มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 4344 คน
วันที่ 05 ธันวาคม พ.ศ. 2554 ปีที่ 21 ฉบับที่ 7676 ข่าวสดรายวัน


โปรดเกล้าฯพรฎ.อภัยโทษ


ชุดแรก1.2หมื่น ปล่อยตัว8ธค.นี้ ปึ้งย้อนวิธีกษิต พาสปอร์ตแม้ว



โปรดเกล้าฯแล้วพ.ร.ฎ. อภัยโทษ ยิ่งลักษณ์รับสนองพระบรมราชโองการ นักโทษกว่า 2 หมื่นคนได้รับพระมหากรุณาธิคุณเตรียมปล่อยล็อตแรก 1.2 หมื่นคน 8 ธ.ค.นี้ นายกฯงดจ้อการเมือง 2 วันอ้างอยู่ในช่วงมหามงคล 'เสี่ยปึ้ง'แจงคืนพาสปอร์ตทักษิณ ใช้หลักการเดียวกับตอน'กษิต'สั่งยึด ลั่นไม่เคยสอพลอหวังเกาะเก้าอี้ครม. ท้าปชป.ยื่นฟ้องพร้อมถอดถอน โฆษกมท.เชื่อนายกฯปูยังไม่ปรับครม. หวั่นเข้าทางปชป.อ้างผลพวงหลังศึกซักฟอก กระทรวงคมนาคมซดเกาเหลา 'รมช.ชัจจ์'ยอมรับบินถกแม้วโดนล้วงลูก 'รมว.สุกำพล'อ้างยึดหลักคุมนโยบาย

โปรดเกล้าฯพ.ร.ฎ.อภัยโทษ

เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัย โทษ พ.ศ.2554 โดยน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ทั้งนี้ ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 128 ตอนที่ 87 ก เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2554 ว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระ บรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่ทรงมีพระราชดำริเห็นว่าเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระ ชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 นับเป็นอภิลักขิตกาลสำคัญ สมควรพระราช ทานอภัยโทษแก่ผู้ต้องราชทัณฑ์ เพื่อให้โอกาสแก่บุคคลเหล่านั้นกลับประพฤติตนเป็นพลเมืองดี อันเป็นคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติสืบไป

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 187 และมาตรา 191 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณา จักรไทย กับมาตรา 261 ทวิ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 9) พ.ศ.2517 อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิเสรีภาพของบุคคล จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ซึ่งให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป (4 ธ.ค.)

เป็นผู้ต้องโทษควบคุม-กักขัง

สำหรับเนื้อหาในพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวระบุว่า ผู้ซึ่งจะได้รับพระราชทานอภัยโทษตามพระราชกฤษฎีกานี้ต้องมีตัวอยู่ในความควบคุมของทางราชการ หรือถูกกักขังไว้ในสถานที่ หรือที่อาศัย ที่ศาลหรือทางราชการกำหนด ในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับติดต่อกันไปจนถึงวันที่ศาลออกหมายสั่งปล่อยหรือลดโทษ หรือนายกรัฐมนตรีมีคำสั่งปล่อยหรือลดโทษ ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชกฤษฎีกานี้ เว้นแต่ผู้ทำงานบริการสังคม หรือทำงานสาธารณ ประโยชน์แทนค่าปรับ และผู้ได้รับการปล่อยตัวคุมประพฤติ

ส่วนนักโทษเด็ดขาด ซึ่งต้องโทษตามคำพิพากษาถึงที่สุด ให้จำคุกไม่เกิน 8 ปี ในความผิดฐานผลิต นำเข้าหรือส่งออก หรือผลิต นำเข้าหรือส่งออกเพื่อจำหน่าย หรือจำหน่าย หรือมีไว้เพื่อครอบครองเพื่อจำหน่าย ตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ กฎหมายว่าด้วยมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด หรือกฎหมายว่าด้วยวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ให้ได้รับพระราชทานอภัยโทษลดโทษเท่านั้น ทั้งนี้ ในส่วนที่เกี่ยวกับผู้ซึ่งถูกลงโทษจำคุกตามคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งจะได้รับพระราชทานอภัยโทษ ให้คณะ กรรมการมีหน้าที่ตรวจสอบและส่งรายชื่อต่อนายกรัฐมนตรีให้แล้วเสร็จภายใน 90 วันนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ เพื่อนายกรัฐมนตรีพิจารณาออกคำสั่งปล่อย หรือลดโทษแล้วแต่กรณี

