจง การอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ระบุว่ารัฐบาลทุจริต ประพฤติมิชอบ ต้องระบุหลักฐานและความผิดให้ชัดในญัตติที่ต้องยื่นถอดถอนต่อประธานวุฒิสภา ไม่เช่นนั้นจะเป็นการกล่าวหาด้วยความเท็จ ส่วนที่พรรคประชาธิปัตย์ระบุว่าจะอภิปรายโดยใช้เวลา 2 วัน สะท้อนให้เห็นว่าไม่มีข้อมูล ทำเพื่อเป็นพิธีกรรม



อ้วนยันไม่มีใครกีดกันคนเสื้อแดง

ด้านนายภูมิธรรม เวชยชัย ผู้อำนวยการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าร่วมสัมมนาสมาชิกพรรคเพื่อไทยกรณีที่มีคน เสื้อแดงเรียกร้องให้นายกฯ ชี้แจงในประเด็นที่นายจตุพรไม่ได้รับพิจารณาให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่า เป็นเรื่องปกติของการจัดสรรตำแหน่งที่ต้องมีปัญหาบ้าง เพราะตำแหน่งมีน้อย การจะให้ตำแหน่งกับทุกคนเป็นเรื่องยาก โดยหลักการไม่สามารถสร้างความพอใจให้ทุกคนได้ อาจมีคนไม่สบายใจบ้าง แต่ต้องค่อยๆ ปรับเพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน ส่วนการประชุมใหญ่วิสามัญ พรรคเพื่อไทยวันที่ 30 ต.ค. เพื่อเลือกกรรมการบริหารพรรค ตนมองว่าเป็นเรื่องสำคัญของพรรคมากกว่าการเคลียร์ใจ

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีการเปิดเผยว่าคนใกล้ชิดนายกฯ ชื่อย่อ "ส" ตัดขานายจตุพรไม่ให้เป็นรัฐมนตรี นายภูมิธรรมกล่าวว่า ตนไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่เชื่อได้ว่าไม่มีใครอยากกีดกันคนเสื้อแดง เรื่องชื่อย่อหากใครฟังอาจเข้าใจผิดได้ ดังนั้นต้องมีการพูดคุยเพื่อสร้างความเข้าใจกัน เชื่อว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหา เพราะทุกคนต้องมองปัญหาพื้นฐานและภารกิจการทำงาน เมื่อทำงานไปสักระยะต้องปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม โดยนายกฯ เป็นคนตัดสินใจเอง



ยังพูดไม่ได้ตู่นั่งรมต.ปรับหนหน้า

ต่อข้อถามว่าจะมีการปรับครม.เร็วๆ นี้อีกครั้งใช่หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่าเป็นเรื่องปกติ นายกฯ จะเอาปัญหาเป็นที่ตั้ง โดยไม่มีเรื่องโควตาหรือสัดส่วนเข้ามาเกี่ยวข้อง ส่วนการปรับครม.ครั้งต่อไปนายจตุพรจะมีตำแหน่งหรือไม่พูดแบบนั้นไม่ได้ เพราะนายกฯ จะเป็นคนดูเอง อะไรที่เป็นปัญหาก็ต้องปรับ สำหรับหน้าตาครม.ชุดใหม่เมื่อดูจากนักวิชาการและสื่อมวลชน พบว่าส่วนใหญ่มองว่าตั้งคนที่มีประสบการณ์เข้ามาทำงาน อย่างไรก็ตามไม่สามารถกำหนดกรอบให้ครม.ชุดใหม่ทำงานได้ แต่เมื่อเริ่มนับหนึ่งแล้ว ทุกคนคงประเมินตัวเองได้ เมื่อถามว่าการที่หน้าตาครม.ออกมาดีเพราะไม่มีคนนามสกุลชินวัตรหรือดามาพงศ์ใช่หรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า ไม่เกี่ยวกับตระกูลใด เพราะนายกฯ จัดสรรคนที่มีความสามารถและทำงานในหน้าที่นั้นได้

หัวหน้าม็อบ - "เสธ.อ้าย"พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ สวมบทหัวหน้าม็อบโชว์ลีลาปราศรัยท่ามกลางกลุ่มผู้ชุมนุมนับหมื่นเพื่อขับไล่รัฐบาล ที่สนามม้านางเลิ้ง เมื่อวันที่ 28 ต.ค.





ดึงนักวิชาการ-บ้าน111ช่วยงานพรรค

นายภูมิธรรมกล่าวด้วยว่า หลังการประชุมใหญ่วิสามัญวันที่ 30 ต.ค. เชื่อว่าพรรคโดยเฉพาะโครงสร้างพรรคจะมีการเปลี่ยนแปลง โดยให้นักวิชาการที่น่าเชื่อถือและอดีตคนบ้านเลขที่ 111 เข้ามานั่งทำงานในคณะทำงานชุดต่างๆ ส่วนที่มีข่าวว่าพรรคจะเลือกตนเป็นเลขาธิการพรรคตนก็พร้อมทำหน้าที่



ตู่ลั่นเสื้อแดงรับคนมีตำหนิ

วันเดียวกัน ที่โรงแรมสีหราช จ.อุตรดิตถ์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย แกนนำนปช. ขึ้นเวทีบรรยายหลักสูตรผู้ปฏิบัติงานระดับต้นให้กับนักเรียนโรงเรียนการเมืองนปช.แดงทั้งแผ่นดิน โดยมีกลุ่มคนเสื้อแดงกล่าวตะโกนดังลั่นพร้อมกันว่า นายกฯ ของคนเสื้อแดง พร้อมปรบมือเสียงดังสนั่นลั่นห้องประชุม มีนายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง และน.ส.กฤษณา สีหลักษณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เข้าร่วมฟังการบรรยายด้วย นายจตุพรกล่าวว่า กลุ่มคนเสื้อแดงเท่านั้นที่จะรับคนมีตำหนิเข้าร่วม ตนยังมีภารกิจที่จะรักษาประชาธิปไตยและภารกิจในการสร้างประชาธิปไตยให้เกิดขึ้น ตนเองยืนอยู่บน 2 สถานะ สถานะหนึ่งสมาชิกพรรคเพื่อไทย และอีกสถานะหนึ่งคนเสื้อแดง



ติงอำนาจรบ.สว่างจนมองไม่เห็น

"นักการเมืองไม่ว่ายุคใดสมัยใด ที่ผมยกตัวอย่างว่าเมื่อมีอำนาจแล้วไม่ได้อยู่ในอำนาจที่มืดจนมองไม่เห็น แต่ส่วนใหญ่จะมีสภาพที่เรียกว่าสว่างจนมองไม่เห็น ข้างหน้าก็แจ้ง หลังก็แจ้ง ซ้ายก็แจ้ง ขวาก็แจ้ง สว่างไปหมด นักบินสมัยก่อนถือว่าเป็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือสว่างจนมองไม่เห็น ทุกรัฐบาลในโลกนี้เมื่อมีอำนาจจะเกิดสภาวการณ์ที่เรียกว่าสว่างจนมองไม่เห็น แต่คนเสื้อแดงจะเป็นเหมือนรัฐบาลในอดีตไม่ได้ เราจะต้องมองเห็นทุกสถานการณ์ เพราะถ้าเกิดเหตุการณ์โค่นล้มประชาธิปไตย คนที่ต้องไปตายไปเจ็บและไปต่อสู้คือคนเสื้อแดงไม่ใช่รัฐบาล" นายจตุพรกล่าวและว่า ตนไม่เคยคิดและคาดหวังตำแหน่งรัฐมนตรี เป็นเรื่องของบุคคลอื่นเป็นผู้พูด ตนไม่เคยพูดเองว่าต้องการอะไร



เพื่อไทยถกเลือกกก.บห.ใหม่ 30 ต.ค.

ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ รักษาการโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงการประชุมพรรคในวันที่ 30 ต.ค.เพื่อคัดเลือกกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยชุดใหม่ ภายหลังนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคว่า เรื่องนี้ไม่มีใบสั่งจากพ.ต.ท. ทักษิณ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และแกนนำพรรคเพื่อไทย ส่วนรายชื่อที่ปรากฏเป็นข่าวมานั้นอาจเป็นการสนับสนุนจากสมาชิกพรรค แต่การเลือกหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค และตำแหน่งอื่นๆ จากผู้เข้าร่วมประชุม 319 คนต้องมีสมาชิกไม่น้อยกว่า 200 คนที่มาจากตำแหน่งต่างๆ ภายในพรรค เป็นการลงคะแนนลับ ใครได้คะแนนสูงสุดก็ได้รับตำแหน่งไป

"การเลือกกรรมการบริหารพรรคไม่มีใบสั่ง เป็นการเลือกตามข้อบังคับพรรคการเมืองและกระบวนการประชาธิปไตย ถือเป็นการปรับโครงสร้างพรรคอีกครั้ง ให้พรรคเพื่อไทยเป็นสถาบันทางการเมืองเพื่อขับเคลื่อนนโยบายแก้ปัญหาประชาชน ไม่มีความขัดแย้ง ทุกอย่างยังไม่มีข้อยุติ อยู่ที่ที่ประชุมใหญ่วิสามัญ" นายพร้อมพงศ์กล่าว



คาดอภิปรายสัปดาห์ท้ายก่อนปิดสมัย

รักษาการโฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า การปรับ ครม.ที่ฝ่ายค้านระบุว่าหนีการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น พรรคเพื่อไทยโดยเฉพาะนายกฯ ไม่มีการปรับเพื่อหนีการอภิปราย รัฐมนตรีหลายคนที่พรรคฝ่ายค้านจ้องจะอภิปรายยังอยู่ใน ครม.ชุดนี้ วันนี้ใครจะเป็นใครที่ถูกปรับขอฝ่ายค้านอดใจรอ ที่ฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายนั้นไม่มีปัญหา แต่อาจมีปัญหาเรื่องวันเวลา เพราะวันที่ 26-27 พ.ย. ที่ระบุว่าจะอภิปรายนั้น วันที่ 28 พ.ย.จะปิดสมัยประชุม ขอพรรคฝ่ายค้านไปรวบรวมข้อมูลในการตรวจสอบรัฐบาลแทนประชาชน ไม่ต้องกังวล เพราะรัฐบาลและนายกฯ พร้อมชี้แจง ไม่หนีการอภิปราย มีการปล่อยข่าวว่านายกฯ ไปต่างประเทศเพราะมีนัดหมายล่วงหน้า เชื่อว่าจะมีการประสานเวลาระหว่างวิปฝ่ายค้านและวิปรัฐบาลเพื่อจัดสรรเวลา ขอให้อภิปรายอย่างสร้างสรรค์ มีข้อมูลจริงๆ อยากให้มีข้อมูลใหม่ๆ เรื่องวันเวลาอภิปรายอาจมีนัยยะทางการเมือง ถ้าเป็นไปได้น่าจะกำหนดวันในช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนปิดสมัยประชุม



ต้นพ.ย.ได้ตัวผู้สมัครชิงผู้ว่าฯ

นายพร้อมพงศ์แถลงถึงการสัมมนาสมาชิกพรรคเพื่อไทย โซน 3 กทม. (ฝั่งธนบุรี) ที่มีร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ เป็นประธานโซนฝั่งธนบุรี เพื่อเตรียมพร้อมการเลือกตั้งในพื้นที่กทม. ที่โบนันซ่า เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา ว่า เป็นการประชุมเพื่อคัดเลือกตัวบุคคลที่จะลงสมัครชิงผู้ว่าฯ กทม. โดยโซน 1 กทม. ตะวันออก ที่นำโดยน.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และโซน 2 กทม. โซนกลาง ที่นำโดยนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.คมนาคม ได้ประชุมและคัดเลือกตัวบุคคลแล้ว หลังจากนี้ทั้ง 3 โซน กทม.ของพรรคเพื่อไทย ต้องเสนอรายชื่อตัวบุคคลที่จะลงสมัครชิงผู้ว่าฯ กทม.ให้คณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยพิจารณาต่อไป คาดว่าพรรคเพื่อไทยจะได้ตัวบุคคลลงชิงสมัครผู้ว่าฯ กทม.ประมาณต้นเดือนพ.ย.นี้แน่นอน



มาร์คชี้หลายเก้าอี้ส่งผลกระทบ

ที่เอ็มเอสซี ฮอลล์ โรงแรมรามาดาพลาซ่าแม่น้ำริเวอร์ไซด์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ว่า เป็นห่วงเรื่องการปรับ ครม.ที่เป็นการตอบแทนกันเรื่องผลประโยชน์บุคคล หลายตำแหน่งกระทบความต่อเนื่องในการทำงาน เช่น กระทรวงศึกษาธิการ ที่มีการเปลี่ยนรัฐมนตรีหลายครั้งในปีเดียว ทั้งที่นโยบายการศึกษาควรเป็นนโยบายระยะยาวที่มีความสำคัญ เช่นเดียว กับการปรับตำแหน่งพล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี ที่รับผิดชอบดูแลสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งจะกระทบความต่อเนื่องในการคลี่คลายปัญหา อีกทั้งปัญหาการโยกย้ายรัฐมนตรีไปหลายกระทรวงโดยอ้างการสร้างประสบการณ์ เป็นสิ่งที่ทำให้เสียเวลา เพราะบ้านเมืองตอนนี้ประสบปัญหาหลายอย่างที่ต้องเร่งดำเนินการ



เร่งแก้ปัญหา-อย่าเสียเวลาเรียนรู้

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตนอยากโทรศัทพ์ไปถามเรื่องนี้ว่าคิดว่าการปรับ ครม.แล้วมีผลให้การบริหารงานดีขึ้นหรือไม่อย่างไร เพราะตอนนี้ไปห่วงกันแต่ว่ามีผลกระทบต่อรัฐบาลหรือไม่ คำถามที่สำคัญกว่าคือมีผลกระทบต่อประชาชนอย่างไร จริงอยู่นักการเมืองที่เข้าไปในกระทรวงต่างๆ ต้องมีกระบวนการเรียนรู้ แต่ขณะนี้เป็นช่วงที่บ้านเมืองต้องเร่งทำงานหลายเรื่อง ไม่ควรเสียเวลากับการให้คนไปเรียนรู้หรือหาประสบการณ์เฉยๆ การปรับ ครม.เป็นเรื่องการตอบแทนในเรื่องบุคคลมากกว่า ตนไม่แน่ใจว่าตอบโจทย์การเมืองอะไร เรื่องบ้านเมือง ประชาชน ภาพการบริหารก็ไม่มีอะไรที่ชัดเจน ตนมองไม่เห็นว่าการปรับ ครม.ครั้งนี้มีผลอะไรต่อประสิทธิภาพการทำงาน



