มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 2909 คน
วันที่ 07 มิถุนายน พ.ศ. 2555 ปีที่ 22 ฉบับที่ 7861 ข่าวสดรายวัน


พายุฝนกระหน่ำ-จมเมืองภูเก็ต


ป้ายโค่นทับบ้าน คลื่นยักษ์ซัดสตูล



จมภูเก็ต - สภาพน้ำท่วมสูงในร.พ.ป่าตองและตัวเมืองภูเก็ต หลังเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องหลายชั่วโมงตั้งแต่กลางดึกยันช่วงสายวันที่ 6 มิ.ย. ขณะที่บ้านเรือนประชาชนถูกพายุถล่มเสียหายจำนวนมาก

พายุซัดใต้กระอักซ้ำ"ภูเก็ต"ฝนถล่มเอ่อท่วมถนนรอบเมือง บางช่วงต้องปิดการจราจรชั่วคราว แถมป้ายยักษ์ล้มทับบ้านพังยับ เต็นท์ ลอยละลิ่วร่วงใส่รถเสียหาย "สตูล"โดนคลื่นซัด เซาะถนนพัง 2 ก.ม. บ้านทรุดอีกนับ 10 หลัง ผู้ว่าฯ เล็งประกาศภัยพิบัติ น้ำป่าซัดสุราษฎร์ฯ ท่วมสูง 5 เมตร จมมิด 800 หลังรวด สั่งอพยพชาวบ้าน 2 อำเภอด่วน "ชุมพร" ยังท่วมหนัก 5 อำเภอ บางจุดเอ่อสูงกว่า 2 เมตร ก่อนเร่งเข้าช่วยชาวบ้านติดค้างนับร้อย "ระนอง"ประกาศภัยพิบัติ 5 อำเภอ

ปู เล็งสำรวจเส้นทางน้ำ

เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการลงพื้นที่ตรวจสอบมาตรการป้องกันอุทกภัยระหว่างวันที่ 12-16 มิ.ย.ว่า เบื้องต้นจะทำงานร่วมกับครม.ทั้ง 31 คนที่จะเดินทางลงพื้นที่ใน 31 จังหวัด โดยภารกิจแรกจะติดตามเรื่องค่าชดเชยและเยียวยาค่าซ่อมแซมบ้านเรือนที่เสียหายจากน้ำท่วมว่า เป็นไปตามเงื่อนไขและโปร่งใสหรือไม่ รวมทั้งติดตามการบริหารจัดการน้ำ ทั้งระยะเร่งด่วนและแผนระยะยาวที่อนุมัติงบประมาณไปแล้วว่ามีความคืบหน้าอย่างไร เป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่ และมีส่วนใดที่ต้องเสริม

น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ จะจัดคาราวานลงพื้นที่ตรวจสอบตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำเหมือนเดิม โดยเน้นดูช่วงรอยต่อของจังหวัด เพื่อให้แน่ใจว่าไม่เป็นอุปสรรคกับทางน้ำหรือการระบายน้ำ ซึ่งการลงพื้นที่จะช่วยสนับสนุนให้แผนทุกอย่างเข้ารูปเข้ารอยเร็วที่สุด

เมื่อถามว่าเท่าที่ดูตอนนี้พอใจแผนป้องกันอุทกภัยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า พื้นที่ที่ต้องลงไปตรวจสอบมากที่สุดคือ ช่วงต้นน้ำและกลางน้ำ เพราะยังไม่คืบหน้ามากเท่าที่ควร เพียงแต่เป็นงานก่อสร้าง จึงอาจต้องใช้เวลาของระบบราชการ ทั้งนี้ ยืนยันว่าทุกอย่างยังเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้

