มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 1948 คน
วันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 ปีที่ 22 ฉบับที่ 8124 ข่าวสดรายวัน


ป่วน29จุดปัตตานี ผู้ว่าโต้ลือ ห้างหาดใหญ่เป้าบึ้ม


แฉปล่อยข่าวสะพัดเฟซบุ๊ก ตร.ล่ามือบึ้มเซเว่นที่ระแงะ วงจรปิดชัด-เผยโยงแก๊งยา



นาทีบึ้ม- วงจรปิดจับภาพนาที "จยย.บอมบ์"ระเบิดถล่มหน้าร้านเซเว่นฯ ตรงข้ามกรมทหารพราน ที่ 45 อ.ระแงะ จ.นรา ธิวาส มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย โดยกล้องบันทึกภาพคนร้ายที่ขี่จยย.มาด้วยกันได้

กอ.รมน.ภาค 4 สรุปเหตุป่วนปัตตานีคืน 23 ก.พ.ทั้งหมด 29 จุด ใน5อำเภอแถมเหตุบึ้มอีก 2 จนท.บาดเจ็บ 10 ราย จนท.เร่งตรวจพบคราบเลือดหลายจุดส่งตรวจดีเอ็นเอมัดคนร้าย ขณะที่งานเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวยังคงจัดคึกคัก ส่วนที่ระแงะ เจ้าหน้าที่เปิดกล้องวงจรปิดตรวจสอบเหตุบึ้มเซเว่นฯ พบคนร้าย 3 กลุ่มร่วมกันลงมือ คาดเป็นกลุ่มกะเทยที่พัวพันยาเสพติดในพื้นที่รับงานก่อความไม่สงบ ผวจ.สงขลา โต้ลั่นข่าวลือหน่วยข่าวสั่งห้ามเดินห้างในหาดใหญ่ ชี้เป็นฝีมือผู้ไม่หวังดีอยากให้เศรษฐกิจทรุด ด้านผบ.ตร.ลงใต้กำชับดูแลเหตุยิงโรงพัก พร้อมระวังเข้มช่วงวันมาฆบูชา



สรุปเหตุป่วนปัตตานี 29 จุด

เมื่อวันที่ 24 ก.พ. ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าสรุปเหตุการณ์คนร้ายก่อเหตุป่วนในพื้นที่ จ.ปัตตานี ตั้งแต่ช่วงเวลา 19.30-20.55 น. ของคืนวันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมา ระบุว่า มีเหตุการณ์ก่อกวนสร้างความไม่สงบ 29 จุด ในพื้นที่ 5 อำเภอ และเหตุระเบิดอีก 2 จุด ประกอบด้วย อ.เมือง เกิดเหตุ 5 จุด คือ 1.เผายางรถยนต์บริเวณสถานีขนส่งแห่งใหม่ ริมถนนสาย 42 บ้านปูโบะ หมู่ 9 ต.ตะลุโบะ 2.เผายางรถยนต์ บนถนนสาย 410 ทางเข้าสถานีอนามัยตะลุโบะ บ้านแบรอสนิง หมู่ที่ 1 ต.บาราเฮาะ 3.เผายางรถยนต์ริมถนนสาย 42 ใกล้กับปากทางเข้า ถนนพูลสวัสดิ์ ต.ตะลุโบะ 4.เผายางรถยนต์บริเวณหัวสะพานบ้านปาเระ หมู่ที่ 2 ต.บาราโหม และ 5.ลอบวางเพลิงเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์มือถือ (ดีแทค) บริเวณหน้าโรงเรียนบ้านปาเระ หมู่ที่ 2 ต. บาราโหม อ.หนองจิก เกิดเหตุ 4 จุด คือ 1.เผายางรถยนต์ บนถนนสาย 42 บ้านดอนรัก หมู่ที่ 1 ต.ดอนรัก 2.เผายางรถยนต์บริเวณจุดกลับรถ ถนนสาย 42 ปั๊มปตท.ดอนยาง หมู่ที่ 8 ต.บ่อทอง 3.เผายางรถยนต์ บนถนนสาย 42 หมู่ที่ 3 ต.ตุยง และ 4.เผายางรถยนต์บนถนนสาย 42 จุดกลับรถโรงยางไทเทค หมู่ที่ 2 ต.ท่ากาชา