เชื่อเพื่อไทยมีวิธีจัดการภายใน

เมื่อถามว่า การปรับ ครม.ครั้งนี้มองถึงภาวะผู้นำของน.ส.ยิ่งลักษณ์อย่างไร หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า คงตอบได้เมื่อดูรายละเอียดตัวบุคคลอีกครั้ง เพราะทราบว่ามีคนที่พยายามมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจอยู่หลายกลุ่ม และอาจเป็นตัวสะท้อนออกมาจากตัวบุคคลว่าตกลงแล้วคนที่ได้เป็นเพราะอะไร ส่วนจะเกิดแรงกระเพื่อมในพรรคเพื่อไทยโดยเฉพาะกลุ่มคนเสื้อแดงหรือไม่นั้น เขามีวิธีจัดการกันภายใน เพราะทำไปทำมาการปรับ ครม.ก็เป็นเรื่องประโยชน์ของคนในรัฐบาล ในพรรค ในกลุ่มมากกว่า ส่วนเรื่องแรงกระเพื่อมภายในพรรคเพื่อไทย และคนเสื้อแดงกรณีที่นายจตุพรไม่ได้ตำแหน่ง เป็นความขัดแย้งการจัดสรรผลประโยชน์ภายในพรรค ในที่สุดแล้วคาดว่าจะมีการจัดการภายในพรรคเพื่อไทย การที่นายจตุพรระบุว่าที่ผ่านมาเป็นเพียงละครแต่ตัวเองกลับเล่นจริงนั้น หวังว่าคนเสื้อแดงคงฉุกคิดได้หลายอย่าง ประกอบกับความจริงที่ผ่านมาทั้งเรื่องชายชุดดำ วิถีกระสุน ความวุ่นวายต่างๆ แท้จริงแล้วมีต้นตอจากความต้องการของคนๆ เดียวที่บงการอยู่ฉากหลังของละครเรื่องนี้



เปิดร.ร.การเมืองประชาธิปัตย์

จากนั้นนายอภิสิทธิ์กล่าวบรรยายในการเปิดงานโรงเรียนการเมืองพรรคประชาธิปัตย์ เขตสาทร บางคอแหลม ยานนาวา กทม. ในหัวข้อ "องค์กรและสถาบันหลักของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขของไทย" ว่า วันนี้การเมืองเปลี่ยนไป อดีตการเมืองไม่ยุ่งเหยิงวุ่นวายขนาดนี้ เหตุผลที่ต้องเปิดโรงเรียนการเมืองพรรคประชาธิปัตย์เพราะการต่อสู้การเมืองเข้มข้นมาก และเป้าหมายการต่อสู้ทางการเมืองของพรรคคู่แข่งก็ไม่เหมือนในอดีต เพราะในอดีตเราทำงานการเมืองภายใต้ระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ภายใต้ระบบรัฐสภา มีกติกาสูงสุดคือรัฐธรรมนูญ การเมืองมีทั้งพรรคฝ่ายค้านและรัฐบาล ฝ่ายค้านจะตรวจสอบรัฐบาล เราทำงานกันอย่างนี้มาตลอด แต่เกิดภัยการเมืองทุกวันนี้ขึ้นมา คือการปฏิวัติที่ไม่เป็นประชาธิปไตย สมัยก่อนผู้ที่ปฏิวัติก็มายึดอำนาจ แต่การปฏิวัติปี 2534 และ 2549 ผู้ที่ปฏิวัติรู้ว่าคนต่างประเทศไม่ยอมรับ ก็ไปหาคนกลางมาเป็นนายกรัฐมนตรี และบอกกับประชาคมโลกว่าเป็นการปฏิวัติที่มาชั่วคราว และอ้างว่าจะรีบคืนอำนาจให้ประชาชน ยิ่งไปกว่านั้นยังมาขอประชามติในการรับร่างรัฐธรรมนูญอีก



รัฐประหารแก้ปัญหาไม่ได้

"ผมยืนยันว่าการรัฐประหารแก้ไขปัญหาไม่ได้ และทิ้งบาดแผลที่มีกว่า 6 ปี ซึ่งบาดลึกกว่าที่หลายคนคิด เราก็ไม่อยากให้เกิดการปฏิวัติ เราต้องสร้างภูมิคุ้มกัน แต่ตอนนี้ภัยคุกคามในระบอบประชาธิปไตยที่เอาประชาธิปไตยมาใช้เป็นวาระส่วนตัว อาศัยประชาธิปไตยมาเป็นเครื่องมือ อย่างอดีตนายกรัฐมนตรีที่ตนไม่ขอเอ่ยชื่อ เคยพูดว่าประชาธิปไตยเป็นเพียงเครื่องมือทางการเมือง แสดงว่าเขาไม่เชื่อในระบอบประชาธิปไตย และบอกว่าการเมืองในอุดมคติของเขาคือการมีพรรคการเมืองพรรคเดียว ใช้เสียงข้างมากเป็นใหญ่ ซึ่งเป็นแนวคิดที่ไม่ใช่ประชาธิปไตยจริงมายึดครองบ้านเมือง หาผลประโยชน์ทางธุรกิจเกินเลยไปกว่าที่ระบบรัฐสภาพึงจะมี ทั้งที่ประชาธิปไตยจะมาอ้างแต่เสียงข้างมากไม่ได้ เราต้องดูกติกาด้วย รัฐบาลต้องอยู่ภายใต้กฎหมายและประชาชนต้องมีหลักประกันว่าทุกคนต้องมีสิทธิ ไม่ว่าจะเป็นเสียงข้างน้อย มีความเสมอภาคทางการเมือง" นายอภิสิทธิ์กล่าว



เสียงข้างมากไม่ใช่ใบอนุญาตทำผิด

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวต่อว่า การใช้เสียงข้างมากจึงต้องมีขอบเขต และมีองค์กรมาถ่วงดุลรัฐบาล เช่น ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง แต่รัฐบาลพยายามล้มองค์กรเหล่านี้ เพราะเวลารัฐบาลทำผิดจะไม่ต้องถูกสอบ สามารถละเมิดสิทธิ์ได้ จึงพยายามบอกว่าองค์กรอิสระไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง สื่อเองก็ต้องมีเสรีภาพไม่ถูกแทรกแซง แต่วันนี้ไม่ค่อยเห็นหน้าฝ่ายค้านทางทีวี สื่อควรจัดเวทีให้ 2 ฝ่าย เสียงข้างมากไม่ใช่ใบอนุญาตให้ทำผิดได้ เราจึงต้องมีองค์กรอิสระ อย่าไปคุกคามละเมิดทำลายองค์กรเหล่านี้ และเราต้องพยายามชี้แจงเรื่องประชาธิไตยว่าจริงๆ เป็นอย่างไร ถ้าเขาคิดล้มล้างเราต้องต่อสู้ ตอนนี้มีความพยายามออกกฎหมายล้างความผิด แก้รัฐธรรมนูญใหม่ เราต้องไม่ยอมในสิ่งเหล่านี้