มท.1สั่งสอบจ่ายเงินเยียวยา

ด้านนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีชาวบ้านจ.ปทุม ธานี ร้องเรียนได้รับเงินเยียวยาน้ำท่วมไม่เท่าเทียมกันว่า เบื้องต้นตั้งกรรมการไปสอบสวนกรณีดังกล่าวแล้ว แต่ถ้าได้รับเงินชดเชยอย่างยุติธรรมก็ต้องยอมรับ ซึ่งการสำรวจครั้งที่ผ่านมาอาจรีบร้อนและมีผู้เดือดร้อนจำนวนมาก ทำให้การดำเนินงานไม่ทั่วถึง จึงต้องลงไปตรวจดูอีกครั้ง ส่วนข้อผิดพลาดเรื่องตัวเลขเงินก็ต้องเห็นใจเจ้าหน้าที่บ้าง เนื่องจากผู้เดือดร้อน เช่น จ.ปทุมธานี และนนทบุรี มีประมาณ 2 แสนราย ดังนั้นอย่าไปเอาเป็นเอาตายกันเลย และเหตุที่เกิดขึ้นไม่ได้ร้องเรียนทุจริต

ปภ.ส่งจนท.ช่วยอพยพ

ขณะที่นายวิบูลย์ สงวนพงษ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวถึงสถานการณ์พายุและน้ำป่าในภาคใต้ว่า จากสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมจ.ระนองและจ.ชุมพร ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนและเส้นทางสัญจรถูกตัดขาด จึงสั่งการให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 3 ปรา จีนบุรี เขต 11 สุราษฎร์ธานี และเขต 18 ภูเก็ต สนับสนุนการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยจัดชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤตปฏิบัติภารกิจ ในการจัดทำแนวคันกั้นน้ำอพยพประชาชนและขนย้ายสิ่งของไปยังพื้นที่ปลอดภัย รวมทั้งจัดส่งเรือท้องแบน เรือพาย และสะพานแบริ่ง เพื่อใช้เป็นเส้นทางสัญจรชั่วคราว โดยผู้ประสบอุทกภัยสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ช.ม.

อุตุฯย้ำ 6 จว.-ระวังน้ำป่าหลาก

กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทยและอ่าวไทยมีกำลังแรงต่อเนื่อง ทำให้ประเทศไทยมีฝนกระจายถึงเกือบทั่วไป โดยบริเวณภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยตามที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา กระบี่ และตรัง ระวังอันตรายจากสภาวะน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในระยะนี้ สำหรับคลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง

"ชุมพร"ท่วมหนัก 5 อำเภอ

ส่วนสถานการณ์พายุพัดถล่มและน้ำป่าไหลหลากในต่างจังหวัด ที่จ.ชุมพร นายพินิจ เจริญพานิช ผวจ.ชุมพร เปิดเผยว่า หลังจากจังหวัดมีฝนตกติดต่อกันหลายวัน ทำให้เกิดน้ำท่วมและน้ำป่าไหลหลากใน 5 อำเภอ 15 ตำบล 52 หมู่บ้าน ได้แก่ อ.เมืองชุมพร อ.ท่าแซะ อ.สวี อ.ทุ่งตะโก และ อ.พะโต๊ะ โดยเฉพาะในอ.เมือง และ อ.สวี ที่บางจุดระดับน้ำยังท่วมสูงอยู่ แต่ล่าสุดอ.หลังสวนเริ่มมีน้ำป่าไหลหลากจนชาวบ้านต้องขนของหนีน้ำ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เร่งเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ติดค้างกว่า 200 คน และอพยพชาวบ้านไปยังพื้นที่ปลอดภัย พร้อมแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

คลื่นแรง - สภาพถนนเลียบชายฝั่งสายบ้านปากปิง-หัวหิน อ.ละงู จ.สตูล ถูกคลื่นขนาดใหญ่โหมกระหน่ำพังเสียหายเป็นช่วงๆ ระยะทางกว่า 2 ก.ม. เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. ขณะที่หลายพื้นที่ภาคใต้ฝนตกหนักต่อเนื่อง



