มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 1887 คน
วันที่ 07 กันยายน พ.ศ. 2555 ปีที่ 22 ฉบับที่ 7953 ข่าวสดรายวัน


ยังตกหนัก-อีก2วัน ฝนฉ่ำกทม.


ปูมั่นใจไม่ท่วม-ปล่อยน้ำตอ. กบอ.ชี้พายุซัด-สั่งหยุดทันที เตือน23จว.เฝ้าระวังดินถล่ม



อัมพาต - สภาพการจราจรบนถนนวิภาวดีฯ กลายเป็นอัมพาตเกือบตลอดทั้งวัน เช่นเดียวกับถนนสายหลักๆ ของกรุงเทพฯ หลังจากฝนตกหนักติดต่อกันหลายชั่วโมง เมื่อวันที่ 6 ก.ย.

ฝนฉ่ำกรุง เตือนยังตกหนักอีก 2 วัน "นายกฯปู" มั่นใจ ซ้อมปล่อยน้ำฝั่งตะวันออกวันนี้ ยันไม่ท่วมแน่ พร้อมสั่งเร่งวิเคราะห์ปล่อยน้ำวันแรก "ปลอด" ชี้ฝนถล่ม ขณะซ้อมให้หยุดทันที เชื่อไม่เกิดอุบัติเหตุระหว่างทดสอบ รองโฆษกรบ.ยันกรุงเก่าจมไม่เกี่ยวกับซ้อม ปภ.จับตา 3 วันอันตรายฝนถล่ม-น้ำป่า 23 จว. "สระแก้ว" วิกฤตน้ำป่าถล่ม-ไร่สวนเละ "อยุธยา" จับตา ผวาน้ำน้อยล้นตลิ่ง "ระนอง" น้ำป่าจู่โจมบ้านเรือนจมเมตรกว่า สั่งอพยพหนีน้ำวุ่น "พิจิตร" ฝนถล่มน้ำเอ่อล้นท่วมนับร้อยหลัง



"ปู"สั่งเร่งวิเคราะห์ปล่อยน้ำ

เมื่อวันที่ 6 ก.ย. ที่โรงแรมแกรนด์ไฮแอท เอราวัณ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการทดสอบปล่อยน้ำวันที่ 5 ก.ย.ว่า สำหรับกรณีที่นักวิชาการวิพากษ์วิจารณ์ถึงการซ้อมปล่อยน้ำมีปริมาณน้อยเกินไป จนไม่สามารถทดสอบประสิทธิภาพได้นั้น ยืนยันว่าทดสอบการระบายน้ำมีทั้งข้อห่วงใยและข้อกังวล ซึ่งยอมรับว่าถ้าจะทดสอบปล่อยปริมาณน้ำมากกว่านี้อาจทำให้ประชาชนเกิดความกังวล ดังนั้น ปริมาณน้ำที่ทดสอบปล่อยจึงเป็นตัวเลขตามหลักวิชาการที่พร้อมรับได้ เพื่อนำผลไปสะท้อนสภาพคูคลองและระบบระบายน้ำจริง รวมทั้งนำผลทดสอบที่ได้ไปคำนวณข้อมูลตั้งแต่ต้นน้ำ อย่างปีที่ผ่านมาน้ำเต็มเขื่อน ทำให้ไม่สามารถระบายลงมาได้ แต่วันนี้ถือว่ามีความพร้อมในการรับมือและพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น



มั่นใจน้ำไม่ท่วมกรุง

เมื่อถามว่าเท่าที่ดูผลการทดสอบมั่นใจขึ้นหรือไม่ปีนี้น้ำจะไม่ท่วมกรุงเทพฯ นายกฯ กล่าวว่า มั่นใจและเชื่อว่าดีขึ้น เพราะผลการทดสอบเหลือเพียงพื้นที่ฝั่งตะวันออก ที่จะทดสอบในวันที่ 7 ก.ย. ซึ่งมอบหมายให้ฝ่ายวิชาการและอนุคณะกรรมการติดตามวิเคราะห์สถานการณ์น้ำและจัดสรรน้ำ ที่มีนายรอยล จิตรดอน เป็นประธาน ประเมินผลอีกครั้ง

