มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 987 คน
วันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2555 ปีที่ 22 ฉบับที่ 7922 ข่าวสดรายวัน


โต้งท้าซักฟอก งบน้ำท่วม


ปชป.รุมบี้ ขอตัวเลข เงินฟื้นฟู ปูนัดตีปี๊บ ผลงาน1ปี


ฝ่ายค้านถกงบวันที่สอง รุมถล่ม"กิตติรัตน์-วรวัจน์" ขอเอกสารการใช้งบประมาณฟื้นฟูน้ำท่วม 1.2 แสนล้าน "จุรินทร์"เข้มขีดเส้นต้องได้ภายในเวลา 1 ทุ่มมิฉะนั้นต้องพักการประชุม ด้าน"เดอะโต้ง"โต้กลับนิ่ม พร้อมให้ตรวจสอบ ยันไม่มีอะไรต้องปิดบัง แม้จะไม่เกี่ยวกับงบประมาณ 2556 ท้าให้ยื่นซักฟอกอภิปรายไม่ไว้วางใจได้เลย รัฐบาลเล็งเปิดแถลงผลงานครบ 1 ปี คาดหลังวันที่ 23 ส.ค.นี้



ขุนค้อนเชื่อถกงบจบภายใน 3 วัน

เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 16 ส.ค. ที่รัฐสภา นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมสภาเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2556 เป็นวันที่สอง ถึงข้อสังเกตเรื่องการทำหน้าที่ของประธานในที่ประชุม ที่ไม่สามารถควบคุมการประท้วงของสมาชิกว่า ผู้ทำหน้าที่ประธานก็วางตัวได้ดี และในภาพรวมการประชุมก็เรียบร้อยดี ส่วนที่ฝ่ายค้านมองว่าปล่อยให้ประท้วงพร่ำเพรื่อนั้น ตามข้อบังคับสมาชิกใช้สิทธิประท้วงได้อยู่แล้ว บางครั้งลุกขึ้นประท้วงโดยที่ประธานไม่รู้ว่าประท้วงเรื่องอะไร ต้องดูกันไปและขอให้อยู่ในกรอบข้อบังคับ ทำอะไรมากกว่านี้ไม่ได้ ซึ่งการอภิปรายจะหนักในช่วงมาตรา 3 และ 4 เท่านั้น

นายสมศักดิ์กล่าวว่า ส่วนกรอบเวลาการอภิปรายคาดว่าใช้เวลา 3 วันก็เสร็จ ซึ่งผู้อภิปรายจะพูดได้เฉพาะประเด็นที่สงวนคำแปรญัตติไว้เท่านั้น คือขอตัดลดงบประมาณพร้อมให้เหตุผลและเสนอแนะ หากพูดนอกจากนี้ถือว่าออกนอกประเด็น ไม่ใช่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ



ฝ่ายค้านอ้างปิดบังข้อมูลเว็บไซต์

ด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิป) พรรคร่วมฝ่ายค้าน กล่าวว่า การอภิปรายจะมุ่งประเด็นความล้มเหลวการจัดสรรงบประมาณและส่อทุจริต เช่น เร่ขายโครงการน้ำท่วม เรียกเก็บค่าหัวคิวร้อยละ 30-50 ทั้งนี้ ขอเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดเผยรายละเอียดการใช้จ่ายงบประมาณ 120,000 ล้านบาท เกี่ยวกับการแก้ปัญหาอุทกภัย รวมถึงงบ กลางปีที่แล้ว จำนวน 66,000 ล้านบาท ที่ไม่มีการเปิดเผยรายละเอียด ทั้งนี้ ขอตั้งข้อสังเกตว่ามีความพยายามปิดบังข้อมูลทางเว็บไซต์สำนักนายกรัฐมนตรีที่ต้องลงทะเบียนก่อนเข้าไปตรวจสอบ เราต้องเปิดเผยถึงความไม่ชอบมาพากลที่พบในการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณ ทั้งนี้ ตนไม่พูดถึงเจ๊ใหญ่แล้ว แต่คิดว่ามีกระบวนการหากินกับงบประมาณโดยต่อเนื่อง ตั้งแต่งบประมาณปี 2555 เรื่อยมา

เมื่อถามว่าจะเก็บเรื่องนี้ไว้อภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า นั่นเป็นอีกกรณีหนึ่ง ตอนนี้เป็นเรื่องการรวบรวมข้อมูล อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาฝ่ายค้านถูกทำลายสมาธิด้วยการประท้วงที่ไม่จำเป็นอยู่หลายครั้ง ซึ่งอยากให้เพลาลงบ้าง ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ควรประท้วงเลย

ด้านน.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวถึงฝ่ายค้านเรียกร้องให้เปิดเผยข้อมูลการใช้จ่ายในเว็บไซต์สำนักนายกรัฐมนตรีว่า ตามปกติจะมีข้อกฎหมายอยู่ว่าข้อมูลใดที่เปิดเผยได้หรือไม่ได้ ตนจะขอดูข้อกฎหมายก่อน



วรวัจน์-บุญทรงโต้เจ๊ภาคเหนือชี้นำ

ที่รัฐสภา นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุมสภาเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 2556 ถึงกรณีกรรมาธิการเสียงข้างน้อยระบุมีเจ๊ใหญ่ทางภาคเหนือให้รัฐมนตรีจัดทำงบประมาณลงในพื้นที่ภาคเหนือเป็นพิเศษว่า ยืนยันว่าไม่มีเด็ดขาด หากฝ่ายค้านมีข้อมูลขอให้บอกมาเลยว่างบประมาณเรื่องอะไร โครงการไหน มีชื่อใครเป็นผู้ดำเนินงาน ยืนยันว่าในฐานะรัฐมนตรีคนหนึ่ง ทุกอย่างดำเนินการตามกฎหมายของพ.ร.บ.งบประมาณ เป็นวิถีทางตามปกติของการแปรญัตติงบประมาณทั้งหมด สามารถตรวจสอบได้ ไม่มีงบประมาณตัวไหนที่ดำเนินการผิดปกติหรือแปรญัตติลงในพื้นที่ภาคเหนือเป็นพิเศษ

เมื่อถามว่าจะพิจารณาเพื่อนำไปสู่การฟ้องร้องได้หรือไม่ นายวรวัจน์กล่าวว่า ตอนนี้ตนไม่ทราบว่าเขาพูดถึงใคร เรื่องอะไร อยากให้ฝ่ายค้านเปิดมาอีกนิด ค่อยพิจารณากัน เมื่อถามว่ามีการระบุถึงการจัดทำงบประมาณในโครงการที่เกี่ยวกับการแก้ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือหลายโครงการ นายวรวัจน์กล่าวว่า อยากให้ฝ่ายค้านมีข้อมูลที่ชัดเจนแล้วนำมาอภิปรายไม่ไว้วางใจ การพูดออกมาลอยๆ มันทำให้รัฐตรวจสอบอะไรไม่ได้ รัฐบาลพร้อมตรวจสอบอยู่แล้ว หากมีเรื่องผิดปกติเกิดขึ้น

นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ รองประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2556 กล่าวถึงนายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทยระบุมีรัฐมนตรีภาคเหนืออยู่ภายใต้การบงการของแกนนำภาคเหนือ พรรคเพื่อไทย ให้คอยทำหน้าที่โยกงบประมาณมาลงพื้นที่ตัวเองว่า ไม่มี ตนไม่รู้เรื่อง ไม่เคยนั่งทำหน้าที่ประธานกรรมาธิการเลย ไม่มีจริงๆ



ดิเรกเตรียมแข่งสุรเดชชิงรองปธ.