สำหรับบริเวณ ถ.สายเอเชีย 41 ช่วงสามแยกหนองพรหม อ.สวี ระดับน้ำที่ท่วมขังเริ่มเพิ่มสูงขึ้น 30 ซ.ม. เป็นระยะทางประมาณ 200 เมตร ส่งผลให้รถเล็กต้องใช้ความระมัดระวัง เนื่องจากกระแสน้ำรุนแรงและเพิ่มระดับขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งบางช่วงการจราจรยังติดขัด

"สวี"อ่วม-จมมิด 2 เมตร

ขณะที่บริเวณ ถ.สาย 4006 ช่วงหลังสวน-ระนอง หลักก.ม.ที่ 19 ม.9 ต.หาดยาย เกิดน้ำป่าทะลักกัดเซาะดินจนถนนชำรุดเป็นหลุมลึก ก่อนหมวดการทางพะโต๊ะจะเร่งนำหินขนาดใหญ่มาใส่เพื่อกลบหลุมที่ถูกน้ำกัดเซาะและให้รถสามารถสัญจรผ่านไปมาได้ นอกจากนี้กระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวยังกัดเซาะดินไหล่ทาง ทำให้เสาไฟฟ้า 10 ต้นล้มลงและไฟฟ้าในหลายหมู่บ้านดับ ใช้การไม่ได้

ส่วนใน ม.2 บ้านนาคราม และ ม.7 บ้านพรุทอง ต.นาโพธิ์ อ.สวี ยังมีระดับน้ำท่วมสูงกว่า 2 เมตร ทำให้ชาวบ้านขาดการติดต่อจากภายนอกและขาดแคลนสิ่งของอุปโภคบริโภค เบื้องต้นนายกอบต.นาโพธิ์ นำเรือท้องแบนบรรทุกข้าวกล่อง น้ำดื่ม และถุงยังชีพออกช่วยเหลือบรรเทาทุกข์อย่างเร่งด่วน

"ระนอง"เริ่มคลี่คลาย

ส่วนจ.ระนอง สถานการณ์อุทกภัยและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่เริ่มคลี่คลายลงแล้ว หลังในช่วงเย็นฝนหยุดตก แต่ยังมีบางพื้นที่น้ำท่วมขัง อาทิ บ้านสองแพรก ต.ลำเลียง อ.กระบุรี ขณะที่ประชาชนเริ่มทำความสะอาดบ้านเรือน โดยเฉพาะที่โรงเรียนบ้านสองแพรก ต.ลำเลียง ถูกกระแสน้ำป่าไหลหลากสูงประมาณ 1.50 เมตร ทำให้อาคารเรียน บ้านพักครูและสื่อการเรียนการสอนได้รับความเสียหายอย่างหนัก อีกทั้งประชาชนบ้านสองแพรกทั้งหมู่บ้านยังไม่มีไฟฟ้าและน้ำประปาใช้ ส่วนการสื่อสารติดต่อกับภายนอกใช้ไม่ได้เช่นกัน

นอกจากนี้ ลมพายุยังพัดต้นไม้อายุเกือบร้อยปีหักโค่นทับรถทัวร์โดยสารที่จอดบริเวณสวนรักษะวาริน ใกล้กับบ่อน้ำร้อน แหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อของจังหวัดระนอง จนด้านหน้ารถพังเสียหายทั้งแถบ แต่โชคดีขณะเกิดเหตุไม่มีใครอยู่ในรถ

นายมาโนช อรุณโชติ ผอ.โรงเรียนบ้านสองแพรก กล่าวว่า ขณะนี้โรงเรียนประกาศหยุดเรียนไม่มีกำหนด เพราะทั้งครูและนักเรียนต่างต้องประสบภัยทั่วกัน โดยอาคารเรียนถูกน้ำท่วม 7 หลัง บ้านพักครู 9 หลัง และมีสื่อการเรียนการสอน หนังสือในห้องสมุด คอมพิวเตอร์ 30 ชุด และโต๊ะ เก้าอี้ได้รับความเสียหายจำนวนมาก ซึ่งกำลังเร่งทำความสะอาดอาคารเรียน พร้อมสรุปความเสียหายแล้วรายงานไปยังต้นสังกัด เพื่อขอความช่วยเหลือต่อไป