เทือกกระจายกำลังมุ่ง 3 งานหลัก

ด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ ธานี พรรคประชาธิปัตย์ บรรยายในหัวข้อ "ความคิดตรงข้ามรัฐไทยกรณีระบอบทักษิณกับความคิดเรื่องรัฐไทยใหม่ (ทักษิณ ลัทธิแดง รัฐไทยใหม่)" ว่า ขณะนี้ตนได้แยกความใกล้ชิดออกจากนายอภิสิทธิ์เพื่อไปทำกิจกรรม 3 เรื่อง คือ 1.โรงเรียนการเมือง 2.ตั้งเวทีประชาชน 3.มีทีวีบลูสกายฝ่ายข้างเรา ซึ่งคำนี้ตนไม่ได้พูดเอง เพราะอีกฝ่ายเขามีทั้งโรงเรียนแดง หมู่บ้านแดง ทีวีแดง และยังคุมสื่อโทรทัศน์ได้ทุกช่อง อนาคตถ้าปล่อยอย่างนี้จะไม่ไหวแน่ เนื่องจากบ้านเมืองกำลังมีภัยจวนตัว ถ้าเราไม่กระจายกำลังประเทศจะมีปัญหาและอาจเป็นความเสียหายของบ้านเมืองได้ เราจึงจำเป็นต้องรู้ต้นเหตุของปัญหา และคิดด้วยว่าจะแก้ไขอย่างไรโดยเป็นหน้าที่ของพวกเรา



ยุคทักษิณบ้านเมืองวุ่น-เมินปชต.

"ประเทศไทยทุกวันนี้ตั้งแต่เกิดระบอบทักษิณขึ้นมาก็วุ่นวาย เจ็บปวด เสียหายยับเยินมากกว่ายุคไหนๆ เพราะใช้วิธีการปกครองบ้านเมืองแบบไม่สนใจหัวใจของระบอบประชาธิปไตยว่าคือะไร เอาแต่ชื่อมาอ้าง และอ้างคำว่าเพื่อประชาชนอย่างเดียว เนื่องจากเป้าหมายสำคัญของระบอบทักษิณคือยึดอำนาจรัฐให้ได้ ไม่คำนึงถึงวิธีที่ได้มา ซึ่งเหลือแต่พรรคประชาธิปัตย์ที่ยืนหยัดต่อสู้ระบอบทักษิณเท่านั้น นอกนั้นอยู่ภายใต้ระบอบทักษิณกันหมดแล้ว แม้กระทั่งตำรวจยุคทักษิณก็ยังสั่งได้ หลังจากนั้นก็จะควบคุมองค์กรอิสระ ไม่ให้ตรวจสอบตัวเองได้ต่อไป" นายสุเทพกล่าว



ชวนขย่มซ้ำใช้วิธีนอกกฎหมาย

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค บรรยายในหัวข้อ "หน้าที่ของประชาชนเจ้าของประเทศที่แท้จริงในสถานการณ์ปัจจุบัน" ว่า รูปแบบการปกครองทุกอย่างต้องพัฒนาไปข้างหน้า แต่ต้องยอมรับว่ารูปแบบการปกครองของประเทศไทยให้โอกาสมาก บ้านเมืองจะเปลี่ยนแปลงไปเป็นสิ่งที่เราต้องทำ คนไทยมีศักยภาพแต่เรามีจุดอ่อนที่นักการเมืองโกง ซึ่งมาจากธุรกิจการเมืองและอุปสรรคของประชาธิปไตยคือการยึดอำนาจ ระบอบประชาธิปไตยอำนาจอธิปไตยจะใช้ผ่านองค์กรสถาบัน ทั้งนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร และตุลาการ โดยคานอำนาจซึ่งกันและกัน แต่เมื่อบ้านเมืองมีปัญหาจึงเกิดองค์กรอิสระขึ้นมา เช่น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แต่เมื่อระบบทักษิณเกิดขึ้นก็ใช้วิธีการนอกกฎหมาย



วลี"โจรกระจอก"ทำไฟใต้เดือด

นายชวนกล่าวต่อว่า สำหรับปัญหาใน 3 จังหวัดภาคใต้ปัจจุบันนั้นเป็นเพราะจากนโยบายของพ.ท.ต.ทักษิณที่ประกาศว่าจะแก้ไขปัญหาให้หมดภายใน 3 เดือน ทั้งที่ตอนนั้นไฟใต้มอดแล้วในสมัยที่ตนเป็นนายกรัฐมนตรี แต่เมื่อพ.ต.ท.ทักษิณเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีกลับใช้คำที่เรียกว่าโจรกระจอก และยกเลิกศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) หันมาใช้นโยบายฆ่าหมดก็จบ ตรงนี้คือที่มาของการนองเลือดในขณะนี้ ตอนที่รัฐบาลเชิญนายอภิสิทธิ์ไปพูดคุยเรื่องปัญหา 3 จังหวัดภาคใต้นั้น ตนได้บอกให้นายอภิสิทธิ์บอกกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ว่าความผิดพลาดเกิดจากอะไร เกิดจากพ.ต.ท.ทักษิณใช้วิธีการนอกกฎหมาย ซึ่งในที่สุดรัฐธรรมนูญปี "50 ก็ได้เพิ่มในมาตรา 3 ระบุว่าการปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร ฝ่ายตุลาการ องค์กรอิสระ หน่วยงานอื่นของรัฐต้องยึดหลักนิติธรรม เหตุผลที่เพิ่มตรงนี้เพราะต้องการย้ำให้รู้ว่าที่ผ่านมาใช้วิธีการนอกกฎหมาย นี่คือสิ่งที่บอกให้รู้ว่าเป็นผลพวงจากความผิดพลาด จนต้องใช้ระเบียบบังคับไว้



รองโฆษกฯซัดกลับเสียงตกร่อง

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวตอบโต้นายชวนว่า น่าเสียดายที่นายชวนเป็นคนใต้แต่ไม่เคยเข้าใจปัญหาภาคใต้ ทั้งที่พรรคประชาธิปัตย์ เคยประกาศนโยบายดับไฟใต้ 99 วันทำได้จริง แต่ไม่เคยทำได้ ขนาดทำเรื่อง ศอ.บต.ก็ใช้เวลาเกือบ 1,000 วัน แสดงให้เห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล 2 ปี 8 เดือน ล้มเหลวเรื่องการแก้ปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดภาคใต้ มีเพียงสิ่งเดียวที่ได้ผลเลยทำต่อเนื่อง คือการบิดเบือนและกล่าวโทษพ.ต.ท.ทักษิณ ทั้งที่พ.ต.ท.ทักษิณไม่เคยประกาศใช้นโยบายฆ่าหมดก็จบ ขอยืนยันว่าปัญหาไฟใต้นั้นพ.ต.ท.ทักษิณไม่ใช่ต้นเหตุ และสลับซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบายง่ายๆ โดยการโทษคนอื่น รัฐบาลเองยังไม่เคยโทษพรรคประชาธิปัตย์ ในทางกลับกันยังเชิญนายอภิสิทธิ์เข้าหารือดับไฟใต้แบบไม่ถือเขาถือเรา เปิดกว้างทุกช่องทาง เพื่อช่วยกันดับไฟใต้ให้ได้ ลองมาช่วยกันนำเสนอยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหาใต้ร่วมกันดีกว่ากล่าวโทษพ.ต.ท.ทักษิณเป็นแผ่นเสียงตกร่องอยู่ร่ำไป ไม่สร้างสรรค์



