มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 2887 คน
วันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 19 ฉบับที่ 6864 ข่าวสดรายวัน


ปชป.แฉแผนปฏิวัติ


เดินเกม3ขั้นตอน มาร์คแจงหนีม็อบ


"มาร์ค" ออกทีวีอ้อนวุฒิ ผ่านพ.ร.บ.งบ แจงม็อบแดงปาอึ-ปลาร้า ไม่รุนแรงอย่างที่เป็นข่าว โต้หั่นเวลารายการหนีม็อบทุกอย่างเป็นไปตามภารกิจ แวะปั๊มล้างรถ ก็ไม่จริง แค่อยากคุยรักษาการผบ.ตร. และคืนไมค์ช่อง 11 เช่นเดียวกับข่าวขัดแย้งในรัฐบาล ยันรัฐบาลเดินหน้าทำงานตามปกติ โยนตำรวจเอาผิดคนปา ลั่นลงพื้นที่ต่อเนื่อง ปชป.แถลงโยงแผนปฏิวัติ ห่วง 19 ก.ย. จะรุนแรง "อนุพงษ์"รอฟังรัฐบาลประกาศพ.ร.บ.มั่นคง เพื่อไทยจี้อย่าใช้ นัด"เมธี-ผอ.ศูนย์เลือกตั้ง"ไกล่เกลี่ย ประธานวุฒิยื่นสำนวน 16 ส.ว.ถือหุ้น ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจ ฉัยแล้ว

นายกฯอ้อนวุฒิผ่านพรบ.งบ

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 13 ก.ย. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในราย การ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์" ทางสถานีวิทยุและโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (ช่อง 11) ว่า วันที่ 14 ก.ย. วุฒิสภาจะประชุมเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2553 ขอความกรุณาสนับสนุน หากทางวุฒิสภาให้ความเห็นชอบจะทำให้การบริหารงบประมาณของรัฐบาลทั้งการลงทุนและอื่นๆ เป็นไปตามกำหนดเวลา งบประมาณเป็นเครื่องมือของรัฐบาลในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจจึงอยากถือโอกาสนี้ ขอความสนับสนุนจากส.ว. ในการผ่านร่างกฎหมายงบประมาณ ซึ่งจะทำให้รัฐบาลสามารถใช้จ่ายเป็นไปตามตารางเวลา ส่วนข้อสังเกตต่างๆ รัฐบาลพร้อมรับมาพิจารณาและพร้อมให้คณะกรรมาธิการของ 2 สภาร่วมกันตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมวุฒิสภาวันที่ 14 ก.ย. เวลา 10.00 น. เป็นการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2553 ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรลงมติเห็นชอบแล้ว วุฒิสภาได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาพิจารณาไปควบคู่กันและเสนอรายงานเพื่อให้ที่ประชุมวุฒิสภาพิจารณา มีข้อมูลที่น่าสนใจ งบประมาณ 1.7 ล้านล้านบาท คณะกรรมาธิการวิสามัญของสภาผู้แทนฯ ปรับลด 22,505,238,100 บาท จัดสรรเพิ่มให้ส่วนราชการตามที่ครม. เสนอตามความเหมาะสมและจำเป็น จำนวน 22,505,238,100 บาท แบ่งเป็นที่ครม.เสนอ 22,215,857,100 บาท หน่วยงานเสนอคณะกรรมาธิการโดยตรงตามบทบัญญัติของรัฐธรรม นูญ 289,381,000 บาท ฉะนั้น คงตั้งงบประมาณไว้ที่ 1.7 ล้านล้านบาท

กมธ.ติงงบขาดแผนงานรวม

ข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างฯ ของวุฒิสภา แบ่งเป็น 2 ส่วน จำ นวน 19 หน้า ส่วนแรก นโยบายและการบริหารจัดการงบประมาณปี"53 มีข้อสังเกตว่าการจัดทำงบประมาณยังขาดการบูรณาการ เหมือนปี"52 ที่เคยตั้งข้อสังเกตไปแล้ว อาทิ งบด้านการวิจัยของหน่วยงานต่างๆ งบการพัฒนา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่กระจายทุกกระทรวง กรม นอกจากนี้ การจัดทำงบปี"53 ยังขาดภาพรวมของแผนงานและงบลงทุนของหน่วยงานสำคัญ งบลงทุนส่วนใหญ่ไปอยู่ในพ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ 2552 และร่างพ.ร.บ.ให้อำนาจกระ ทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ 2552 และยังมีปัญหาเกี่ยวกับการกำหนดภารกิจที่ต้องถ่ายโอนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามพ.ร.บ. กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจฯ 2542 ส่วนที่สอง การจัดสรรงบประมาณ เป็น การตั้งข้อสังเกตจำแนกตามกระทรวง

นายกฯ กล่าวในรายการถึงการประชุมร่วมกันของรัฐ สภาในวันที่ 16-17 ก.ย. ว่า เป็น การนัดประชุมของประธานรัฐสภาตามที่รัฐบาลร้องขอ เพื่อเปิดโอกาสให้สมาชิกรัฐสภาทั้งส.ส. และส.ว. แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ จะเป็นการเสนอแก้ไข 6 ข้อ ตามที่คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เสนอมาเบื้องต้น หรือการตกลงที่จะไปแก้กันในบางประเด็นที่ทุกคนเห็นร่วมกันก่อน บางคนก็บอกมี 2 ประเด็นที่มีความเห็นร่วมกันแล้ว หรือการจะตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ขึ้นมา หรือจะเป็นวิธีการอื่นใดก็ตาม ล้วนแล้วจะเปิดโอกาสให้มีการแสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่