เมื่อถามอีกว่าร่องมรสุมและปริมาณฝนตกจะเป็นอุปสรรคหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า หน่วยงานด้านพยากรณ์ต้องคาดการณ์ รวมทั้งกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง 17 หน่วยงานต้องบูรณาการและสะท้อนข้อมูล ทั้งร่องมรสุมและสภาพดินฟ้าอากาศมาคำนวณ ถ้าอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่ปลอดภัยก็จะไม่ทดสอบหรือหยุดทันที เพราะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ใกล้กับคูคลองเป็นหลัก จึงขอให้ทุกฝ่ายสบายใจได้

ด้านนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย กล่าวว่า จากกรณีคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ทดสอบการปล่อยน้ำด้านทิศตะวันตกของกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 5 ก.ย.ที่ผ่านมานั้น นายกฯ ประชาชนและ กทม.ก็พึงพอใจกับผลการทดสอบ ซึ่งการประสานงานกับ กทม.ก็เป็นไปอย่างราบรื่นไม่มีปัญหา



"ปลอด"ชี้ฝนถล่ม-หยุดทันที

ด้านนายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยา ศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) กล่าวว่า การทดสอบระบบระบายน้ำวันที่ 7 ก.ย. เส้นทางระบายน้ำจากคลองรังสิตเข้าสู่คลองหกวาสายล่าง เข้าสู่คลองสองสายใต้ จากนั้นปล่อยลงคลองลาดพร้าว เพื่อให้น้ำไหลมายังอุโมงค์ยักษ์คลองแสนแสบ ซึ่งจะระบายน้ำที่ 60 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที และส่งต่อไปอุโมงค์ระบายน้ำคลองพระโขนง เพื่อไหลไปลงคลองสำโรง จ.สมุทรปราการ ออกทะเลที่คลองด่าน จ.สมุทรปราการ

นายปลอดประสพกล่าวอีกว่า สำหรับข้อกังวลว่าหากช่วงทดสอบแล้วเกิดฝนตกอาจเกิดปัญหาในการควบคุม โดยเฉพาะที่คลองลาดพร้าว ซึ่งการขุดลอกยังไม่สมบูรณ์ เชื่อว่าจะไม่เกิดอุบัติ เหตุจากการทดลองระบายน้ำ เพราะเจ้าหน้าที่ กทม.และกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีความพร้อมในการปฏิบัติงาน และได้ประสานงานกันอย่างใกล้ชิด หากมีปริมาณฝนที่ตกเกิน 30 ม.ม.ต่อช.ม. ตนจะสั่งหยุดการทดสอบระบบทันที ซึ่งทุกอย่างจะหยุดภายในเวลา 5 นาที ดังนั้น ขอให้ประชาชนอย่าได้กังวลใจ



กบอ.ยันเดินหน้าซ้อมปล่อยน้ำ

ขณะที่นายรอยล จิตรดอน ประธานคณะอนุกรรมการติดตามวิเคราะห์สถานการณ์น้ำและจัดสรรน้ำของกบอ. กล่าวว่า สถานการณ์ระดับน้ำในคลองลาดพร้าวขณะนี้ควบคุมได้ แม้จะมีฝนตกหนัก แต่ขณะนี้กำลังปรับลดระดับน้ำตอนบนของคลองลาดพร้าวให้อยู่ที่ 60 ซ.ม. ส่วนตอนล่างของคลองกำลังปรับลดระดับให้ลงมาอยู่ที่ 20 ซ.ม. ซึ่งไม่ใช่สถานการณ์วิกฤตอะไร ส่วนการปล่อยน้ำฝั่งตะวันตกเมื่อวันที่ 5 ก.ย. ไม่ได้มีผล กระทบต่อระดับน้ำที่คลองลาดพร้าว เนื่องจากอยู่คนละฝั่งกัน และมีแม่น้ำเจ้าพระยากั้นอยู่ โดยในวันที่ 7 ก.ย.ยังคงมีการปล่อยน้ำฝั่งตะวันออกตามปกติ เนื่องจากสถานการณ์น้ำไม่ได้มีผลกระทบต่อแผนการเดิมแต่อย่างใด