เผาทั้งอบต.-โรงเรียน

อ.สายบุรี เกิดเหตุ 6 จุด คือ 1.เผายางรถยนต์บริเวณบ้านลาลอ หมู่ที่ 2 ต.ละหาร 2.เผายางรถยนต์บริเวณสะพานลาคอ หมู่ที่ 2 ต.ตะบิ้ง 3.เผายางรถยนต์บริเวณแยกเจาะกือแย หมู่ที่ 3 ต.ตะบิ้ง 4.เผายางรถยนต์บริเวณบ้านกะลาพอ หมู่ที่ 7 ต.เตราะบอน 5.เผายางรถยนต์บริเวณบ้านลูโบะซูหลง หมู่ที่ 10 ต.เตราะบอน และ 6.เผายางรถยนต์บริเวณ หน้าแขวงการทางอาเภอสายบุรี บ้านกลาพอออก หมู่ที่ 8 ต.เตราะบอน อ.ยะหริ่ง เกิดเหตุจำนวน 6 จุด คือ 1.เผายางรถยนต์ บริเวณถนนหมายเลข 42 บ้านบางปู หมู่ที่ 3 ต.บางปู 2.เผายางรถยนต์ บริเวณถนนสาย 42 หน้าโรงเรียนส่งเสริมศาสน์ หมู่ที่ 5 ต.ตัน หยงดาลอ 4.ยิงหม้อ แปลงไฟฟ้าหน้าโรง เรียนบ้านตาแกะ หมู่ที่ 2 ต.ตาแกะ 4.ลอบ วางเพลิงอาคาร อบต.ตันหยงดาลอ และรถดับเพลิง ซึ่งจอดอยู่ภายในอบต. เสียหายประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ 5.ลอบวางเพลิงบ้านร้างชาวไทยพุทธ ซึ่งร้างมาแล้ว 3 ปี ติดกับโรงเรียนบ้านท่าด่าน หมู่ที่ 3 ต.ตะโละกาโปร์ และ 6.ลอบวางเพลิงโรงเรียนบ้านท่าด่าน หมู่ที่ 3 ต.ตะโละกาโปร์ ทำให้อาคารเรียนซึ่งเป็นอาคารปูนสองชั้น เสียหายประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ โดยคนร้ายโยนเพลิงเข้าไปในห้องเก็บของ



บึ้มอีก 2 จุด-จนท.เจ็บ 10

ที่ อ.ยะรัง เกิดเหตุ 8 จุด คือ 1.เผาถังขยะบ้านพงสตา หมู่ที่ 5 ต.ยะรัง 2.เผาถังขยะบ้านแนบาแต หมู่ที่ 3 ต.ยะรัง 3.เผาถังขยะบ้านบาซาเวาะเซ็ง หมู่ที่ 2 ต.ปิตูมุดี 4.เผายางรถยนต์หน้าร.พ.ยะรัง หมู่ที่ 2 ต.ปิตูมุดี 5.เผายางรถยนต์บ้านปอชัน หมู่ที่ 3 ต.ปิตูมุดี 6.เผายางรถยนต์บ้านต้นไพร หมู่ที่ 1 ต.เมาะมาวี 7.เผายางรถยนต์บ้านมะขาม หมู่ที่ 4 ต.เมาะมาวี และ 8.กล่องต้องสงสัย 2 กล่อง มีไฟกะพริบ ที่บ้านบือแน หมู่ที่ 9 ต.ประจัน ตรวจสอบพบเป็นก้อนหินอยู่ภายในกล่อง


ป่วนปัตตานี - ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดรุดเข้าตรวจสอบจุดที่คนร้ายลอบเผาหม้อ แปลงไฟฟ้าในพื้นที่อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ขณะเดียวกันมีการก่อเหตุวางเพลิงและระเบิดป่วนกว่า 30 แห่ง ใน 5 อำเภอของปัตตานี เมื่อวันที่ 24 ก.พ.