ผู้ว่าฯประกาศภัยพิบัติ5อำเภอ

ต่อมานายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผวจ. ระนอง พร้อมด้วยนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย เดินทางไปมอบถุงยังชีพ 700 ชุดให้กับผู้ประสบภัยที่สำนักสงฆ์สองแพรก ขณะที่ ว่าที่ ร.ต.ปฐวี ปรัติคจริยา รองผวจ.ระนอง เป็นประธานมอบถุงยังชีพพระราชทานให้ผู้ประสบอุทกภัยในอ.ละอุ่น 150 ครัวเรือน ที่อาคารอเนกประสงค์เทศบาลตำบลละอุ่น

โดยนายพีระศักดิ์กล่าวว่า จังหวัดประกาศภัยพิบัติฉุกเฉินทั้ง 5 อำเภอ 30 ตำบล 165 หมู่บ้าน มีประชาชนเดือดร้อน 440 ครัวเรือน รวมกว่า 20,000 คน โดยไม่มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากน้ำป่าไหลหลาก ซึ่งตอนนี้สถาน การณ์เริ่มคลี่คลายแล้ว หลังจากฟ้าเปิดและฝนหยุดตก คาดว่าภายใน 2-3 วันน้ำจะลดทั้งหมด เพราะพื้นที่จังหวัดส่วนใหญ่เป็นที่ลาดเชิงเขาไม่มีน้ำท่วมขัง ส่วนการช่วยเหลือผู้ประสบภัย หน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ ทั้งทหาร ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มูลนิธิ สมาคมและอาสาสมัครต่างๆ ได้เข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่

"ละอุ่น-กระบุรี"พังยับ

นายธนิต กุลสุนทร นายอำเภอกระบุรีกล่าวว่า อ.กระบุรีมีพื้นที่ประสบภัย 7 ตำบล 38 หมู่บ้าน ประชาชนเดือดร้อน 1,705 ครัวเรือน 8,559 คน ประสบภัยรุนแรงที่ ต.ลำเลียง ต.ปากจั่น และต.น้ำจืด

นายพงศ์พัศณ์ เรืองระพีพรรณ นายอำเภอละอุ่น กล่าวว่า อ.ละอุ่นมีพื้นที่เสียหาย 5 ตำบล 110 หลังคาเรือน ในต.บางพระเหนือ ต.บางพระใต้ ต.ละอุ่นใต้ ต.ละอุ่นเหนือ และต.บางแก้ว ถนนเสียหาย 27 สาย เนื่องจากดินถล่ม คอสะพานเสียหาย 7 จุด และพื้นที่เกษตรเสียหาย 1129 ไร่ ทั้งสวนปาล์มและสวนยางพารา

ตรังพายุซัด-แม่ลูกดับ

สำหรับจ.ตรัง เกิดพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงในพื้นที่ ส่งผลให้ต้นพะยูงอายุประมาณ 70 ปี รวม 3 ต้น ที่ปลูกไว้ในศูนย์ประสานงานเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง บริเวณ ถ.ป่าไม้ เขตเทศบาลเมืองกันตัง ล้มทับบ้านพักของเจ้าหน้าที่และมีผู้ติดค้างอยู่ภายใน 3 คน เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงช่วยกันนำเลื่อยยนต์ตัดต้นพะยูงขนาดใหญ่ ก่อนพบศพนางทิพวรรณ ปลอดทอง อายุ 32 ปี และด.ญ.ณัฐณิชา กุลพัตร์ อายุ 2 ขวบ สองแม่ลูกในสภาพนอนกอดกัน ใกล้กันพบนายจิระศักดิ์ กุลพัตร์ อายุ 33 ปี สามีของนางทิพวรรณ และเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบงรอดชีวิตอย่างหวุดหวิด