ย้ำกรุงเก่าจมไม่เกี่ยวซ้อม

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวถึงกรณีชาวนา ต.บ้านสร้าง และ ต.สามเรือน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ร้องเรียนพื้นที่ทำนาได้รับผลกระทบจากการปล่อยน้ำจากเขื่อนพระราม 6 เพื่อเตรียมทดสอบการระบายน้ำในกรุงเทพฯ กว่า 1 พันไร่ว่า ขณะนี้ยังไม่มีการปล่อยน้ำจากเขื่อนพระราม 6 เพื่อทดสอบระบบ โดยจะเริ่มปล่อยน้ำในวันที่ 7 ก.ย. ดังนั้น น้ำที่ท่วมนาข้าวอาจเกิดจากน้ำฝนมากกว่าน้ำของชลประทาน ไม่เกี่ยวกับการระบายน้ำเพื่อการทดลองปล่อยน้ำของรัฐบาล เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีการปลูกข้าวนาปีและนาปรัง ส่งผลต่อการเปิดปิดประตูน้ำและระบายน้ำ

ถนนทรุด - ถนนหมู่ที่ 5 บ้านบางแก้ว ต.บางแก้ว อ.ละอุ่น จ.ระนอง ยุบตัวเป็นหลุมลึกกว่า 2 เมตร กว้าง 5 เมตร คาดสาเหตุมีน้ำไหลผ่านและกัดเซาะจากใต้ดิน หลังเกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง เมื่อวันที่ 6 ก.ย.





กทม.คุมเข้ม 13 จุดเฝ้าระวัง

ที่ศาลาว่าการกทม. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. เผยว่า กทม.มีมาตรการรับมือการซ้อมระบายน้ำฝั่งตะวันออก วันที่ 7 ก.ย. โดยกำหนดจุดเฝ้าระวังทั้งสิ้น 13 จุด และจุดเสี่ยงที่อาจได้รับผลกระทบอีก 4 จุด ทั้งนี้ พื้นที่เฝ้าระวัง 13 จุด คือ เขตสายไหม 2 จุด ได้แก่ 1.ถ.สายไหมและชุมชนริมคลอง 2.ถ.พหลโยธิน ตลาดสะพานใหม่ชุมชนใต้สะพาน เขตหลักสี่และเขตบางเขน 1 จุด ได้แก่ ถ.แจ้งวัฒนะ และชุมชนริมคลอง เขตจตุจักรและเขตบางเขน 3 จุด ได้แก่ 1.ถ.พหลโยธินตอนคลองบางบัวและชุมชนริมคลอง 2.ถ.ประเสริฐมนูกิจบริเวณบ่อสูบน้ำชุมชนริมคลอง 3.ถ.เสนานิคมบริเวณบ่อสูบน้ำและชุมชนริมคลอง

