มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 2873 คน
วันที่ 06 ธันวาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7312 ข่าวสดรายวัน


ปชป.ขู่เพือไทย ยื่นยุบ-รอบ3


พท.นัดถก ถอดถอน ศาลรธน. กกต.ด้วย


ปชป.ยันยื่นศาลรธน. ตีความอำนาจนายทะเบียนฯ-กกต.ทำตามกระบวนการ ขู่เพื่อไทยระวังโดนยุบรอบ 3 หากยังไม่หยุดจ้อ เมินคลิปพสิษฐ์ ชี้แค่ผู้ต้องหาคอยจ้องแทงข้างหลัง นักวิชาการห่วงปชป.ชนะฟาวล์คดี 258 ล้านซ้ำรอย 29 ล้านเหตุนายทะเบียนฯ ข้ามขั้นตอน อัยการยันทำถูกต้อง แต่หากมีข้อผิดพลาด 'อภิชาต' ในฐานะ นายทะเบียนฯ ต้องชี้แจง 'เด็จพี่' เผยคณะทำงานนัด 14 ธ.ค.หารือถอดถอนกกต.-ตุลาการ สั่งจับตาคดี 258 ล้าน 9 ธ.ค.นี้ที่ศาลรธน.นัดพร้อมคู่ความ ทีมปราบโกงเพื่อไทยเปิด 120 เมนูทุจริต 2 ปีรัฐบาลบริหารงานล้มเหลวในวันที่ 17 ธ.ค. หวังเรียกน้ำย่อยก่อนยื่นซักฟอกในสมัยประชุมหน้า โฆษกปชป.ขู่ทันควันหากใช้ข้อมูลเท็จเจอฟ้องแน่ เตรียมออกหนังสือ-วิดีโอ ผลงานรัฐบาล 2 ปีแข่ง ยันไม่ใช่หาเสียง เลือกตั้งซ่อมวันที่ 2 ไม่คึกคัก เพื่อไทยโคราช-สุรินทร์โวยขนคนหย่อนบัตร ล่วงหน้า

พท.แฉ 120 ทุจริตก่อนซักฟอก

วันที่ 5 ธ.ค. น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส. กทม. ในฐานะผู้อำนวยการสำนักงานปราบโกง พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงสำนักงานปราบโกงพรรคเพื่อไทยเตรียมเผยแพร่ผลการติดตามการทำงานของรัฐบาลครบรอบ 2 ปี ในวันที่ 17 ธ.ค.ว่า สำนักงานปราบโกงได้รวบรวมผลงาน ล้มเหลวของรัฐบาลและการบริหารราชการที่ผิดพลาด โดยแบ่งการตรวจสอบออกเป็น 5 ด้าน คือ การเมือง เศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง และอื่นๆ อาทิ การบริหารเศรษฐกิจแบบรวยกระจุกจนกระจาย นโยบายต่างๆประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้รับประโยชน์นอกจากกลุ่มนายทุน การใช้อำนาจรัฐแสวงหาประโยชน์ให้กับตัวเองและพวกพ้อง ระบบ 2 มาตรฐาน สวัสดิภาพในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนลดลง การแพร่ระบาดของยาเสพติด และการขยายตัวของอบายมุข ทั้งนี้ สำนักงานปราบโกงกำลังหารือกันว่าจะเผยแพร่ผลการตรวจสอบทั้ง 120 เรื่องไปสู่สาธารณชนอย่างไร ระหว่างการจัดนิทรรศ การอย่างเต็มรูปแบบ กับการจัดแถลงข่าว

"การนำเสนอเรื่องทุจริต 120 เรื่องนั้นเรียกง่ายๆ ว่าเมนูคอร์รัปชั่น ซึ่งเราจะเสิร์ฟออร์เดิร์ฟไปก่อนในวันที่ 17 ธ.ค. จากนั้นค่อยเสิร์ฟเมนคอร์สตามอีกครั้งในการเปิดอภิปรายไม่ไว้วาง ใจในสมัยประชุมสามัญทั่วไป ซึ่งพรรคเพื่อไทยจะยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างแน่นอน แต่กรอบเวลาการยื่นนั้นจะมีการประชุมกันอีกครั้ง ทั้งนี้ ประเด็นที่จะใช้อภิปรายนั้นมีทั้งประเด็นใหม่และประเด็นที่ต่อจากภาคแรก เน้นไปที่กระทรวงในการกำกับดูแลของพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทย" น.อ.อนุดิษฐ์กล่าว