แจงม็อบปา"ปลาร้า-อึ"ไม่รุนแรง

นายกฯ กล่าวว่า ตนได้ย้ำมาโดยตลอดว่ารัฐบาลนี้จะบริหารราชการแผ่นดินโดยให้ความสำคัญกับกระบวนการของรัฐสภา และให้ความสำคัญกับเสียงของพี่น้องประชาชนทุกกลุ่ม และจะพยายามไม่สร้างเงื่อนไขความขัดแย้งเพิ่มเติมขึ้นมา อยากฝากประชาชนและสื่อมวลชนไว้ การรับข่าวสารต่างๆ โดยเฉพาะการเผยแพร่ข่าวสารต่ออยากให้ระมัดระวัง เพราะบรรยากาศของบ้านเมืองแน่นอน อาจมีความแตกต่าง ความขัดแย้งที่มีอยู่เป็นเรื่องปกติของสังคมประชาธิปไตย แต่เราสามารถช่วยกันบริหารจัดการได้ภายใต้กรอบกติกาของประชาธิปไตย แล้วช่วยกันเอื้ออำนวยให้การทำงานสำหรับพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจขณะนี้เดินหน้าต่อไปได้

นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีถูกกลุ่มคนเสื้อแดงกว่า 200 คน ชุมนุมขับไล่และปาถุงปลาร้าผสมมูลสัตว์ใส่รถขบวนระหว่างการไปร่วมโครงการประกันรายได้ให้เกษตรกร ที่เทศบาลตำบลท่าวุ้ง จ.ลพบุรี เมื่อวันที่ 12 ก.ย. ว่า ใครติดตามอ่านข่าวสารแล้วจะรู้สึกตกใจ อยากเรียนว่าหลายเรื่องไม่ได้รุนแรงอย่างที่เป็นข่าวไป แม้กระทั่งที่ไปถ่ายทำรายการที่จ.ลพบุรี มีหนังสือพิมพ์เสนอข่าวว่ามีการตัดรายการออกไปต้องรีบกลับ ความจริงไม่ใช่ ทุกอย่างเป็นไปตามภารกิจที่ตั้งใจไปทำคือไปบันทึกเทปรายการเชื่อมั่นประเทศไทยฯ มีการมอบใบรับรองสิทธิและสนทนากับเกษตรกรบนเวที

ทำผิดต้องดำเนินการตามกฎหมาย

นายกฯ กล่าวว่า เหตุการณ์เมื่อวานนี้ มีผู้ชุมนุมมาจริง เป็นการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ครั้งสุดท้ายที่ตนไปที่จ.ลพบุรี ก็มา ไปที่จ.อ่าง ทอง สัปดาห์ที่แล้วก็มา และอาจมีการขว้างปามาจริงแต่ไม่ได้สร้างความเสียหายมาที่ตัวตนแต่อย่างใด รวมไปถึงข่าวที่บอกว่าถึงขั้นต้องหยุดรถ ล้างรถ ก็ไม่เป็นความจริง ตนไปแวะพักเพื่อจะได้มีโอกาสได้สนทนากับพล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รองผบ.ตร. ทำหน้าที่รักษาการผบ.ตร. เช่นเดียวกับข่าวความขัดแย้งในพรรคร่วมรัฐบาลก็ดี ขอเรียนว่าการทำงานทุกอย่างเป็นไปตามปกติ

หลังออกรายการ นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมถึงจุดอ่อนในการเดินทางลงพื้นที่จ.ลพบุรี ว่า คงไม่ใช่เรื่องจุดอ่อน ไปจ.ลพบุรี เมื่อต้นปีก็มีการชุมนุมคล้ายๆ แบบนี้และมีคนขว้างขวดน้ำ ขว้างของออกมา คนมาจำนวนเป็นสิบเป็นร้อย มีคนหนึ่งคนขว้างมามันก็ต้องดู หากทำผิดกฎ หมายก็ต้องดำเนินการแต่คิดว่าหวังผลทางด้านข่าวเท่านั้นเอง

เมื่อถามว่าการดำเนินการลักษณะนี้เหมือนเป็นการตอกย้ำวัฒนธรรมการใช้ความรุนแรงที่มีมากขึ้นในหมู่ประชาชนที่จะทำต่อนักการเมือง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มากขึ้นหรือเปล่าไม่ทราบ เพราะความจริงเป็นกลุ่มคนที่มาในพื้นที่นั้นเป็นประจำ อย่างไปลพบุรี 2 ครั้ง อ่างทอง 1 ครั้ง น่าจะเป็นคนกลุ่มเดียวกัน เมื่อถามว่าการกระทำลักษณะนี้ผิดกฎหมายหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการ และบังเอิญว่าเมื่อวานนี้ไม่เห็นตอนขว้างปาสิ่งของ ขว้างไปที่ไหนอย่างไร และที่ไปรายงานข่าวว่าต้องไปหยุดล้างรถก็ไม่ใช่ ตนหยุดพักรถก็เพื่อที่จะคุยกับพล.ต.อ.ธานี และไมค์ (ที่ใช้บันทึกเทปรายการ) มันติดอยู่ที่ตัวจึงต้องการคืนเขา ไม่อยากเอากลับบ้าน

ยันต้องทำหน้าที่-ลงพื้นที่ต่อ

เมื่อถามว่าเหมือนเป็นการตีกรอบไม่ให้รัฐบาลลงพื้นที่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า "ผมลงต่อแน่ครับ ไม่มีปัญหาครับ" การขว้างปาเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องแต่ตนไม่ได้เห็น เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องดูว่าผิดข้อไหนอย่างไร ถ้าผิดก็ต้องดำเนินการ หากไม่ผิดก็ไปดำเนินการไม่ได้ ไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นและประชาชนส่วนใหญ่ก็ไม่อยากให้เกิด ตนก็ต้องทำหน้าที่ของตนเองต่อ ลงพื้นที่ต่อ