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์กล่าวอีกว่า สำหรับเขตลาดพร้าวมี 3 จุด ได้แก่ 1.ชุมชนริมคลองบางบัวจากถนนประเสริฐมนูกิจถึงแยกวังหิน 2.ถ.โชคชัย 4 ซอยเสือใหญ่ประชาอุทิศและชุมชนริมคลอง 3.วัดลาดพร้าวและชุมชนริมคลอง เขตลาดพร้าว 4 จุด ได้แก่ ถ.ลาดพร้าวและชุมชนริมคลอง 2.ถ.ลาดพร้าว 64 และถนนสุทธิสารฯ 3.ถ.ลาด พร้าว 80 แยก 22 และซอยประชาราษฎร์บำเพ็ญ 26 และ 4.ถ.ประชาอุทิศ ขณะที่พื้นที่จุดเสี่ยง 4 จุด ได้แก่ 1.ชุมชนพัฒนาหมู่ 1 เขตสายไหม 2.ชุมชนบางบัว เขตบางเขน 3.ชุมชนวัดลาดพร้าว เขตลาดพร้าว 4.ชุมชนตรงข้ามวัดลาดพร้าว เขตจตุจักร



อุตุเตือนฝนถล่มกรุงถึง 8 ก.ย.

กรมอุตุนิยมวิทยารายงานสภาพอากาศว่า ในช่วงวันที่ 5-8 ก.ย. ร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนาม ซึ่งจะเคลื่อนตัวในแนวภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกและภาคกลางในช่วงวันที่ 5-7 ก.ย. ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทยและอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังแรงขึ้น ส่วนในช่วงวันที่ 9-11 ก.ย.ร่องมรสุมจะพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลง

โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ในช่วงวันที่ 5-8 ก.ย. มีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไปถึงทั่วไป ร้อยละ 80-90 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง



ปภ.จับตาฝนกระหน่ำ 23 จว.

ด้านนายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากการติดตามสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบประเทศไทยตอนบนจะมีฝนตกชุกหนาแน่น และฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกและภาคใต้ ขอเตือนให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณที่ลาดเชิงเขา ที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ ทางน้ำไหลผ่านใน 23 จังหวัด

ได้แก่ ตาก กำแพงเพชร พิจิตร เพชรบูรณ์ ชัยภูมิ อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี นครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี ตราด ระนอง พังงา และภูเก็ต เตรียมความพร้อมรับมือภาวะฝนตกหนักที่อาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มระหว่างวันที่ 6-8 ก.ย. โดยติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศแจ้งเตือนภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมปฏิบัติตามคำเตือนอย่างเคร่งครัด รวมถึงหมั่นสังเกตสัญญาณผิดปกติทางธรรมชาติ จะได้อพยพหนีภัยได้อย่างทันท่วงที



น้ำป่าซัด-ระนองจม

สำหรับสถานการณ์พายุฝนถล่มและน้ำป่าไหลหลากในต่างจังหวัด ที่จ.ระนอง เกิดฝนตกหนักตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ส่งผลให้น้ำป่าทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในหมู่ 3 ต.ละอุ่นใต้ และเอ่อล้นแม่น้ำละอุ่นเข้าท่วมบ้านเรือนกว่า 10 หลัง ระดับน้ำสูงกว่า 1.50 เมตร เจ้าหน้าที่ต้องเร่งช่วยชาวบ้านย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง เนื่องจากกระแสน้ำรุนแรงและยังคงเพิ่มระดับขึ้น นอกจากนี้ น้ำป่ายังสร้างความเสียหายให้สวนยางพารา สวนปาล์มน้ำมันและสวนผลไม้อีกจำนวนมาก

ส่วนถนนในหมู่ 5 บ้านบางแก้ว ต.บางแก้ว อ.ละอุ่น เกิดการทรุดตัวเป็นหลุมลึกกว่า 2 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางกว่า 5 เมตร เจ้าหน้าที่คาดเกิดจากน้ำไหลกัดเซาะและดินเลื่อนไหลออกจากใต้ถนน ทำให้เกิดการยุบตัว จึงนำดินและหินคลุกอัดกลับไปในหลุม ก่อนปรับพื้นผิวถนน ขณะที่ถนนสายบ้านสี่กิ้ม ต.ทรายแดง ระหว่าง อ.เมืองระนอง-บ้านบางนา อ.ละอุ่น เกิดดินและหินสไลด์ลงมาปิดทับเส้นทาง 1 ช่องทาง รวม 6 จุด สำหรับหมู่ 2 ต.บางหิน อ.กะเปอร์ ก็เกิดน้ำป่าไหลหลากจากเทือกเขาท่วมหมู่บ้านหลายสิบครัวเรือน อบต.บางหินต้องอพยพประชาชนกว่า 20 ครัวเรือน ไปยังสถานที่ปลอดภัย ล่าสุด นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผวจ.ระนอง เรียกประชุมหัวหน้าส่วนราชการทุกฝ่าย และสั่งการให้เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด



"พิจิตร"อ่วมท่วม 100 หลัง

ขณะที่ จ.พิจิตร หลังมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องบริเวณเทือกเขาเพชรบูรณ์ ทำให้น้ำในคลองสาขาเพิ่มระดับสูงขึ้นและล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน รวมถึงพืชผลทางการเกษตร ใน ต.ทรายพูน อ.ทับคล้อ แถมยังมีน้ำป่าจากวังโป่งทะลักเข้าท่วมเขตเทศบาลทับคล้อ 2 ชุมชน คือ ชุมชนสวนโพธิ์และชุมชนตลาดใต้ กว่า 100 หลังคาเรือน ชาวบ้านต้องเร่งเก็บของหนีน้ำอย่างอลหม่าน ล่าสุดเทศบาลตำบลทับคล้อออกประกาศเตือนให้ประชาชนระมัดระวัง เนื่องจากจะมีฝนตกหนักถึงวันที่ 9-11 ก.ย. จึงขอให้ประชาชนเร่งขนย้ายสิ่งของและสัตว์เลี้ยงไว้ที่ปลอดภัย



สุโขทัยจับตาน้ำยมล้น

ที่ จ.สุโขทัย ระดับน้ำในแม่น้ำยมยังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงบ้านดอนระเบียง อ.ศรีสัชนาลัย ก่อนกัดเซาะริมตลิ่งแม่น้ำยมพังและทรุดตัว 4 จุดใน 2 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ 4 และ หมู่ 9 ต.ทับพึ่ง อ.ศรีสำโรง ซึ่งนายจักริน เปลี่ยนวงษ์ ผวจ.สุโขทัย สั่งการให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเร่งซ่อมแซมอย่างเร่งด่วน เนื่องจากมวลน้ำจากบ้านดอนระเบียงยังมีระดับสูงและไหลหลากมาสมทบกับแม่น้ำยมใน 4 อำเภอ อย่างต่อเนื่อง ได้แก่ อ.สวรรคโลก อ.ศรีสำโรง อ.เมือง และ อ.กงไกรลาศ รวมทั้งเตือนให้ประชาชนริมฝั่งแม่น้ำเก็บทรัพย์สินที่มีค่าไว้ที่สูงด้วย



"โคราช"เร่งพร่องน้ำเขื่อน

สำหรับ จ.นครราชสีมา หลังเกิดฝนตกหนักในจังหวัดมานานกว่า 1 สัปดาห์ ส่งผลให้ลำน้ำมูลที่ไหลผ่าน อ.พิมาย มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นและยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อไป ล่าสุดเขื่อนพิมายได้ยกบานประตูระบายน้ำขึ้น 2 บาน จากทั้งหมด 6 บาน เพื่อพร่องน้ำออกจากเขื่อนและเตรียมรองรับปริมาณน้ำหลาก ขณะเดียวกันปริมาณฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำพระเพลิงสั่งยุติการส่งน้ำเพื่อการเกษตรทั้งหมดแล้ว ทำให้ปริมาณน้ำภายในอ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง อ.ปักธงชัย เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน



"เลย"กระอัก-ถนนทรุดซ้ำ

ขณะที่จ.เลย หลังจากมีฝนตกหนักใน อ.ด่าน ซ้ายช่วง 2 -3 วันที่ผ่านมา ทำให้เกิดน้ำป่าไหลลงจากเขาผ่านถนนสายด่านซ้าย-โป่งชี บริเวณก.ม.ที่ 88 แถมยังเกิดดินถนนยุบตัว ทำให้รถขนาดใหญ่ไม่สามารถผ่านได้ ต่อมานายสายทิพย์ งามรัตนกุล ผอ.แขวงการทางที่ 2 อ.ด่านซ้าย เดินทางมาตรวจสอบพบถนนเป็นหลุมกว้าง 5 เมตร และไหล่ทางเกิดการทรุดตัว เนื่องจากมีฝนตกหนักจนเซาะดินใต้ถนนยุบลง ทำให้ต้องปิดการจราจรชั่วคราว ก่อนเร่งซ่อมแซมจนใช้การได้ตามปกติ

ที่จ.บุรีรัมย์ เกิดฝนตกหนักในรอบปี โดย เฉพาะอ.ห้วยราช ส่งผลให้น้ำตามทุ่งนาและคลองมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้น ก่อนเอ่อล้นทะลักเข้าท่วมถนนในเขตเทศบาลห้วยราช ถนนทางเข้าหมู่บ้านหลายสายสูงประมาณ 50 ซ.ม. อีกทั้งน้ำยังไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนหมู่ 5 และหมู่ 8 เขตเทศบาลตำบลห้วยราชอีกกว่า 10 หลัง จนชาวบ้านต้องเร่งขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง นอกจากนี้ น้ำยังไหลเข้าท่วมบ่อปลาและนาข้าวของเกษตรกรเสียหายหลายร้อยไร่



"สระแก้ว"วิกฤตน้ำป่าถล่ม

ส่วน จ.สระแก้ว เกิดฝนตกหนักตลอดทั้งคืน ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากจากเทือกเขาสอยดาว จ.จันทบุรี เข้าท่วม อ.วังน้ำเย็น บริเวณหมู่บ้านคลองใหญ่รวม 10 หลังคาเรือน และบริเวณรอยต่อบ้านทุ่งขนาน อ.สอยดาว มีน้ำป่าสะสมไหลหลากมาสมทบในลำคลองไก่เถื่อน คลองเขาเลื่อม คลองวังปืนและคลองอีจอย อ.คลองหาด จ.สระ แก้ว เป็นเหตุให้เกิดน้ำบ่าไหลหลากเข้าท่วมหมู่บ้านตากฟ้า ต.ซับมะกรูด อ.คลองหาด หลายหลังคาเรือน โดยเฉพาะ หมู่ 10 ต.ซับมะกรูด อ.คลองหาด น้ำได้ทะลักเข้าท่วมสำนักสงฆ์วังเกาะแก้ว ฝ่ายปกครองต้องช่วยกันพาพระสงฆ์ออกจากวัดมาอยู่ที่บ้านของชาวบ้านแทน เนื่อง จากน้ำไหลรุนแรงมาก นอกจากนี้ ยังท่วมไร่มันและสวนลำไยเสียหายจำนวนมาก



"อยุธยา"ผวาน้ำน้อยล้นตลิ่ง

ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำน้อยเพิ่มขึ้นแล้วเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชานใน หมู่ 5 ต.หัวเวียง อ.เสนา ก่อนชาวบ้านต้องเร่งขนย้ายสัตว์เลี้ยงและสิ่งของกันอย่างจ้าละหวั่น โดยนางพเยาว์ เฉยประทับ อายุ 67 ปี ชาวบ้าน ต.หัวเวียง กล่าวว่า ระดับน้ำในแม่น้ำน้อยสูงขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ไม่วางใจจึงต้องขนของไว้บนที่สูง เพราะเกรงว่าหากน้ำมาแบบฉับพลันแล้วจะเคลื่อนย้ายไม่ทัน



