มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 2506 คน
วันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2555 ปีที่ 21 ฉบับที่ 7777 ข่าวสดรายวัน


"เหนือ"หมอกเพิ่งจาง-เจอพายุถล่มซ้ำ


เชียงราย พังยับเยิน เชียงใหม่ ไฟฟ้าดับ มืดทั้งจว.



พิษพายุ - เสาไฟฟ้าริมถนนในเขตเทศบาลเมืองเชียงรายเอียงกระเท่เร่หลายสิบต้น หลังเกิดพายุฤดูร้อนซัดถล่มอย่างหนักเมื่อช่วงเย็นวันที่ 14 มี.ค. ขณะที่จ.เชียงใหม่ก็เกิดพายุฝนถล่มจนไฟฟ้าดับทั้งเมืองเช่นกัน

เหนือหมอกเพิ่งจาง พายุฝนถล่มซ้ำ! เชียงรายพัดบ้านพังราบ400หลัง ป้ายโฆษณาปลิวล้มตามลมอีกเพียบ ถนนสายเชียงราย-ดงมะดะ ต้นไม้หักขวางเป็นทางยาว เชียงใหม่ก็ไม่รอด พายุพัดกระหน่ำไฟดับทั่วเมือง งานปิดพืชสวนโลกอลหม่าน ฝนถล่มจนเลิกพิธีกลางคัน อุตุฯ เตือนเหนือระวังพายุฤดูร้อน คาดตกต่อเนื่องอีก 2 วัน ชี้เป็นปรากฏการณ์ปกติเกิดทุกปี นายกฯ ยิ่งลักษณ์ถกคอนเฟอเรนซ์ 9 ผู้ว่าฯ เหนือแก้หมอกควัน ย้ำทำฝนหลวงช่วยสถาน การณ์คลี่คลาย เหลือเพียงแม่ฮ่องสอนที่ยังวิกฤต

"ปู"ถก 9 ผู้ว่าฯ-แก้หมอกควัน

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 14 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมทางไกลผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เรื่องปัญหาหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือ ร่วมกับ 9 ผู้ว่าราชการจังหวัด ประกอบด้วย เชียงราย เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แม่ฮ่องสอน น่าน แพร่ พะเยา และตาก โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวขอบคุณผู้ว่าฯ ทุกจังหวัดที่บูรณาการแก้ไขปัญหาและทำความเข้าใจกับประชาชนอย่างเต็มที่ พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลเป็นห่วงและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเร่งรัดให้แก้ปัญหาอย่างรวดเร็ว ซึ่งวันนี้ทราบว่า สถานการณ์ส่วนใหญ่เริ่มคลี่คลายและดีขึ้นหลายจังหวัด ยกเว้น จ.แม่ฮ่องสอนที่ยังมีค่าของฝุ่นละอองสูงอยู่ จึงสั่งการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เข้าไปดูแล ทั้งนี้ ถือเป็นเพราะพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีพระราชดำริในเรื่องการทำฝนหลวง ทำให้ช่วยบรรเทาและคลี่คลายปัญหาหมอกควันลงได้

แม่ฮ่องสอนยังวิกฤตหมอก

ด้าน นางนฤมล ปาลวัฒน์ ผวจ.แม่ฮ่องสอน กล่าวชี้แจงว่า ขณะนี้ในจังหวัดมีฝนตกลงมาเกือบทุกพื้นที่ยกเว้น อ.สบเมย เพียงอำเภอเดียว ทำให้ขณะนี้อากาศในแม่ฮ่องสอนดีขึ้น โดยจากการวัดระดับค่าฝุ่นละอองพบอยู่ที่ 156 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ถึงแม้จะเกินมาตรฐานอยู่ แต่ถือว่าลดลงมากแล้ว ทั้งนี้ ปัญหาหมอกควันในพื้นที่ส่วนหนึ่งมาจากประเทศเพื่อนบ้าน และอีกส่วนหนึ่งเกิดจากอากาศที่ค่อนข้างเย็นในช่วงเช้า ทำให้เกิดหมอกหนา ซึ่งการแก้ปัญหาที่ผ่านมาก็ได้ตั้งศูนย์เฉพาะกิจขึ้นมาดูแล และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่อง

