มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
จำนวนคนอ่านล่าสุด 4989 คน
วันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2555 ปีที่ 22 ฉบับที่ 7994 ข่าวสดรายวัน


"ซิ่งสั่งลา" เครื่องมือปราบแว้น


ตร.โชว์อุปกรณ์ ใช้เจาะยางจยย. ผบ.ตร.ไฟเขียว กวาดล้างทั่วปท.



ปราบแว้น - ตำรวจสาธิตอุปกรณ์ "ซิ่งสั่งลา"เครื่องมือดักจับมอเตอร์ไซค์แก๊งแว้น กวนเมือง ซึ่งพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. สั่งจับกุมอย่างเด็ดขาดภายใน 1 เดือน





ตร.สั่งกวาดล้างเด็กแว้น ทั่วประเทศ ผบ.ตร.ลั่นเอาจริงเดินหน้าลุยทันที งัดทุกกฎหมายเล่นงานขั้นเด็ดขาด ขึ้นบัญชีหัวหน้าแก๊งไว้เป็นประวัติ รวมทั้งรณรงค์ขึ้นป้ายเตือนตามจุดเสี่ยงอีกด้วย เล็งสั่งซื้อเครื่องมือปราบเด็กแว้น "เครื่องซิ่งสั่งลา"ใช้เจาะยางรถจยย.ซิ่ง เตรียมแจกจ่ายตร.ทุกท้องที่ทั่วประเทศ



เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 17 ต.ค. ที่บริเวณลานหน้าตึก 1 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ชมการสาธิตใช้อุปกรณ์ดักจับรถซิ่ง เพื่อพิจารณาจัดซื้อนำมาใช้ปราบปรามแก๊งเด็กแว้น หลังจากที่ออกมาตรการกวดขันไปเมื่อวันที่ 16 ต.ค. โดยมีนายณรงค์ จิตต์เนื่อง ตัวแทนบริษัท พรีซิพาร์ท จำกัด นำชุดดักรถจักรยานยนต์กวนเมือง หรือที่ตำรวจเรียกกันติดปากว่า "เครื่องซิ่งสั่งลา"ยี่ห้อบางระจัน ราคาเครื่องละ 13,500 บาท และเครื่องดักรถยนต์ 18,500 บาท มาสาธิตการใช้งาน โดยเครื่องมือดังกล่าวเป็นฝีมือการประดิษฐ์ของคนไทย



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่นำเครื่องมือดังกล่าวออกมาสาธิตให้พล.ต.อ.อดุลย์รับชม สำหรับเครื่องมือชนิดนี้เป็นอุปกรณ์แบบพกพาได้ มีขนาดประมาณ 40-50 ซ.ม. มีแขนกลซึ่งมีใบมีดแบบฟันฉลามติดอยู่ สามารถยืดออกไปได้ไกลสุด 4.5 เมตร วางไว้กับพื้น เมื่อรถซิ่งขับผ่านมาผู้ใช้จะดันแขนกลออกเป็นกับดัก ซึ่งจะทำให้รถมอเตอร์ไซค์ที่วิ่งผ่านมายางแบน ซึ่งการทดสอบปรากฏว่าสัมฤทธิผล เมื่อรถจักรยานยนต์ขับผ่านมาเหยียบปรากฏว่ายางแบนทันที แต่ยังขับต่อไปได้ไกลประมาณ 20-50 เมตร ซึ่งเครื่องมือดังกล่าวไม่มีอันตราย ไม่ทำให้รถล้มแต่อย่างใด