จ่าประสิทธิ์จี้ปูเคลียร์เสื้อแดง

จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ส.ส.พรรคเพื่อไทย จ.สุรินทร์ ระบุถึงกรณีที่นายจตุพรไม่มีชื่อในการปรับ ครม.ว่า สร้างความไม่พอใจให้กับแกนนำกลุ่มเสื้อแดงและนายจตุพรที่รู้สึกน้อยใจและผิดหวัง แม้จะไม่ได้คาดหวังก็ตาม แต่สังคมคาดหวังว่านายจตุพรจะได้เป็นรัฐมนตรี หลังจากต่อสู้มาจนช่วยให้พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง ส่วนเหตุผลที่นายกรัฐมนตรีระบุว่ายังไม่ถึงเวลาหรือยังไม่เหมาะสมนั้น เห็นว่าเป็นเพียงข้ออ้าง นายกรัฐมนตรีต้องอธิบายเหตุผลที่แท้จริงให้คนเสื้อแดงเข้าใจ พ.ต.ท.ทักษิณเคยรับปากไว้เมื่อครั้งโฟนอินมาในการชุมนุมเสื้อแดงที่เขาใหญ่โบนันซ่าว่าจะตอบแทนบุญคุณนายจตุพร แต่สุดท้ายนายจตุพรก็ไม่ได้เป็น ถ้าไม่เคยรับปากไว้ก็คงไม่เสียความรู้สึก



เทพไทได้ทีเชียร์จ่าประสิทธิ์

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการปรับคณะ ครม.ที่สร้างแรงกระเพื่อมภายในพรรคเพื่อไทยว่า เป็นเรืองภายในที่พรรคเพื่อไทยต้องจัดการปัญหาความขัดแย้งกันเอง ไม่ควรโยนความผิดให้กับบุคคลภายนอก เพราะที่ผ่านมาพยายามกล่าวหากลุ่มอำนาจเก่าบ้าง คนข้างบนบ้าง รวมไปถึงโยนความผิดให้กลุ่มอำมาตย์ ซึ่งเป็นสูตรสำเร็จของคนในพรรคเพื่อไทยที่พยายามโทษบุคคลอื่น ล่าสุดนายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ยอมรับความจริงแล้วว่าการปรับ ครม.ครั้งนี้ไม่ใช่ฝีมือของกลุ่มอำนาจพิเศษ เช่นเดียวกับกรณีของจ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ที่ขอให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ออกมาตอบคำถามว่าเหตุใดถึงไม่มีชื่อนายจตุพรอยู่ในคณะรัฐมนตรี



ม็อบเสธ.อ้ายมาตามนัด

วันเดียวกันเวลา 08.00 น. ที่ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ (สนามม้านางเลิ้ง) กลุ่มองค์การพิทักษ์สยามและภาคีเครือข่าย ประกอบด้วยกลุ่มพันธมิตร กองทัพธรรม สันติอโศก และกลุ่มแฟนคลับของบางพรรคการเมือง ทยอยมาจับจองที่นั่ง โดยมีพ่อค้าแม่ค้านำเสื้อยืดสีเหลือง ฟ้า น้ำตาล เทา และดำ สกรีนที่หน้าอกข้อความ "ปฏิวัติประชาชน" จำหน่าย บริเวณประตูทางเข้าตั้งเต็นท์ลงทะเบียนรับบริจาคและมีอาหารบริการ

หน้าเวทีซึ่งตั้งอยู่กลางสนามหญ้าระหว่างอัฒจันทร์ของผู้ชุมนุมกับลู่วิ่งของม้าแข่ง ติดป้าย "คนดีปรองดองกับคนชั่ว ความบรรลัยย่อมเกิดขึ้นได้ฉันนั้น คนดีปรองดองกับคนดี ความศิวิไลซ์ย่อมเกิดขึ้นฉันนั้น" ท่ามกลางการดูแลความสงบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตลอดเส้นทางที่ผ่านหน้าสนามม้านางเลิ้งยังตั้งจุดตรวจ ขณะที่หน้าทำเนียบรัฐบาลมีตำรวจพร้อมโล่ยืนป้องกันสถานที่ราชการสำคัญ



ชุมนุมใหญ่อีกทีเดือนหน้า

เวลา 11.10 น. พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ ประธานองค์การพิทักษ์สยาม เดินทางถึง พร้อมให้สัมภาษณ์ว่า พอใจกับจำนวนมวลชน แต่อยากให้มาเต็มความจุของอัฒจันทร์ 25,000 คน การปราศรัยบนเวทีจะเล่าความจริง 3 หัวข้อ คือ จาบจ้วงสถาบัน รัฐบาลนอมินีไร้ประสิทธิภาพ และการทุจริตคอร์รัปชั่น ผ่านวิทยากรที่รู้เรื่องจริง ถ้าประชาชนพอใจให้กลับไปชวนพ่อแม่พี่น้องมารวมพลังให้มากกว่านี้อีก 100 เท่า

พล.อ.บุญเลิศกล่าวว่า นัดชุมนุมใหญ่อีกครั้งภายใน 3-4 สัปดาห์ข้างหน้า ครั้งนี้ถ้ากระแสตอบรับดีจะยกระดับเป็นการขับไล่รัฐบาล ส่วนการชุมนุมครั้งหน้าในวันเวลาและสถานที่ใดจะแจ้งอีกครั้ง แต่คงไม่ใช่ที่เดิมเพราะประชาชนจะมากกว่านี้หลายร้อยเท่า เบื้องต้นจะให้ประชาชนส่งจำนวนผู้ที่ต้องการเข้าร่วมมาให้ตนทุกจังหวัด ถ้าตัวเลขเป็นที่น่าพอใจจะเสนอรัฐบาลรู้ว่ามีคนไม่พอใจ ตั้งเป้า 1 ล้านคน



ฉุนโพล-ท้าให้ถามม็อบมั่ง

"ส่วนผลสำรวจที่ระบุว่าการชุมนุมวันนี้เป็นแค่เกมการเมืองนั้น อยากถามกลับไปยังสำนักโพลเหล่านั้นว่าทำไมไม่มาสำรวจในสนามม้านางเลิ้งบ้าง ที่สำคัญผมไม่ใช่นักการเมืองและไม่ได้รับเงินใครมา สื่อตรวจสอบได้" พล.อ.บุญเลิศกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บนเวทีมีการร้องเพลงเพื่อชีวิตสลับอ่านบทกลอน และการปราศรัยโจมตีรัฐบาลพุ่งเป้านายกฯ อาทิ ปัญหาน้ำท่วมใหญ่ การนำเงินไปเยียวยาคนเสื้อแดง และกรณี รร.โฟร์ซีซั่นส์ ขณะที่พล.อ.บุญเลิศเดินขึ้นเวทีทักทายผู้ชุมนุม กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า จะแจ้งกำหนดการให้ทราบอีกครั้ง จากนั้นลงจากเวทีเดินไปพักผ่อน ต่อมาช่วงบ่าย ร.ต. แซมดิน เลิศบุศย์ ผู้ประสานงานกองทัพธรรม ปราศรัยโจมตีรัฐบาลประเด็นโกหกสีขาว และการทำเพื่อพ.ต.ท.ทักษิณ กระทั่งเวลา 13.40 น. พล.อ.บุญเลิศขึ้นเวทีแถลงย้ำจุดยืนเหตุผลขับไล่รัฐบาล 3 ข้อ