เผย 2 หมื่นนักโทษเข้าเกณฑ์

พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันตชัย อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงกรณีมีพระบรมราชโอง การโปรดเกล้าฯ พระราชกฤษฎีกาพระราช ทานอภัยโทษ 2554 เนื่องในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 ว่า กรมราชทัณฑ์พิจารณาคัดเลือกผู้ต้องขังที่มีคุณสมบัติตรงตามหลักเกณฑ์ที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษ มีนักโทษจากทั่วประเทศซึ่งมีการลดโทษและปล่อยตัวกว่า 2 หมื่นคน ที่ได้รับการพระราชทานอภัยโทษ โดยมีนักโทษที่ได้รับการปล่อยตัวทันที 1.2 หมื่นคน และได้รับการลดโทษอีกกว่า 1 หมื่นคน

สำหรับนักโทษที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัวทันทีจำนวน 1.2 หมื่นคน จะมีพิธีปล่อยตัวนักโทษพร้อมกันทั่วประเทศวันที่ 8 ธ.ค.นี้ กำหนดจัดพิธีใหญ่ที่เรือนจำกลางคลองเปรม กรุงเทพฯ โดยจะเชิญน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ขณะที่เรือนจำจังหวัดต่างๆ จะจัดพิธีปล่อยตัวพร้อมกับส่วนกลาง ส่วนนักโทษที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษแบบลดโทษอีกกว่า 1 หมื่นคนนั้นจะพิจารณาออกกำหนดอัตราโทษใหม่ให้เสร็จภายใน 90 วัน

ปูงดจ้อ 2 วันเน้นทำดีถวายพ่อ

วันเดียวกันนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานภารกิจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ว่าในช่วงเช้าปฏิบัติภารกิจส่วนตัวที่บ้านพักย่านเกษตร-นวมินทร์ จากนั้นในช่วงบ่ายออกเดินทางไปยังจ.พระนครศรีอยุธยาเพื่อร่วม กิจกรรมฟื้นฟูภายหลังน้ำลด โดยมีสีหน้าสดใส ยิ้มแย้มแจ่มใสทักทายประชาชนโดยเฉพาะเด็กๆ และเยาวชนที่มารอต้อนรับจำนวนมาก พร้อมทั้งร่วมกิจกรรมทุกอย่าง โดยมีรัฐมนตรี อาทิ นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย นายวิทยา บุรณศิริ รมว.สาธารณสุข นางสุกุมล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม และส.ส.พระนคร ศรีอยุธยา พรรคเพื่อไทย เข้าร่วม อาทิ ร่วมนั่งรถสามล้อ รับพวงมาลัยจากช้างน้อยวังช้างอยุธยาแลเพนียด ร่วมหว่านกล้าพันธุ์ข้าวลงแปลงนาร่วมกับชาวนา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันนี้คนสนิทน.ส.ยิ่งลักษณ์แจ้งให้ผู้สื่อข่าวทราบว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ของดสัมภาษณ์โดยเฉพาะประเด็นการเมืองระหว่างวันที่ 4-5 ธ.ค.นี้ เนื่องจากอยู่ในช่วงพระราชพิธีเฉลิมพระ ชนมพรรษา 5 ธันวาคม น.ส.ยิ่งลักษณ์ขอเน้นทำกิจกรรมความดีถวายพ่อ