รัฐบาลขนมจีนเหตุไร้น้ำยา

ด้านนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเห็นว่ารัฐบาลไม่มีผลงานเป็นชิ้นเป็นอันที่จะแถลงให้สาธารณะรับทราบได้ แม้แต่นโยบายประชานิยมที่นำมาใช้ก็เหมือนการลอกรัฐบาลพรรคไทยรักไทยและรัฐบาลพรรคพลังประชาชน รวมทั้งแนวทางของพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร นอกจากนี้รัฐบาลชุดนี้ยังมีปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นมาก โครงการต่างๆ มีการหักเปอร์เซ็นต์ร้อยละ 25-30 การบริหารราชการก็ไม่เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล ไม่มีความโปร่งใส กู้มาโกงและยังบริหารจัดการปัญหาล่าช้า ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบร้ายแรง ดังเช่นเหตุการณ์น้ำท่วมที่รัฐบาลปล่อยให้มีผู้เสียชีวิตถึง 200 กว่าคน จึงขอให้ฉายารัฐบาลนี้ว่ารัฐบาลขนมจีน เพราะมีแต่เส้น ไม่มีน้ำยา

จี้เลิกพรก.ฉุกเฉิน-ของขวัญปีใหม่

"คณะทำงานด้านการเมืองของพรรคเพื่อไทยขอเรียกร้องให้รัฐบาลสร้างผลงานชิ้นโบแดงก่อนการแถลงผลงานต่อประชาชน ด้วยการยกเลิกการประกาศใช้พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อคืนสิทธิเสรีภาพของประชาชน สื่อมวลชน รวมทั้งการที่รัฐบาลระบุว่าเดือนนี้เป็นเดือนมหามงคล ยิ่งต้องยกเลิกการประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินที่ใช้มากว่า 8 เดือน ส่งผลให้ชื่อเสียงของประเทศเสียหาย เพื่อเป็นของขวัญให้ประชาชนในช่วงเดือนมหามงคลและเป็นของขวัญปีใหม่" นายพร้อมพงศ์กล่าว

นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า คณะทำงานด้านการเมือง ด้านเศรษฐกิจ และสำนักงานปราบโกงของพรรคเพื่อไทย เตรียมที่จะแถลงผลงานรัฐบาลในรอบ 2 ปีในมุมมองของฝ่ายค้าน เพื่อบอกให้ประชาชนทราบว่ารัฐบาลชุดนี้มีผลงานอะไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นความเสียหายจากการบริหารบ้านเมือง การสลายการชุมนุมที่ทำให้ประชาชนที่มาเรียกร้องประชาธิปไตยกว่า 91 ศพต้องเสียชีวิต และยังไม่มีความรับผิดชอบ คดีไม่มีความคืบหน้า รวมทั้งโครงการของรัฐบาลไม่น้อยกว่า 120 โครงการที่ส่อทุจริต ไม่มีความ โปร่งใส รวมถึงกรณียุบพรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นที่กังขาของสังคม

ปชป.ขู่ฟ้องพท.แฉเรื่องเท็จ

ที่พรรคประชาธิปัตย์ น.พ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า เนื่องในวโรกาสเดือนมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พรรคขอเชิญชวนคนไทยยุติการแสดงออกถึงความขัดแย้ง และให้สิ้นปีนี้เป็นจุดสิ้นสุดและเริ่มทุกคนช่วยกันเข้าสู่ความสามัคคีปรองดอง เพื่อให้การเมืองกลับมาสู่การแข่งขันอย่างเป็นปกติอีกครั้ง

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า ส่วนที่พรรคเพื่อไทยจะออกหนังสือทุจริตอภิสิทธิ์ชนในรอบ 2 ปี วันที่ 17 ธ.ค.นี้ โดยระบุจะเปิดเผยการทุจริตของรัฐบาลนี้ 120 เรื่องนั้น พรรคยินดีให้ตรวจสอบและจะให้ข้อมูลเปรียบเทียบ แต่ถ้าพรรคเห็นว่าใช้ข้อมูลเท็จ ใส่ร้ายกล่าวหา พรรคจะใช้สิทธิ์ฟ้องร้อง และเห็นว่าพรรคเพื่อไทยควรแข่งกันเสนอนโยบายที่เป็นประโยชน์กับประชาชน และเสนอผู้นำฝ่ายค้านที่ชัดเจน