วันเดียวกัน นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ ส.ว. ปราจีนบุรี เปิดเผยว่า จะเสนอตัวให้ส.ว.เลือกเป็นรองประธานวุฒิสภา แทนตำแหน่งที่ว่างลง ในวันที่ 20 ส.ค.นี้ ซึ่งหลังจากเดินสายหาเสียงในที่ประชุมวุฒิสภาแล้ว มั่นใจว่าจะได้รับเลือกจากสมาชิกทั้งสายเลือกตั้งและสายสรรหา เพราะการทำหน้าที่ในตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการพลังงาน วุฒิสภา ที่ผ่านมานั้นทำให้สมาชิกมั่นใจว่าตนทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ยึดมั่นในการเป็นตัวแทนประชาชน ทำงานร่วมกับส.ว.ทั้งสองสายได้ราบรื่น ทั้งนี้ ส.ว.คนอื่นมีสิทธิ์เสนอตัวเพิ่มอีกตามระบอบประชาธิปไตย แต่ส่วนตัวมั่นใจว่าจะได้รับความไว้วางใจจากที่ประชุมวุฒิสภา

นายดิเรก ถึงฝั่ง ส.ว.นนทบุรี กล่าวว่า ยอมรับว่าได้รับการร้องขอจากส.ว.หลายคนให้ลงชิงตำแหน่งรองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ซึ่งว่างลง แต่ติดภารกิจเรื่องการทำงานเพื่อสังคม จึงยังไม่ได้ตรวจสอบเสียงสนับสนุนว่ามากน้อยเพียงใด ขอเวลาตัดสินใจ แต่มีแนวโน้มว่าจะลงชิงตำแหน่ง ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าตำแหน่งประธานวุฒิสภาเป็นของส.ว.สายเลือกตั้งแล้ว ก็ควรเปิดให้ส.ว.สายสรรหา เป็นรองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 นั้น นายดิเรกกล่าวว่า หลังจากหารือกับส.ว.สายสรรหาหลายคนปรากฏว่าไม่ติดใจที่ส.ว.เลือกตั้งจะเป็นประธานวุฒิสภา และรองประธานวุฒิสภาทั้งหมด เนื่องจากอยู่ในตำแหน่งได้เพียง 1 ปีกว่า จากนั้นจะพ้นจากสมาชิกภาพ ขณะที่ส.ว.สายสรรหายังมีโอกาสอยู่ในตำแหน่งได้อีกกว่า 4 ปี



ทูตมะกันถกมท.1-ช่วยผู้ลี้ภัยพม่า

ที่กระทรวงมหาดไทย นางคริสตี้ เคนนีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย โดยใช้เวลาหารือ 10 นาที

จากนั้นนางคริสตี้เผยว่า หารือถึงแนวทางการช่วยเหลือผู้ลี้ภัยชาวพม่าในไทย โดยสหรัฐจะช่วยดูแลและให้ผู้ลี้ภัยบางส่วนอพยพไปตั้งถิ่นฐานในสหรัฐได้ ส่วนที่สหรัฐออกวีซ่าให้กับพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ นั้น ถือเป็นการดำเนินการตามปกติของสหรัฐ แม้พ.ต.ท.ทักษิณจะมีความผิดในไทย แต่รัฐบาลไม่ได้ขอให้ส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน

นายยงยุทธกล่าวถึงภาพรวมการประชุมสภาพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 2556 ว่า เป็นธรรมดาที่ฝ่ายค้านต้องหาเหตุผลมาอภิปรายว่าไม่ดีอย่างไร แต่รัฐบาลเชื่อมั่นว่าเงินงบประมาณทุกเม็ดนำไปสู่เป้าหมายของนโยบายรัฐบาลคือ การลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส ถือเป็นสิ่งสำคัญ ที่พรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 3 พรรค มุ่งดำเนินการให้ประชาชนมาตลอด เมื่อถามว่ามีการจัดสรรให้ส่วนท้องถิ่นมากที่สุดถึง 4,600 ล้านบาท จะนำไปใช้ส่วนใดเป็นพิเศษ นายยงยุทธกล่าวว่า ไม่มี แต่จะให้ท้องถิ่นคิดเองอย่างอิสระว่านำไปทำอะไรบ้าง ส่วนกลางดูเพียงความถูกต้องเหมาะสมของวงเงินกับงานตามระเบียบกฎหมาย เชื่อมั่นว่าการอภิปรายในวันอื่นๆ รัฐบาลสามารถชี้แจงและผ่านการลงมติได้ เพราะทุกนโยบายรัฐบาลดำเนินการเอง ย่อมอธิบายได้ทุกเรื่อง



"หนู"แจงวุ่นภท.ยังไม่มีมติไม่รับงบ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่าที่หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงข่าวพรรคภูมิใจไทยมีมติไม่รับร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 2556 ว่า ตนไม่เห็นด้วย เชื่อว่าเป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อนเพราะพรรคยังไม่มีมติว่าไม่รับ ตนเห็นว่าควรให้ส.ส.ในพรรคฟังการอภิปรายให้จบก่อน จึงกำหนดทิศทางของพรรคว่าควรจะรับหรือไม่รับ หากพ.ร.บ.งบฯ ผ่าน ถือเป็นประโยชน์ของแผ่นดินที่จะนำงบประมาณไปบริหารราชการและควรให้การสนับ สนุน ส่วนที่มีกระแสข่าวว่านายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มมัชฌิมา ให้ส.ส.กลุ่มมัชฌิมาโหวตสนับสนุนนั้น ตนเห็นด้วยกับนายสมศักดิ์ เพราะเรื่องงบประมาณเป็นเรื่องของแผ่นดิน แต่หากเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจค่อยว่ากันอีกครั้ง ซึ่งจะต้องพิจารณาเป็นรายบุคคล ว่าสมควรได้รับความไว้วางใจหรือไม่