เสี่ยปึ้งแจงใช้อำนาจย้อนกษิต

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์กรณีนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะอดีตเลขานุการรมว.ต่างประเทศ ระบุเตือนเรื่องการออกหนังสือเดินทางให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ อาจเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เพราะยังถือเป็นนักโทษหนีคดีอยู่ว่า ไม่เกี่ยวกันเลย เรื่องนี้ควรย้อนกลับไปถามรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่มีนายกษิต ภิรมย์ เป็นรมว.ต่างประเทศ ซึ่งเพิกถอนหนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ตของพ.ต.ท.ทักษิณ โดยอ้างระเบียบกระทรวงการต่างประเทศ ว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง พ.ศ.2548 ว่าการเดินทางของพ.ต.ท.ทักษิณไปในต่างประเทศ และการโฟนอิน เป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ จึงให้ยกเลิกพาสปอร์ตตามอำนาจของรมว.ต่างประเทศ แต่ขณะนี้ตนในฐานะรมว.ต่างประเทศ ใช้เหตุผลตามระเบียบข้อเดียวกันที่ขณะนี้เห็นว่าการเดินทางของพ.ต.ท.ทักษิณในต่างประเทศ ไม่ได้ เป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ และไม่ได้ทำให้ประเทศชาติเสียหาย จึงใช้ดุลพินิจออกหนังสือเดินทางสำหรับบุคคลทั่วไปให้พ.ต.ท.ทักษิณ

ท้าให้ฟ้องพร้อมยื่นถอดถอน

"เขาจะมาบอกว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างไร เพราะรัฐบาลชุดที่แล้วตามไล่ล่าแต่ไม่สามารถทำอะไรได้ ถือเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ด้วยหรือไม่ ต้องเอาให้ชัดๆ ผมท้าให้ไปฟ้องได้เลย ผมไม่สนด้วยว่าจะฟ้องหรือจะยื่นถอดถอน ผมไม่ได้กลัวแน่ ผมอยากให้เล่นการเมืองอย่างสร้างสรรค์ ในสมัยท่านไปตามล่าจนสร้างความแตกแยกระหว่างประเทศไปจนทั่ว จนมองหน้ากันไม่ติดและมีปัญหา ทำให้ประเทศชาติเสียหายไปเท่าไรที่มัวแต่ไปทะเลาะเบาะแว้ง แต่ผมซึ่งไม่ได้พูดภาษาอังกฤษดีเหมือนหลายๆ คน แต่สามารถทำให้เปิดด่านแม่สอด ใช้ความสัมพันธ์ทางการทูตสร้างความสมานฉันท์ ดีกว่าพูดภาษาปร๋อแต่กลับไม่สร้างความสัมพันธ์ กลับพูดแล้วทำให้รบกับเขาไปทั่ว" นายสุรพงษ์กล่าวและว่า ดุลพินิจในการออกพาสปอร์ตให้พ.ต.ท.ทักษิณนี้เป็นดุลพินิจและอำนาจของตนในฐานะรมว.ต่างประเทศคนปัจจุบัน ดังนั้นไม่ต้องไปถามน.ส.ยิ่งลักษณ์เพราะไม่ได้อยู่ในอำนาจของนายกฯ

ยันไม่เคยสอพลอหนีโดนเด้ง

ผู้สื่อข่าวถามถึงขั้นตอนการจัดทำหนังสือเดินทางให้พ.ต.ท.ทักษิณ รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่าอยู่ที่ว่าพ.ต.ท.ทักษิณจะไปยื่นขอทำหนังสือเดินทางที่ประเทศใดก็ให้ประเทศนั้นๆ ดำเนินการตามขั้นตอน เพราะขณะนี้สถานเอกอัครราชทูตไทยที่ประจำอยู่แทบทุกประเทศซึ่งมีอุปกรณ์พร้อมสามารถทำได้อยู่แล้ว ต่อข้อถามถึงแนวโน้มการออกหนังสือเดินทางทูตหรือพาสปอร์ตแดง แก่พ.ต.ท.ทักษิณ รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่ายังไม่ใช่ เราไม่ได้ทำ