สอบสวนนายจิระศักดิ์ทราบว่า เพิ่งย้ายมาประจำที่ศูนย์ประสานงานเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบงเพียง 2 เดือน ก่อนเกิดเหตุครอบครัวนอนหลับพักผ่อนอยู่ภายในห้อง แต่ต้องตกใจตื่นเพราะได้ยินเสียงเหมือนสิ่งของขนาดใหญ่หล่นทับใส่บ้าน แต่ไม่สามารถมองเห็น เพราะไฟฟ้าในบ้านดับ จากนั้นพบภรรยาและลูกถูกต้นไม้ทับเสียชีวิต

เรือประมงล่ม 2 ลำรวด

ด้านนายอำนาจ จันทรัฐ ปภ.จังหวัดกล่าวว่า จากสถานการณ์พายุพัดถล่มส่งผลให้เรือประมงชื่อ "ฮ่องสถาพร" เกิดอับปางลงกลางทะเลพร้อมกัน 2 ลำ บริเวณใกล้เกาะนก ต.นาเกลือ อ.กันตัง ทำให้ลูกเรือ 15 คน ประกอบด้วย ชายไทย 3 คน ชาวกัมพูชา 5 คนและชาวพม่า 7 คน ต้องลอยคออยู่กลางทะเลนานหลายชั่วโมง และถูกคลื่นซัดมาขึ้นฝั่งที่บ้านโคกเคียน ม.12 ต.หาดสำราญ อ.หาดสำราญ โดยมีชาวบ้านในพื้นที่เข้ามาช่วยเหลือ

ส่วนเหตุพายุพัดถล่มในหลายพื้นที่ทำให้บ้านเรือน สวนยางพารา ต้นไม้ และเสาไฟฟ้าแรงสูงหักโค่นในพื้นที่ 7 อำเภอ โดยเฉพาะ อ.เมืองตรัง และอ.ห้วยยอด ที่ค่อนข้างเสียหายเป็นวงกว้าง

"พัทลุง"สั่งปิดน้ำตก-งดเดินป่า

ที่จ.พัทลุง หลังจากฝนตกติดต่อกันหลายวัน โดยเฉพาะบริเวณแถบเทือกเขาบรรทัด พื้นที่ อ.กงหรา อ.ป่าบอน อ.ตะโหมด อ.ศรีนครินทร์ และอ.ศรีบรรพต ส่งผลให้มีปริมาณน้ำสะสมบนเทือกเขาจำนวนมากและอาจเกิดน้ำป่าไหลหลาก ล่าสุดตามน้ำตกต่างๆ เช่น น้ำตกไพรวัลย์ ต.คลองเฉลิม อ.กงหรา ไม่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาแต่อย่างใด เนื่องจากเกรงว่าอาจได้รับอันตรายจากน้ำป่า

ด้านนายสุรเชษฐ์ วันดีเรืองไพศาล หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด ประกาศเตือนห้ามนักท่องเที่ยวและชาวบ้านเข้าไปเที่ยวน้ำตกไพรวัลย์ น้ำตกโนรา น้ำเขาคราม น้ำตกนกรำ และน้ำตกในพื้นที่ของจังหวัด รวมทั้งงดกิจกรรมเดินป่าเทือกเขาบรรทัดเป็นการชั่วคราว เนื่องจากสภาพอากาศมีฝนตกหนักและลมพัดแรง ซึ่งอาจเกิดอันตรายได้