จัดสรรงบฯป้องกันไฟป่า

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมต.ประสำนักนายกฯ กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้ประกาศมาตรการดำเนินการทางกฎหมายอย่างเข้มข้น โดยผู้ที่ลักลอบเผาป่ามีโทษปรับ 1.5 แสนบาท และโทษจำคุก 15 ปี นอกจากนี้ มอบหมายให้กรมวิชาการเกษตรดูแลปรับเปลี่ยนการเพาะปลูกพืชจากเดิมไปปลูกไม้ยืนต้น เช่น ไม้ผล และยางพารา เป็นต้น รวมทั้งจะพิจารณาออกโฉนดชุมชนในพื้นที่ของรัฐ เพื่อให้ชาวบ้านมีที่ดินทำหากิน แต่มีเงื่อนไขห้ามเผาทำลายและจะเร่งรัดการจัดสรรเงินกองทุนหมู่บ้าน แห่งละ 1 ล้านบาท และกองทุนเอสเอ็มแอล เพื่อให้กรรมการหมู่บ้านนำเงินไปร่วมในกิจกรรมป้องกันไฟป่า ทั้งนี้ สถานการณ์ไฟป่าปกติจะคลี่คลายลงภายในเดือนเม.ย.นี้

ประสานพม่า-ลาวแก้ไฟป่า

ต่อมาเวลา 14.20 น. นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงภายหลังการประชุมว่า จากการประเมินผลการทำงานที่ผ่านมา โดยจัดทำโครงการหยุดเผา เพื่อลมหายใจและการแก้ปัญหาของทุกฝ่าย พบว่าในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือ มีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กต่ำกว่า 120 ไมโครกรัมต่อลบ.ม. ยกเว้น จ.แม่ฮ่องสอน เพียงจังหวัดเดียวที่ยังมีค่าฝุ่นละอองอยู่ที่ 156 ไมโครกรัมต่อลบ.ม. แต่ขณะนี้ถือว่าสัญญาณเริ่มดีขึ้น จากเดิมที่ จ.แม่ฮ่องสอนมีจุดเผาป่าถึง 44 จุด ลดลงเหลือ 35 จุด และได้วางมาตรการต่อเนื่องด้วยการตั้งชุดแมวมอง อาสาสมัครเฝ้าระวังไฟป่าประจำหมู่บ้านและชุดสารวัตรไฟป่า เพื่อเฝ้าระวังไฟป่าในพื้นที่

นายอนุสรณ์กล่าวอีกว่า สำหรับปัจจัยภายในประเทศที่เป็นต้นตอของการเผาป่า ตอนนี้สามารถควบคุมได้ค่อนข้างดี ส่วนปัจจัยภายนอกโดยเฉพาะเพื่อนบ้านนั้น ขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศประสานไปยังประเทศพม่าแล้ว โดยนายแย ทู นายอำเภอท่าขี้เหล็ก จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศพม่า ได้ออกประกาศเตือนให้ประชาชานพม่ารับทราบถึงการดำเนินการตามกฎหมาย กรณีลักลอบเผาทำลายป่า ส่วน สปป.ลาวได้ประสานกับแขวงบ่อแก้ว ผ่านเจ้าเมืองห้วยทราย และเจ้าเมืองต้นผึ้ง เพื่อกวดขันไม่ให้เกิดการเผาป่า

สั่งฟันกำนัน-ผญบ.ละเลย

สำหรับสถานการณ์หมอกควันในพื้นที่ต่างจังหวัด ที่จ.แม่ฮ่องสอน หลังจากมีฝนตกลงมาในพื้นที่ตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ทำให้สถานการณ์หมอกควันเบาบางลง แต่ยังพบหมอกควันจำนวนมากปกคลุมในตัวเมืองหนาแน่น ทัศนวิสัยในการมองเห็นเหลือแค่ 3 ก.ม. ซึ่งอยู่ในระดับกระทบต่อการบินทั่วไป โดยนางนฤมลสั่งการให้กำนันและผู้ใหญ่บ้านต้องมีความรับผิดชอบมากขึ้นกว่าเดิม หากเกิดไฟป่าในเขตตำบลหรือหมู่บ้านใด ผู้นำหมู่บ้านและองค์การบริหารส่วนตำบลต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น