โชว์ผลงาน 2 ปีแข่งทุจริตอภิสิทธิ์ชน

น.พ.บุรณัชย์กล่าวว่า ทั้งนี้ ในวันดังกล่าวพรรคจะเผยแพร่เอกสารผลงานครบรอบ 2 ปีรัฐบาล และจะทำวิดีโอชื่อ วาระประชาชนบทที่ 2 ออกสื่อทุกแขนงในวันที่ 22 ธ.ค.นี้ เพื่อให้เห็นว่ามีนโยบายที่ทำเสร็จสิ้น 3 เรื่อง คือ เรียนฟรี 15 ปี เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ และเช็คช่วยชาติ และกำลังทำอีก 7 เรื่อง คือการประกันรายได้ การเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำผู้ใช้แรงงาน การแก้หนี้ครบวงจร กองทุนเงินออมแห่งชาติ บ้านมั่นคง โฉนดชุมชน และการวางโครงสร้างเศรษฐกิจมหาภาคอย่างยั่งยืนเป็นรูปธรรม

เมื่อถามว่าหลายฝ่ายโจมตีว่าเป็นการแจกแหลกเพื่อรองรับการเลือกตั้งแต่ไม่ได้แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง น.พ.บุรณัชย์กล่าวว่า นโยบายที่จะผลักดันบางนโยบายไม่ได้ใช้เงิน แต่ใช้อำนาจรัฐเข้าไปแก้ปัญหากลุ่มอาชีพที่เดิมถูกอำนาจรัฐเอาเปรียบ เช่น กลุ่มขับรถรับจ้างและมอเตอร์ ไซค์ หรือขยายฐานจากที่มีอยู่เดิม เช่น การประกันสังคมที่ครอบคลุมมากขึ้น และการให้มีกองทุนเงินออม ยืนยันไม่ได้เป็นการหาเสียงเพราะไม่มีใครรู้ว่าจะเลือกตั้งเมื่อไหร่

ฉะขบวนการกดดันยุบปชป.

น.พ.บุรณัชย์กล่าวถึงคดียุบพรรคประชาธิปัตย์จากการรับเงินบริจาค 258 ล้านบาทจากบริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) ผ่านบริษัท เมซไซอะ บิซิเนส แอนด์ คลีเอชั่น จำกัด ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญนัดพร้อมคู่ความในวันที่ 9 ธ.ค.นี้ว่า พรรคหารือกับทีมกฎหมายแล้วเห็นชัดเจนว่ายังมีการเคลื่อนไหวกดดันศาลรัฐธรรมนูญตลอด เพื่อสร้างกระแสกดดันให้ตัดสินยุบพรรคประชาธิปัตย์ให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นความเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองหนึ่ง อดีตนายกฯ ภาคประชาชนบางกลุ่มและผู้ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองบางกลุ่ม ซึ่งใช้คำว่ารังสีอำมหิต ทั้งหมดสะท้อนว่ากระบวนการยุติธรรมถูกคุก คาม พรรคยืนยันว่าได้ต่อสู้คดีไปตามพยานหลักฐานข้อเท็จจริง และสุจริต ยึดระบบศาล ไม่มีใครให้ความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ดังนั้น ขอให้ประชาชนทุกคนรักษาระบบและปฏิเสธขบวน การแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม

ยื่นศาลรธน.ตีความตามอำนาจ

นายไชยวัฒน์ ไตรยสุนันท์ หนึ่งในคณะทำงานด้านกฎหมายเพื่อต่อสู้คดียุบพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงพรรคเพื่อไทยเตือนการชิงปิดคดียุบพรรคประชาธิปัตย์กรณีการรับเงินบริจาคจากบริษัททีพีไอฯ 258 ล้านบาท จะนำไปสู่วิกฤตว่า การที่ทีมกฎหมายของพรรคยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาในข้อกฎหมายเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของนายทะเบียนพรรคการเมืองและกกต. ถือเป็นการทำตามกระบวนการ แต่การจะรับเรื่องไว้พิจารณาหรือไม่ขึ้นอยู่กับศาลรัฐธรรมนูญ ตนอยากขอร้องพวกที่ไม่รู้ข้อเท็จจริงควรหยุดพูดเพื่อเอาประโยชน์ใส่ตัวเอง ตอนนี้สังเกตได้ว่าเริ่มมีกระบวนการข่มขู่ คุกคามกันอีกแล้ว มีการบอกว่าถ้าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ถูกยุบ ความวุ่นวายจะเกิดขึ้น ทั้งที่คู่กรณีเรื่องนี้คืออัยการสูงสุดกับกกต. แต่พรรคเพื่อไทยทำตัวเป็นคู่กรณีเสียเอง จุดนี้ยิ่งจะทำให้เกิดความวุ่นวาย และถ้าห่วงบ้านเมืองจริง ทุกฝ่ายควรเคารพกติกา