พล.ต.อ.อดุลย์กล่าวว่า ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเสียก่อนว่าจะซื้ออุปกรณ์นี้ไปใช้งานหรือไม่ ต้องดูรอบด้าน ทั้งความต้องการ การใช้งานของผู้ปฏิบัติ และด้านกฎหมาย ซึ่งก่อนหน้านี้เคยซื้อใช้ ก็ได้ผลดีพอสมควร แต่ต้องพิจารณาอีกครั้ง ถ้าซื้อก็จะแจกจ่ายไปยังหน่วยในนครบาลและหน่วยในพื้นที่ปริมณฑลซึ่งมีปัญหาแก๊งรถซิ่ง อย่างไรก็ตาม ตนสั่งการไปแล้ว จากนี้ทุกหน่วยต้องจริงจังในการป้องกันปราบปรามแก๊งรถซิ่ง ทั้งการควบคุมกวดขันร้านแต่งซิ่ง จุดที่มีการแข่งขัน และที่สำคัญผู้ปกครองต้องร่วมสร้างจิตสำนึกให้บุตรหลานด้วย โดยครั้งนี้จะนำมาตรการทางกฎหมายทุกอย่างมาใช้อย่างเคร่งครัด



ผบ.ตร.กล่าวต่อว่า ตนสั่งการไปว่า 1 เดือนหลังจากนี้ทุกหน่วยต้องแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง เพราะเป็นเรื่องท้าทายกฎหมายมานาน หากไม่ยับยั้งจะเกิดพฤติกรรมเลียนแบบ กลายเป็นค่านิยมวัยรุ่น เพราะปัญหาเด็กแว้นนำมาสู่ปัญหาอาชญากรรมอีกหลายอย่าง ดังนั้น ต้องปราบปรามอย่างเด็ดขาด



"แก๊งเด็กแว้นเป็นปัญหาใหญ่ เมื่อสั่งการไปแล้วทุกกองบัญชาการต้องดำเนินการอย่างเคร่งครัด การแก้ปัญหาอาจต้องใช้เวลา แต่ก็ต้องพยายามทำและช่วยกัน ตำรวจทุกหน่วยไม่ว่าจะเป็นฝ่ายจราจร สืบสวน สอบสวน ทางหลวง ต้อง บูรณาการร่วมกัน หากหน่วยไหนไม่สามารถบรรเทาปัญหาได้ก็จะมีผลต่อการแต่งตั้งโยกย้าย สำหรับพื้นที่ที่ต้องเร่งแก้ไขได้แก่ บริเวณถนนบางนา-ตราด พระราม 2 และถนนวิภาวดีรังสิต รอยต่อบช.ภ.1 และบช.ภ.7" ผบ.ตร.กล่าว



ด้านพล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวว่า พล.ต.อ.อดุลย์ สั่งแก้ปัญหานี้โดยแบ่งเป็น 3 ส่วน ส่วนแรกมาตรการป้องกัน ให้มีทำการประชาสัมพันธ์เชิงรุก โดยให้มีการทำป้ายข้อความเตือนที่มีลักษณะเป็นข้อความที่เป็นภาษาชาวบ้าน เช่น "โค้งนี้มีศพเด็กแว้น" "แยกนี้เด็กแว้นเคยตาย" เพื่อเตือนสตินักแข่ง และนำมาติดตั้งในพื้นที่ที่มีการแข่งขันรถกันมากๆ จัดสายตรวจออกไปตรวจสอบการรวมตัวของกลุ่มรถจักรยานยนต์ มีการใช้มาตรการจับก่อนแข่ง โดยใช้ข้อหาตาม พ.ร.บ.จราจร อาทิ ไม่สวมหมวกกันน็อก ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่ ดัดแปลงสภาพรถ ฯลฯ ขณะเดียวกันให้มีการประสานสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมในการออกตรวจร้านซ่อมรถเพื่อป้องกันไม่ให้มีการดัดแปลงรถก่อนนำไปแข่ง นอกจากนี้ ยังเพิ่มช่องทางให้ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสการแข่งรถมาได้ที่หมายเลข 1599 จากเดิมที่มีเพียงหมายเลข 191 และ 1197 อีกด้วย