นายพีรัตน์ เรืองสุกใส ผอ.สถานีอุตุนิยม วิทยาจังหวัด กล่าวว่า ฝนที่ตกลงมาช่วงค่ำของวันที่ 13 มี.ค. ที่ผ่านมา ไม่ได้ช่วยให้ปัญหาหมอกควันลดน้อยลงมากนัก เนื่องจากปริมาณฝนไม่มากพอที่จะชะล้างฝุ่นควันไฟป่าในอากาศให้หมดสิ้น

สองแควห้ามเผาป่า-ซังข้าว

ที่ จ.พิษณุโลก ชาวนาใน ม.15 ต.บางระกำ อ.บางระกำ ยังคงเผาซังข้าว เพื่อเตรียมพื้นที่ใช้ในการทำนา เพราะเกรงว่าน้ำจะท่วมเหมือนปีที่ผ่านมาอีก ทำให้นายปรีชา เรืองจันทร์ ผวจ. พิษณุโลก ออกประกาศให้เกษตรกรลดการเผาป่าและตอซังข้าว เพื่อป้องกันปัญหามลพิษทางอากาศที่เริ่มรุนแรงมากยิ่งขึ้น

พล.ท.วรรณทิพย์ ว่องไว แม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวถึงกรณีเดียวกันว่า สถานการณ์หมอกควันในหลายจังหวัดเริ่มคลี่คลายบ้างแล้ว เนื่องจากมีฝนตกลงมา ส่งผลให้หมอกควันและไฟป่าเบาบางลง เหลือเพียง 2 จังหวัดที่ยังรุนแรงอยู่ คือ จ.แม่ฮ่อง สอน และ จ.เชียงราย ที่ประชาชนยังประสบปัญหาหมอกควันอยู่ ซึ่งปกติแล้วการเผาซังข้าวหรือเผาพื้นที่ทางการเกษตรถือเป็นเรื่องปกติ แต่ในปีนี้เกิดปัญหาไฟป่าและมลพิษรุนแรงมาก จนเกิน 90 เปอร์เซ็นต์แล้ว เนื่องจากในปีที่ผ่านมาเกิด น้ำท่วม และหลายคนคาดการณ์ว่าในปีนี้น้ำจะมามากเหมือนปีที่ผ่านมา ทำให้เกษตรกรเร่งทำนาให้เร็วขึ้น จนต่างคนต่างเผาพื้นที่ทางการเกษตร ส่งผลให้เกิดมลพิษอย่างหนัก โดยเฉพาะภาคเหนือที่หลายจังหวัดประสบอยู่ในขณะนี้ อีกทั้งส่งผลให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวในภาคเหนือลดน้อยลงด้วย ทางกองทัพภาคที่ 3 จึงได้ทำฝนหลวง และประชา สัมพันธ์ให้ชาวบ้านทราบถึงปัญหา

ภาคเหนือโดนพายุถล่มซ้ำ

หลังจากสถานการณ์หมอกควันเริ่มจางหายไป ก็มีพายุฝนพัดถล่มหลายจังหวัดในภาคเหนือซ้ำอีก ที่จ.เชียงใหม่ บริเวณลานหน้าหอเรือนคำ นายชุมพล ศิลปอาชา รองนายกฯ และรมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีปิดงานพืชสวนโลก โดยมีประชาชนเดินทางเข้ามาร่วมงานในวันสุดท้ายจำนวนมาก แต่ขณะนั้นเกิดเมฆหนาดำและมีลมพายุกระโชกแรงมาจากดอยสุเทพ ทำให้ผู้จัดพิธีปิดตัดสินใจทำพิธีแบบรวบรัด แต่ก็ไม่ทัน เพราะพายุได้พัดเข้ากระหน่ำทำให้พิธีการต่างๆ ต้องยกเลิก ประชาชนได้พากันทยอยออกจากงานพืชสวนโลกอย่างอลหม่าน