ผู้สื่อข่าวถามว่าทีมกฎหมายจะตั้งรับอย่างไร เพราะกระบวนการกดดันศาลรัฐธรรมนูญยังมีอย่างต่อเนื่อง นายไชยวัฒน์กล่าวว่า ไม่ต้องตั้งรับอะไร พรรคจะทำตามกฎหมาย และไม่ทำนอกกติกา อย่างกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปของนายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ อดีตเลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญ มาอีกนั้น ขณะนี้นายพสิษฐ์ ถือเป็นผู้ต้องหา แล้วยังมาพูดลับหลังและไม่พูดความจริง

เตือนพท.ระวังถูกยุบรอบสาม

นายไชยวัฒน์กล่าวถึงรองโฆษกพรรคเพื่อไทยเสนอให้สถาบันการศึกษาตั้งศาลจำลองการพิจารณาคดีกรณีเงิน 29 ล้านบาทที่ศาลรัฐ ธรรมนูญวินิจฉัยยกคำร้องเพราะสำนวนไม่ครบองค์ประกอบตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องว่า การวิจารณ์คดีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาดถือเป็นสิทธิ์ทำได้ หากเป็นการวิจารณ์ทางวิชาการเพื่อต่อยอดองค์ความรู้ทางกฎหมาย ขอให้เอาผู้ที่มีความรู้ทางกฎหมายจริงๆ มาวิจารณ์ และผู้วิจารณ์ต้องเป็นกลางและมีคุณธรรม ไม่ใช่ไปเอานักวิชาการที่มีใจไม่เป็นธรรมมาวิจารณ์เพื่อนำคำวิจารณ์ไปขยายประเด็น โยงเพื่อหวังผลทางการเมืองอย่างที่มีหลายกลุ่มทำอยู่ มันจะยิ่งไปกันใหญ่

ทีมกฎหมายฯ กล่าวว่า ที่สุดแล้วประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินว่าใครใช้เหตุการณ์หรือสร้างสถานการณ์ต่างๆ อยากแนะนำให้พรรคเพื่อไทยเตรียมทนายความไว้ หากมีการร้องว่าใช้ข้อมูลเพื่อใส่ร้ายป้ายสีพรรคอื่นอาจเข้าข่ายถึงขั้นยุบพรรคเพื่อไทยรอบที่ 3 ก็ได้ ดังนั้น หากพรรคเพื่อไทยโยนประเด็นนี้ต่อสังคมตนอยากให้จัดนักวิชาการที่เป็นกลางมาวิจารณ์ มากกว่าหวังสร้างประเด็นให้ประชาชนเข้าใจผิดต่อสถาบันและองค์กรในกระบวนการยุติธรรม

เมื่อถามถึงความคืบหน้าการยื่นยุบพรรคเพื่อไทย รอบ 3 นายไชยวัฒน์กล่าวว่า ขณะนี้ทีมกฎหมายของพรรคกำลังรวบรวมหลักฐานต่างๆ ถ้าถึงเวลาจะนำมาพิจารณาว่าพรรคเพื่อไทยมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการที่เกิดขึ้นหรือไม่ มีการยุยงให้เกิดความวุ่นวายหรือไม่ และจะยื่นยุบพรรคเพื่อไทยได้หรือไม่

พท.สั่งเกาะติดคดี 258 ล้าน

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงศาลรัฐธรรมนูญนัดพร้อมคู่ความในคดียุบพรรคประชาธิปัตย์จากเงินบริจาค 258 ล้านบาทในวันที่ 9 ธ.ค.ว่า คณะติดตามคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ของพรรคเพื่อไทยจะส่งคนเข้าไปสังเกตการณ์ในวันที่ 9 ธ.ค.นี้เพื่อดูแนว ทางการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญว่าจะน่ากังขาเหมือนกับคดี 29 ล้านบาทหรือไม่ สำหรับการยื่นถอดถอนตุลาการหรือกกต. ทางคณะทำงานของพรรคจะประชุมกันในวันที่ 14 ธ.ค. อย่างไรก็ตาม ต้องรอดูคำวินิจฉัยกลางและคำวินิจฉัยส่วนตนของตุลาการทั้ง 6 คนว่าเป็นอย่างไร และดูว่าความบกพร่องอยู่ที่ไหน อยู่ที่ กกต.หรือศาลรัฐธรรมนูญ แล้วจึงจะมีแนวทางดำเนินการต่อไป

ห่วงปชป.ชนะฟาวล์คดี 258 ล.