เติ้งชี้ระบายน้ำไม่กระทบชาวบ้าน

เมื่อวันที่ 6 ก.ย. นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงการทดลองปล่อยน้ำในพื้นที่กทม. ว่า ยืนยันเรื่องนี้ไม่มีปัญหา อย่าวิตก การทดสอบระบายน้ำเกิดขึ้นหลังจากรัฐบาลให้งบประมาณหน่วยงานต่างๆ ไปวางแผนป้องกันน้ำท่วม ดูว่าคูคลองตรงไหนยังตื้นเขิน ขุดลอกได้ดีหรือไม่ อาทิ การทำพนังกั้นน้ำ การทำเขื่อน การขุดลอกคูคลอง เมื่อการดำเนินการเสร็จสิ้นในเดือนส.ค. จึงวางแผนการทดสอบการระบายน้ำ ซึ่งต้องทำที่ปลายน้ำเพื่อดูว่าน้ำจะไหลลงสู่เจ้าพระยาแล้วลงทะเลได้อย่างไร การทดสอบส่วนใหญ่จึงเป็นพื้นที่กทม. ใต้คลองมหาสวัสดิ์ ยืนยันไม่มีเรื่องการเมือง

นายบรรหารกล่าวว่า ดูตารางปริมาณน้ำในเขื่อนมาทุกวันตลอดหลายปีและดูตัวเลขน้ำขณะนี้เป็นปกติ ไม่ได้มากจนน่าตกใจ น้ำที่ปล่อยจากเขื่อนต่างๆ จากสถานีวัดน้ำนครสวรรค์-สะแกกรัง 993 ลบ.ม./วินาที มาที่เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท 793 ลบ.ม./วินาที มาที่บางไทร 798 ลบ.ม./วินาที และรัฐบาลเริ่มกักเก็บน้ำในเขื่อนใหญ่ๆ ให้มากขึ้นแล้ว ตัวเลขวันที่ 5 ก.ย. เขื่อนภูมิพล กัก 49% เขื่อนสิริกิติ์ 58% เขื่อนแควน้อย 44% เขื่อนป่าสัก 30% โดยปริมาณเข้ามากแต่ปล่อยออกน้อยมาก เช่น เขื่อนภูมิพล เข้า 28.21 ปล่อย 5.00 ล้านลบ.ม. เขื่อนสิริกิติ์ เข้า 77.77 ปล่อย 7.91 ล้านลบ.ม. แควน้อย เข้า 194.68 ปล่อย 20.00 ลบ.ม./วินาที ป่าสัก เข้า 191.86 ปล่อย 10.12 ลบ.ม./วินาที

นายบรรหารกล่าวว่า ก่อนการทดสอบกรมชลประทานปิดประตูระบายน้ำคลองต่างๆ เพื่ออัดน้ำ โดยเฉพาะประตูระบายน้ำที่คลองบางใหญ่ เพื่อให้น้ำเหลือเพียง 6 ลบ.ม./วินาที และปิดประตูระบายน้ำที่คลองมหาสวัสดิ์ หรี่ประตูระบายน้ำที่คลองฉิมพลี เพื่อให้ได้น้ำ 6-7 ลบ.ม./วินาที ปล่อยมาที่คลองภาษีเจริญ น้ำที่ไหลเข้ากทม. หลังคลองมหาสวัสดิ์จึงเป็นปริมาณที่น้อยมากๆ ไม่กระทบแน่ ส่วนด้านตะวันออกน้ำมาจากป่าสักชลสิทธิ์ไหลเข้าประตูน้ำพระนารายณ์ มาที่คลองระพีพัฒน์ แยกไปยังคลองระพีพัฒน์แยกใต้ คลองระพีพัฒน์ตะวันตก ซึ่งคลองระพีพัฒน์แยกใต้ก็จะผ่านคลอง 26 คลองรังสิต คลองหกวาสายล่าง มาจนถึงปากคลอง 2 สายใต้ ที่กำหนดไว้ +120 รทก. (ระดับน้ำทะเลปานกลาง)