ปลื้มแฟน"พธม.-ปชป."มาเยอะ

จากนั้นแกนนำ อาทิ นายพิเชฐ พัฒนโชติ อดีตรองประธานวุฒิสภา นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำกลุ่มคนเสื้อหลากสี กล่าวโจมตีรัฐบาล โดย นพ.ตุลย์ระบุว่าวันนี้มีแฟนๆ พันธมิตรและพรรคประชาธิปัตย์มาร่วมชุมนุมจำนวนมาก แกนนำทุกเครือข่ายจะประชุมแนวทางการเคลื่อนไหวอีกครั้งสัปดาห์หน้า ก่อนนัดชุมนุมใหญ่เดือนหน้าซึ่งจะเป็นครั้งสุดท้ายม้วนเดียวจบ ทั้งนี้ น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ และพล.อ. ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ แกนนำพันธมิตร ร่วมสังเกตการณ์หลังเวทีด้วย พร้อมขึ้นปราศรัยในช่วงค่ำ โดยน.ต.ประสงค์ระบุว่ารัฐบาลนี้ก่อวิกฤต 5 ด้าน คือเศรษฐกิจ สังคม ระบบราชการ ความมั่นคงแห่งชาติ การบังคับใช้กฎหมาย และวิกฤตภาวะผู้นำประเทศ

กระทั่งเวลา 18.10 น. พล.อ.บุญเลิศกล่าวปิดการชุมนุม ระบุว่ามีมวลชนมาร่วมลงชื่อ 20,000 รายชื่อ มากกว่าที่รัฐบาลประเมินไว้ ท่ามกลางผู้ชุมนุมนับหมื่นคน

ขณะที่ตำรวจรายงานจำนวนผู้ชุมนุมว่า มี 8,000-10,000 คน



"เหลิม"สั่ง 20 ผู้ว่าฯเคลียร์ม็อบ

ที่โบนันซ่า เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มองค์การพิทักษ์สยามและภาคีเครือข่ายว่า เชื่อว่าไม่มีโอกาสยกระดับได้เพราะประชาชนไม่เอาด้วย น.ต.ประสงค์จะทำให้การชุมนุมแพ้ เพราะเป็นคนไม่มีพวก กลับไปพักผ่อนเลี้ยงหลานดีกว่า

ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ร.ต.อ. เฉลิมกล่าวมอบนโยบายให้ผู้ว่าฯ นายอำเภอ และผู้บังคับการตำรวจภูธรใน 20 จังหวัดภาคอีสานว่า กรณีม็อบระดับอำเภอ นายอำเภอและผู้กำกับต้องดูแล รวมถึงผู้ว่าฯ ต้องแก้ปัญหา ต่อไปเอะอะอะไรชาวบ้านปิดถนนปิดทำเนียบโดยไม่ฟังผู้ว่าฯ ไม่ได้ ก่อนปิดถนนต้องมีการเจรจา ถ้าเขาไม่ฟังต้องบอกตน วันนี้ถึงยุคต้องเปลี่ยนแปลง ตอนนี้ตนดูแลงานกระทรวงมหาดไทย ขอให้ทุกคนช่วยรัฐบาล



"ตู่"มั่นใจล้มรัฐบาลไม่ง่าย

ที่โรงแรมสีหราช จ.อุตรดิตถ์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. กล่าวถึงการชุมนุมขับไล่รัฐบาลที่สนามม้านางเลิ้งว่า รัฐบาลนี้ต้องไม่ใช้กำลังปราบปรามประชาชนเหมือนรัฐบาลที่แล้ว กรณีแกนนำขู่จะล้มรัฐบาลภายใน 1 เดือนนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย รัฐบาลจะอยู่หรือไปขึ้นอยู่กับความซื่อสัตย์สุจริต ไม่ลุแก่อำนาจ และไม่ทรยศต่อประชาชน ตราบใดที่ไม่มีเรื่องเหล่านี้รัฐบาลจะแข็งแรงมากขึ้น ไม่มีใครล้มได้ เสื้อแดงเองก็ต้องเตรียมพร้อมทุกสถานการณ์ เราไม่สามารถขัดขวางใครที่จะชุมนุมได้ แต่สามารถเตรียมความพร้อมของฝ่ายเราได้บนพื้นฐานความไม่ประมาท



จับตาแกนนำยุยงปฏิวัติ

นายคารม พลพรกลาง ทนายความนปช. กล่าวถึงม็อบที่สนามม้านางเลิ้งว่า พล.อ. บุญเลิศเรียกร้องให้ทหารยึดอํานาจรัฐบาล สอดคล้องกับการเรียกร้องของนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนําพันธมิตร รัฐบาลมองข้ามไม่ได้ ยิ่งมีน.ต.ประสงค์เกี่ยวข้องด้วยยิ่งต้องจับตา บุคคลเหล่านี้ไม่สนับสนุนประชาธิป ไตย พยายามล้มรัฐบาลตลอด ที่ผ่านมาเคยแจ้งความดำเนินคดีกับพล.อ.บุญเลิศและนายสนธิไว้ที่กองปราบปราม ข้อหายุยงปลุกปั่นให้มีการล้มล้างรัฐบาล เป็นความผิดทางอาญาข้อหากบฏ กลุ่มทนายนชป.พร้อมจะต่อสู้คนที่พยายามล้มล้างรัฐธรรมนูญโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตนจะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด วันที่ 30 ต.ค. เวลา 10.00 น. จะไปกองปราบปรามติดตามความคืบหน้าคดี



แฉนักการเมืองขนคนเติมม็อบ

เมื่อเวลา 17.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ร.ต.อ.เฉลิมตรวจเยี่ยมกำลังพลเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติการพิเศษจากกองบังคับการตำรวจ นครบาล (บก.น.1-9) และตำรวจภูธรจาก 3 จังหวัดใกล้เคียงที่เข้าประจำรักษาการความปลอดภัย หลังจากกลุ่มผู้ชุมนุมมากกว่าที่คาดการณ์ โดยมีพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบ.ช.น. พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รองผบ.ตร. ต้อนรับ

ร.ต.อ.เฉลิมให้สัมภาษณ์ว่า ผู้ชุมนุมมากกว่าที่คาดการณ์เพราะนักการเมืองขนมาช่วง 2 วันก่อนการชุมนุม ขอถามน.ต.ประสงค์เคยทำอะไรให้สังคมชื่นชอบบ้าง ครั้งหน้าตนจะติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด ส่วนที่ระบุว่าการชุมนุมนี้ยังไม่ใช่ของจริง จะมีของจริงกว่านี้อีกนั้น ในสายข่าวตนยังไม่ได้รับรายงาน แต่ไม่เป็นห่วง ตนบึกบึน มั่นคง ไม่ตกใจง่าย การชุมนุมครั้งนี้ถือว่าจุดไม่ติด ไม่มีทหารในกองทัพร่วมมือนอกจากพล.อ.บุญเลิศ ขณะที่นายกฯ ไม่เป็นห่วงเรื่องนี้ มอบหมายตนและพล.ต.อ.อดุลย์ให้ดูแล เชื่อว่าไม่มีเหตุการณ์ยึดทำเนียบซ้ำอีก