เมื่อถามถึงเสียงวิจารณ์ที่ว่าการออก พาสปอร์ตครั้งนี้เพราะรมว.ต่างประเทศกลัวถูกปรับออกจากคณะรัฐมนตรี นายสุรพงษ์กล่าวว่า ตนไม่เคยกลัว ไม่เคยยึดติดกับตำแหน่งอะไรใดๆ ที่จริงสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์จะรู้จักตนดีว่าตนไม่เคยไปเลียแข้งเลียขาใคร ไม่ประจบสอพลอ เมื่อทำอะไรก็ไม่เคยหวังเรื่องตำแหน่งใดๆ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกัน เรามีจุดยืนที่เป็นตัวของตัวเอง แต่ถ้าใครมีปัญหา จะไปยื่นถอดถอนก็ทำไปได้เลย

ปชป.ขวางคืนพาสปอร์ตแม้ว

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ 2554 ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ โดยในส่วนของเนื้อหาสำคัญมีถ้อยความไม่ต่างจากปีที่ผ่านมานั้นว่า ต้องขอขอบคุณรัฐบาลที่ยอมฟังเสียงประชาชน กระแสสังคม และยึดถือแนวปฏิบัติ ตามหลักนิติรัฐเหมือนกับรัฐบาลชุดก่อนๆ แม้การออกพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษดังกล่าวจะเหมือนกับว่ารัฐบาลยอมถอยแล้วก็ตาม แต่รัฐบาลจะต้องตอบคำถามถึงท่าทีและจุดยืนของรัฐบาลต่อตัวพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อย่างน้อย 2 ประเด็นสำคัญ

นายเทพไทกล่าวว่า นั่นคือ 1.การคืนพาสปอร์ตให้พ.ต.ท.ทักษิณในฐานะนักโทษหนีคดีนั้น ควรจะได้สิทธิ์ในการถือพาสปอร์ต ของประเทศไทยอย่างไร เพราะที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณปฏิเสธกระบวนการยุติธรรม ของไทย อีกทั้งได้ไปถือสัญชาติและ พาสปอร์ตของประเทศอื่นๆ มาแล้ว ดังนั้นรัฐบาลจะยึดถือหลักการใดในการปฏิบัติต่อพ.ต.ท.ทักษิณในครั้งนี้กันแน่ 2.พ.ต.ท. ทักษิณเป็นบุคคลที่ถูกรัฐบาลไทยออกหมายจับกุมและเป็นที่ต้องการตัวของกระบวนการยุติธรรมไทย แต่รัฐบาลไทยกลับใช้กลไกของรัฐผ่านกระทรวงการต่างประเทศ อำนวยความสะดวกให้พ.ต.ท.ทักษิณในการเดินทางไปประเทศต่างๆ อย่างไม่เป็นทางการ หนำซ้ำผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในรัฐบาลชุดนี้หลายคนก็เดินทางไปพบพ.ต.ท.ทักษิณอย่างเปิดเผย จึงอยากถามว่ารัฐบาลจะดำเนินการกับคนของตัวเองอย่างไร ในฐานะที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐและไปพบผู้ต้องหาที่กระทำผิดกฎหมายโดยไม่ดำเนินการใดๆ ตามที่กฎหมายไทยต้องการ

อย่าเล่นสองหน้าปากว่าตาขยิบ

"การกระทำเช่นนี้ถือว่ามีความผิดในฐานะละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ อยากให้รัฐบาลไทยประกาศจุดยืนของรัฐบาลต่อตัว พ.ต.ท.ทักษิณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการออกหมายจับที่ผ่านมา เพราะถ้ารัฐบาลชุดนี้ยังปล่อยปละละเลยให้บุคคลในรัฐบาลไปพบและอำนวยความสะดวกให้อยู่ รัฐบาลควรประกาศยกเลิกการออกหมายให้ชัดเจน จะได้ไม่ทำลายระบบนิติรัฐและรัฐบาลจะได้ไม่ถูกประณามว่าเล่นสองหน้าหรือปากว่าตาขยิบอีกต่อไป" นายเทพไทกล่าว

ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวด้วยว่าหากรัฐบาลจะสนับสนุนการปรองดองเหมือนกับที่ใช้เป็นเหตุผลในการเสนอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางสร้างความปรองดองแห่งชาติ ที่มีพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคมาตุภูมิ เป็นประธานจริง ควรจะอำนวยความสะดวกหรือไม่สร้างเงื่อนไขใดๆ ที่จะก่อให้เกิดความขัดแย้งในสังคม เพราะถ้าหากรัฐบาลไม่มีเอกภาพทางความคิด ในทางปฏิบัติกระบวนการปรองดอง คงไม่เกิดขึ้น และความล้มเหลวทางการปรองดองก็จะมีสาเหตุมาจากน้ำมือของคนในรัฐบาล อยากให้สังคมจับตาว่าการตั้งธรรมา ธิการปรองดองเป็นแค่กลลวงหรือไม่ หรือจะเป็นการสร้างความปรองดองเฉพาะสิ่งที่ตัวเองได้ประโยชน์เท่านั้น

นายเทพไทกล่าวอีกว่านอกจากนี้ไม่อยากให้กรรมาธิการปรองดองไปก้าวก่ายกระ บวนการยุติธรรม หรือกดดันการดำเนินการใดๆ ของกระบวนการยุติธรรม เพื่อเป็นข้ออ้างในเรื่องการสร้างความปรองดอง ไม่เช่นนั้นกระบวนการยุติธรรมที่ได้รับความเชื่อถือมาเป็นเวลายาวนานอาจถูกสังคมเคลือบแคลง ตั้งข้อสงสัยในกระบวนการยุติธรรมว่าจะโอนอ่อนผ่อนตามแรงกดดันของฝ่ายการเมืองหรือไม่ ควรปล่อยให้สถาบันตุลาการทำงานอย่างอิสระ

ขู่ฟ้องผิดอาญาพ่วงถอดถอน

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา หัวหน้าฝ่ายกฎหมาย พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการติดตามตรวจสอบพฤติกรรมของนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ ในการคืนพาสปอร์ตให้พ.ต.ท.ทักษิณเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ว่า เท่าที่ทราบพ.ต.ท. ทักษิณยังมีหมายจับ ยังเป็นแบล็กลิสต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ กระบวนการลบชื่อออกจากแบล็กลิสต์ของกระทรวงการต่างประ เทศน่าจะไม่ชอบ ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงรมว. ต่างประเทศอาจจะปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบ ทำผิดกฎหมาย ก็จะถูกดำเนินการอีกดอกหนึ่ง ทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์จะศึกษาว่ามีการกระทำที่ผิดกฎหมายอาญามาตราอื่นหรือไม่ ถ้าพบผิดเราจำเป็นต้องร้องทุกข์กล่าวโทษ ดำเนินการได้ใน 2 ช่องทางคือการยื่นถอดถอน ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์เคยยื่นถอดถอนเอาไว้แล้ว และดำเนินคดีอาญาฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ มีโทษจำคุก 5-10 ปี

นายวิรัตน์กล่าวต่อว่า ส่วนความคืบหน้าการยื่นถอดถอน 2 ส.ส.พรรคเพื่อไทยเพิ่มเติม คือนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ และนาย ยุรนันท์ ภมรมนตรี ส.ส.บัญชีรายชื่อ กรณีผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 265 และ 266 ว่า ทีมกฎหมายขอเวลาเตรียมข้อมูล 1 สัปดาห์ เพื่อเดินเรื่องให้ส.ส.ของพรรคเข้าชื่อยื่นถอดถอน 2 ส.ส.ดังกล่าว

เด็จพี่แจงมุ่งคืนความเป็นธรรม

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ ชัยกุล รมว.ต่างประเทศเตรียมคืนพาสปอร์ตให้พ.ต.ท.ทักษิณว่า หากกระทรวงการต่างประเทศเห็นว่าเป็นเรื่องที่เหมาะสม ไม่ขัดข้อกฎหมายก็น่าจะทำได้ เพราะรัฐบาลนี้ต้องการคืนความเป็นธรรมให้กับบุคคล รวมทั้งพ.ต.ท.ทักษิณที่ถูกรัฐบาลชุดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ ใช้กระทรวงการต่างประเทศเป็นเครื่องมือในการยึดพาสปอร์ต ทั้งที่การยึดพาสปอร์ตดังกล่าวไม่ได้กระทำเพราะเป็นคำสั่งของศาล แต่กลับเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบของฝ่ายบริหารในยุคนั้น