กระบี่พัดต้นไม้ล้ม-ดับอีก

ขณะที่จ.กระบี่ นายวิธิต ก๊กใหญ่ อบต.ไสไทย อ.เมืองกระบี่ พร้อมเจ้าหน้าที่กองช่างเข้าสำรวจบ้านเรือนเสียหายจากเหตุพายุพัดถล่ม บริเวณบ้านแหลมโพธิ์ ม.6 ต.ไสไทย เบื้องต้นพบบ้านเรือนเสียหาย 13 หลัง และสวนยางพาราพังราบหลายไร่ นอกจากนี้ยังมีผู้เสียชีวิตอีก 1 ราย ทราบชื่อนายธีระพงษ์ ขยันการ อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 27 ม.5 ต.ไสไทย หลังขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านพัก เมื่อมาถึงบริเวณถนนสายอ่าวน้ำเมา-ไสไทย เกิดลมพายุพัดรุนแรงจนต้นสนขนาดใหญ่ล้มขวางหน้า แล้วผู้ตายขี่รถพุ่งชนเข้าอย่างจังจนเสียชีวิต

ด้านแขวงการทางจังหวัดออกสำรวจต้นไม้ขนาดใหญ่ที่ปลูกไว้ริม ถ.เพชรเกษมตลอดเส้นทาง เพื่อตรวจสอบและป้องกันการหักโค่นทับสายไฟฟ้าและขวางถนน โดยเจ้าหน้าที่เร่งตัดโค่นต้นไม้ที่กีดขวางเส้นทางเป็นการเร่งด่วน ขณะที่คลื่นลมในทะเลฝั่งอันดามันมีกำลังแรงมาก คลื่นสูง 2-3 เมตร ส่งผลให้เรือโดยสารที่เดินทางไปยังเกาะพีพีไม่สามารถแล่นผ่านไปได้ ก่อน อบจ.กระบี่จะประกาศงดเดินเรือโดยสารขนาดเล็ก เส้นทางกระบี่-เกาะพีพี และเกาะพีพี-กระบี่ จนกว่าคลื่นลมในทะเลจะสงบ

นายมงคล ชนะกุล นายกอบต.คลองท่อมเหนือ อ.คลองท่อม กล่าวว่า หลังจากฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน ส่งผลให้น้ำจากเขานอจู้จี้ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประบางครามไหลทะลักเข้าท่วมภายในน้ำตกร้อนจนระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เบื้องต้นสั่งปิดเป็นการชั่วคราวจนกว่าระดับน้ำจะลด

สุราษฎร์ฯ กระอักท่วม5ม.

สำหรับจ.สุราษฎร์ธานี เกิดน้ำป่าคลองยัน เขตอุทยานแห่งชาติแก่งกรุงไหลเข้าท่วมพื้นที่ ต.ตะกุกใต้ อ.วิภาวดี ระดับน้ำสูงประมาณ 3-5 เมตร ส่งผลให้ชาวบ้านในพื้นที่ ม.1, 2, 3, 4, 5, 7, 9 ประมาณ 300 ครัวเรือน กว่า 2,000 คน ต้องอพยพหนีออกจากพื้นที่ไปอาศัยอยู่ที่ปลอดภัย โดยเฉพาะพื้นที่บ้านไร่ยาว ม.3 และพื้นที่บ้านปากกลาง ม.4 ต.ตะกุกใต้ ระดับน้ำไหลท่วมสูงประมาณ 5 เมตร ทำให้บ้านชั้นเดียวถูกน้ำท่วมจมมิดหลังคา และถนนสายวิภาวดี-คีรีรัฐถูกตัดขาดอย่างสิ้นเชิง

ส่วนที่ อ.คีรีรัฐนิคม ถูกน้ำไหลท่วมอีก 4 ตำบล ประกอบด้วย ต.ย่านยาว ต.ท่ากระดาน ต.น้ำหัก และต.บ้านยาง ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่กว่า 50 หมู่บ้าน ประมาณ 500 ครัวเรือนได้รับความเดือดร้อน ถูกน้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือน ระดับน้ำสูง 3-5 เมตรเช่นกัน ทำให้ต้องอพยพออกจากพื้นที่ นอกจากนี้ ถนนภายในหมู่บ้านยังถูกตัดขาดและคอสะพานบางจุดเริ่มทรุด