พลิกปูม14รมต.ใหม่ครม.ยิ่งลักษณ์3

เมื่อวันที่ 28 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในคณะรัฐมนตรีใหม่ของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีรัฐมนตรีใหม่เข้าดำรงตำแหน่งรวมทั้งสิ้น 14 คน โดยเป็นรัฐมนตรีที่เพิ่งเข้าดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีครั้งแรก 9 คน และเป็นรัฐมนตรีจากบ้านเลขที่ 111 รวม 5 คน ซึ่งมีประวัติโดยย่อดังนี้

น.ส.ศันสนีย์ นาคพงศ์ รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี โด่งดังจากการเป็นผู้ประกาศและทำงานด้านวิทยุโทรทัศน์ ติดสอยห้อยตาม พ.ต.ท.ทักษิณมาตั้งแต่อยู่พรรคพลังธรรม กระทั่งก่อตั้งพรรคไทยรักไทย สมัยรัฐบาลไทยรักไทยเป็นรองโฆษกรัฐบาล และเป็นโฆษกประจำตัวพ.ต.ท.ทักษิณ รับตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ก่อนขยับชิมลางเก้าอี้รัฐมนตรี

นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รมว.เกษตรและสหกรณ์ สัตวแพทยศาสตรบัณฑิต ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาศาสตรบัณฑิต (สัตวศาสตร์) ม.เกษตรศาสตร์ วปอ. รุ่นที่ 43 เคยดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงเกษตรฯ ถือเป็นลูกหม้อของกระทรวงโดยแท้ สนิทสนมกับนายบรรหาร ศิลปอาชา มายาวนาน มีกระแสข่าวเป็นระยะว่าจะมาเสียบแทนนายธีระ วงศ์สมุทร ที่ขอลาออกเพราะปัญหาสุขภาพ ที่สุดข่าวลือก็เป็นจริง

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รมช.เกษตรฯ จบคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ปริญญาโท สาขาเศรษฐศาสตร์ CLAREMONT GRADUATE UNIVERSITY ได้รับเลือกตั้งเป็นส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในปี 2554 เคลื่อนไหวตรวจสอบการทุจริตหลายโครงการ รวมถึงโครงการซื้อรถ-เรือดับเพลิงของกรุงเทพมหานคร ที่ดินเขาแพง และกรณีบริษัท ฟิลลิป มอร์ริส ที่มีพรรคประชาธิปัตย์เป็นคู่กรณี ผลงานเข้าตาคนจัดโผ

พล.อ.พฤณฑ์ สุวรรณทัต รมช.คมนาคม เพื่อนร่วมรุ่น ตท.10 พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และจปร.รุ่น 21 ในรัฐบาลทักษิณ เป็นผู้บัญชาการ พล.1 รอ. มีบทบาทค่อนข้างมากแต่โดนพิษปฏิวัติ 19 ก.ย. เล่นงาน จนเข้ากรุประจำกระทรวงกลาโหม หลังเกษียณด้วยประสบการณ์เป็นบอร์ดวิทยุการบินฯ และบอร์ดปตท. จึงได้นั่งรมช.คมนาคม

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมช.คมนาคม วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาเศรษฐศาสตร์และบริหารธุรกิจ ม.เกษตรศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต นิด้า ส.จ.นครราชสีมา 2 สมัย ปี 2544 และปี 2548 เป็นส.ส.พรรคไทยรักไทย เคยเป็นรองโฆษกพรรคเพื่อไทย ประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนฯ นั่งรัฐมนตรีเที่ยวนี้ได้ในฐานะคนเก่าแก่ของพรรคที่ไม่เคยสร้างปัญหา

นายประชา ประสพดี รมช.มหาดไทย ปริญญาตรีมหาวิทยาลัยสยาม ลงสมัครส.ส.สมุทรปราการในนามไทยรักไทย ตั้งแต่ 2544 จากนั้นเป็นส.ส.ปากน้ำเรื่อยมา แสดงตัวเป็นผู้ใกล้ชิดพ.ต.ท.ทักษิณ และเดินทางไปพบเป็นระยะ พ.ค.2554 ถูกมือปืนยิงถล่มรถเก๋งคัมรี่ โชคดีกระสุนแค่ถากหัวไหล่ ด้วยบทบาทหัวหมู่ทะลวงฟัน พร้อมปะฉะดะกับฝ่ายตรงข้าม จึงเป็นรัฐมนตรีอีกคนในสายพ.ต.ท.ทักษิณ

นพ.ประดิษฐ์ สินธวณรงค์ รมว.สาธารณสุข แพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล ปริญญาโท สาธารณสุขศาสตร์ บริหารงานสาธารณสุขระหว่างประเทศ ม.ฮาร์วาร์ด สหรัฐ เคยทำงานในกระทรวงสาธารณสุขปี 2528-2531 ก่อนลาออกไปทำงานด้านบริหารหลายบริษัท เคยเป็นบอร์ดการบินไทยและผู้ทรงคุณวุฒิในบอร์ด สปสช. ยื่นหนังสือลาออกจากผู้ทรงคุณวุฒิ บอร์ด สปสช. ก่อนขยับนั่งรัฐมนตรี ในฐานะนายทุนพรรค ถือเป็นสายตรงนายกฯ ยิ่งลักษณ์

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รมช.สาธารณสุข แพทยศาสตรบัณฑิต ม.มหิดล และรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต นิด้า เป็นส.ส.น่านสมัยแรกในนามพรรคไทยรักไทย ปี 2544 รักษาเก้าอี้ไว้ได้อีกครั้งในปี 2550 ในนามพรรคพลังประชาชน เคยเป็นผู้ช่วยเลขานุการรมว.สาธารณสุข เลขานุการรมว.สาธารณสุข วิปรัฐบาล และอดีตรองโฆษกพรรคเพื่อไทย ได้รับฉายา "ดาวสภา" ในปี 2552 อีกหนึ่งส.ส.ในสังกัดกลุ่มเยาวภา วงศ์สวัสดิ์

นายประเสริฐ บุญชัยสุข รมว.อุตสาหกรรม จบนิติศาสตรบัณฑิต ม.รามคำแหง พัฒนบริหารศาสตรมหาบัณฑิต นิด้า สาขารัฐประศาสนศาสตร์ อดีตรองนายกอบจ.นครราชสีมา ปี 2548 ได้รับเลือกเป็นส.ส.พรรคชาติพัฒนา ของสุวัจน์ ลิปตพัลลภ และเป็นส.ส.ในสังกัดพรรคเดิมตลอด เป็นประธานคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม สภาผู้แทนฯ ในฐานะมือขวานายสุวัจน์ จึงรับโชคโดดชั้นจากส.ส.ขึ้นนั่งเก้าอี้ "ว่าการ"

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกฯ ควบรมว.ศึกษาธิการ อดีตรมว.อุตสาหกรรม และส.ส.สมุทรสาครหลายสมัยในสังกัดพรรคกิจสังคม ต่อมาเข้าพรรคไทยรักไทยเป็นรองเลขาธิการพรรค ดำรงตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่งในสมัยรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เช่น รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี รมว.ยุติธรรม รมว.พลังงาน ปี 2550 ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี เพราะเป็นกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบ

นายวราเทพ รัตนากร รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี นิติศาสตรบัณฑิต ม.รามคำแหง บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต วิทยาลัยแทมป้าฟลอริดา สหรัฐ อดีตส.ส.กำแพงเพชร 4 สมัย เป็นโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีให้รัฐบาลพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ และรมช.คลังในสมัยรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นอีกหนึ่งคนใกล้ชิด เจ๊แดง-เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ แกนนำกลุ่มวังบัวบาน พรรคไทยรักไทย เป็นหนึ่งในสมาชิกบ้านเลขที่ 111

นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน จบวิศวกรรมโยธา จุฬาฯ ร่วมก่อตั้งพรรคปฏิวัติในปี 2524 ก่อนมาร่วมงานการเมืองกับพรรคก้าวหน้า ย้ายมาสังกัดพรรคเอกภาพ ย้ายพรรคอีกครั้งในปี 2539 มาเป็นกรรมการบริหารพรรคความหวังใหม่ ต่อมายุบรวมเข้ากับพรรคไทยรักไทย เลือกตั้งปี 2544 ได้เป็นส.ส.บัญชีรายชื่อ และได้รับตำแหน่ง รมช.พาณิชย์ รมว.อุตสาหกรรม และรมว.คมนาคม ก่อนถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี

นายสนธยา คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม นิติศาสตรบัณฑิต ม.ศรีปทุม เป็นส.ส.ชลบุรีตั้งแต่สมัยสังกัดพรรคสามัคคีธรรม ก่อนย้ายมาสังกัดพรรคชาติพัฒนา และย้ายมาพรรคชาติไทย กระทั่งย้ายมาสังกัดพรรคไทยรักไทย เป็นรัฐมนตรีหลายกระทรวง ใน รัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นรมว.วิทยาศาสตร์ฯ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา คนแรก กระทั่งปี 2550 ถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี สนับสนุนการจัดตั้งพรรคพลังชล หลังพ้นโทษเข้ามานั่งเก้าอี้รัฐมนตรีแทนหลังบ้าน นางสุกุมล คุณปลื้ม

นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมช.ศึกษาธิการ นิติศาสตรบัณฑิต และรัฐศาสตรมหาบัณฑิต ม.ธรรมศาสตร์ เริ่มชีวิตราชการในตำแหน่งปลัดอำเภอตรี ไต่เต้าจากนายอำเภอ ผอ.กอง ผู้ว่าฯ อธิบดีกรมโยธาธิการ และตำแหน่งสุดท้าย คือปลัดกระทรวงมหาดไทย ก่อนเข้าร่วมงานกับพรรคไทยรักไทย รับตำแหน่งรมช.มหาดไทยในรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี หลังพรรคถูกยุบ แต่เหนียวแน่นกับพรรคต่อเนื่องกระทั่งได้นั่งรมต.



โพลชี้ปชช.เชื่อมั่นปรับครม.ส่งผลดี

วันที่ 28 ต.ค. สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เผยสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ ถึงการปรับคณะรัฐมนตรีรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จำนวน 1,521 คน โดยร้อยละ 32.64 ระบุว่า เป็นเรื่องปกติทางการเมือง เป็นการปรับเพื่อให้รัฐบาลทำงานได้ดีขึ้น ได้ผู้ที่มีความรู้เหมาะสมเข้ามาทำงาน ร้อยละ 24.09 ระบุว่า ไม่ว่าจะปรับกี่ครั้งการเมืองไทยก็เหมือนเดิม นักการเมืองนึกถึงแต่อำนาจและผลประโยชน์เพียงอย่างเดียว ร้อยละ 20.68 ระบุว่า เป็นการเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง ต้องการตอบแทนบุญคุณ ร้อยละ 13.30 ระบุว่า ส่งผลให้การทำงานของรัฐบาลหยุดชะงักไม่ต่อเนื่อง รมต.ใหม่ต้องมาเรียนรู้ศึกษางานใหม่ และร้อยละ 9.29 ส่งผลให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นมากขึ้น การปรับครม.ครั้งนี้ได้รับการยอมรับมากกว่าครั้งที่แล้ว

เมื่อถามว่า การปรับครม.ครั้งนี้มีผลดีต่อพรรคเพื่อไทย อย่างไร ร้อยละ 39.54 ระบุว่ารัฐบาลน่าจะมีเสถียรภาพ ประสิทธิภาพในการทำงานดีขึ้น ร้อยละ 35.60 ระบุว่า ได้ผู้ที่มีความรู้เหมาะสมเข้ามาทำงาน และร้อยละ 24.86 ระบุว่าช่วยลดกระแส ลดแรงเสียดทานภายในพรรคและจากสังคม เมื่อถามถึงผลเสียต่อพรรคเพื่อไทย ร้อยละ 43.46 ระบุว่า อาจเกิดความขัดแย้งเพราะมีผู้พลาดตำแหน่งและผู้ที่ถูกปรับออก ร้อยละ 33.29 ระบุว่า การทำงานหยุดชะงัก ไม่ต่อเนื่อง เสียเวลา เสียงบประมาณ และร้อยละ 23.25 ระบุว่า การปรับครั้งนี้เป็นการตอบแทนผลประโยชน์

ต่อข้อถามว่า การปรับครม.ครั้งนี้มีผลดีต่อประชาชนอย่างไร ร้อยละ 48.53 ระบุว่าประชาชนมีความเชื่อมั่น และมั่นใจว่ารัฐบาลจะทำงานได้ดีขึ้น ร้อยละ 34.62 ระบุว่า ได้คนเก่งมีความรู้ความสามารถมาช่วยพัฒนาประเทศให้ดีขึ้น และร้อยละ 16.85 ระบุว่า ได้รับการยอมรับมากขึ้น เมื่อถามถึงผลเสียต่อประชาชน ร้อยละ 51.23 ระบุว่า ทำให้ประชาชนเบื่อหน่าย มีแต่การทะเลาะเบาะแว้งขัดแย้งกัน ร้อยละ 30.16 ระบุว่า รู้สึกกังวล กลัวว่าจะเกิดความวุ่นวายทางการเมือง และร้อยละ 18.61 ระบุว่า การช่วยเหลือประชาชนอาจหยุดชะงัก รมต.ต้องมาเรียนรู้ใหม่

วันเดียวกัน สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจ เรื่อง "ความหวังของสาธารณชน การปรับคณะรัฐมนตรีกับการยึดอำนาจรัฐบาล" จากกลุ่มตัวอย่าง 2,104 คน ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 22 - 27 ต.ค. ผลกระทบต่อการปรับคณะรัฐมนตรีครั้งที่ 3 ของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 58.2 ระบุคิดว่าไม่มีผลกระทบต่อรัฐบาล ในขณะที่ร้อยละ 41.8 คิดว่ามีผลกระทบต่อรัฐบาล นอกจากนี้เกินครึ่งหรือ ร้อยละ 53.9 ระบุเป็นเรื่องดีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ให้คำแนะนำปรึกษาต่อรัฐบาลชุดปัจจุบัน เพราะเป็นคนมีประสบการณ์ มีความรู้ความสามารถ ได้รับความนิยมศรัทธาสูง ในขณะที่ร้อยละ 46.1 ไม่คิดว่าเป็นเรื่องดี เพราะจะทำให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่เป็นตัวของตัวเอง ขาดความน่าเชื่อถือ อย่างไรก็ตาม ร้อยละ 45.8 คิดว่าเมื่อรัฐบาลปรับคณะรัฐมนตรีแล้วทุกอย่างจะเหมือนเดิม ในขณะที่ร้อยละ 28.6 ระบุว่า จะดีขึ้น และร้อยละ 25.6 ระบุว่า จะแย่ลง


หน้า 1




 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.