มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 9144 คน
วันที่ 08 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7161 ข่าวสดรายวัน


"โถส้วม"โผล่ยอดปราสาทนครหลวง!


มรดกโลก จ.อยุธยา สั่งรื้อด่วน



อุจาด - โถส้วมที่มีการนำไปติดตั้งต่อท่อสำหรับใช้ได้จริง โผล่บนยอดมณฑปปราสาทนครหลวง โบราณสถานสำคัญของอยุธยา และเป็นมรดกโลก โดยกรมศิลปากรสั่งให้วัดนครหลวงทุบทิ้งทันที เมื่อวันที่ 7 ก.ค.

นักท่องเที่ยวช็อกสุดขีดขึ้นไปชมความงามโบราณสถานมรดกโลก "ปราสาท นครหลวง" อายุหลายร้อยปีในเขตวัดนครหลวง เมืองกรุงเก่าอยุธยา แต่กลับพบ "โถส้วม" ตั้งตระหง่านโด่เด่อยู่บนฐานมณฑปด้านหลังตัวปราสาท ทั้งยังมีคนอุตริไปปลดทุกข์ทั้งหนักเบาทิ้งไว้เรี่ยราด แฉสภาพรอบๆ สกปรกเสื่อมโทรม มีขี้นกกองพะเนินส่งกลิ่นเหม็นคลุ้ง เจ้าอาวาสรับทางวัดสร้างไว้จริงเพื่อใช้งานชั่วคราวช่วงปี 2547 ล่าสุด สั่งรื้อออกแล้ว วอนสำนักศิลปากรช่วยเหลือจัดหางบฯ บูรณะเพิ่มเติม

เมื่อวันที่ 7 ก.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องร้องเรียนจากนักท่องเที่ยวว่า พบโถส้วมตั้งอยู่บนปราสาทนครหลวง ในเขตวัดนครหลวง ต.นคร หลวง อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นภาพไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง ทั้งยังก่อให้เกิดทัศนอุจาด จึงเดินทางไปตรวจสอบปราสาทดังกล่าว ซึ่งเป็นโบราณสถานสำคัญของจังหวัดและเป็นส่วนหนึ่งของมรดกโลก ภายหลังจากขึ้นไปถึงจุดร้องเรียนปรากฏว่าพบโถส้วมสีฟ้าชนิดมีฝารองนั่งแบบที่ใช้ตามบ้านทั่วไปตั้งตระหง่านอยู่บนฐานยอดมณฑปด้านหลังปราสาทนครหลวงจริง และมีช่างต่อท่อน้ำประปา รวมถึงท่อน้ำทิ้ง ทิ้งไว้ แต่ปัจจุบันชำรุดทรุดโทรมใช้งานไม่ได้

ผู้สื่อข่าวแจ้งว่า สภาพโถส้วมบนปราสาทนครหลวงทำให้นักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศที่มาพบเห็นรู้สึกสลดใจมาก และมีนักท่องเที่ยวบางคนอุตริไปถ่ายปัสสาวะอุจจาระทิ้งไว้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เป็นเหตุให้ของเสียไหลไปตามท่อ ที่ชำรุดจนราดรดเปรอะเปื้อนไปบนตัวโบราณสถาน นอกจากนั้น ลักษณะการติดตั้งโถส้วมยังพบว่า ช่างได้เจาะส่วนที่เป็นโบราณสถานลงไปโบกทับด้วยปูนซีเมนต์เพื่อต่อท่อพีวีซีเป็นทางระบายน้ำของชักโครกราดไปตามซากโบราณสถานด้วยเช่นกัน ส่วนสภาพรอบๆ ยอดปราสาทนครหลวง ซึ่งเป็นที่ตั้งมณฑปและระเบียงคดทั้ง 4 ทิศ รวมถึงลานรอบมณฑปมีสภาพเสื่อมโทรมสกปรกมากคล้ายกับไม่มีคนดูแล ปล่อยให้นกพิราบถ่ายทั่วไปหมดทั้งบริเวณ จนมูลนกหนาคล้ายกองดิน ส่งกลิ่นเหม็นไปทั่ว โดยเฉพาะพื้นที่ตามมุมต่างๆ ของปราสาทที่มีอยู่กว่า 20 มุม

นางอนงค์เทพ ซีลัม อายุ 52 ปี มัคคุเทศก์ หรือไกด์นำเที่ยว กล่าวว่า พานักท่องเที่ยวต่างชาติมาเที่ยวชมความงดงามของปราสาทนคร หลวง แต่เมื่อเห็นสภาพโถส้วมบนปราสาทและความสกปรกต้องขอตำหนิ เพราะเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง อยากให้ผู้เกี่ยวข้องรีบตรวจสอบดูแล ด้านนายสุพจน์ พรหมมาโนช ผู้อำนวยการสำนัก งานศิลปากรที่ 3 พระนครศรีอยุธยา ระบุว่า ปราสาทนครหลวง อ.นครหลวง เป็นโบราณสถานที่อยู่นอกเกาะเมือง ทางสำนักงาน เป็นผู้ดูแล ภายหลังข่าวเผยแพร่ออกไปทางสื่อว่ามีโถส้วมอยู่บนปราสาท วันนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่กลุ่มอนุรักษ์ของสำนักศิลปากรออกไปตรวสอบและแจ้งกับพระครูกิตติปัญญาวัฒน์ เจ้าอาวาสวัดนคร หลวงให้ทางเจ้าอาวาสได้เข้าใจ โดยหลังจากนี้ต้องดำเนินการแก้ไขให้เหมาะสมรื้อถอนออกโดยเร็ว เพราะปราสาทนครหลวงเป็นโบราณสถานสวยงามที่สุดแห่งหนึ่ง เบื้องต้นจะพยายามปรึกษากรมศิลปากรจัดหางบประมาณไปดำเนินการโดยเร่งด่วน อาจจะใช้งบฯ เหลือจ่ายของกรมศิลป์ในปีพ.ศ.2553 ถ้างบประมาณไม่มีจะต้องใช้งบประ มาณในปีพ.ศ.2554