ผู้สื่อข่าวถามว่าฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ระบุว่าการดำเนินการอาจเข้าข่ายขัดมาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เพราะพ.ต.ท.ทักษิณยังมีคดีติดตัวอยู่ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าเชื่อว่าไม่น่าจะขัดมาตราดังกล่าว กระทรวงการต่างประเทศคงต้องพิจารณาว่าขัดข้อกฎหมายหรือไม่ เรื่องดังกล่าวเป็นเพียงแค่เกมการเมืองเท่านั้น พรรคประชาธิปัตย์รวมทั้งกลุ่มขาประจำอย่างน.พ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำเครือข่ายพลเมืองอาสาปกป้องแผ่นดิน มักออกมาเคลื่อนไหวเพื่อดิสเครดิตน.ส.ยิ่งลักษณ์ และรัฐบาล คงไม่ได้หวังผลทางข้อกฎหมายแต่อย่างใด

รองปธ.วุฒิฯหนุนชาติไม่ล่มจม

นายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานวุฒิสภา กล่าวถึงการคืนพาสปอร์ตให้พ.ต.ท. ทักษิณว่า ไม่ควรนำมาเป็นประเด็นการเมือง ถึงขนาดขู่จะปลุกม็อบต่อต้าน เพราะไม่ใช่เรื่องสำคัญ เนื่องจากการคืนหรือไม่คืน พาสปอร์ตไม่มีผลอะไร พ.ต.ท.ทักษิณสามารถเดินทางไปรอบโลกได้อยู่แล้วโดย ใช้พาสปอร์ตของประเทศอื่น ไม่ใช่ว่าคืนแล้วประเทศจะล่มจม เรื่องนี้ผู้ที่จะพิจารณาคือฝ่ายข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศที่ต้องดูหลักเกณฑ์กติกาว่าทำได้หรือไม่ อยากถามว่าในกรณีผู้ต้องหาหรือนักโทษคนอื่นที่หลบหนีคดี มีการติดตามไล่ทวงคืนพาสปอร์ตแบบนี้หรือไม่

โฆษกมท.เชื่อยังไม่ปรับครม.

นายพิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ โฆษกกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวการปรับครม.ว่า โดยส่วนตัวเชื่อว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งมีอำนาจเต็มโดยตรงในการปรับครม.จะยังไม่พิจารณาปรับครม.ในช่วงนี้ คาดว่านายกฯน่าจะปรับครม.หลัง ม.ค.55 เพราะหากนายกฯ พิจารณาปรับ ครม.ในช่วงนี้ อาจจะถูกพรรคประชาธิปัตย์นำประเด็นดังกล่าวไปตีกินทางการเมืองได้ว่าเป็นผลมาจากการที่พรรคประชาธิปัตย์อภิปราย ทั้งๆ ที่การอภิปรายของพรรคประชาธิปัตย์ในช่วงที่ผ่านมานั้น ประชาชนแทบไม่ได้ข้อมูลหรือประโยชน์อะไรเลย

โฆษกกระทรวงมหาดไทย กล่าวต่อว่าส่วนกระแสข่าวที่ว่ายังมีชื่อของนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย อยู่ในกระแสการปรับครม.ด้วยนั้น ตนมองว่านายยงยุทธทำงานเต็มที่ แม้ว่าอาจจะมีปัญหาในเรื่องการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนบ้าง แต่ความตั้งใจทำงานของนายยงยุทธมีเต็มเปี่ยม รวมทั้งไม่เคยเป็นศัตรูกับใคร แม้ว่าจะมีแรงบีบจากส.ส.พรรคเพื่อไทย แต่นายยงยุทธก็ไม่ทะเลาะกับใคร ต้องไม่ลืมว่านายยงยุทธยืนหยัดอยู่คู่กับพรรคมาโดยตลอด ไม่เคยหวั่นไหวเหมือนกับสมาชิกคนอื่นๆ