ด้านนายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทยกล่าวว่า มติดังกล่าว ส.ส.พรรคมองว่าเราเป็นฝ่ายค้าน ไม่ควรรับร่างของรัฐบาล แต่เนื่องจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่าที่หัวหน้าพรรค ไม่เห็นด้วยเพราะเห็นว่าร่างพ.ร.บ.งบประมาณไม่ใช่การอภิปราย และควรรอฟังการอภิปรายงบประมาณให้จบก่อน แล้วค่อยตัดสินใจ จึงเห็นว่าหากการอภิปราย คณะกรรมาธิการงบประมาณฯ สามารถอธิบายการใช้จ่ายงบประมาณได้อย่างสมเหตุ สมผล เราก็รับได้ ไม่ถือว่ามีปัญหา เพราะมติพรรคเปลี่ยนแปลงได้



"นายกฯปู"ปักหลักทำงานที่รัฐสภา

สำหรับความเคลื่อนไหวของนายกรัฐมนตรีนั้น เมื่อเวลา 09.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เดินทางไปยังอาคารรัฐสภา เพื่อเข้าร่วมประชุมพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2556 วาระ 2 โดยตลอดทั้งวันนายกฯ ใช้เวลาปักหลักที่อยู่รัฐสภา โดยอยู่ในห้องรับรองนายกฯ บริเวณชั้น 2 และเรียกรัฐมนตรี ข้าราชการกระทรวงต่างๆ เข้าพบเพื่อหารือถึงเรื่องงานตามนโยบายรัฐบาล อาทิ นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์ รมว.อุตสาหกรรม นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นอกจากนี้ ยังมีนายประพาศ บุญยินดี อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายสมชาย วิทย์ดำรงค์ ผอ.สำนักเสริมสร้างความเข้มแข็งชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน ซึ่งเข้าชี้แจงความคืบหน้าการจัดเวทีประชาเสวนา สร้างความปรองดองกับภาคประชาชนในพื้นที่แต่ละจังหวัดด้วย เบื้องต้นนายสมชายแจ้งว่าเวทีประชาเสวนายังไม่คืบหน้าเท่าที่ควร

จากนั้นเวลา 15.00 น. นายกฯได้เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อประชุมร่วมคณะทำงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ตัวแทนจากสำนักงานเลขาธิการครม. สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อเตรียมข้อมูลการจัดทำเอกสารแถลงผลงานของรัฐบาลครบ 1 ปี ทั้งนี้ มีรายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับการแถลงผลงานของรัฐบาลครบ 1 ปีนั้น แนวทางหนึ่งที่ทีมงานนายกฯได้วางไว้คือนายกฯจะใช้รายการ "รัฐบาลยิ่งลักษณ์ พบประชาชน" เป็นเวทีแถลงผลงานครบ 1 ปี แทนการจัดงานแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ เนื่องจากต้องการหลีกเลี่ยงการตอบข้อซักถามของสื่อมวลชน แต่จากการหารือล่าสุด ได้ข้อสรุปว่าจะจัดงานแถลงผลงานรัฐบาลครบ 1 ปีอย่างเป็นทางการ คาดว่าจะเป็นหลังวันที่ 23 ส.ค.



ย้ำตรวจสอบทุกโครงการที่ส่อโกง

ก่อนหน้านี้ เวลา 14.30 น. ที่รัฐสภา น.ส. ยิ่งลักษณ์ให้สัมภาษณ์ถึงการอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 2556 วาระ 2 ที่ฝ่ายค้านพาดพิงหลายโครงการของรัฐบาลส่อทุจริตว่า รัฐบาลสั่งการให้ตรวจสอบโครงการที่ส่อทุจริตไปเรื่อยๆ ซึ่งวันนี้เจ้าหน้าที่กระจายในทุกจุด และให้เพิ่มจุดตรวจ เพื่อให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจลงไปดูแลในพื้นที่มากขึ้น และจากที่มอบให้ร.ต.อ. เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ไปติดตามตรวจสอบการทุจริตนั้น ก็มีความคืบหน้าออกมาแล้ว 2 เรื่องตามที่แถลงข่าวไปแล้ว

ส่วนที่ฝ่ายค้านเป็นห่วงการใช้จ่ายงบแก้ปัญหาน้ำท่วม 3.5 แสนล้านบาท ที่ไม่มีแผนการใช้จ่ายที่ชัดเจน และหวั่นว่าส.ส.จะนำเงินไปลงในพื้นที่ตัวเองโดยไม่ได้นำมาบริหารจัดการปัญหาอุทกภัยอย่างแท้จริงนั้น นายกฯ กล่าวว่า ยืนยันว่าการใช้งบในส่วนนี้จะโปร่งใส เพราะเราใช้วิธีการประมูล ขณะนี้เป็นเพียงการเปิดให้บริษัทต่างๆ เขียนเสนอโครงการเข้ามา เมื่อถึงขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างจะให้ผู้ที่เกี่ยวข้องชี้แจงทุกขั้นตอน ยืนยันว่าเรื่องความเดือดร้อนของประชาชน ตนจะให้ทุกหน่วยงานทำหน้าที่อย่างเต็มที่ โปร่งใส และเกิดประโยชน์กับประชาชน

นายกฯ กล่าวว่า ส่วนที่มีข่าวว่านายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนาไม่พอใจถูกตัดงบของกรมชลประทานนั้น ไม่ใช่ตัดงบ อาจเข้าใจผิดมากกว่า ตนได้เรียนให้ทราบแล้วว่าอะไรที่เป็นโครงการจำเป็น เราต้องให้อยู่แล้ว โดยเฉพาะโครงการต่อเนื่อง เช่น การซ่อมแซมเขื่อนที่ได้รับความเสียหาย ต้องทำให้เสร็จ เมื่อถามว่าได้ทำความเข้าใจกับนายบรรหารหรือยัง น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า "ไม่มีอะไรค่ะ"



เผยแม้วขำ-ข่าวมะกันสั่งขับ

วันเดียวกัน นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษา กฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ส่งคำแถลงกรณีที่มีการเสนอข่าวเท็จในเว็บที่อ้างเป็นสื่อมวลชน โดยระบุว่า "ท่านทักษิณถูกสหรัฐสั่งให้ยุติการเคลื่อนไหวทางการเมืองในสหรัฐ และขอให้เดินทางออกนอกประเทศ" ว่า ตนตรวจสอบข่าวแล้ว ขณะที่พ.ต.ท.ทักษิณฟังข่าวเท็จแล้วได้แต่หัวเราะและยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เป็นข่าวเท็จที่ปล่อยในเว็บต่างๆ จากพรรคและกลุ่มการเมืองเจ้าประจำเพื่อสร้างความสับสน กลุ่มคนเหล่านี้เอาทุกทางแม้แต่เต้าข่าวขึ้นมา ทั้งนี้ การปล่อยข่าวเท็จของบุคคลกลุ่มนี้ได้สร้างความเสียหายให้ประเทศไทยมามาก ประชาชนรู้ทันแล้ว ขอให้เลิกพฤติกรรมเช่นนี้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้พ.ต.ท.ทักษิณยังคงอยู่ที่ฮาวายตามปกติ และการเดินทางไปสหรัฐ ไม่ใช่การเคลื่อนไหวการเมือง แต่ไปพบนักธุรกิจ นักการเมืองและผู้สนับสนุนเท่านั้น

ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายเสก วรรณเมธี รองอธิบดีกรมสารนิเทศ ในฐานะรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีมีรายงานข่าวจากสื่อต่างประเทศ ระบุทางการสหรัฐต้องการให้พ.ต.ท.ทักษิณหยุดเคลื่อนไหวทางการเมืองในสหรัฐว่า กระทรวงได้ตรวจสอบเรื่องนี้แล้ว พบว่าไม่เป็นความจริง สหรัฐไม่เคยมีท่าทีตามที่กล่าวอ้าง ซึ่งการเดินทางไปสหรัฐของ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นการไปส่วนตัว ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศไม่เคยทราบเรื่องการเดินทางและกำหนดการของพ.ต.ท. ทักษิณมาก่อน รวมทั้งรัฐบาลไม่เคยมีคำสั่งให้กระทรวงการต่างประเทศอำนวยความสะดวกให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ ระหว่างอยู่ในสหรัฐครั้งนี้อีกด้วย



"เด็จพี่"ปูด-7เสียงมัชฌิมาหนุนงบ

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงภาพรวมการอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ ในวาระ 2 และ 3 ว่าการอภิปรายของฝ่ายค้านยังอยู่ในกรอบ แม้จะพาดพิงแต่ได้กำชับสมาชิกไม่ให้ประท้วงพร่ำเพรื่อ คาดว่าจะเสร็จในวันที่ 17 ส.ค.นี้ตามกรอบที่กำหนดไว้ ส่วนเสียงพรรคร่วมรัฐบาลมีเอกภาพพร้อมสนับสนุน รวมทั้งกลุ่มมัชฌิมาในพรรคภูมิใจไทย พร้อมเทเสียงสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯให้รัฐบาลแล้ว 7 เสียง

นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า ส่วนกรณีมีการกล่าวหาจากฝ่ายค้านว่าเจ๊ใหญ่ ซึ่งเป็นแกนนำของพรรคเพื่อไทย ให้รัฐมนตรีในคาถาโยกงบลงพื้นที่นั้น ขอให้นำหลักฐานมาเปิดเผย อย่ากล่าวหาเหมือนตีหัวเข้าบ้าน ตนอยากให้แจ้งความเพื่อดำเนินคดี เชื่อว่ากรรมาธิการงบประมาณฯ มีศักดิ์ศรี รัฐมนตรีจะไปชี้นำให้ทำผิดกฎหมายไม่ได้

ส่วนที่ฝ่ายค้านนำเรื่องการใช้จ่ายงบกลาง 1.2 แสนล้านบาทในปีงบประมาณ 2555 มาโจมตีรัฐบาลนั้น นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า ฝ่ายค้านพยายามนำเรื่องทุจริตจากการใช้งบน้ำท่วมขึ้นมาโจมตี ทั้งที่ไม่มีหลักฐานชัดเจน อีกทั้งการตั้งงบกลางในสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ก็เคยตั้งเพื่อใช้จ่ายกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นเพื่อแก้ปัญหาภัยพิบัติ อุทกภัย ซึ่งฝ่ายบริหารนำมาใช้ได้และมีการตั้งงบกลางในทุกรัฐบาล ดังนั้นฝ่ายค้านไม่ควรกล่าวหารัฐบาลอย่างลอยๆ และไม่อยากให้นายอภิสิทธิ์มองโลกในแง่ร้าย ยืนยันว่ารัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์บริหารงบด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้



วิปไฟเขียวอภิปรายถึง 19 ส.ค.

เมื่อเวลา 18.30 น. ที่รัฐสภา นายอุดมเดช รัตนเสถียร ประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึงแนวโน้มการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 2556 ว่า จากการประเมินสถานการณ์นี้เชื่อว่าจะเป็นไปตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้ คือวันที่ 17 ส.ค.นี้ แต่ต้องยอมรับว่าพรรคฝ่ายค้านอภิปรายยืดเยื้อ และใช้เวลานาน ดังนั้น เป็นหน้าที่ของประธานวิปฝ่ายค้านจะต้องควบคุมการอภิปรายของ ส.ส.ในสังกัดด้วย

"ผมเชื่อว่าจะมีการเร่งอภิปรายในตอนท้าย แต่หากไม่ทันจริงๆ จะให้อภิปรายตั้งแต่วันศุกร์ที่ 17 ส.ค. เรื่อยไปจนถึงวันเสาร์ที่ 18 ส.ค. โดยไม่มีวันหยุดพักและหากจะอภิปรายไปถึงวันอาทิตย์ที่ 19 ส.ค. รัฐบาลก็ไม่มีปัญหา" นายอุดมเดช กล่าว

นายนริศ ขำนุรักษ์ ส.ส.พัทลุง พรรคประชา ธิปัตย์ เลขานุการวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ได้คุยกับรัฐบาล แต่ประเมินแล้วยังคงเป็นไปอย่างปกติ จะมีการอภิปรายยืดเยื้อในช่วงแรกและช่วงกลาง ซึ่งในช่วงท้ายการอภิปรายมักเร่งรัด แต่ขึ้นอยู่กับประธานในที่ประชุมว่าจะควบคุมการประชุมให้เรียบร้อยหรือไม่ เบื้องต้นคาดว่าจะพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบฯ ในวาระ 2 และ 3 เสร็จภายในกรอบที่กำหนด คือวันที่ 17 ส.ค.นี้ ทั้งนี้คาดว่าการอภิปรายในวันที่ 16 ส.ค.จะยุติลงในเวลาหลัง 24.00 น.