นอกจากนี้ยังมีเหตุระเบิดอีก 2 จุด คือ เมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 23 ก.พ. คนร้ายลอบวางระเบิด บริเวณถนนนาเกลือ ซอย 2 ต. บานา อ.เมือง ทำให้ตำรวจสภ.เมืองปัตตานี 3 นาย ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ตรวจสอบพบว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่อง จุดระเบิดด้วยนาฬิกาด้วยการตั้งเวลา แล้วนำมาซุกซ่อนไว้ภายในถังขยะใกล้กับธนาคารอิสลาม



ต่อมาเวลา 20.55 น. คนร้ายไม่ทราบจำนวน ลอบวางระเบิดกำลังเจ้าหน้าที่ ชป. อส.เมืองปัตตานี เหตุเกิดที่กลับรถ ถนนสาย 42 หน้าบริษัทหาดทิพย์ ต.ตะลุโบะ อ.เมือง จ.ปัตตานี เป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บ 7 ราย ประกอบด้วย 1.นายเอกสิทธิ์ สองเมือง ปลัดอ.เมือง จ.ปัตตานี 2.อส.วันฆ๊อฟฟาร์ อุลมันบาฮา 3.อส.ปาริ มามะ 4.อส.วีระยุทธ แวดราแม 5.อับดุลรอกิบ ดีเระ 6.อส.เฉลิมพล ประยูรพันธ์ และ 7.อส.อนุภาพ แซ่กวม ทั้งหมดบาดเจ็บเล็กน้อย



ชี้กลุ่มเดียวกับเผาห้างไดอาน่า

สำหรับความคืบหน้าด้านการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ เตรียมนำภาพคนร้ายที่ก่อเหตุระเบิดจากกล้องวงจรปิด ซึ่งจับภาพชายวัยรุ่น 2 คน คนขับใส่หมวกกันน็อกสีดำ โดยฝ่ายความมั่นคงเชื่อว่าคนร้ายที่ก่อเหตุน่าจะเป็นกลุ่มคนร้ายกลุ่มเดียวกันกับที่เข้ามาก่อเหตุเผาป่วนกว่า 10 จุด ทำให้ห้างไดอาน่าซูเปอร์มาเก็ตวอดทั้งหลัง เมื่อคืนวันที่ 16 ก.พ. ที่ผ่านมา ซึ่งกลุ่มคนร้ายที่มาก่อเหตุครั้งนี้น่าจะเป็นกลุ่ม นายมะซอเร ดือรามะ แกนนำระดับปฏิบัติการ



สรุปเหตุป่วนปัตตานี 29 จุด

สำหรับการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พ.ต.ท. ประธมพงษ์ ธรรมเสก รองผกก.สภ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี พ.ต.ท.มานิต ปานทอง สว.พฐ.ปัตตานี นำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบบริเวณจุดเผาล้อยางรถยนต์กลางถนนสาย 42 ปัตตานี-ยะลา บริเวณเขตเทศบาลตำบลบางปู จากนั้นตรวจสอบบริเวณหม้อแปลงไฟฟ้าระเบิด จนไฟฟ้าดับทั้งตำบลตลอดคืน ที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนสงครามขนาด 5.56 ม.ม. 4 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน เบื้องต้นคาดว่าเป็นกระสุนปืน เอเค 102 ซึ่งเป็นปืนของราชการหน่วยปกครอง ที่คนร้ายขโมยไปจากอส.



จากนั้นไปตรวจสอบที่สำนักงานอบต. ตันหยงดาลอ พบว่าภายในอาคารเสียหายบริเวณหน้าห้องสำนักปลัด บริเวณหน้าห้องสำนักงานการคลังและบริเวณห้องโถง เอกสารหลักฐานของสำนักงานที่เป็นเอกสารเก่าที่เก็บไว้ในตู้เสียหายเกือบทั้งหมด ส่วนที่โรงเก็บรถดับเพลิง พบชิ้นส่วนด้ามค้อนหักตกบริเวณโรงเก็บรถ และค้อนตกอยู่ภายในรถ จึงเก็บไว้ตรวจสอบดีเอ็นเอ นอกจากนี้พบรอยเลือดติดกับบานประตูที่ถูกทุบกระจก และบริเวณแกลลอนน้ำมัน จึงเก็บเลือดดังกล่าวไว้ตรวจสอบดีเอ็นเอ



งานเจ้าแม่ยังจัดคึกคัก

สำหรับบรรยากาศการจัดงานมหกรรมท่องเที่ยวปัตตานีอาเซียน ประจำปี 2556 "กตัญญูคู่ฟ้า มหาสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวปัตตานี" ระหว่างวันที่ 21-27 ก.พ. หลังเกิดเหตุความรุนแรง ระเบิด เผายางรถยนต์ 29 จุด ที่บริเวณศาลเจ้าเล่งจูเกียง ชุมชนหัวตลาด เขตเทศบาลเมืองปัตตานี ยังคงจัดงานดังกล่าวเป็นไปตามปกติ มีประชาชนชาวไทยเชื้อสายจีนมาร่วมงานคับคั่ง โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร อาสาสมัครชุดต่างๆ คอยตรวจสอบสิ่งผิดปกติ ดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด



สำหรับกิจกรรมที่สำคัญ อาทิ การอัญเชิญพระหมอ(พระประทาน) ตามด้วยองค์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว นำพระทุกองค์ 19 องค์ ออกจากศาลเจ้าเล่งจูเกียง แห่แหนไปตามเส้นทางในตัวเมืองปัตตานี มีขบวนสิงโต มังกรทอง งิ้ว มโนราห์ ขบวนรถบุปผชาติ ร่มติดตามขบวนแห่องค์พระอย่างสวยงาม ไปที่สะพานเดชานุชิต ริมแม่น้ำปัตตานีเพื่อลุยน้ำข้ามแม่น้ำปัตตานี ในเวลา 06.30 น. จากนั้น เวลา 10.00 น. พระหมอ องค์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว องค์พระทุกองค์ จะทำพิธีลุยไฟ ที่บริเวณศาลเจ้าเล่งจูเกียง

ปลุกขวัญ - พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. เดินทางไปปลุกขวัญเยี่ยมให้กำลังใจตำรวจ สภ.กะพ้อ 4 นาย ที่ยังนอนพักรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บ หลังเกิดเหตุคนร้ายยิงระเบิดเอ็ม 79 ใส่สภ.กะพ้อ ที่โรงพยาบาลปัตตานี เมื่อ 24 ก.พ.





เปิดวงจรบึ้มเซเว่นฯระแงะ

ส่วนความคืบหน้ากรณีคนร้ายวางระเบิด 2 ลูกซ้อนที่บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่น ตรงข้ามกองบังคับการกรมทหารพราน 45 อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ช่วงเย็นของวันที่ 23 ก.พ. ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 6 ราย ล่าสุดจากการตรวจสอบภาพวงจรปิดหน้าจุดตรวจเจ้าหน้าที่ทหารพรานกรม 45 ทั้ง 2 กล้อง สามารถบันทึกพฤติกรรมของกลุ่มคนร้ายไว้ได้ โดยพบว่าคนร้ายแยกปฏิบัติการเป็น 3 ชุด โดยชุดแรกภาพวงจรปิด เวลา 16.15.30 น. คนร้ายสวมเสื้อสีขาว ขี่จยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นสกู๊ปปี้ไอ สีแดง ทะเบียน ขกน 457 ปัตตานี ซึ่งเป็นจยย.บอมบ์ สวนเลนมาจอดที่บริเวณหน้าเซเว่นฯ ชุดที่ 2 ขี่จยย.ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีแดงดำ มาจอดท้ายรถจยย.บอมบ์ ในเวลา 16.16.14 น. โดยสวมเสื้อคลุมแขนยาวสีออกน้ำตาล แล้วเดินถือระเบิดที่ใส่ไว้ในถุง ทิ้งลงในถังขยะที่ประตูทางเข้า แล้วเดินไปขี่จยย.ฮอนด้าเวฟ สีแดงดำ โดยมีคนร้ายที่ขี่จยย.บอมบ์มาจอดไว้ นั่งซ้อนท้ายหลบหนี



และระหว่างที่ 2 คนร้ายปฏิบัติการ มีคนร้ายชุดที่ 3 ขับรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นไทเกอร์ สีน้ำตาลบรอนซ์ มาจอดบังไม่ให้วงจรปิดสามารถบันทึกภาพคนร้าย กระทั่งเวลาผ่านไป 16.16 น. ระเบิดลูกแรกที่คนร้ายใส่ไว้ในถังขยะได้ระเบิดขึ้น และระเบิดลูกที่ 2 ซึ่งเป็นจยย.บอมบ์ ระเบิดตามมาในเวลา 16.39 น.