นายบรรหารกล่าวว่า เปรียบเหมือนการวางท่อน้ำประปาที่ต้องสูบน้ำมาจากแม่น้ำ ก่อนจ่ายน้ำต้องทดสอบท่อว่าแตก รั่วหรือไม่ในระดับแรงดันต่างๆ นี่ก็เหมือนกันและเป็นการทดสอบระดับน้ำที่ต่ำมากเข้าคลอง ทั้งที่ความจริงรองรับได้มากถึง 3 เท่า อย่างคลองมหาสวัสดิ์รับได้ 50 ลบ.ม./วินาที แต่ครั้งนี้ทดสอบปล่อยแค่ 7 ลบ.ม./วินาทีเท่านั้น ถ้าน้ำฝนลงมามากก็ปิดประตูระบายน้ำทั้งหมด ไม่มีปัญหา ไม่ท่วม ไม่ต้องยกของหนีน้ำ



ฝนกระหน่ำ 18ช.ม.-กรุงอัมพาต

เมื่อวันที่ 6 ก.ย. สถานีวิทยุพิทักษ์สันติราษฎร์ สวพ.91 รายงานสภาพจราจร กทม.และปริมณฑล หลังจากฝนตกต่อเนื่องประมาณ 18 ช.ม. ระหว่างวันที่ 5-6 ก.ย.ว่า ถนนทุกสาย ไม่มีน้ำท่วมขัง แต่เส้นทางสายหลักตั้งแต่เวลา 06.00-12.00 น. จราจรติดขัด อาทิ ถ.วิภาวดีรังสิต ถ.พหลโยธิน ถ.รามอินทรา ถ.เสรีไทย ถ.รามคำแหง ถ.ศรีนครินทร์ ถ.พระราม 9 ถ.ประดิษฐ์มนูธรรม ติดขัดคับคั่ง เช่นเดียวกับ ถ.เพชรบุรี ถ.สุขุมวิท ถ.พระราม 4 ฝั่งธนบุรี อาทิ ถ.จรัญสนิทวงศ์ ถ.สิรินธร ถ.บรมราชชนนี ถ.เพชรเกษม โดยมีรายงานรับแจ้งอุบัติเหตุจราจรใน กทม.และปริมณฑล ช่วงเช้า 49 ครั้ง มี ผู้เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บ 37 คน

ด้านนายสัญญา ชีนิมิตร ผอ.สำนักการระบายน้ำ (สนน.) กทม. กล่าวว่า ปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาอยู่ที่ 20-30 ม.ม.ต่อช.ม. แต่ถนนใน กทม.ไม่มีน้ำท่วมขัง เนื่องจาก สนน.ได้พร่องน้ำในคลอง รวมทั้งปริมาณฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องและอยู่ในปริมาณที่น้อย ไม่ได้ตกอยู่ในระดับรุนแรงทำให้สามารถระบายน้ำได้ทัน

ขณะที่พ.ต.ท.นพดล กาญจนพันธุ์ รอง ผกก.4 บก.จร. กล่าวว่า สาเหตุที่การจราจรติดขัดมากเกิดจากผู้ขับขี่ลดความเร็วลงเนื่องจากฝนตก ทำให้การจราจรเชื่องช้าซึ่งปกติการจราจรทั่ว กทม.จะเริ่มคลี่คลายเวลา 09.00 น. แต่วันนี้กินเวลาจนถึง 11.00 น. ทั้งนี้ ตำรวจจราจรทุกพื้นที่ต่างระดมกำลังปฏิบัติหน้าที่ที่มีการจราจรติดขัด อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่าสภาพการจราจรที่ติดขัดในช่วงฝนตกเป็นเรื่องหลีกเลี่ยงไม่ได้ในสภาวะที่รถยนต์เพิ่มมากขึ้น


หน้า 1




 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.