ปชป.ทวงเอกสารงบแก้น้ำท่วม

ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นัดพิเศษ เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2556 วาระที่ 2-3 เป็นวันที่สอง มีนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม ซึ่งการเปิดประชุมล่าช้ากว่าที่กำหนดไว้เวลา 09.00 น. โดยการพิจารณาเริ่มจากมาตรา 5 งบประมาณสำนักนายกรัฐมนตรี จำนวน 2.5 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ ก่อนการเข้าสู่อภิปราย นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้ทวงถามเอกสารที่รัฐบาลและกรรมาธิการสัญญาว่าจะให้ในวันนี้คือเอกสารการใช้จ่ายงบแก้ปัญหาน้ำท่วม 120,000 ล้านบาท ซึ่งเบิกจ่ายไปแล้ว 110,000 ล้านบาท เอกสารการใช้จ่ายงบกลาง 66,000 ล้านบาท ที่เบิกจ่ายไปแล้ว 30,000 ล้านบาท รวมทั้งทวงถามรหัสเพื่อเข้าสู่ข้อมูลการใช้จ่ายงบประมาณสำนักนายกรัฐมนตรีในเว็บไซต์สำนักนายกฯ เพราะถ้าไม่มีก็ไม่สามารถตรวจสอบได้

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า เอกสารที่ขอไว้ ตนได้นำส่งสภาแล้วอยู่ระหว่างทำสำเนาเอกสารอยู่ ส่วนรหัสแต่ละชั้นที่สูงขึ้นไป ต้องรู้ว่าจะถามความลับระดับใดด้วย ซึ่งต้องคุยในรายละเอียดอีกครั้งหนึ่งแต่พร้อมให้ความร่วมมือ



สั่ง"พิเชษฐ"ถอนคำพูดเสียดสี

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ส.ส.ยะลา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า รมต.ประจำสำนักนายกฯ ยังตอบไม่ชัดเจน ฟังแล้วกำกวม และการทำหน้าที่ของส.ส.ไม่ควรมีชั้นความลับและควรนำรายละเอียดออกมาเพื่อความชัดเจนในการตรวจสอบงบประมาณจะดีกว่า

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล ส.ส.กระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า มีคนบอกตนว่าการจัดสรรงบประมาณครั้งนี้ จัดงบแบบโม้ๆ โกง หลอกลวง เปรียบเหมือนพ.ร.บ.ข่มขู่ 3.5 แสนล้านบาท อีกอย่างประธานคณะกรรมาธิการมาประชุมหรือไม่ ตนต้องการให้นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รอง นายกฯ และรมว.คลัง อยู่ร่วมฟังด้วย ไม่ใช่ให้ฝ่ายค้านพูดฝ่ายเดียวและไม่ให้เกียรติที่ประชุมเช่นนี้ ตนเคยเป็นคอลัมนิสต์ ใช้นามปากกาว่าพระอภัยมณีตีกลอง เพราะมีผีตาโบ๋เอาปี่ไปเป่า ดังนั้นปี่ไม่เหลือ ในเมื่อตนเป็นพระอภัยมณี ไม่มีปี่ ก็อาจต้องสีซอให้ฟังแทน เพราะตนรู้ดี มีบางคนเคยทำงานในตลาดหลักทรัพย์ เป็นทั้งผู้จัดการทีมฟุตบอล แต่ทำอะไรไม่เคยประสบความสำเร็จในการงานใดๆ เลย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส.ส.พรรคเพื่อไทยหลายคนประท้วงขอให้นายพิเชษฐถอนคำพูด ซึ่งนายสมศักดิ์ขอให้นายพิเชษฐถอนคำพูดซึ่งก็ยอมถอน และกล่าวว่า ตนขอให้ประธานและรัฐบาลให้เกียรติตนและฝ่ายค้าน อย่าขัดขวางการทำหน้าที่ตรวจสอบของฝ่ายค้าน และอย่าให้มีคนที่รับงานมา ก่อความวุ่นวายในการประชุมนี้ ไม่เช่นนั้นตนและกรรมาธิการอีก 16 คนจะสงวนความเห็นทุกมาตราและอภิปรายทุกมาตรา รับรองว่าการพิจารณาเสร็จไม่ทันกำหนดแน่ ทั้งนี้ ที่ผ่านมานายวรวัจน์เคยเรียกตนเข้าไปคุยและอ้างคำพูดนายกฯ ไม่ให้ตั้งคณะอนุกรรมาธิการ



ประท้วง-โต้เถียงตอบโต้กันวุ่น

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ประท้วงขอให้ถอนคำพูด เพราะการพูดเป็นเรื่องส่วนตัวของคนสองคน ไม่ควรพาดพิงนายกฯ เพราะจะทำให้เสียหาย อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมยังคงวุ่นวาย เมื่อนายพิเชษฐยังคงพาดพิงถึงนายกฯ ว่า ที่ผ่านมาที่จ.เพชรบูรณ์ มีพี่น้องคู่แฝด เขาค้อ เขาทราย แกแล็คซี่ แต่เดี๋ยวนี้มีซัมซุงกาแล็คซี่ ซึ่งการหารือวันนั้น ตนได้เข้าไปอยู่ในที่ประชุมด้วย ยืนยันว่าที่ตนพูดมาเป็นเรื่องจริง และหากจะให้ถอนคำพูด ควรให้นายวรวัจน์ เป็นผู้ถอนคำพูดมากกว่า

นายวรวัจน์จึงชี้แจงว่า ยืนยันว่าในวันนั้นมีตน นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ ส.ส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย และนายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รมว.ทรัพยากรฯ รวมทั้งนายพิเชษฐเข้าร่วมประชุมด้วย ซึ่งเราพูดถึงการตั้งอนุกรรมาธิการ 4 คณะอย่างชัดเจน ตนไม่เคยบอกว่านายกฯ สั่งการมา จะให้ตนไปสาบานก็พร้อม มั่นใจว่าไม่เคยพูด ให้นายพิษณุและนายปรีชามายืนยันก็ได้

อย่างไรก็ตาม ส.ส.ซีกรัฐบาล และฝ่ายค้าน ใช้เวลาโต้เถียงกันประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนเข้าสู่การพิจารณามาตรา 5 งบประมาณรายจ่ายของสำนักนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานในกำกับ ในเวลา 11.25 น.