ด้านนายวิทยา โสมเกิด กำนันตำบลตะกุกใต้ กล่าวว่าหลังจากฝนตกต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 4 มิ.ย.ที่ผ่านมา ทำให้น้ำป่าคลองยัน เขตอุทยานแห่งชาติแก่งกรุงไหลเข้าท่วมพื้นที่ 2 ฝั่งคลองรวม 2 อำเภอ คือ อ.คีรีรัฐนิคม และ อ.วิภาวดี จึงให้ชาวบ้านเคลื่อนย้ายสิ่งของมีค่าและอพยพชาวบ้านออกนอกพื้นที่ โดยตอนนี้ฝนยังคงตกต่อเนื่อง และระดับน้ำยังทรงตัวอยู่ จึงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดต่อไป

นครศรีฯ จับตาน้ำป่าถล่ม

ส่วนจ.นครศรีธรรมราช พล.ต.อัยรัช ชีถนอม รอง ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ขึ้นเฮลิคอปเตอร์สำรวจพื้นที่เทือกเขาหลวง อ.นบพิตำ และ อ.สิชล หลังเกิดอุทกภัยหลายพื้นที่ในภาคใต้ พบหลายจุดที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะจุดที่เกิดเคยเกิดมาแล้ว เนื่องจากสภาพพื้นดินยังมีร่องรอยของการเลื่อนไถลและขาดความยึดเหนี่ยวของผิวดิน อีกทั้งบางจุดเริ่มมีน้ำป่าสีแดงเข้มไหลหลากลงมา เพราะฝนตกอย่างหนัก จึงเตรียมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแจ้งเตือนให้ประชาชนเฝ้าระวังต่อไป

พายุกระหน่ำภูเก็ต-ท่วมแล้ว

ที่จ.ภูเก็ต เกิดฝนตกหนักและลมกระโชกแรงในพื้นที่ตลอดทั้งวัน ทำให้เกิดน้ำท่วมขังบริเวณ ถ.เจ้าฟ้าตะวันตก หน้าหมู่บ้านเจ้าฟ้าธานี ต.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต สูงประมาณ 20-40 ซ.ม. ระยะทางยาว 500 เมตร ตำรวจต้องคอยมาอำนวยความสะดวกให้กับรถที่สัญจรผ่านไปมา ขณะที่ในเขตเทศบาลนครภูเก็ตเกิดน้ำท่วมขังเช่นกัน บริเวณ ถ.สุรินทร์ ต.ตลาดใหญ่ ส่วนบริเวณสี่แยกหน้าร.พ.ป่าตอง อ.กะทู้ เกิดน้ำท่วมขังลานจอดรถสูงกว่า 50 ซ.ม. และถนนสาย ก. ยังมีน้ำท่วมทางยาวประมาณ 1 ก.ม. ส่งผลให้ต้องปิดการจราจรเป็นการชั่วคราว

นอกจากนี้ ยังมีต้นหางนกยูงขนาดใหญ่ล้มทับร้านนกยูงคาราโอเกะ ม.6 ต.กะทู้ อ.กะทู้ ทำให้ร้านเสียหายทั้งหลัง รวมทั้งยังมีป้ายโฆษณาล้มทับบ้านของน.ส.สุดารัตน์ ทองเต็ม ถ.พระบารมี ต.กะทู้ และมีเต็นท์ขายรถถูกพายุพัดจนล้มพังลงมา ส่งผลให้มีรถยนต์เสียหาย 1 คัน