เมื่อถามว่าแต่ลพบุรีถือว่าเป็นพื้นที่ของทหารมีคนตั้งข้อสังเกตว่ามีสิ่งผิดปกติอะไรเกิดขึ้นหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า มันไม่ใช่หรอก ทุกจังหวัดก็มีพื้นที่กว้างขวาง ทหารก็ไม่ได้อยู่ทั้งจังหวัด วันที่ 12 ก.ย.การดูแลก็ค่อนข้างดีพอสมควร หากพูดตามจริงโดยสภาพของจุดที่ไปจัดรายการ ทางเข้าออกค่อนข้างแคบ ซึ่งบริหารจัดการได้ค่อนข้างยาก แต่เจ้าหน้าที่ก็ทำได้ดี

นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีกลุ่มคนเสื้อแดงออกมาปลุกระดมการสถาปนารัฐใหม่ ที่มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ว่า เห็นแต่ในข่าว เขาพูดเป็นเรื่องการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขแต่ไม่ทราบว่าถ้อยคำรายละเอียด สิ่งที่อยากย้ำและฝากไปคือเวลานี้เห็นว่าบ้านเมืองกำลังเดินไปข้างหน้า การแก้ปัญหาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ ปัญหาของพี่น้องเกษตรกรการทำงานต้องต่อเนื่อง เพื่อให้การฟื้นตัวมีความมั่นคงแข็งแกร่ง ปัญหาทางการเมืองพยายามใช้ขบวนการของรัฐสภาในการหาทางออกให้ได้ รัฐบาลเคารพสิทธิเสรีภาพของทุกฝ่าย ขอโอกาสในการให้บ้านเมืองมีเสถียรภาพ ตนไม่ได้พูดถึงในส่วนของรัฐบาลแต่พูดถึงบ้านเมืองต้องมีเสถียรภาพ การแสดงออกการเรียกร้องทำได้แต่ขอให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย

จับตาเหตุแทรกซ้อน19กันยา

เมื่อถามว่า พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร อดีต ผบ.ทบ. ออกมาพูดเรื่องการเปลี่ยนแปลงโดยการปฏิวัติ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นความเห็นส่วนบุคคล ก็แปลกใจเพราะจริงๆ ไม่ควรมีการพูดถึงเรื่องของการปฏิวัติแล้ว นึกว่าที่ผ่านมาเป็นการเรียกร้องประชาธิปไตยแต่กลายเป็นว่าถ้าเปลี่ยน แปลงโดยการปฏิวัติแล้วถูกใจตัวเองก็ทำได้ คงไม่ใช่ ขณะนี้ขอให้ระบบได้รับการส่งเสริมให้มีความเข้มแข็งมากขึ้นเพื่อจะเดินไปได้ เมื่อถามว่าดูเหมือนมีความพยายามสร้างบรรยากาศให้ย้อนกลับไปในวันที่ 19 ก.ย. เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อย่างที่บอกมันมีคนกลุ่มหนึ่งที่ไม่ต้องการให้เกิดเสถียรภาพในแง่ของบ้านเมือง อาจหวังผลบางอย่าง ไม่อยากให้สังคมตกเป็นเหยื่อ ส่วนประชาชนที่แสดงออกด้วยความสุจริตใจทำได้และขอให้ช่วยกันระมัดระวังดูแลอยู่ในกรอบกฎหมาย เมื่อวาน (12 ก.ย.) ได้คุยกับรักษาการผบ.ตร. เชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่ที่จะมาชุมนุมไม่ต้องการให้เกิดปัญหา แต่ต้องระมัด ระวังเรื่องของเหตุแทรกซ้อนที่จะเกิดขึ้น

เมื่อถามว่า นายกฯ จะพูดให้ประชาชนเข้าใจได้หรือไม่ว่าเงื่อนไขตอนนี้มันแตกต่างจาก 3 ปีที่แล้ว เพราะมีความพยายามบิดเบือน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จริงๆ มองว่าไม่เห็นเหมือนกันตรงไหนเลย กระบวนการของสภาก็ทำงานตามปกติและรัฐบาลก็หลีกเลี่ยงตลอดไม่ให้เกิดปัญหาความรุนแรง เพียงแต่มีหน้าที่ในการรักษากฎหมาย ส่วนเรื่องคดีเกิดขึ้นเพราะมีความขัดแย้ง เวลามีผลของคดีออกมาทางหนึ่งทางใดก็จะต้องมีคนไม่พอใจ แต่เราต้องเคารพกติกาและขอยืนยันว่าในส่วนของรัฐบาลจะดูแลให้ความเป็นธรรมอย่างแน่นอน เมื่อถามว่ามีความพยามยามโยงเรื่องผบ.ตร. เรื่องของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม และเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลกับกองทัพ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยืนยันได้ว่าการทำงานเป็นไปโดยปกติทุกประการ