โฆษกตร.กล่าวต่อว่า ในส่วนมาตรการปราบปราม ให้มีผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน โดยในระดับบช.ให้รองผบช.เป็นผู้รับผิดชอบ ขณะที่ระดับจังหวัดให้รองผบก.ทำหน้าที่ดังกล่าว นอกจากนี้ ผบ.ตร.ได้กำชับให้ดำเนินการอย่างโปร่งใส ไม่มีการกลั่นแกล้ง และต้องมีหัวหน้าชุดปิดล้อมจับกุม ซึ่งต้องเป็นนายตำรวจชั้นสัญญาบัตร แต่ถ้าเป็นจุดใหญ่ให้มีผบ.เหตุการณ์ มีผู้รับผิดชอบการเคลื่อนย้ายของกลาง มีหัวหน้าชุดสอบสวนอย่างชัดเจน ในการปฏิบัติหน้าที่ทุกครั้งไม่ให้ใช้วิทยุสื่อสารในการติดต่อ ให้ใช้วิธีการอื่นเพราะเกรงข่าวรั่ว ที่สำคัญตำรวจทุกนายยกเว้นนายตำรวจสัญญาบัตรที่เป็นหัวหน้าชุด ห้ามพกพาอาวุธปืนโดยเด็ดขาด เพราะนักแข่งรถส่วนใหญ่เป็นเยาวชน ส่วนมาตรการสุดท้ายคือการประเมินผลติดตาม หลังจากศาลตัดสินให้มีการจัดชุดไปตรวจเยี่ยมผู้กระทำผิด และต้องมีการทำบันทึกตรวจเยี่ยมทุกครั้ง นอกจากนี้ ให้ทำบันทึกข้อตกลงกับผู้ปกครอง รวมทั้งทำประวัติของเยาวชนที่กระทำผิด เพื่อไม่ให้มีการกระทำผิดซ้ำอีก



พล.ต.ต.ปิยะกล่าวด้วยว่า ผบ.ตร.ย้ำว่าการแข่งรถกวนเมืองสร้างความเดือดร้อนกับประชาชน เป็นเรื่องที่ตำรวจยอมไม่ได้ ถือเป็นการท้าทายอำนาจรัฐ จึงได้กำหนดขีดเส้นตายภายใน 1 เดือน ให้ทุกพื้นที่ดำเนินมาตรการกวาดล้างเด็กแว้นครั้งใหญ่ โดยเริ่มปฏิบัติการในวันที่ 17 ต.ค.นี้เป็นต้นไป พร้อมทั้งขึ้นบัญชีหัวหน้าแก๊ง ทั้งหัวหน้าแก๊งในการแข่งรถ และหัวหน้าแก๊งในการแต่งรถประเภทร้านแต่งรถ หรือที่เรียกว่า "รับยำรถ" ที่พวกนี้ชอบออกมาอวดอ้างว่าแต่งรถร้านนี้ค่ายนี้แล้วแข่งชนะแน่ โดยจากการหารือในที่ประชุมพบแก๊งแว้นมีหลายแก๊ง



"สำหรับถนนที่มีการแข่งรถในพื้นที่บช.น. ได้แก่ ถ.เพชรบุรีขาเข้า ช่วงตั้งแต่แยกประตูน้ำ-อุรุพงษ์ ขาออก ช่วงแยกชิดลมเพชร-อโศกเพชร ถ.ราชวิถีตั้งแต่แยกดินแดง-แยกตึกชัย ทั้งขาเข้าและขาออก ถ.พระราม 4 ช่วงแยกกล้วยน้ำไทคลองเตย ทั้งขาเข้าและขาออก ถ.วิภาวดีรังสิต หน้าสนามบินดอนเมือง-ใต้ด่วนดินแดน ตลอดเส้นทาง ถ.ประดิษฐ์มนูธรรมตลอดทั้งเส้น ส่วนพื้นที่บช.ภ.1 ถ.เทพารักษ์ ถ.บางนา-ตราด ถ.พหล โยธินช่วงหน้าเซียร์รังสิต ถ.เอเชียช่วงตลาดกลางการเกษตรรังสิต บช.ภ.2 ชลบุรี ถ.เลียบชายทะเล และเลี่ยงเมือง จ.ฉะเชิงเทรา ถ.ศรีโสธร ถ.บางนา-ตราด ก.ม.39-40 ทั้งนี้ ยังพบเด็กแว้นในลักษณะตั้งกลุ่มแข่งประลอง ในพื้นที่ บช.ภ.4, 7 และ 9 สำหรับช่วงเวลาในการแข่งขันส่วนใหญ่จะเริ่มแข่งกันหลังเที่ยงคืนเป็นต้นไป โดยจะเน้นในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์" พล.ต.ต.ปิยะกล่าว