คลื่นยักษ์ซัดถนนสตูลยับ

ขณะที่จ.สตูล เกิดคลื่นลมแรงและน้ำทะเลซัดถนนบ้านเรือนเสียหายหลายจุด โดยเฉพาะในอ.ละงู พบถนนเลียบชายฝั่งบ้านหัวหิน ม.1 ต.ละงู ถูกคลื่นซัดถนนเสียหายเป็นทางยาวกว่า 2 ก.ม. จากนั้นนายธานี หะยีมะสาและ ปลัดอาวุโสอำเภอละงู ลงพื้นที่ตรวจสอบและสั่งการให้กำนันและผู้ใหญ่บ้านเฝ้าติดตามสถานการณ์ พร้อมประกาศให้ชาวบ้านขนข้าวของและสัตว์เลี้ยงไปอยู่ที่ปลอดภัย

ส่วนบริเวณเกาะสาหร่าย ม.6 ต.เกาะสาหร่าย อ.เมือง สตูล พบมีคลื่นลมแรงเช่นกัน ส่งผลให้ชาวประมงกว่า 700 ครัวเรือน ออกทำประมงไม่ได้เป็นเวลากว่าสัปดาห์แล้ว ขณะที่อ.ทุ่งหว้า เกิดคลื่นพัดถล่มบ้านเรือนในพื้นที่ ม.1-5 ต.ทุ่งบุหลัง เสียหายประมาณ 10 หลัง รวมไปถึงถนนในหมู่บ้านถูกคลื่นกัดเซาะจนพัง 2 สาย ประกอบด้วย ถนนในหมู่บ้าน ม.1 และ 2 จนบางช่วงรถไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ อีกทั้งบ่อปลายังถูกคลื่นซัดเสียหายไปกว่า 20 แห่งด้วย

ด้านนายพิศาล ทองเลิศ ผวจ.สตูล กล่าวว่า เร่งให้อ.ละงู และอ.ทุ่งหว้า สำรวจความเสียหายและรายงานเข้ามาโดยด่วน ก่อนเตรียมประกาศเป็นเขตพิบัติวาตภัยและเข้าช่วยเหลือชาวบ้านที่เดือดร้อน

สงขลารับมือพายุ-ท่วม

สำหรับจ.สงขลา นายโส เหมกุล ปภ. จังหวัด เปิดเผยว่าหลังจากมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในภาคใต้ ทำให้นายกฤษฎา บุญราช ผวจ.สงขลา สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยแจ้งข้อมูลไปยังเจ้าหน้าที่อาสาเตือนภัยที่ประจำการในพื้นที่ 16 อำเภอให้เตรียม พร้อม 24 ช.ม. นอกจากนี้ ยังให้บุคลากรเตรียมเครื่องมือ ให้พร้อมใช้งานด้วย ขณะเดียวกันยังให้ตรวจสอบป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ เนื่องจากอาจเสียหายหากมีลมกระโชกแรง

ตราดเฝ้าระวังฝนกระหน่ำ

ที่จ.ตราด นายธนะ พรหมดวง หัวหน้าปภ.จังหวัด เผยว่าขอให้ผู้นำท้องถิ่นติดตามข่าวเตือนภัยจากทางราชการหรือสังเกตปริมาณน้ำฝนจากเครื่องวัดที่ติดตั้งไว้ในจุดเสี่ยงภัยทุกพื้นที่ หากใน 24 ช.ม.มีปริมาณฝนตกเฉลี่ยเกิน 100 ม.ล. ขอให้แจ้งเตือนประชาชนผ่านสื่อต่างๆ ที่มีอยู่ในพื้นที่ เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมฉับพลัน น้ำล้นตลิ่งหรือน้ำป่าไหลหลาก รวมทั้งประชาชนจะได้เคลื่อนย้ายทรัพย์สิน หรือหลบไปในที่ปลอดภัย ส่วนชาวประมงขอให้เพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือจากสถาน การณ์คลื่นลมแรงและควรติดตามข่าวสาร โดยช่วงนี้ขอให้เรือเล็กงดออกจากฝั่ง


หน้า 1




 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.