ปชป.ชี้ปารถนายกฯคนนอกแทรกซึม

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) น.พ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรค กล่าวถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ ถูกกลุ่มเสื้อแดงขับไล่ที่จ.ลพบุรี ว่า ยังมีการสร้างสถานการณ์ความวุ่นวายโดยกลุ่มคนส่วนน้อย เพื่อให้เกิดเงื่อนไขความรุนแรง โดยการปลุกระดมด้วยข้อมูลเท็จ เช่น การใช้คลิปตัดต่อเสียงนายกฯ หรืออ้างถึงสาเหตุการเสียชีวิตของพลทหารว่าเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่ เหล่านี้เพื่อให้เกิดความเกลียดชังและสร้างความเป็นปฏิปักษ์ของประชาชนต่อรัฐบาล พรรคทราบดีว่าคนลพบุรีส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับวิธีการดังกล่าว แต่เหตุ การณ์นี้ใช้วิธีอาศัยคนนอกพื้นที่เข้ามาแทรกซึม เหตุการณ์ดังกล่าวอาจสุ่มเสี่ยงก่อให้เกิดความวุ่นวายในวันที่ 19 ก.ย. พรรคขอเรียกร้องให้ทุก ฝ่ายช่วยกันประคับประคองบ้านเมือง เรียกร้องและสนับสนุนให้รัฐบาลประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ

น.พ.บุรณัชย์กล่าวว่า การเคลื่อนไหวดังกล่าวยังสอดรับกับการจัดสัมมนาฝึกอบรมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) แดงทั้งแผ่นดิน ที่มีการแสดงเจตนารมณ์ที่จะล้มอำนาจรัฐบาลและสถาปนารัฐใหม่ขึ้น พรรควิตกกังวลต่อการใช้คำพูดดังกล่าวอย่างมาก และเชื่อว่าผู้ที่แสดงเจตนารมณ์มีความพยายามกระทำสิ่งดังกล่าวให้เกิดขึ้นจริง ทั้งจากคำกล่าวหลายครั้งของพ.ต.ท.ทักษิณ แกนนำนปช. เครือข่ายของพ.ต.ท.ทักษิณ รวมทั้งกลุ่มของผู้ที่เสียอำนาจในการดำเนินการสร้างความวุ่นวายหลายๆ ครั้ง จึงอยากถามนปช.ว่ามีเจตนาอะไรจึงต้องการสถาปนารัฐใหม่ขึ้นมา แม้จะอ้างว่าจะยังคงรักษาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่การประกาศถ้อยคำว่าจะสถาปนารัฐใหม่เคยเกิดขึ้นหลายครั้ง ทั้งในแถลงการณ์แดงสยามของนายใจ อึ๊งภากรณ์ ดา ตอร์ปิโด จนนำมาสู่คดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ รวมทั้งคดีต่อนายวีระ มุสิกพงศ์

โยง"แดง-แม้ว-นปช.-พท."แผนปฏิวัติ

น.พ.บุรณัชย์กล่าวว่า การฝึกอบรมปฏิบัติการแดงทั้งแผ่นดินเป็นการกระทำเพื่อสนับ สนุนยุทธศาสตร์ในการสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นภายในบ้านเมือง โดยวิธีการที่ไม่เป็นประชา ธิปไตยด้วยหรือไม่ พรรคประเมินยุทธ ศาสตร์ดังกล่าวร่วมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพัทยา จ.ชลบุรี เหตุการณ์ช่วงเดือนเม.ย.ในกรุงเทพฯ เหตุการณ์ที่จ.ลพบุรี จนถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในวันที่ 19 ก.ย. มีการเตรียมการไว้ 3 วิธี คือ 1.การสร้างความวุ่นวายจากคนส่วนน้อย อาจเสี่ยงนำไปสู่การปะทะ ยั่วยุ จนเจ้าหน้าที่ไม่สามารถคุมสภาพและอาจใช้ความรุนแรงเข้าดำเนินการ 2.ใช้วิธีปลุกระดมให้เกิดความแตก แยกกับคนไทย โดยให้ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับกลุ่มเสื้อแดงออกมาเผชิญหน้ากันเอง และ 3.เครือข่ายของพ.ต.ท. ทักษิณ นปช. และพรรคเพื่อไทย พยายามยั่วยุเพื่อให้เกิดการปฏิวัติรัฐประหารยึดอำนาจ จนนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลง พรรคกังวลว่าการสร้างเงื่อนไขที่ไม่เป็นประชาธิปไตยดังกล่าว ถือเป็นการทำลายชาติทำให้บ้านเมืองอาจเกิดภาวะมิคสัญญี กลียุค ตามที่น.พ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส กล่าวเตือนสติสังคมเอาไว้

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณีที่ยืนยันความประสงค์ที่จะก่อให้เกิดการปฏิวัติโดย พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร ที่กล่าวสนับสนุนว่าถ้ามีการปฏิวัติเกิดขึ้นโดยอ้างว่าทำให้บ้านเมืองเกิดความสงบ กลุ่มนปช.คงเห็นด้วย ใครที่คิดจะฉวยโอกาสให้บ้านเมืองเกิดความแตกแยกอยากให้คิดถึงบ้านเมืองที่บอบช้ำมามากแล้วในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา มั่นใจว่าคนส่วนใหญ่ไม่อยากให้บ้านเมืองเกิดความถดถอยจนนำไปสู่ความรุนแรงอีก แต่อยากให้ใช้กลไกของรัฐสภาเพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าไปสู่ความปรองดอง

ห่วง 19 กันยารุนแรง

เมื่อถามว่าเหตุการณ์ต่อต้านที่จ.ลพบุรี จะกระทบต่อการลงพื้นที่ของนายกฯ ครั้งต่อไปหรือไม่ น.พ.บุรณัชย์กล่าวว่า เป็นการดำเนินการของคนส่วนน้อย แต่มีทรัพยากรสนับสนุนรวมทั้งมีการวางแผนสร้างเหตุการณ์ความวุ่นวาย คนเสื้อแดงที่ชุมนุมด้วยความบริสุทธิ์ใจคงไม่เห็นด้วย และนายกฯ ก็ไม่ได้มองว่าเป็นอุปสรรคที่จะลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาจากประชาชน เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยความมั่นคงจะต้องเข้มงวดมากขึ้น กลุ่มนปช.เองก็หมดความชอบธรรมในการอ้างการชุมนุมอย่างสงบปราศจากความรุนแรงได้อีกต่อไป