นอกจากนี้ พายุฤดูร้อนยังพัดกระหน่ำทั่วเมืองเชียงใหม่อย่างหนัก ทำให้ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาดอนจั่น ถูกลมพัดกระเบื้องหลังคาบางส่วนปลิวหายไป ทำให้เกิดไฟดับและเศษหลังคาตกลงมาในบริเวณฟู้ดเซ็นเตอร์ของห้าง จนประชาชนที่อยู่ในห้างพากันหนีอย่างวุ่นวาย ก่อนห้างจะใช้ไฟฉุกเฉินและเคลียร์ประชาชนออกจากพื้นที่ ทั้งนี้ ลมพายุที่พัดถล่มยังส่งผลให้กระแสไฟฟ้าในจังหวัดดับทั้งเมืองและการจราจรติดขัดไปทั่วบริเวณ

เชียงรายพัดบ้านพัง 400 หลัง

ที่จ.เชียงราย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดพายุลมพัดแรงในพื้นที่หลายอำเภอ โดยเฉพาะ ต.ธารทอง อ.พาน จนได้รับความเสียหายหลายหมู่บ้าน โดยนายไกรวุฒิ กอแสง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลธารทอง รับแจ้งมีบ้านเรือนเสียหายแล้วประมาณ 60 หลังคาเรือน จากทั้งหมด 8 หมู่บ้าน โดยในบ้านน้ำลัด ม.3 และบ้านนิคมแม่ลาว ม.11 มีบ้านหลายหลังถูกลมพัดแรงจนฝาบ้านและหลังคาเสียหาย แต่ไม่ถึงกับเสียหายทั้งหลัง นอกจากนี้ ยังมีป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ถูกลมพัดได้รับความเสียหายเช่นกัน

ส่วนในเขตเทศบาลนครเชียงราย มีป้ายโฆษณาหลายแห่งถูกลมพัดจนล้มลงและเสียหายจำนวนมาก ขณะที่บริเวณเขตติดต่อระหว่าง อ.เมือง กับ อ.แม่ลาว บนถนนสายเชียงราย-ดงมะดะ ก็มีลมพัดแรงเช่นกัน จนทำให้มีลมกระโชกแรงพัดต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มขวางถนน ในเขตชุมชนบ้านหนองปึ๋ง ต.เวียง อ.เมือง และทำให้รถจักรยานยนต์ขับหลบต้นไม้ที่ล้มไปชนกับเสาไฟฟ้าได้รับบาดเจ็บ 1 ราย

ด้านนายเชษฐา โมสิกรัตน์ หัวหน้าสำนัก งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด กล่าวว่า ขณะนี้มีฝนตกหนักและลมพายุเกิดขึ้นใน 2 อำเภอคือ อ.เมือง และ อ.พาน โดย อ.เมือง คือ ต.ห้วยสัก ต.ดอยลาน ส่วน อ.พาน คือ ต.ธารทอง ต.แม่อ้อ และ ต.เจริญเมือง ซึ่งมีบ้านเรือนเสียหายรวมกันประมาณ 400 หลังคาเรือน เบื้องต้นให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นช่วยเหลือประชาชนไปก่อน หากไม่เพียงพอต่อการช่วยเหลือให้แจ้งจังหวัดจัดสรรงบประมาณเข้าไปเพิ่มเติม

อุตุฯเตือนระวังพายุฤดูร้อน

ด้านนายประวิทย์ แจ่มปัญญา ผอ.ส่วนพยากรณ์อากาศกลาง กรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวถึงสถานการณ์ฝนตกหนักและลมแรงในหลายจังหวัดภาคเหนือว่า เป็นผลจากพายุฤดูร้อนที่เกิดขึ้นประจำในช่วงนี้ของปี ส่งผลให้มีฝนฟ้าคะนองและลมแรง โดยจะเกิดเป็นช่วงๆ ไม่ต่อเนื่อง โดย 1-2 วันนี้ ภาคเหนือตอนบนจะยังมีฝนตก และลมพัดแรง จากนั้นจะทิ้งช่วง 4-5 วัน และเกิดขึ้นใหม่ สลับกันไปจนเข้าฤดูฝน ซึ่งฝนที่ตกอยู่ตอนนี้เป็นฝนนอกฤดู บางช่วงอาจมีลูกเห็บตกด้วย แต่ย้ำว่าเป็นปรากฏการณ์ปกติที่เกิดทุกปี แต่ช่วงใดที่มีอากาศเย็นจากประเทศจีนพัดลงมาด้วย ลมและฝนจะรุนแรงขึ้น

(กรอบบ่าย)


หน้า 1




 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.