มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
จำนวนคนอ่านล่าสุด 735 คน
วันที่ 07 สิงหาคม พ.ศ. 2554 ปีที่ 21 ฉบับที่ 7556 ข่าวสดรายวัน


เขียงหมูโวยคุมราคา


ขายปลีกเจ๊งแน่ จี้เข้มหน้าฟาร์ม 'ไก่'จ่อขยับตาม



ราคาขึ้น - บรรยากาศซื้อขายเนื้อหมูที่ตลาดสดเทศบาล อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ โดยพ่อค้าแม่ค้าต่างปรับราคาขายกิโลกรัมละ 160 บาท ทำให้ชาวบ้านบางส่วนหันมาบริโภคเนื้อไก่แทน เมื่อวันที่ 6 ส.ค.

เริ่มวันแรกแล้ว คุมราคาหมู หน้าเขียง กรมการค้าภายในเผยยังไม่มีร้องเรียนขายแพงกว่ากำหนด ลงสำรวจตลาดกทม.ไร้ปัญหา เพราะราคาต่ำกว่าที่คุมอยู่แล้ว ศรีสะเกษ ยังขายเกินอ้างไม่คุ้มต้นทุน เขียงหมูโวยรัฐบาลดูแลควบ คุมราคาทั้งระบบ ไล่แต่หน้าฟาร์ม จับตาไก่จ่อขึ้นราคาอีก เหตุพ่อค้าส่งขึ้นราคา ตลาดชาย แดนเริ่มบ่น ลูกค้ากัมพูชาหันไปซื้อหมูเวียด นามเพราะราคาถูกกว่า

จากกรณีกระทรวงพาณิชย์ประกาศใช้มาตร การควบคุมราคาสุกรทั้งระบบ ตั้งแต่สุกรมีชีวิต สุกรชำแหละ และขายปลีก การให้ร้านค้าติดป้ายแสดงราคาให้ชัดเจน มีผลตั้งแต่วันที่ 6 ส.ค.เป็นต้นไป โดยบางรายยังไม่ทราบข่าวอาจติดป้ายแสดงราคาไม่ชัดเจนในหลายพื้นที่ และบางรายยังไม่ได้ขายในราคาที่ทางการกำหนด

โดยกำหนดราคาในเขต กทม.และปริมณฑลของกระทรวงพาณิชย์ สำหรับสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์ม ราคาไม่เกินกิโลกรัม (ก.ก.) ละ 81 บาท สุกรซีก จากโรงเชือดราคาไม่เกินก.ก.ละ 93 บาท สุกรชำแหละและขายปลีก ไม่เกินราคาก.ก.ละ 152 บาท ส่วนภาคอื่นกำหนดราคาแตกต่างกันไป เช่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ราคาขายปลีกไม่เกิน ก.ก.ละ 157 บาท ภาคใต้ราคาไม่เกินก.ก.ละ 162 บาท โดยผู้ประกอบการที่มีสุกรมีชีวิตครอบครองเกิน 500 ตัว และซากสุกรเกิน 5 ตันต้องรายงานให้ทางการทราบทุก 15 วัน

วันที่ 6 ส.ค. นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีเรื่องร้องเรียนเข้ามาว่าพบการจำหน่ายสุกรแพงกว่าราคาที่แนะนำ เนื่องจากราคาที่ได้แนะนำไปนั้นไม่ได้เป็นการกดราคา แต่เป็นราคาที่ทุกฝ่ายรับได้ โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ของกรมได้ออกไปปิดประกาศเพื่อแจ้งให้ผู้ค้าต่างๆ ได้รับทราบโดยทั่วกัน รวมทั้งได้ประสานกับทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ในการเข้าจับกุมและดำเนินคดี หากพบว่ามีผู้ใดฝ่าฝืนจะถูกปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสำรวจตลาดห้วยขวาง นางสำลี วรรณโชติ แม่ค้าเขียงหมูในตลาด เผยว่า กำหนดราคาเนื้อหมูขายปลีกไม่เกินก.ก.ละ 152 บาท อาจทำให้ขาดทุนและขายลำบาก เพราะรับซื้อมาเป็นตัวมาชำแหละเป็นชิ้น ต้นทุนก็ต่างกัน และการกำหนดเพดานจะทำให้ฟาร์มหมูและโรงชำแหละขายส่งในราคาสูงเกินไป

นายสุรพล เชื่อศรี พ่อค้าหมู กล่าวว่า รับซื้อหมูชำแหละมาครั้งละ 8-9 ตัว แล้วนำมาเฉลี่ยราคา ด้วยการใช้กลยุทธ์ขายเนื้อทุกประเภทราคาเดียว 150 บาท ต่ำกว่ารัฐบาลกำหนด จึงมีลูกค้าประจำต่อเนื่อง และการกำหนดราคาควบคุมเพดานนับว่าเป็นสิ่งที่ดีเพราะได้ประโยชนทั้งเขียงหมู ผู้บริโภคซื้อในราคาไม่สูงเกินไป โดยไม่อยากให้กำหนดราคาบ่อยเกินไป ควรทิ้งระยะประมาณ 2-3 เดือน เพื่อให้กลไกตลาดทำงานบ้าง