นายสาธิต ปิตุเตชะ กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีกลุ่มเสื้อแดงเปิดโรงเรียนนปช. ว่า ถือเป็นการดำเนินการบนดินครั้งแรก เพราะก่อนหน้านี้ได้ดำเนินการต่างๆ หลายครั้ง หลายสถานที่และหลายเวลาโดยใช้ชื่อปฏิบัติการจรยุทธ์เมือง สอดรับกับเหตุการณ์ความรุนแรงทุกครั้งที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเหตุ การณ์ 13 เม.ย. หรือการใช้ความรุนแรงกับรัฐบาลชุดนี้ พรรคกังวลว่าในวันที่ 19 ก.ย. จะมีการเคลื่อนไหวดังกล่าว จึงขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ใช้ความรอบคอบไม่ให้เกิดความรุนแรง ส่วนกรณีพล.อ.ชัยสิทธิ์ ระบุว่าเห็นด้วยกับนปช.ให้มีการปฏิวัติเพื่อเลือกตั้งใหม่ เป็นข้อเรียกร้องเดียวกันกับพรรคเพื่อไทย ทั้ง 3 กลุ่มนี้ก็เป็นกลุ่มเดียวกันที่พยายามทำให้พ.ต.ท.ทักษิณกลับมา เป็นการพูดเพื่อให้ตัวเองได้ประโยชน์ เพราะหากตนเองได้ประโยชน์ก็เห็นด้วยกับการปฏิวัติ แต่หากเสียประโยชน์ก็จะคัดค้านหรือต่อต้าน

"สาธิต"จี้กกต.ไล่ออก"เกียรติกร"

นายสาธิตกล่าวว่า ส่วนที่พล.อ.ชัยสิทธิ์ ระบุนายอภิสิทธิ์ มักคิดว่าคนอื่นเป็นรองและคิดว่าตนเองแน่ หากย้อนเวลากลับไปถ้าพล.อ.ชัยสิทธิ์ นำคำพูดนี้ไปบอกพ.ต.ท.ทักษิณ ให้ปฏิบัติตาม ปัญหาทั้งหลายในบ้านเมืองก็คงไม่เกิด นายอภิสิทธิ์ก็มีวุฒิภาวะบริหารบ้านเมืองภายใต้ผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก

นายสาธิตกล่าวว่า ขอตั้งคำถามไปที่กลุ่มนปช.ที่จัดตั้งโรงเรียน รวมทั้งที่จะชุมนุมในวันที่ 19 ก.ย. อยากถามว่า พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษเกี่ยวอะไรด้วยกับการชุมนุม และช่วยตอบคำถามหน่อยว่าอมาตยาธิปไตยที่พูดกันมาตลอดคืออะไร หมายถึงข้าราช การประจำ องคมนตรี หรือการทำผิดของรัฐบาลหรือไม่ ช่วยตอบมาให้ชัดเจน คนเสื้อแดงจะไม่หมดไปจากแผ่นดินไทยแต่อาจจะลดน้อยลงไปเรื่อยๆ จนเหลือแค่เป็นลัทธิ หากอยู่อย่างสงบไม่ผิดกฎหมายก็สามารถอยู่ได้ แต่หากอยู่อย่างก่อการร้าย รัฐบาลก็ต้องปราบปรามอย่างเด็ดขาด

นายสาธิตกล่าวถึงกรณีนายเกียรติกร พาก เพียรศิลป์ ส.ส.ปราจีนบุรี แถลงลาออกจากการเป็นส.ส.และกลับลำในภายหลัง ถือว่าลาออกแล้วหรือไม่ ว่า ส่วนตัวตนเห็นว่าเป็นการแสดงเจตนา ลาออกตามรัฐธรรมนูญ ม.106 (3) ไม่จำเป็นต้องเขียนใบลาออก เพราะการเอ่ยลาออกทางวาจาโดยผ่านสื่อและประชาชนทั้งประเทศก็ถือว่ามีผลบังคับแล้ว ไม่จำเป็นต้องทำหนังสือแสดงเจตนา คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องวินิจฉัยการลาออกของนายเกียรติกร รวมทั้งเตรียมจัด การเลือกตั้งใหม่ ไม่ต้องทำหนังสือมาสอบถามการลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ด้วย คาดว่าในวันที่ 15 ก.ย.นี้ จะมีการประชุมของกกต.เพื่อวินิจฉัยเรื่องดังกล่าว หาก กกต.วินิจฉัยเป็นอย่างอื่นตนจะด่ากกต.