พล.ต.ต.ปิยะกล่าวอีกว่า ตำรวจได้จำแนกผู้ที่มีพฤติกรรมแข่งรถในทางสาธารณะออกเป็น 3 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มประลองความเร็ว มีเป้าหมายคือการแข่งขันมีการวางเดิมพัน โดยรถที่นำมาแข่งส่วนใหญ่เป็นรถที่เรียกกันในหมู่นักซิ่งว่า "รถยำ" คือ รถที่มีการนำชิ้นส่วนจากรถหลายๆ คันมาประกอบเป็นรถคันเดียวก่อนนำมาลงแข่ง ซึ่งคนกลุ่มนี้จะไม่เรียนหนังสือ ไม่ทำงาน มีความเกี่ยวข้องกับยาเสพติด และการโจรกรรมรถ กลุ่มที่ 2 เป็นรถยนต์แข่ง โดยจะมีการนำรถมาแต่งเพื่ออวดกัน ไม่เน้นการแข่งขันประลองความเร็ว ส่วนใหญ่คนกลุ่มนี้จะมีฐานะ มีการศึกษา กลุ่มที่ 3 เป็นกลุ่มคนดู ส่วนใหญ่ไม่มีรถ มีอายุไม่เกิน 15 ปี คอยติดตามการแข่งขัน มีแนวโน้มพัฒนาเป็นกลุ่มที่ 1



สำหรับรูปแบบการกระทำผิดบรรดานักแข่งรถจะมีการนัดหมายกับสมาชิกผ่านทางเว็บไซต์สังคมและเอสเอ็มเอส โดยจะมีการนัดกันล่วงหน้าเพียง 6-12 ช.ม. เพื่อป้องกันข่าวรั่วไหล ขณะเดียวกันจะมีการใช้วิทยุสื่อสารคอยดักฟังความเคลื่อนไหวของตำรวจ ทั้งนี้ ได้แบ่งรูปแบบของการแข่งขันเป็น 2 รูปแบบด้วยกันคือ กลุ่มผู้แข่งขันที่ใช้ถนนเส้นตรงความยาวประมาณ 1 ก.ม.เป็นหลัก ส่วนกลุ่มที่ไม่เน้นแข่งขันประลองความเร็วจะจับกลุ่มกันตระเวนขับรถไปตามถนนสาธารณะเพื่อสร้างความเดือดร้อนรำคาญ และมีแนวโน้มไปสู่การทะเลาะวิวาทกับกลุ่มอื่น นอก จากนี้ ผบ.ตร.ยังมีนโยบายที่จะดำเนินการแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง โดยจะเป็นประธานในการประชุมสั่งการด้วยตนเอง ล่าสุดได้สั่งการให้ฝ่ายกฎหมายไปตรวจสอบกฎหมายที่เกี่ยวข้องทุกฉบับเพื่อดำเนินการกับผู้เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นตัวผู้ขับขี่ ผู้ปกครอง ร้านแต่งรถซิ่ง รวมถึงผู้สนับสนุนและคนดูต้นทางด้วย


หน้า 1




Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.