ส่วนร้านข้าวแกง เช่น ร้านป้าเลย์ ใกล้ศูนย์วัฒนธรรม เจ้าของร้านบอกว่าแม้ราคาหมูแพง ยังไม่ปรับราคาข้าวแกง เช่น อาหารกับข้าว 2 อย่างยังขาย 30 บาท แกง 1 อย่างขาย 25 บาท ทำให้มีลูกค้าประจำ โดยยอมรับเมนูอาหารที่มีเนื้อหมูลดลง

ที่ตลาดยิ่งเจริญ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ยังคงมีลูกค้ามาจับจ่ายซื้อเนื้อหมูอย่างคึกคัก เพราะราคาขายปลีกที่ตลาดยังต่ำกว่าเกณฑ์ของกรมการค้าภายใน โดยเนื้อแดง ก.ก.ละ 145 บาท เนื้อสันใน ก.ก.ละ 150 บาท สามชั้นราคา ก.ก.ละ 145 บาท ซี่โครงแก่ราคา ก.ก.ละ 130 บาท ซี่โครงอ่อนราคาก.ก.ละ 150 บาท และมันหมู ราคา 60 บาท

ที่ตลาดประชานิเวศน์ 1 ราคาหมูยังคงทรงตัวอยู่เช่นเดิม โดยจะมีสูงขึ้นนิดหน่อย แต่ยังไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด เนื้อแดงราคาก.ก. ละ 152 บาท เนื้อสันในราคาก.ก.ละ 160 บาท ซี่โครงราคาก.ก.ละ 135 บาท ซี่โครงอ่อนราคาก.ก.ละ 155 บาท และมันหมูราคา ก.ก.ละ 60 บาท

นายสังวาล นาคสุข เจ้าของเขียงหมูในตลาดประชานิเวศน์ 1 เผยว่า ตอนนี้ราคาก็ทรงๆ อยู่ ขึ้นบ้างลงบ้าง แต่ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้ลดราคาลงอีกสักหน่อย และอยากให้รัฐบาลชุดใหม่แก้ปัญหาให้ตรงจุด โดยการควบคุมค่าอาหารกำหนดราคามาตั้งแต่หน้าเล้าก่อนที่จะมาควบคุมราคาที่เขียง เพราะเหมือนเป็นการแก้ที่ปลายเหตุมากกว่า

สำหรับบรรยากาศเขียงหมูตามตลาดสดทั่วประเทศนั้น ที่ จ.ศรีสะเกษ ตลาดสดเทศบาล 1 ต.เมืองเหนือ อ.เมือง ซึ่งเป็นตลาดสดจำหน่ายเนื้อหมูใหญ่ที่สุดของจังหวัด มีบรรดาประชาชนพากันมาซื้อเนื้อหมูอย่างคึกคัก โดยเนื้อหมูแดงขายดีที่สุด แม้ว่าราคาจะสูงขึ้นก็ตาม อย่างไรก็ตามที่เขียงหมูหลายเจ้ายังขายราคาหมู แดง ก.ก.ละ 160 บาท ทั้งที่กรมการค้าภายในควบคุมราคาจำหน่ายราคาก.ก.ละ 157 บาท

นายคมสันต์ ก้องเกียรติไพศาล อายุ 27 ปี พ่อค้าเขียงหมู เผยว่า จำเป็นต้องปรับราคาเนื้อหมูแดงสูงขึ้น เพราะเนื้อหมูที่รับมาขาย หมูเป็นราคาก.ก.ละ 83-84 บาทแล้ว การให้ขายก.ก.ละ 157 บาทคงไม่มีใครทำได้ ก็จำเป็นต้องขึ้นราคาเป็นเนื้อหมูแดงก.ก.ละ 160 บาท หากไม่ขึ้นราคาเนื้อหมูก็ต้องหยุดขาย เพราะไม่มีพ่อค้าแม่ค้ารายใดที่ขายของแล้วยอมขาด ทุน แต่แม้ว่าราคาเนื้อหมูแดงสูงขึ้นก็ยังขายได้ดีเหมือนเดิม

นางปนัดดา แพงศรี อายุ 46 ปี แม่ค้าขายไก่สด กล่าวว่า เมื่อเนื้อหมูแพงทำให้ประชาชน จำนวนมากหันมาซื้อไก่ไปทำอาหาร ซึ่งตนต้องปรับราคาเนื้อไก่ให้สูงกว่าเดิม โดยไก่สดเป็นตัว จากก.ก. 70 บาท เป็น 90 บาท เนื้ออก ก.ก.ละ 100 บาท สะโพกไก่ ก.ก.ละ 90 บาท เนื่องจากไก่ที่รับมามีราคาสูงขึ้น หากไม่ปรับราคาก็ต้องขาดทุน