'ชัจจ์-สุกำพล'ซดเกาเหลา

พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รมช.คมนาคม ยอมรับว่าช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาเดินทางไปพบพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่เกาะฮ่องกง เพื่อปรึกษาหารือทิศทางการพัฒนาโครงการรถไฟความเร็วสูงและรถไฟรางคู่ รวมถึงอุปสรรคปัญหาการทำงานภายในกระทรวงคมนาคมเพราะมีอุปสรรคปัญหามาก เรื่องทิศทางและนโยบายนั้นไม่เป็นปัญหา แต่ในการทำงานพบว่าขาดเอกภาพ มีการล้วงลูกข้ามสาย ทำให้ข้าราชการหรือคนที่จะต้องประสานงานไม่รู้ว่าต้องคุยกับใคร

รมช.คมนาคมกล่าวว่า การทำงานในกระทรวงคมนาคมที่ผ่านมามีอุปสรรคปัญหามาก เพราะได้รับกระแสต่อต้านจากนักวิชาการ ข้าราชการ ผู้รับเหมา ส่งผลให้การสั่งการขาดความน่าเชื่อถือ หรือทำให้เกิดความสับสนกับฝ่ายปฏิบัติว่าจะต้องรับฟังคำสั่งจากใครระหว่างตนหรือพล.อ.อ. สุกำพล สุวรรณทัต รมว.คมนาคม ในส่วนฝ่ายการเมืองด้วยกันเองนั้นก็มีปัญหาในช่วงแรก แต่ขณะนี้ได้พูดคุยกันแล้ว คาดว่าปัญหาน่าจะหมดไปแล้ว เชื่อว่าการทำงานหลังจากนี้ทุกอย่างจะเดินหน้าต่อไปได้

จับเข่าแม้วทำงานไร้เอกภาพ

"ผมได้หารือกับพ.ต.ท.ทักษิณเรื่องการทำงานในส่วนที่ผมได้รับมอบหมายว่าจะทำอย่างไรดี มีอุปสรรค ปัญหา ไม่เป็นเอกภาพ ไม่ราบรื่น และมีปัญหาว่าสั่งงานไม่สะดวก หรือสั่งไม่ได้ จากที่ได้พูดคุยกันแล้วคิดว่าปัญหาเหล่านี้น่าจะหมดไปได้" พล.ต.ท.ชัจจ์กล่าว

พล.ต.ท.ชัจจ์กล่าวต่อว่า การทำงานในตำแหน่งผู้บริหารกระทรวงคมนาคมรู้สึกว่าตนเองยังทำงานน้อยเกินไป ความคืบหน้าของการทำงานในส่วนที่รับมอบหมายถือว่าน้อยมาก อาจมีผลทำให้ถูกมองว่าไม่มีผลงานหรืออาจส่งผลต่อการประเมินการทำงานได้ เช่น เรื่องของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ทำงานช้าเพราะต้องรอให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการที่ลาออกไป การเปลี่ยนถ่ายรถขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ที่ใช้มา 17-18 ปีก็ล่าช้ามามากในเรื่องงบประมาณ ในส่วนขสมก.ขวัญกำลังใจดี ช้าตรงการตั้งบอร์ด หาคนไม่ได้

สุกำพลย้ำรมว.คุมนโยบาย

ด้านพล.อ.อ.สุกำพลกล่าวว่า การทำงานทุกอย่างเป็นไปตามนโยบายที่กำหนดไว้ ในคำสั่งการแบ่งงานระบุไว้ชัดเจนว่าตนในฐานะรมว.คมนาคมจะต้องเป็นผู้กำหนดนโยบายการทำงานทั้งหมดและรับผิดชอบทุกเรื่องที่ต้องนำเสนอครม.ตนจะต้องลงนาม ส่วนที่มอบหมายงานให้รมช.คมนาคมรับไปดำเนินการ ในด้านนโยบายถือว่าตนต้องรับผิดชอบ เรื่องนี้เชื่อว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร หากมีปัญหาในส่วนใดสามารถพูดคุยโดยตรงกับตนเองได้