พระครูกิตติปัญญาวัฒน์ เจ้าอาวาสวัดนคร หลวง กล่าวว่า ล่าสุดสั่งให้ช่างของวัดรื้อโถส้วมออกไปแล้วเมื่อช่วงบ่าย โดยส้วมดังกล่าวสร้างเมื่อปี พ.ศ.2547 จากนั้นไม่ได้ใช้งานอีกเลย และลืมรื้อออก ความจริงส้วมอยู่มิดชิด ปราสาทนคร หลวงอยู่ในพื้นที่ของวัด จากนี้ทางวัดจะพยายามหางบประมาณไปบูรณะหากว่าทางสำนักศิลปากร ที่ 3 จะเข้ามาช่วยเหลือจัดหางบประมาณมาเสริมจะเป็นสิ่งดี

ด้านพระสงฆ์รูปหนึ่งที่อยู่ในมณฑปเปิดเผยว่า ไม่มีคนและพระที่จะคอยมาดูแลเรื่องความสะอาด ส่วนโถส้วมที่ก่อปัญหาพบว่าเป็นของเก่า สร้างขึ้นเพื่อใช้ชั่วคราวมาตั้งแต่ปี 2547 เพราะช่วงนั้นมีพระเกจิอาจารย์มาร่วมงานปลุกเสกวัตถุมงคลตลอด 1 ไตรมาส แต่เนื่องจากตัวปราสาทนครหลวงตั้งอยู่บนที่สูง และพระที่มาปลุกเสกล้วนชราภาพกันมากแล้ว จึงสร้างโถส้วมชั่วคราวเพื่อใช้เฉพาะกิจ แต่เมื่อเสร็จพิธีไม่ได้รื้อออกและไม่มีใครใช้มานานแล้ว การที่วัดไปทำส้วมไม่ได้หมายความว่าจะทำลายโบราณ สถาน แต่ทำเพื่อใช้เฉพาะกิจเท่านั้น

ทั้งนี้ ปราสาทนครหลวง ตั้งอยู่ฝั่งทิศตะวันออกของแม่น้ำป่าสัก สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม ต่อมาสร้างเป็นที่ประทับในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง เมื่อพ.ศ. 2147 พระองค์โปรดให้ช่างถอดแบบมาจากปรา สาทศิลาที่เรียกว่า "พระนครหลวง" ในกัมพูชา แต่สร้างไม่เสร็จสมบูรณ์โดยไม่ทราบสาเหตุ ต่อมาจึงมีผู้สร้างมณฑปและพระบาทสี่รอยขึ้นบนปราสาท ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของสำนักงานศิลปากรที่ 3 พระนครศรีอยุธยา ขณะที่ตารางการประชาสัมพันธ์ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. ประจำจังหวัดพระนครศรี อยุธยา ให้ข้อมูลไว้ว่า หนึ่งในแผนการท่องเที่ยวอยุธยาควรมาชื่นชมความงามปราสาทแห่งนี้

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีประชาชนชาวอยุธยาคัดค้านการสร้างสิ่งปลูกสร้างบัดบังทัศนียภาพของศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (หลังเก่า) ที่วางเสากันไปแล้วถึง 32 ต้น ว่า นายเมธาดล วิจักขณะ ผู้อำนวยการอุทยานประวัติศาสตร์ พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เสียงทักท้วงที่เกิดขึ้นทำให้นายวิทยา ผิวผ่อง ผู้ว่าราชการ จ.พระนครศรีอยุธยา ทำหนังสือเลขที่ 0016.5/2553 มาถึงสำนักงาน เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2553 แจ้งความเห็นของประชาชนว่าการก่อสร้างดังกล่าวไม่เหมาะสม ทำให้บดบังทัศนียภาพ ภูมิทัศน์ และบดบัง สถาปัตยกรรมของศาลากลางจังหวัดหลังเก่า ต่อมา เรื่องดังกล่าวทางสำนักงานได้นำเสนอต่ออธิบดีกรมศิลปากรและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมแล้ว ล่าสุด คณะกรรมการชุดใหญ่ของกระทรวงวัฒนธรรมและกรมศิลปากรเห็นชอบให้แก้ไขตามที่จังหวัดแจ้งมา โดยให้ปรับผังก่อสร้างเพื่อความเหมาะสม โดยเสาจำนวน 32 ต้น ที่เดิมตามผังใช้เป็นเสาศาลาจะทุบทิ้งทั้งหมด และตรงจุดดังกล่าวจะปรับเป็นลานโล่งเพื่อเปิดภูมิทัศน์ ส่วนการปรับปรุงตามโครงการสิ่งอำนวยความสะดวกจุดอื่นรอบศาลากลาง เช่น ทางเท้าจะยังดำเนินการต่อไป ทั้งนี้ เพียงรอคำสั่งจากคณะกรรมการอย่างเป็นทางการก็พร้อมดำเนินการรื้อถอนเสาทั้งหมดทันที


หน้า 1




 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.