ที่ จ.สตูล ในตลาดสดเทศบาลเมืองสตูล ราคาขายปลีกยังอยู่ตามเกณฑ์ที่กรมการค้าภายในประกาศไว้ ให้โซนภาคใต้ขายปลีกไม่เกินก.ก.ละ 162 บาท โดยราคาทั่วไป หมูเนื้อแดงอยู่ที่ก.ก.และ 160 บาท หมูสามชั้น ก.ก.ละ 150 บาท เนื้อสันใน ก.ก.ละ 160 บาท เนื้อสันนอก ก.ก.ละ 150 บาท

โดยน.ส.หทัยทิพย์ แซ่ลิ่ม อายุ 38 ปี แม่ค้าขายหมู กล่าวว่า ราคาหมูที่แพงขึ้นทำ ให้ยอดขายลดลง กำไรน้อยเหลือแค่พออยู่รอด แต่ยังดีที่มีลูกค้าประจำที่เป็นร้านค้าร้านอาหารมาซื้อ ส่วนลูกค้าขาจรลดลง ก่อนนี้ขายได้วันละ 10 กิโลกรัม ตอนนี้เหลือ 7 กิโลกรัม จึงอยากให้ผู้รับผิดชอบมาดูแลบ้าง

ที่ตลาดสดเทศบาลนครตรัง ต.ทับเที่ยง อ.เมือง นายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าฯ ตรัง พร้อมด้วยนายสุภาพ จีนเมือง การค้าภายในจังหวัด ออกสำรวจราคาเนื้อหมูในตลาดสด พบว่า หมูเนื้อแดงและหมูสามชั้น ราคาก.ก.ละ 150 บาท และบางรายไม่ยอมขึ้นป้ายราคาสินค้า หรือขึ้นป้ายราคาเกินกว่าความเป็นจริง ซึ่งผู้ว่าฯ ตรัง แนะนำให้ติดป้ายราคา และให้ขายตามความเป็นจริง

ด้านนายสุภาพกล่าวว่า ขณะนี้การค้าภาย ในได้นำหมูราคากิโลกรัมละ 130 บาท มาวางจำหน่ายหน้าสำนักงานการค้าภายใน จ.ตรัง ทุกๆ วันศุกร์ ไปจนถึงสิ้นเดือนก.ย. เพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชนชาวตรังอีกช่องทางหนึ่งด้วย

ที่ตลาดชายแดนบ้านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด มีพ่อค้า-แม่ค้าชาว จ.เกาะกง ประเทศกัมพูชา กว่า 30 คนเดินทางมาซื้อสินค้าอุปโภค-บริโภค ขณะที่เนื้อสัตว์ทั้งเนื้อหมู ไก่ ที่มีขายอยู่จำนวน 4 แผง พ่อค้า-แม่ค้ากัมพูชาซื้อหมูชำแหละและไก่ชำแหละทั้งเพื่อนำไปบริโภคและขายให้กับกัมพูชาอีกทอดหนึ่ง แต่ไม่มากเหมือนเมื่อ 1-2 เดือนที่ผ่านมา

นายทวี อินทรเกสร อายุ 55 ปี พ่อค้าขายหมู กล่าวว่า การปรับขึ้นเพื่อให้พ่อค้ามีกำไรบ้าง ส่วนผู้บริโภคก็ต้องรับสภาพการซื้อหมูแพงไป เพราะเมื่อซื้อมาแพงก็ต้องขายแพง เป็นเรื่องปกติ แต่ทำให้พ่อค้าแม่ค้ากัมพูชาซื้อน้อยลง ทำให้ขายได้แค่วันละ 5-10 ตัว จากเดิมขายได้วันละ 10-15 ตัว เพราะหันไปซื้อหมูชำแหละราคาถูกจากเวียดนามมากขึ้น เพราะแม้หมูเวียดนามจะตัวเล็ก คุณภาพเนื้อจะสู้ไทยไม่ได้ แต่ราคาถูกกว่า 5-10 บาทต่อก.ก.

นายทวีกล่าวว่า อยากเรียกร้องให้รัฐบาลห้ามการส่งออกหมูไปยังกัมพูชา เพราะทุกวันนี้อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ส่งออกวันละ 2-3 พันตัว หรือมากกว่านั้น บางเดือนสูงถึง 2-3 แสนตัว ทำให้หมูของไทยไม่พอบริโภค ส่วนที่ จ.ตราด มีการสั่งห้ามส่งออกมานานแล้ว

ที่ จ.น่าน นางธีร์วรา ริพล ประธานชมรมผู้ประกอบการค้าอาหาร และเจ้าของร้านหมูกระทะโดเรมี เผยว่า ร้านหมูกระทะได้รับผลกระทบโดยตรง เพราะต้นทุนสูงขึ้น หากเป็นเช่นนี้คงแบกรับไม่ไหว และต้องปรับราคาขึ้นมาบ้าง นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องไข้หวัดหมูระบาดในฟาร์มหลายแห่งของ จ.น่าน ทำให้ลูก ค้าไม่เชื่อมั่น ซึ่งเป็นผลกระทบกับร้านเช่นกัน


หน้า 1




Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.