เพื่อไทยจี้รบ.ห้ามใช้พรบ.มั่นคง

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวถึงการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันที่ 19 ก.ย. ซึ่งเป็นวันครบรอบ 3 ปีรัฐประหาร ว่า มีแนวโน้มว่ารัฐบาลอาจประกาศใช้พ.ร.บ. ความมั่นคงฯ เพื่อควบคุมสถานการณ์ โดยใช้กำลังทหารเป็นหลัก ขอเรียกร้องให้รัฐบาลทบ ทวนถึงผลดีและผลเสียของการใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ เพราะน่าจะเป็นการยั่วยุทหารและประ ชาชนให้เกิดการเผชิญหน้าอีกครั้ง พรรคได้วิเคราะห์แล้วว่าวันที่ 19 ก.ย.นี้ จะมีประชาชนมาร่วมชุมนุมนับแสนคน ดังนั้น ขอให้นายอภิสิทธิ์ ลดการเผชิญหน้า โดยใช้กฎหมายเท่าที่มีอยู่ซึ่งก็น่าจะเพียงพอ

โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคทราบว่าสายฮาร์ตคอร์ในหลายจังหวัดเริ่มมีเคลื่อน ไหวแล้ว จะทำให้มือที่ 3 เข้ามาแทรกแซงจนทำให้อำนาจนอกระบบเข้ามาควบคุมสถาน การณ์ อาจทำให้นายอภิสิทธิ์ตกเก้าอี้และเข้าลักษณะกงเกวียนกำเกวียน เหมือนกับกรณีของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ไปประชุมที่สหรัฐอเมริกาแล้วไม่ได้กลับประเทศไทย ขอให้นายอภิสิทธิ์ทบทวนให้รอบด้าน อย่าฟังที่ปรึกษาสายเหยี่ยวเพียงอย่าง เดียว อยากให้ยึดผลประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นที่ตั้ง ไม่ใช่มองเก้าอี้ของนายกฯ เป็นที่ตั้ง

นำชาวบ้านร้องดีเอสไอจับโกงอีก

นายพร้อมพงศ์ กล่าวถึงเหตุลอบปาระเบิดบ้านเก่าของนายวิชา มหาคุณ กรรมการป.ป.ช. และเหตุขว้างปลาร้าใส่รถนายกฯ ที่จ.ลพบุรี ว่า การที่นายอภิสิทธิ์ วาดรูปหัวใจ โดยใช้เส้นสีเหลือง และสีแดง เซ็นชื่อด้วยสีน้ำเงินนั้นยังไม่เพียงพอ ต้องแสดงความจริงใจในการสร้างความสมานฉันท์ โดยการประชุมร่วมรัฐสภาวันที่ 16-17 ก.ย. รัฐบาลควรหยุดสร้างเงื่อนไข แต่ควรผลักดันให้มีการแก้รัฐธรรมนูญใน 6 ประเด็น ตามที่คณะกรรมการสมานฉันท์ฯ เสนอมา นอกจากนี้ เมื่อแก้รัฐธรรมนูญเสร็จแล้วรวมทั้งงบประมาณปี 2553 จะผ่านการพิจารณาของสภาสูงภายในสัปดาห์นี้แล้ว ดังนั้น เดือนพ.ย.ก็ควรประ กาศยุบสภา เพื่อผ่าทางตันให้กับระบอบประชา ธิปไตยให้ก้าวไปข้างหน้าก่อนจะสายเกินไป

นายพร้อมพงศ์ กล่าวถึงกรณีประชาชน อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ร้องเรียนมีการจัดทำเอกสารการประชุมประชาคมอันเป็นเท็จ ในโครงการชุมชนพอเพียงว่า กรณีดังกล่าวชาวบ้านใน 12 ชุมชนได้แจ้งความไว้ที่ สภ.กบินทร์บุรี แต่คดีไม่มีความคืบหน้า เรื่องดังกล่าวน่าจะมีการทุจริตและอาจเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน เพราะชาวบ้านมีการประชุมประชาคมและมีมติที่ต้องการทำโครงการเพราะเห็ดนางฟ้า เลี้ยงปลา เลี้ยงไก่และเลี้ยงหมู แต่กลับมีการทำเอกสารเท็จว่าที่ประชุมประชาคมชาวบ้านต้องการตู้น้ำพลัง งานแสงอาทิตย์ในวงเงินสูงถึง 1,850,000 บาท น่าจะมีการร่วมมือกันระหว่างนายหน้าและข้าราช การบางส่วนในการทำเอกสารปลอมขึ้น วันที่ 14 ก.ย. เวลา 09.00 น. ตนจะพาชาวบ้าน 12 ชุมชนที่ได้รับความเดือดร้อนเดินทางไปร้องเรียนกรม สอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ

นัด"เมธี-ผอ.ศูนย์ลต."ไกล่เกลี่ย

นายพร้อมพงศ์ กล่าวถึงกรณีนายเมธี อมรวุฒิกุล ก่อเหตุชกต่อยนายอดิศราช ธรรมพิทักษ์ หน้าที่ทำการพรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 8 ก.ย.ที่ผ่านมาว่า ในส่วนของคดีความเป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างนายเมธี กับผู้เสียหาย พรรคเพื่อไทยคงไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ฝ่าย หลังจากนี้ทางพรรคจะเชิญคู่กรณีทั้ง 2 คนเข้ามาพูดคุย เพื่อปรับความเข้าใจและไกล่เกลี่ยกันในวันที่ 17 ก.ย. เนื่องจากไม่ต้องการให้เรื่องดังกล่าวลุกลามเป็นเรื่องใหญ่โต สำหรับการสอบสวนของคณะกรรมการจริยธรรมและวินัย คงต้องรอผลคดีความระหว่างนายเมธี และนายอดิศราช ว่าจะเป็นอย่างไรและตกลงกันได้หรือไม่

โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เรื่องที่นายเมธี ประสงค์จะขอลงสมัครส.ส.กทม.ในนามพรรคเพื่อไทย ต้องมีการพิจารณาหลายชั้น ทั้งนาย วิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานภาคกทม. การพิจารณาของคณะกรรมการ(บอร์ด)ภาคกทม.และคณะกรรมการบริหารพรรค ซึ่งต้องพิจารณาคุณสมบัติหลายเรื่อง เวลานี้ยังไม่สามารถตอบได้ว่านายเมธี จะได้รับความเห็นชอบให้ลงสมัครหรือไม่ ส่วนเรื่องเงินค่าสื่อโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งซ่อมที่จ.สุราษฎร์ธานีนั้น เบื้องต้นทางพรรคประสานงานไปยังนายอดิศราช แล้วไม่มีปัญหาอะไร