ชี้มีกลุ่ม"กะเทย"พัวพัน

ล่าสุดพ.ต.อ.จิระเดช พระสว่าง ผกก.สภ. ระแงะ พ.อ.เฉลิมชัย สุทธินวล ผบ.กรมทหารพรานที่ 45 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมสรุปสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และเชื่อว่ากลุ่มคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุในครั้งนี้ เป็นกลุ่มกะเทยที่พัวพันกับยาเสพติด ที่อาจจะมีการรับจ้างจากสมาชิกแนวร่วมมาก่อเหตุร้ายในครั้งนี้ ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้เชิญพนักงานของเซเว่นฯ 6 คน มาสอบปากคำในเบื้องต้นแล้ว



และมีข้อสังเกตที่ร้านค้าละแวกจุดเกิดเหตุในวันดังกล่าวมีการงดจำหน่ายอาหารอย่างผิดปกติ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเชิญตัวมาสอบปากคำต่อไป ส่วนกรณีรถจยย.บอมบ์ ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุในครั้งนี้ ตรวจสอบแล้วเป็นรถ จยย.ที่แจ้งหายไว้ที่ สภ.สายบุรี จ.ปัตตานี ซึ่งเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง



ที่ร.พ.นราธิวาสราชนครินทร์ อ.เมือง จ.นราธิวาส ว่าที่ร.ต.เลิศเกียรติ วงศ์โพธิพันธ์ รองเลขาธิการศอ.บต. เดินทางเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บ จากเหตุคนร้ายวางระเบิด 2 ลูกซ้อน หน้าเซเว่นอีเลฟเว่น อ.ระแงะ เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 6 ราย พร้อมมอบกระเช้าของขวัญ สร้างขวัญให้กำลังใจ และให้คำมั่นว่าจะดูแลช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งเร่งติดตามตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษและดำเนินคดีโดยเร็ว



สั่งตรวจยิบหวั่นเกิดเหตุซ้ำ

ด้านนายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ ผวจ.นราธิวาส กำชับเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจจุดสกัดทั้งด่านถาวรและด่านลอยทุกจุดให้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบยานพาหนะต้องสงสัยที่ผ่านจุดตรวจอย่างละเอียด โดยเฉพาะป้ายทะเบียนว่าตรงกับข้อมูลของทางการหรือไม่ เนื่องจากเกรงว่าผู้ไม่หวังดีอาจใช้ป้ายทะเบียนปลอมมาสวมทับอำพรางก่อนนำไปจอดในย่านชุมชน เพื่อจุดชนวนระเบิดสังหารผู้บริสุทธิ์ รวมทั้งให้ตรวจสอบบุคคลต้องสงสัย เพื่อเปรียบเทียบกับแฟ้มประวัติคดีความมั่นคงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่อาจลักลอบแฝงตัวเข้ามาเพื่อเตรียมก่อเหตุร้ายป่วนในวันมาฆบูชา



พล.ต.ต.วิชัย เกษมวงศ์ ผบก.ภ.จว.นราธิ วาส ประสานการปฏิบัติไปยังระดับ ผกก.และ สวญ.ทั้ง 19 สถานีรับผิดชอบเพื่อให้กำชับไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจบูรณาการการปฏิบัติอย่างเต็มขีดความสามารถ หลังเกิดเหตุคนร้ายวางระเบิด 2 ลูกซ้อนหน้าร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น ทั้งๆ ที่อยู่ตรงกันข้ามกับกองบังคับการกรมทหารพรานที่ 45 ยังเกิดช่องโหว่จนคนร้ายฮึกเหิมได้



ผวจ.สงขลาโต้ห้ามเดินห้าง

รายงานข่าวจากจ.สงขลา แจ้งว่า จากกรณีการปล่อยข่าวผ่านสื่อโซเชี่ยลมีเดียทั้งอินเตอร์เน็ต เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ทั่วจ.สงขลา ระบุว่ามีรายงานข่าวจากหน่วยงานความมั่นคง ระบุห้ามประชาชนไปเดินเที่ยวตามศูนย์การค้าต่างๆ ใน อ.หาดใหญ่ เพราะอาจตกเป็นเป้าหมายของการก่อเหตุ จนสร้างความตื่นตระหนกไปทั่วทั้งเมือง ล่าสุดนายกฤษฎา บุญราช ผวจ.สงขลา กล่าวว่า ข้อ ความดังกล่าวไม่เป็นความจริง เป็นความพยายามปล่อยข่าวของผู้ที่ไม่หวังดี เพื่อหวังทำลายเศรษฐกิจ ประชาชนและนักท่องเที่ยวเกิดความหวาดกลัว หากมีการแจ้งเตือนให้เฝ้าระวังพื้นที่ใดเป็นพิเศษ ให้ยึดคำสั่งที่ออกจากตน และผบก.ภ.จว.สงขลาเท่านั้น เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน



นายกฤษฎากล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังย้ำให้ทุกหน่วยเฝ้าระวังการก่อเหตุในช่วง 2 เวลาสำคัญคือ ระหว่างเวลา 05.00-09.00 น. และเวลา 15.00-22.00 น. ซึ่งเป็นฤกษ์โจรที่กลุ่มก่อความไม่สงบมักจะลงมือก่อเหตุ โดยเน้นตรวจรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ขับเข้ามาจอดนานเกินกว่า 2 ชั่วโมง และบุคคลต้องสงสัยที่สวมแว่นตาหรือสวมหมวกในช่วงเวลากลางคืน หากตรวจค้นพบวัตถุระเบิดหรือจับกุมกลุ่มผู้ที่จะก่อเหตุได้ จะมีเงินรางวัลมอบให้เป็นพิเศษ



บิ๊กอู๋สั่งคุมเข้มช่วงมาฆะ

ที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ.สุขยางค์ เขตเทศบาลนครยะลา อ.เมือง จ.ยะลา พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหน่วยกำลังพลตำรวจในพื้นที่พร้อมรับฟังการบรรยายสรุป และติดตามความคืบหน้าการสืบสวนคดีสำคัญ จากนั้นเดินทางไปร.พ. ปัตตานี เพื่อเยี่ยมบำรุงขวัญข้าราชการตำรวจ สภ.กะพ้อ จ.ปัตตานี 5 นาย ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์คนร้ายยิงเอ็ม 79 ใส่สภ.กะพ้อ



โดยพล.ต.อ.อดุลย์กล่าวว่า กำชับให้เจ้าหน้าที่ระมัดระวังเหตุยิงถล่มในโรงพัก โดยต้องใช้มวลชนรอบๆ พื้นที่ให้มามีส่วนร่วมดูแล และจัดชุดลาดตระเวนในพื้นที่เสี่ยง นอกจากนี้ในช่วงสัปดาห์ส่งเสริมกิจกรรมวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา วันมาฆบูชา ให้ระมัดระวังดูแลความปลอดภัยของประชาชนเป็นพิเศษ



สงขลาเผาตู้เอทีเอ็ม

เมื่อเวลา 15.00 น. วันเดียวกัน ร.ต.ต. สมชาย จันทร์ประดิษฐ์ ร้อยเวร สภ.เมืองสงขลา รับแจ้งว่าเกิดเหตุไฟไหม้ขึ้นที่ธนาคารกรุงเทพ สาขาสงขลา เลขที่ 28-32 ถนนนครใน เขตเทศบาลนครสงขลา อ.เมือง จ.สงขลา ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบจุดเกิดเหตุอยู่ข้างตู้เอ็มทีเอ็มหน้าธนาคาร ไฟลุกไหม้สายไฟและป้ายชื่อธนาคารด้านบนเสียหาย แต่ตู้เอทีเอ็มสองตู้ ตู้ปรับสมุดบัญชีธนาคารและตู้ฝากเงินอัตโน มัติ ที่ตั้งอยู่ติดกันไม่ได้รับความเสียหาย เนื่อง จากขณะเกิดเหตุมีลูกค้าของธนาคารที่เข้าไปกดเงินเข้าไปพบและรีบแจ้งตำรวจจราจรประจำหน่วยบริการประชาชนที่ตั้งอยู่ตรงข้ามมาช่วยดับไว้ได้ทัน



ตรวจสอบกล้องวงจรปิดจับภาพขณะคน ร้ายก่อเหตุได้ชัดเจน โดยเมื่อเวลา 14.21 น. คนร้ายเป็นชายกลางคนอายุประมาณ 30-40 ปี รูปร่างท้วม สวมเสื้อยืดโปโลสีน้ำตาล กาง เกงขายาวสีดำ สะพายกระเป๋าเป้ ไม่อำพรางใบหน้า เปิดประตูเดินเข้ามายังตู้เอทีเอ็ม และใช้ไฟแช็กจุดกระดาษสลิปถอนเงินในตะกร้าข้างตู้เอทีเอ็ม และทำทีเดินมากดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม เพื่อรอให้ไฟติดสลิปในถังขยะ และลุกลามไปยังสายไฟ จึงเดินออกไปจากธนาคาร โดยในช่วงเกิดเหตุเป็นช่วงที่ฝนตกหนักไม่มีลูกค้าและยามเฝ้าหน้าธนาคารเนื่องจากเป็นวันหยุด ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังตั้งประเด็นไปที่การก่ออาชญากรรมทั่วไปมากกว่าเหตุก่อความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้


หน้า 1




 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.