"พิเชษฐ"ได้ทีไล่บี้งบอบจ.แพร่

จากนั้นเวลา 11.15 น. เริ่มเข้ามาตรา 5 สำนักนายกรัฐมนตรี และหน่วยงานในกำกับ 25,246,817,300 บาท โดยนายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล ส.ส.กระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ รองประธานคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย อภิปรายว่า ขอถาม นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ ที่ดูแลสำนักงบประมาณ ในรายละเอียดค่าใช้จ่ายในการเยียวยา ฟื้นฟู และป้องกันความเสียหายจากอุทกภัยอย่างบูรณาการ 1.2 แสนล้านบาท ในส่วนโครงการที่ให้กับอบจ.แพร่ 306 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นรายการซื้อเครื่องจักรกลและยานพาหนะแจกเป็นเงินกว่า 200 ล้านบาท อาทิ รถขุด ตักดิน รถแทรกเตอร์ ซึ่งกรรมาธิการเคยจี้ถาม แม้แต่ไดโนเสาร์ จ.กาฬสินธุ์ ที่โผล่มาก็ยังไม่ยอมกันเลย

นายพิเชษฐอภิปรายต่อว่า รมต.ประจำสำนัก นายกฯ จัดงบดูแลจังหวัดของตนทั้งหมด 1,308 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบลงทุนทั้งหมด ขอถามว่าบุคคลที่ดูแลสำนักงบประมาณต้องตั้งงบประมาณไว้ที่จ.แพร่ของตนเองให้ระเบิดที่เดียว ทั้งที่จังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมต้องการใช้งบประมาณทั้งสิ้น และขอถามว่าอบต.มีคนนามสกุลเอื้ออภิญญกุลหรือไม่ ตั้งงบประมาณ 300-600 ล้านบาท เพื่อซื้อรถแทรกเตอร์ คอมมิสชั่น 20 เปอร์เซ็นต์ เป็นเงินเท่าไร บ้านเมืองเราตกต่ำสุดขีดเพราะการทุจริตคอร์รัปชั่น



แม่เลี้ยงติ๊กโผล่-ขอใช้สิทธิ์ชี้แจง

นายวรวัจน์ชี้แจงว่า กรณีจ.แพร่ได้รับงบประมาณเพราะถูกพิจารณาให้เป็นจังหวัดต้นน้ำ แต่พื้นที่จังหวัดเป็นภูเขา จึงไม่เอางบขุดลอกคูคลอง แต่เอาเครื่องจักรไปทำงานขุดลอก ถือว่าได้ประโยชน์และประหยัดงบกว่าการตั้งงบเพื่อขุดลอกคูคลอง หากสอบถามจังหวัดต่างๆ ก็ต้องการมีเครื่องจักรเพื่อแก้ปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ทั้งนั้น ซึ่งการซื้อเครื่องจักรไว้ใช้งานจะทำให้การแก้น้ำท่วมระยะยาวมีประสิทธิภาพ ยืนยันว่าการตั้งงบดังกล่าวไม่ผิดปกติ

นายวรวัจน์กล่าวว่า งบประมาณทั้งหมดมาจากการขอโดยส่วนราชการทั้งสิ้น ส่วนที่กล่าวหาอบจ.แพร่ มีนามสกุลเอื้ออภิญญกุลนั้น คงต้องถามนางศิริวรรณ ปราศจากศตรู ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เพราะนายกอบจ. ไม่ใช่นามสกุลเอื้ออภิญญกุล แต่นามสกุลวงศ์วรรณ ซึ่งลงแข่งกับพรรคเพื่อไทย ซึ่งนางศิริวรรณให้การสนับสนุนและขึ้นป้ายรูปคู่กับคนนี้ แต่เราไม่ได้แตกแยกกัน

ด้านนางศิริวรรณอภิปรายใช้สิทธิ์พาดพิงว่า นายวรวัจน์ต้องชี้แจงในฐานะที่สมาชิกเขาสงสัย และต้องการรายละเอียดของเอกสาร แต่กลับมาพูดถึง นายกอบจ.แพร่ ซึ่งเป็นเรื่องการเมืองท้องถิ่น ความจริงอบจ.แพร่ไม่ต้องการเครื่องจักร เพราะไม่มีค่าน้ำมันที่จะดำเนินการ ดังนั้น ควรจัดงบประมาณให้โปร่งใส ไม่เช่นนั้นจะเสียชื่อคนจังหวัดแพร่



รุมจวกพิเชษฐ-หมิ่นชาวแพร่

นายพิเชษฐได้อภิปรายว่า รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ จัดงบดูแลจังหวัดของตน ทั้งหมด 1,308 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบลงทุนทั้งหมด ตนขอถามว่าบุคคลที่ดูแลสำนักงบประมาณต้องตั้งงบประมาณไว้ที่จังหวัดแพร่ของตนเอง ให้ระเบิดที่เดียว ทั้งที่จังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมต้องการใช้งบประมาณทั้งสิ้น

"การที่นายวรวัจน์จัดงบอย่างนี้จะให้เมืองแพร่แห่ระเบิดอีกแล้วหรือ มันโบราณเกินไป ไอ้ที่ไปเจอระเบิดในท้องนาแล้วบอกว่า เป็นวัสดุจากเทวดาทิ้งมาจากฟ้าแล้วก็ดีใจ แล้วก็ใช้การหามแห่ไปรอบเมือง ระเบิดตายเกือบทั้งเมือง วันนี้เกิดขึ้นอีกแล้วหรือครับ" นายพิเชษฐกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการอภิปรายของนายพิเชษฐมีการพาดพิงถึงจังหวัดแพร่ โดยอ้างตำนานเมืองแพร่แห่ระเบิด อ้างว่าคนแพร่แตกตื่นพบระเบิดกลางทุ่งนาแล้วเชื่อว่าตกมาจากฟากฟ้า จึงนำไปแห่ทั่วเมืองจนเกิดระเบิดตายทั้งเมือง จากนั้นก็มีส.ส.พรรคเพื่อไทยลุกขึ้นประท้วงว่าเป็นการดูหมิ่นเหยียดหยาม ซึ่งนายพิเชษฐก็ยอมถอนคำพูด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีคำพูดของนาย พิเชษฐ ได้มีการเผยแพร่ข้อมูลตามเว็บไซต์ต่างๆ เพื่อตอบโต้หลังการอภิปรายดังกล่าวในประเด็นตำนานที่แท้จริงของคำว่าเมืองแพร่แห่ระเบิด ซึ่งเป็นการแสดงถึงภูมิปัญญาของคนแพร่ เนื่องจากเหตุการณ์หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มีการพบลูกระเบิดที่ทิ้งจากเครื่องบินเพื่อจะถล่มทางรถไฟในอ.ลองถึง 3 ลูก แล้วชาวบ้านช่วยกันเก็บกู้ ถอดชนวนและดินระเบิดได้ จากนั้นนำเอาลูกระเบิดที่ปลอดภัยแล้วแห่ไปเก็บไว้ที่วัด กลายเป็นระฆังโบราณอยู่ที่วัด 3 แห่ง ซึ่งไม่มีเหตุการณ์ระเบิดจนมีคนตายมากมายตามที่นายพิเชษฐอ้าง



จ่าประสิทธิ์ดวลคารมบุญยอด

จากนั้นนายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กรรมาธิการเสียงข้างน้อยอภิปรายว่า เปรียบเทียบงบการเดินทางไปต่างประเทศระหว่างรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ไปประชุมที่กรุงดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ด้วยเครื่องบินพาณิชย์ ใช้งบประมาณ 4 ล้านบาท ขณะที่รัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์เดินทางไปประชุมที่เดียวกันกลับใช้งบถึง 13 ล้านบาท เพราะเช่าเหมาลำ

จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ประท้วงว่าเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ไม่น่าใส่ใจ ไม่ใช่ลูกผู้ชาย เพราะนายกฯ ทำงาน คนเดินทางไปมีเยอะก็ต้องใช้เงินมาก แล้วรัฐบาลที่ใช้เงิน 6 พันล้านบาทฆ่าคน ทำให้นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาทำหน้าที่ประธานการประชุมตัดบททันที สั่งห้ามจ.ส.ต.ประสิทธิ์พูดต่อ

นายบุญยอดจึงชี้แจงว่า เรื่อง 13 ล้านบาทไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย ขอให้ไปถามคนสุรินทร์ว่าเป็นเรื่องเล็กหรือไม่ ทำไมไม่ประหยัดงบกัน อย่างไรก็ตาม ตนคงไม่ไปเทียบความเป็นลูกผู้ชายกับ จ.ส.ต.ประสิทธิ์ และคงไม่เดินเข้าไปชกหน้า และจะไม่ตอบโต้กับคนๆ นี้เพราะตนเป็นลูกผู้ชายพอ

ขณะที่นายกุลเดช พัวพัฒนกุล ส.ส.อุทัยธานี พรรคประชาธิปัตย์ ประท้วงขอให้จ.ส.ต.ประสิทธิ์ถอนคำพูด ซึ่งจ.ส.ต.ประสิทธิ์ยอมถอนคำพูดโดยระบุว่า ตนเป็นลูกผู้ชายพอ ถ้าพูดอะไรเกินเลยก็ขอถอน จากนั้นจึงเข้าสู่การประชุมต่อไป

นางฐิติมา ฉายแสง กรรมาธิการ ชี้แจงว่าการที่นายบุญยอดบอกว่าการใช้งบ 13 ล้านบาทไม่ใช่เรื่องเล็กนั้นก็เห็นด้วยเพราะเป็นเรื่องใหญ่จริงๆ การใช้งบ 13 ล้านบาทไปประชุมเวิลด์อีโคโนมิกฟอรั่มที่ประเทศอินเดีย เมื่อเทียบกับประชากรในอินเดียที่มีอยู่ 1 พันล้านคน เฉลี่ยแล้ว 13 ล้านบาท เหลือคนละไม่เท่าไร ถือว่าคุ้มค่า ซึ่งตนอยู่ในครม.ขณะนั้นด้วย ตนรู้ข้อมูลดี



"วรวัจน์"แจงงบตีปี๊บภาพลักษณ์

จากนั้นนายวรวัจน์ชี้แจงเกี่ยวกับงบประมาณการประชาสัมพันธ์ สร้างภาพลักษณ์ประเทศของรัฐบาล จำนวน 500 ล้านบาทว่า การจัดงบครั้งนี้ถือว่าเหมาะสม เพราะน.ส.ยิ่งลักษณ์เดินทางไปต่างประเทศเพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้แก่ประเทศไทย ถือว่าคุ้มค่าแล้วและมีที่มาที่ไป และในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ก็มีงบประมาณสร้างภาพลักษณ์เช่นกัน

ทำให้นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ใช้สิทธิ์พาดพิงชี้แจงว่า ยืนยันว่าสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ใช้งบส่วนนี้อย่างมีเหตุผล เพราะขณะนั้นเกิดเหตุการณ์ชุมนุมตั้งแต่เดือนเม.ย.2552 ที่มีการล้มการประชุมอาเซียน ปิดการจราจร ปิดเส้นทางการจราจรต่างๆ จนเกิดการใช้กำลังและความรุนแรง ซึ่งก่อนหน้านั้นมีการสร้างข่าวบิดเบือนโจมตีและสร้างความเสียหายให้กับประเทศโดยกลุ่มไม่หวังดี ทำให้ประเทศไทยเสียหาย เหตุการณ์ขณะนั้นใครทำเราก็รู้ดี กลุ่มคนเสื้อแดงขนกันเข้ามา โครงการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์จึงเกิดขึ้น ผลของการชี้แจงกับต่างประเทศ มีการประเมินผลว่าทำให้ต่างประเทศเกิดความเข้าใจที่ดีขึ้น การใช้จ่ายงบก็สมเหตุสมผล

ขณะที่นายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดง พยายามประท้วง แต่นายเจริญไม่อนุญาต



ส.ส.นราฯ-ท้านายกฯลง 3 จว.ใต้

ต่อมาเวลา 13.50 น. นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า ในมาตรา 5 ตนขอปรับลดงบกอ.รมน. 20 เปอร์เซ็นต์ เพราะการแก้ปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ล้มเหลว การจัดสรรงบประมาณไม่ทั่วถึง ใช้กำลังพลเกินความจำเป็นทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณ ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ตั้งแต่ปี 2547 ถึงปัจจุบัน ใช้งบประมาณไปกว่า 2 แสนล้านบาท ใน 3 จังหวัด 4 อำเภอ ของจ.สงขลา โดยงบประมาณส่วนใหญ่ใช้ไปในเรื่องของกำลังพลและแก้ปัญหาด้านความมั่นคงมากกว่าการพัฒนาในพื้นที่ จึงไม่แน่ใจว่าแนวทางแก้ปัญหานี้จะทำให้ภาคใต้กลับสู่ความสงบได้เมื่อไร รวมทั้งงบประมาณใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่มีเจ้าภาพดูแลโดยตรง แต่ละหน่วยตั้งงบเพื่อใช้ในโครงการซึ่งทำให้เกิดความทับซ้อนขึ้น อีกทั้งงบพัฒนาบางตัวยังปรับเปลี่ยนเป็นงบศึกษาดูงาน อบรมสัมมนา ทำให้งบประมาณไม่ถึงมือและไม่เป็นประโยชน์กับประชาชน และบางส่วนลงไปในพื้นที่เขตเลือกตั้งของส.ส.ในรัฐบาล แต่ขณะที่พื้นที่ที่มีปัญหากลับบอกว่าไม่มีงบ เช่น งบบำรุงซ่อมแซมถนน หรือทางหลวงชนบท

"ผมเห็นนายกฯ เดินทางไปทั่วโลก โชว์ชุดแต่งกายประจำชาติ ซึ่งผมดีใจ แต่เสียใจที่นายกฯเดินทางไปทั่วโลกได้ แต่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ทำไมไปไม่ได้ ขอแค่นายกฯไปพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 1 วันเพื่อรับฟังข้อมูลและปัญหาของประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งไปสร้างขวัญและกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ด้วย" นายสุรเชษฐ์กล่าว