นายคมสัน โพธิ์คง อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ให้สัมภาษณ์ถึงพรรคประชาธิปัตย์จะนำประเด็นนายทะเบียนพรรคการเมืองยังไม่ได้ทำความเห็นให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ในคดีที่ถูกกล่าวหาใช้เงินบริจาค 258 ล้านบาทจากบริษัททีพีไอฯ ผ่านบริษัทเมซไซอะ ในลักษณะทำธุรกรรมอำพราง มายื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญยกคำร้องว่า เป็นไปได้พรรคประชาธิปัตย์จะชนะ เนื่องจากคดี 258 ล้านบาท มีการส่งเรื่องเข้า กกต. 2 ครั้ง ครั้งแรก กกต. เห็นว่านายทะเบียนฯ ยังไม่ทำความเห็น ก็มีมติให้นายทะเบียนฯ กลับไปทำความเห็นก่อน นายทะเบียนฯ ก็กลับไปทำความเห็นแล้วบอกว่าไม่ยุบ เรื่องอยู่ที่นายทะเบียนฯ แต่พอมีเสื้อแดงมากดดัน กกต.เอาเรื่องนี้มาพิจารณา ซึ่งนายทะเบียนฯ ยังไม่เสนอความเห็นอีก ก็สันนิษฐานว่านายทะเบียนฯ ยังยืนยันว่าไม่ยุบ เมื่อ กกต.ไปวินิจฉัยว่าให้ยุบ เท่ากับทำข้ามขั้นตอน และเป็นคนสั่งให้พิจารณายุบพรรคเสียเอง เข้าไปใช้อำนาจนายทะเบียนฯ เสียเอง

"คดี 258 ล้านจึงน่าจะมีปัญหาเช่นเดียวกับกรณี 29 ล้าน ในเรื่องของการกระทำข้ามขั้นตอน และการเข้าไปใช้อำนาจนายทะเบียนฯ โดยมิชอบ ซึ่งคดีนี้ศาลรัฐธรรมนูญยังไม่ได้สืบพยาน ยังไม่ได้ไต่สวน ถ้ากระบวนการเบื้องต้นไม่ถูกต้องเสียแล้วถือว่าคดีจบไปเลย ไม่ต้องไปพูดถึงกระบวน การขั้นต่อไปอีก" นายคมสันกล่าว

อัยการย้ำทำถูกขั้นตอน

นายวัยวุฒิ หล่อตระกูล รองอัยการสูงสุด หนึ่งในคณะทำงานอัยการชุดที่พิจารณาสำนวนคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ กรณีรับเงินบริจาค 258 ล้านบาท กล่าวว่า ในวันที่ 9 ธ.ค.นี้ทางศาลรัฐธรรมนูญได้นัดสืบพยานในคดีดังกล่าว โดยเราได้เตรียมข้อมูลไว้เรียบร้อยแล้ว แต่หากศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย หรือตัดสินคดีเลยก็เป็นเรื่องของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ยืนยันว่าคณะทำงานของอัยการปฏิบัติตามขั้นตอนของ กฎหมาย ที่ให้อำนาจพิจารณาและตั้งคณะทำงาน เพื่อสรุปความเห็นยื่นภายใน 30 วัน หากมีใครเอาคดีเงิน 29 ล้านบาทที่ศาลรัฐธรรมนูญยกฟ้องมาเทียบเคียง คิดว่าข้อเท็จจริงมันคนละเรื่องกัน ตัวกฎหมายใช้ต่อสู้กันคนละมาตรา คือในคดี 29 ล้านเขาสู้ในมาตรา 93 แต่คดีเงินบริจาค 258 ล้านบาทสู้ในมาตรา 95-96 แต่ทั้งหมดอยู่ที่ศาลจะเป็นผู้พิจารณา ไม่ทราบว่าทิศทางของคดีจะออกมาในรูปแบบไหน