โรงเรียนนปช.ไม่แอบแฝง

ที่จ.นครราชสีมา นายสุรชัย แซ่ด่าน แกนนำนปช. กล่าวถึงกรณีนายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จี้สอบโรงเรียนนปช. ส่อไปในแนวทางปลุกระดมคนให้ต่อต้านอำนาจรัฐ ว่า นายเทพไท มีตำแหน่งเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองควรคิดก่อนพูด การก่อตั้งโรงเรียนนปช. ควรอ่านยุทธศาสตร์ให้แจ่มแจ้ง ตีความภาษาไทยออกมาให้ชัดเจน อย่าเบี่ยงเบน ไม่มีข้อใดปลุกระดม หากฝ่ายอำนาจรัฐคิดว่าพวกเราคิดผิดทำผิดก็มาจับ นายเทพไทน่าจะเข้าใจว่าสมัยเรียนมหาวิทยาลัยรามคำแหง เคยทำอะไรที่ต่อสู้กับอำนาจรัฐบ้าง คิดว่าพวกเราทำงานแบบแอบแฝงเหมือนที่เคยทำในมหาวิทยาลัยรามคำแหงมาก่อนหรือไม่

นายสุรชัย กล่าวว่า อย่าเส้นตื้น ปล่อยให้เขาสอนกันไปก่อน โรงเรียนนปช.ก็เหมือนการเปิดเวทีปราศรัยทั่วๆ ไป เป็นการสอนให้คนรู้จักแสดงความคิดเห็น แกนนำนปช.ที่จะให้ความรู้นักเรียนล้วนเป็นคนที่มีคดีอาญาติดตัวทุกคน เป็นคดีการเมืองล้วนๆ ไม่ได้มีคดีลักวัว ลักควาย ปล้น ดังนั้น คนเหล่านี้เป็นคนที่มีประสบการณ์ จึงเหมาะสมที่จะให้เป็นครู เป็นผู้มีความรู้สอนเรื่องการเมือง ที่นายเทพไทถามคนเสื้อแดงคิดอย่างไรกับแนวคิดการสถาปนารัฐไทยใหม่ แนว คิดดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญในข้อหาเป็นกบฏต่อราชอาณาจักรไทย นายเทพไท อ่านภาษาเศรษฐศาสตร์ออกหรือไม่ วิเคราะห์เป็นหรือไม่ มันไม่ได้หมายความว่าต้องแบ่งแยกดินแดน การสถาปนารัฐใหม่อาจหมายถึงการเปลี่ยนระบบการบริหารบ้านเมืองแบบใหม่ อย่ามองโลกในแง่ร้ายเกินไป

"อนุพงษ์"รอฟังรบ.ใช้พรบ.มั่นคง

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ให้สัม ภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันที่ 19 ก.ย. ว่า ขณะนี้เมื่อมีการเปลี่ยนตัวผบ.ตร. ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเอาอย่างไร แต่แผนการปฏิบัติการก็น่าจะเป็นแผนเดิมๆ ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการแค่ไหน อย่างไร ต้องดูนโยบายผบ. ตร. คนใหม่ ทหารเราเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานอย่างเดียวแต่ถ้ารัฐบาลมีการประกาศพ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ก็มาว่ากันอีกที

เมื่อถามว่านายกฯ จะเดินทางไปประชุมสมัช ชาสหประชาชาติ ระหว่างวันที่ 20-26 ก.ย. อาจมีการประกาศพ.ร.บ.ความมั่นคงฯ เพื่อรองรับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า สัปดาห์หน้าคงจะรู้ ขณะนี้ยังไม่รู้ เนื่องจากจุดชุมนุมไม่ใช่ที่ทำเนียบรัฐบาลแต่ไปชุมนุมที่บ้านพักพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ รัฐบาลจะเอาอย่าง ไรก็ว่ามา ขณะนี้ยังไม่มีการพูดจาอะไรคิดว่าเปิดวันทำการราชการจะพูดจากัน

เมื่อถามว่ากองทัพเตรียมความพร้อมอย่างไร พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ยังเหมือนเดิม ถ้าให้เดา ก็คงเหมือนเดิมคือนายกฯ จะมอบหมายให้นาย สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ด้านความมั่นคงรับผิดชอบ นายสุเทพ จะมีคำสั่งมอบหมายให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) เป็นหน่วยวางแผนปฏิบัติแต่ความรับผิดชอบใหญ่อยู่ที่นายสุเทพ เมื่อถามว่าได้ประเมินสถานการณ์ในวันที่ 19 ก.ย.จะรุนแรงหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า จะมีการชุมนุมที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ แต่เราจะทำอย่างไรไม่ให้เกิดความรุนแรง ต้องฟังรัฐบาลว่าจะเอาอย่างไร จะให้เข้าไปได้แค่ไหน อย่างไร หรือถ้าไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้าไปเลยจะทำอย่างไร เรื่องนี้ต้องถามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าจะทำอย่างไร