พล.อ.อ.สุกำพลกล่าวต่อว่า การทำงานที่ผ่านมาตนยึดหลักการทุกอย่างเข้ามาดูและตรวจสอบให้เป็นไปตามขั้นตอน ยึดตามแนวนโยบายพรรคและทำงานร่วมกับรมช. คมนาคม ไม่มีปัญหาอะไร ส่วนกระแสข่าวปรับครม.ภายหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้นมองว่าวิถีการเมืองต้องรอดูอีกสักระยะ เพราะทำงานยังไม่ถึง 3 เดือน ติดปัญหาน้ำท่วม ทำให้คนที่ทำงานอาจยังไม่ได้แสดงฝีมือเต็มที่

เผยชัจจ์อึดอัดโดนล้วงลูก

แหล่งข่าวจากคนใกล้ชิดพล.ต.ท.ชัจจ์เผยว่า เหตุผลที่พล.ต.ท.ชัจจ์เดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณในครั้งนี้เพราะอึดอัดในการทำงานภายในกระทรวงคมนาคม นอกจากได้รับการจัดสรรงานจำนวนน้อยแล้ว เมื่อต้องทำงานหรือสั่งการยังไม่มีอำนาจเต็มที่ ทำให้ผู้บริหารหน่วยงานสับสนว่าจะต้องรับคำสั่งจากรมว.คมนาคม หรือรมช.คมนา คมที่กำกับดูแล รวมทั้งการทำงานบางส่วนติดขัดที่พล.อ.อ.สุกำพล เช่น การแต่งตั้งคณะกรรมการในหน่วยงานที่รมช.คมนาคมรับผิดชอบ อำนาจการตัดสินใจอยู่ที่พล.อ.อ. สุกำพลทั้งสิ้น ทำให้งานทุกอย่างล่าช้า

แหล่งข่าวคนเดิมกล่าวอีกว่า ขณะนี้เกิดความขัดแย้งภายในกระทรวงคมนาคมเพราะไม่พอใจบทบาทของพล.อ.อ.สุกำพล จึงเป็นเหตุให้คณะของพล.ต.ท.ชัจจ์และส.ส.พรรคเพื่อไทยจำนวนหนึ่งต้องขอให้พ.ต.ท.ทักษิณเข้ามาจัดการเรื่องนี้ โดยเฉพาะ 2 รมช.คม นาคมคือ พล.ต.ท.ชัจจ์ และนายกิตติศักดิ์ หัตถสงเคราะห์ เคยพูดคุยปรับทุกข์กันถึงเรื่องการทำงานร่วมกับพล.อ.อ.สุกำพลว่า นอกจากการแบ่งงานที่รู้สึกว่าไม่เป็นธรรมแล้ว ในการทำงานนั้นปรากฏว่าพล.อ.อ. สุกำพลเข้ามาล้วงลูกทั้งหมด โดยเฉพาะการแต่งตั้งบอร์ดต่างๆ อำนาจสิทธิ์ขาดจะอยู่ที่รมว.คมนาคมทั้งหมด รวมทั้งได้สร้างความไม่พอใจให้นายชาญยุทธ เฮงตระกูล เลขา นุการรมว.คมนาคม และนายชินวัฒน์ หาบุญพาด ที่ปรึกษารมว.คมนาคมด้วย

แหล่งข่าวคนเดิมกล่าวว่า ในการเข้าพบหารือกับพ.ต.ท.ทักษิณครั้งนี้ กลุ่มของพล.ต.ท.ชัจจ์มีแรงสนับสนุนจากกลุ่มคนเสื้อแดงที่ยื่นคำขาดว่าจะเลือกเตรียมทหาร 10 คนเดียว และจะตัดหางกลุ่มคนเสื้อแดงที่สนับสนุนพรรคหรือไม่ ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณระบุว่าเรื่องนี้ได้พูดคุยทำความเข้าใจถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับพล.อ.อ.สุกำพลแล้ว เชื่อว่าหลังจากนี้การทำงานต่างๆ จะดีขึ้น


หน้า 1




 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.