"แต่ถ้าหากคดี 258 ล้านมีประเด็นนายทะเบียนฯ ขึ้นมาเป็นความผิดพลาดอีก นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต. ต้องอธิบายกับสังคมให้ทราบเองว่า ความผิดพลาดนั้นมาจากอะไร" นายวัยวุฒิกล่าว

'สุวัจน์'จี้ยอมรับคำตัดสิน

ที่ จ.นครราชสีมา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ แกนนำพรรครวมชาติพัฒนา กล่าวถึงคดีเงิน 258 ล้านบาทที่เกรงจะซ้ำรอยคดีเงิน 29 ล้านบาทว่า มันเป็นเรื่องของเทคนิค หรือวิธีต่อสู้คดีของผู้ที่เกี่ยวข้อง แต่ขึ้นอยู่กับคำตัดสินของศาลรัฐธรรม นูญ ซึ่งหลังจากตัดสินคดี 29 ล้านไปแล้ว ต้องยอมรับว่าทุกฝ่ายให้ความร่วมมือยอมรับคำตัดสิน ยังไม่มีเหตุวุ่นวายขึ้น ต้องชมสปิริตของทุกฝ่าย ฉะนั้นกรณี 258 ล้านถ้าตัดสินอะไรออกมาอยากให้ทุกคนยึดถือแนวทางการตัดสินของศาลฯ เพื่อรักษากระบวนการยุติธรรมให้ศักดิ์สิทธิ์และเป็นบรรทัดฐานแก้ไขปัญหาของบ้านเมืองต่อไป และไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรเชื่อว่าไม่กระทบต่อเสถียรภาพรัฐบาล ทุกอย่างเดินมาด้วยดีแล้ว ส่วนรัฐบาลจะทำงานต่อไปได้นานแค่ไหนอยู่ที่เหตุผลของนายกฯ เพราะเคยพูดแล้วว่าปีหน้าจะมีการเลือกตั้ง

เมื่อถามถึงพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทยระบุเลือกตั้งปีหน้า พรรคจะได้ที่นั่ง 450 เสียง นายสุวัจน์กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติ ทุกพรรคก็ต้องหวังเป็นรัฐบาล ส่วนพรรครวมชาติพัฒนาจะได้กี่ที่นั่งนั้น นายสุวัจน์หัวเราะก่อนกล่าวว่า ต้องถามหัวหน้าพรรค ตนยังไม่ทราบ

เลือกตั้งล่วงหน้ากทม.กร่อย

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 2 ในการเลือกตั้งส.ส.แทนตำแหน่งที่ว่างใน 5 เขตเลือกตั้ง ปรากฏว่าการเลือกตั้งส.ส.เขต 2 กทม. ที่หน่วยเลือกตั้งกลาง สำนักงานเขตยานนาวา มีผู้ทยอยมาใช้สิทธิ์อย่างต่อเนื่อง ส่วนหีบบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าที่ใช้สิทธิ์ไปแล้วเมื่อวันที่ 4 ธ.ค. เก็บไว้ในห้องสี่เหลี่ยมสามารถมองเห็นหีบบัตรได้จากด้านนอก ภายในอาคารสำนักงานเขต ชั้น 1 โดยมีตำรวจและเทศกิจดูแลตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดจับภาพ

น.ส.อมรรัตน์ กฤตยานวัช ผู้อำนวยการเขตคลองเตย และกรรมการการเลือกตั้งเขต 2 กรุงเทพฯ กล่าวว่า บรรยากาศการใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าค่อนข้างบางตา โดยวันแรกมีผู้มาใช้สิทธิ์เพียง 271 คนเท่านั้น ซึ่งผู้มาใช้สิทธิ์ล่วงหน้าส่วนใหญ่ให้เหตุผลว่าในวันเลือกตั้งจริงต้องเดินทางไปต่างจังหวัดในช่วงวันหยุดยาว ส่วนหีบบัตรเลือกตั้งนั้นจัดพื้นที่ห้องโถงด้านล่างสำนักงานเขตเป็นสถานที่จัดเก็บ โดยจะนำหีบบัตรที่มีการลงคะแนนแล้วไปใส่ไว้ในกรงเหล็ก ล็อกกุญแจปิดไว้อย่างดี พร้อมติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด 2 ตัว ตรวจดูสิ่งผิดปกติ และยังมีเจ้าหน้าที่เทศกิจเฝ้าตลอด 24 ชั่วโมง ดังนั้น ขอให้มั่นใจกับผู้สมัครส.ส.ทุกพรรคว่า ในการเลือกตั้งล่วงหน้าจะไม่มีปัญหาทุจริตคะแนนเสียงแน่นอน