ศอ.รส.เรียกถกประเมินการข่าว

พล.ต.ดิฏฐพร ศศะสมิต โฆษกกอ.รมน. กล่าวถึงการเตรียมประกาศพ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ว่า การประชุมครม.วันที่ 15 ก.ย. ถ้านายกฯ มีข้อมูลพิจารณาประกอบการตัดสินใจแล้วก็จะรู้ว่าจะประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ หรือไม่ เพราะนายกฯ สามารถตกลงใจได้เมื่อรู้ข้อมูลวัตถุประ สงค์ของกลุ่มผู้ชุมนุม หรือพิจารณาแล้วอาจไม่มีความจำเป็นต้องใช้พ.ร.บ.ความมั่นคง อาจมอบ หมายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้แผนควบคุมการชุมนุมเท่านั้น หรือหากไม่สามารถควบคุมได้ก็สามารถร้องขอทหารมาช่วยในฐานะผู้ช่วยเจ้าพนักงาน เรื่องนี้แล้วแต่ว่ารัฐบาลมีข้อมูลมากน้อยแค่ไหนถึงการข่าวว่าฝ่ายที่ชุมนุมจะทำอะไร แค่ ไหน อย่างไร โฆษกกอ.รมน. กล่าวว่า จากเหตุ การณ์ที่มีการยั่วยุขว้างปาสิ่งของใส่นายกฯ ระหว่าง เดินทางไปปฏิบัติราชการที่จ.ลพบุรี จะเห็นได้ว่าเป็นดัชนีเร่งเร้าให้รัฐบาลต้องเตรียมการณ์รับมือการชุมนุม เมื่อดูเจตนาแล้วกลุ่มผู้ชุมนุมไม่ต้องการให้เกิดความสงบ หากรัฐบาลประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคงเจ้าหน้าที่จะได้มีเวลาเตรียมการณ์แผนบูรณาการป้องปราม ป้องกัน

พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ภารกิจของกองทัพก็คงเหมือนเดิม ถ้า ได้รับมอบภารกิจหน้าที่มาจะเตรียมกำลังเข้าไปที่ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ขณะนี้เพียงแต่รอคำสั่งจากรัฐบาลในการประกาศพ.ร.บ.ความมั่นคงฯ เร็วๆ นี้จะมีการประ ชุมเพื่อประเมินสถานการณ์ด้านการข่าว การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงจริงๆ แล้วไม่น่ากังวล แต่สิ่งที่น่ากังวลคือกลุ่มผู้ไม่หวังดีฉกฉวยสร้างสถานการณ์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงเน้นเรื่องการข่าวเป็นหลัก กองทัพน่าจะเตรียมกำลังเท่าเดิม จำนวน 33 กองร้อย ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งตำรวจใช้แผนกรกฎตามเดิม ส่วนทหารไม่มีแผนรองรับ เพียงแต่รับคำสั่งจากศอ.รส.

ส่ง16ส.ว.ถือหุ้นให้ศาลรธน.แล้ว

นายเชาวนะ ไตรมาศ เลขาธิการสำนักงาน ศาลรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา ศาลรัฐธรรมนูญได้รับสำนวนกรณี 16 ส.ว.ที่ถูกกกต.วินิจฉัยว่าถือครองหุ้นต้องห้ามในธุรกิจสื่อ และบริษัทที่เป็นคู่สัญญาสัมปทานกับรัฐ ซึ่งขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 48 และมาตรา 265 เป็นเหตุทำให้ต้องสิ้นสภาพความเป็นส.ส.และ ส.ว. จากนายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภาแล้ว ตามขั้นตอนของรัฐธรรมนูญหลังจากนี้ศาลจะตรวจดูองค์ประกอบของสำนวนว่าครบถ้วนสมบูรณ์เพียงใด จากนั้นจะทำเรื่องถึงนายชัช ชลวร ประธานศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อนำเรื่องบรรจุเข้าสู่วาระการพิจารณาตามกระบวนการของศาลต่อไป

โต้นปช.-คดีกล้ายางให้รอ21ก.ย.

นายเจษฎา อนุจารีย์ อุปนายกฝ่ายปฏิบัติการ สภาทนายความ ผู้รับผิดชอบสำนวนคดีทุจริตจัดซื้อต้นกล้ายางพารา 90 ล้านต้น มูลค่า 1,440 ล้านบาทให้กับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงกรณีนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ อ้างข่าวลือคดีจะหลุดด้วยเสียง 8 ต่อ 1 ว่า ส่วนตัวไม่เคยได้ยินข่าวว่าศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะมีคำพิพากษาอย่างไร ด้วยคะแนนเท่าใด ในฐานะที่ตนเป็นผู้รับผิดชอบสำนวนคดีให้ป.ป.ช. โจทก์ ไม่เชื่อข่าวลือดังกล่าว ผลคำตัดสินจะออกมาอย่างไรให้รอฟังผลพร้อมกันในวันที่ 21 ก.ย.นี้ เวลา 14.00 น. และไม่ว่าศาลมีคำพิพากษาอย่างไรก็พร้อมน้อมรับ

นายเจษฎา กล่าวว่า การที่มีบุคคลออกมากล่าวถึงคำตัดสินของศาลลักษณะเช่นนี้ทั้งที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษา ย่อมทำให้ศาลเสื่อมเสีย และกระทบต่อความเชื่อถือ ขณะที่ศาลอยู่ในสถานะที่ไม่อาจออกมาพูดหรือตอบโต้อะไรได้ ดังนั้นการออกมาพูดลักษณะที่ผลคำพิพากษาว่าจะออกมาอย่างนั้น อย่างนี้ ทั้งที่คำพิพากษายังไม่ได้เปิดเผยต้องระวัง เพราะผู้นั้นอาจมีความผิดฐานดูหมิ่นศาลได้ ดังนั้นขอให้ทุกฝ่ายหยุดการกระทำดังกล่าว


หน้า 1




 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.