นายเจริญรัตน์ ชูติกาญจน์ ปลัดกรุงเทพ มหานคร (กทม.) เปิดเผยถึงการเลือกตั้งล่วงหน้า ส.ส.เขต 2 กทม. ระหว่างวันที่ 4-5 ธ.ค.ว่า การใช้สิทธิ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย แต่ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์บางตา ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเป็นช่วงวันหยุดยาว โดยวันนี้(5 ธ.ค.) มียอดผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้า 2,110 คน แบ่งเป็นเขตยานนาวา 448 คน เขตบางคอแหลม 464 คน เขตสาทร 44 คน เขตคลองเตย 287 คน และเขตวัฒนา 467 คน รวมยอดการใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าทั้ง 2 วัน มี 4,124 คน

โคราชคึก-ขู่เด้งตร.เอียงข้าง

สำหรับการเลือกตั้งส.ส.เขต 6 นครราชสีมา ที่หน่วยเลือกตั้งกลางประจำอำเภอโชคชัย ซึ่งให้หอประชุมที่ว่าการอำเภอโชคชัย จ.นครราชสีมา เป็นสถานที่ลงคะแนน ตั้งแต่ช่วงเช้ามีประชาชนมาขอใช้สิทธิ์คึกคักและช่วงบ่ายเริ่มบางตา ทั้งนี้ ไม่พบความผิดปกติกรณีการใช้ยานพาหนะขนคนลงคะแนนยังหน่วยเลือกตั้งเหมือนที่อำเภอจักราช ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 ธ.ค. ขณะที่ ภาพรวมของผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าใน 5 อำเภอของพื้นที่เขต 6 นครราชสีมา ประกอบด้วย อ.โชคชัย, หนองบุญมาก, เฉลิมพระเกียรติ, จักราช และห้วยแถลง มีผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าวันแรกรวม 4,300 ราย จากผู้มีสิทธิ์ทั้งหมด 235,753 ราย

เวลา 10.00 น. พล.ต.ท.ระพีพัฒน์ ปาละวงค์ ผู้ช่วยผบ.ตร. พร้อมด้วยพล.ต.ต.เดชา ชวยบุญชุม รอง ผบช.ภ.3 และคณะ ได้มาสังเกต การณ์และตรวจสอบความเรียบร้อยที่หน่วยเลือกตั้งกลางอำเภอโชคชัย และตรวจสอบสถานที่ใช้เก็บรักษาหีบบัตรเลือกตั้งที่ สภ. โชคชัย ซึ่งเจ้าหน้าที่ใช้ห้องควบคุมผู้ต้องหาหญิงเป็นสถานที่ใช้เก็บรักษาหีบบัตรเลือกตั้ง พร้อมกำชับตำรวจ สภ.โชคชัย ดูแลรักษาหีบบัตรเลือกตั้งอย่างเข้มงวด วางตัวเป็นกลาง โดยระบุว่าขณะนี้ตำรวจถูกเพ่งเล็งว่าไม่วางตัวเป็นกลางในการเลือกตั้งครั้งนี้ หากมีเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่รายใดถูกร้องเรียนว่าวางตัวไม่เป็นกลางจะถูกสั่งไปช่วยราชการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติภายใน 24 ชั่วโมง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่พล.ต.ท.ระพีพัฒน์ตรวจสอบสถานที่ใช้เก็บรักษาหีบบัตรเลือกตั้งที่ สภ.โชคชัย ทางพล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้มาขออนุญาตติดตั้งกล้องวงจรปิดหน้าห้องที่ใช้เก็บรักษาหีบบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า เนื่องจากสถานที่ใช้เก็บรักษาหีบบัตรของ สภ.โชคชัย ไม่มีกล้องวงจรปิดติดตั้งอยู่ ซึ่งตอนแรกเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ยอม ระบุไม่มีอำนาจ แต่เมื่อพล.ต.ท.ระพีพัฒน์ได้พูดคุยกับพล.ต.ท.ชัจจ์ ถึงปัญหาดังกล่าวจึงอนุญาตให้ติดตั้งทันที

พท.พบพิรุธขนคน-ซื้อเสียง

พล.ต.ท.ชัจจ์กล่าวว่า หลังจากมีโอกาสมาสังเกตการณ์การเลือกตั้งล่วงหน้า ได้รับรายงานความผิดปกติหลายอย่างที่เข้าข่ายการกระทำผิดกฎหมายการเลือกตั้ง โดยเฉพาะการใช้ยานพาหนะนำผู้มีสิทธิ์มาลงคะแนนในหลายอำเภอ นอกจากนี้ยังพบกระแสข่าวการพยายามทุจริตการเลือกตั้งของผู้สมัครบางคนที่ใช้วิธีซื้อเสียง ด้วยการสัญญาว่าจะให้ค่าตอบแทนหลังมาลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าเรียบร้อยแล้ว รวมถึงตรวจสอบใบยื่นจำนงขอเลือกตั้งล่วงหน้าบางคนพบว่ามูลเหตุที่ใช้เป็นข้ออ้างขอใช้สิทธิ์นั้นมีลายมือที่กรอกลงในใบยื่นจำนงคล้ายคลึงกัน จึงตั้งข้อสังเกตว่าน่าจะใช้วิธีกรอกข้อมูลที่ไม่ตรงความจริงและไม่ใช่เป็นผู้มีสิทธิกรอกข้อมูลเอง โดยพรรคกำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อร้องเรียน กกต.ต่อไป

ด้านพล.อ.วีรวุธ ส่งสาย ประธาน กกต. จังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า จนถึงวันนี้ กกต.ได้รับเรื่องร้องเรียนการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งใน 2 ประเด็น คือ มีกลุ่มหัวคะแนนของผู้สมัครบางคนมีการจัดเลี้ยง จูงใจให้ประชาชนไปใช้สิทธิ์โดยสัญญาว่าจะให้สิ่งตอบแทน และอีกเรื่องการกระทำในลักษณะเกณฑ์ประชาชนมาลงคะแนนใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้า ซึ่งขณะนี้ กกต.ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ส่วนการตรวจสอบการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งช่วงจัดเลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 4-5 ธ.ค. เบื้องต้นยังไม่พบมีการกระทำผิด

สุรินทร์โวยหิ้วคนแก่ใช้สิทธิ์

ส่วนที่เขต 3 สุรินทร์ บรรยากาศการเลือกตั้งตั้งแต่ช่วงเช้าไม่คึกคักเท่าที่ควร มีประชาชนมาใช้สิทธิ์ไม่มากนัก ส่วนใหญ่เป็นคนสูงอายุ

เวลา 16.00 น. ที่ศูนย์ประสานงานพรรคเพื่อไทย จ.สุรินทร์ นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อไทย แถลงว่า ในการใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าเขต 3 สุรินทร์ พบว่ามีการขนคนไปลงคะแนนจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นคนแก่ บางคนเดินแทบไม่ไหว อ้างว่าวันที่ 12 ธ.ค.ซึ่งเป็นวันเลือกตั้งต้องเดินทางไปนอกพื้นที่จึงมาขอใช้สิทธิ์ แต่พอสอบถามผู้เฒ่าคนแก่เหล่านั้นทราบว่าไม่ได้ไปไหน มีคนบอกให้ไปเลือกตั้งล่วงหน้า มีรถมารับถึงบ้าน พร้อมมีค่าตอบแทนให้ด้วย จึงขอเรียกร้องให้ กกต.เคร่งครัดปฏิบัติตามกฎหมายเลือกตั้ง

ขอนแก่นตั้งเป้าร้อยละ 60

ขณะที่การเลือกตั้งล่วงหน้าที่เขต 2 ขอนแก่น ในวันที่ 2 มีผู้ออกมาใช้สิทธิ์ค่อนข้างเงียบเหงา ส่วนใหญ่บอกว่าจะไปใช้สิทธิ์ในวันเลือกตั้งจริง เพราะยังไม่เสร็จจากการเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าว พบว่าโดยภาพรวมไม่มีปัญหา

นายมาณพ แสนประเสริฐ ประธาน กกต. จังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า จากการประเมินผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งส.ส.เขต 2 ขอนแก่น ทั้งล่วงหน้าและวันเลือกตั้งจริง คาดว่ามีผู้มาใช้สิทธิ์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 เนื่องจากส่วนใหญ่ยังให้ความสำคัญกับการเลือกส.ส.ในพื้นที่ อีกทั้งผู้สมัครทั้งสองคนเป็นที่รู้จักของคนในพื้นที่ ทำให้การเลือกตั้งค่อนข้างคึกคัก


หน้า 1




 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.