บี้"โต้ง"ขอเอกสารฟื้นฟูน้ำท่วม

ต่อมาเวลา 15.30 น. นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.แพร่ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯและรมว.คลัง ประธานคณะกรรมาธิการ ส่งรายละเอียดการใช้งบโครงการฟื้นฟูน้ำท่วม 1.2 แสนล้านบาทและงบกลาง 6.6 หมื่นล้านบาท มาให้ฝ่ายค้านตรวจสอบ หากไม่เปิดเผยก็ขอรหัสของเว็บไซต์สำนักนายกฯ เพื่อฝ่ายค้านจะได้ตรวจสอบการใช้งบโครงการฟื้นฟูน้ำท่วมได้ เพราะขณะนี้ผู้รับเหมาที่อยู่ในห้องกาแฟรัฐสภา พูดเสียงเดียวกันว่าถ้าจะเอาโครงการน้ำท่วมของรัฐบาล ต้องเอา 30% มาจ่าย เรื่องนี้นายกิตติรัตน์อาจตามไม่ทันนักการเมือง หรือนายกิตติรัตน์เปลี่ยนไปแล้ว ต่อไปหากรัฐมนตรีคนใดพูดว่าถ้ามีการทุจริตขอให้แจ้งมา แสดงว่ารัฐมนตรีคนนั้นรู้เห็นกับการทุจริต เพราะไม่สนใจแก้ทุจริต

นายจุติ ไกรฤกษ์ ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า หากนายกิตติรัตน์ยังไม่ส่งเอกสารรายละเอียด 2 โครงการมาให้ฝ่ายค้านตรวจสอบ อยากให้พักการประชุมไว้ก่อน มิเช่นนั้นจะไม่รู้ว่าโจรอยู่ที่ไหน หรือทำโครงการจริงหรือไม่ เพราะเอกสารงบประมาณฟื้นฟูน้ำท่วมมีแค่บรรทัดเดียว แต่ที่ผ่านมาฝ่ายค้านตรวจสอบพบว่าในการจัดทำงบประมาณครั้งนี้มีการทำถนนซ้ำซ้อนถึง 80 เส้นทาง ทำให้ตัดลดงบลงไปได้ถึง 5 พันล้านบาท มิเช่นนั้นคงมีสุนัขอิ่ม 5 พันล้าน โดยไม่ต้องลงทุน



อู๊ดด้าขู่ลั่นสภา-ขีดเส้นต้องได้

ด้านนายกิตติรัตน์ชี้แจงว่า งบฟื้นฟูน้ำท่วม 1.2 แสนล้านบาทนั้น เป็นการดำเนินการตามงบปี 2555 ไม่ใช่การตีเช็คเปล่าที่รัฐบาลจะเอาไปใช้ได้ตามใจชอบ ไม่ประสงค์จะปิดบังอะไร เรื่องนี้ฝ่ายค้านเอาไปพูดได้ในเวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจ และยืนยันว่าตนเป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้นอยู่ ทั้งนี้ ตนประสานนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ เรื่องเอกสารรายละเอียดโครงการฟื้นฟูน้ำท่วม 1.2 แสนล้านบาทแล้ว ซึ่งนายวรวัจน์รับปากจะส่งข้อมูลให้ ไม่มีอะไรต้องปิดบัง แม้จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับงบปี 2556 เราก็พร้อมให้ความร่วมมือ

นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ประท้วงว่า แม้นายกิตติรัตน์จะตอบคำถามด้วยความราบเรียบ แต่ในเนื้อหากลับไม่สุภาพมีลักษณะท้าทาย ไม่พอใจแล้วมาไล่ไปอภิปรายไม่ไว้วางใจ อย่างไรก็ตาม นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภา ในฐานะประธานที่ประชุมเห็นว่า ไม่เป็นการท้าทาย เพราะถ้าต้องการรายละเอียดที่ลงลึกมากกว่านี้ ก็ถูกต้องแล้วที่ฝ่ายค้านจะอภิปรายไม่ไว้วางใจโดยไปไล่เรียงกันตอนนั้น

ด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า กู้มาโกงแล้วไม่กล้าเปิดเผยรายละเอียด ซึ่งฝ่ายค้านจะยอมประชุมต่อไป แต่เมื่อถึงเวลา 19.00 น. เราจะต้องได้รับเอกสาร มิฉะนั้นอาจต้องมีสั่งพักการประชุม จนกว่าจะได้เอกสารของทั้งสองโครงการเพื่อให้มีการตรวจสอบข้อมูลว่าซ้ำซ้อนหรือไม่



บิ๊กตู่ลั่นส่งโผถึงกห.ก่อน20ส.ค.

วันที่ 16 ส.ค. ที่สโมสรทหารบก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. กล่าวถึงการจัดทำบัญชีรายชื่อโยกย้ายนายทหารว่า กองทัพดำเนินการอยู่ มีการกลั่นกรองผ่านการพิจารณาระดับล่างก่อนเข้าสู่คณะกรรมการปรับย้ายของกองทัพบกระดับนายพล ทั้งนี้ ในการพิจารณาของระดับล่างจะปรับระดับรองขึ้นมาเป็นผู้บัญชาการกองพล ซึ่งเป็นการขยับทางหาง ซึ่งการเจริญเติบโตของทหาร ไม่อยากให้ใช้คำว่าวิ่งเต้น ตนไม่เคยคิดว่าเป็นเด็กบูรพาพยัคฆ์หรือวงศ์เทวัญ ถ้าโตมาจากกองทัพแล้วทำดี ก็จะส่งขึ้นมาข้างบน เป็นเรื่องของคณะกรรมการพิจารณา ไล่เรียงดูเรื่องความอาวุโส ไม่ได้เอารายชื่อทั้งหมดมาเข้าคณะกรรมการแล้วมาปรับเหมือนที่ตำรวจปรับ มันคนละเรื่องกัน การเป็นระบบแบบนี้ทำให้คุมลูกน้องได้ ตนไม่ได้ต้องการให้ทุกคนมากลัวตนคนเดียว แต่ต้องเกรงใจตั้งแต่ผู้บังคับหน่วยระดับล่างขึ้นมา

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การปรับย้ายครั้งนี้ไม่มีปัญหา คนที่วิ่งเต้นเข้ามาท้ายสุดก็รู้ตัวและจะอยู่ไม่ได้เพราะช่วยเขาทำงานไม่ได้ ลูกน้องไม่นับถือ ซึ่งต้องอาย ส่วนปัจจัยภายนอกถ้าร้องขอเข้ามา ต้องดูว่าเขามีเหตุผลหรือไม่ ถึงวันนี้ยังไม่มีปัญหา ผู้บังคับบัญชาในกระทรวงกลาโหมเป็นทหารทั้งหมดเข้าใจดีว่าทหารต้องเป็นอย่างไร ตนไม่ได้ดูแค่ว่าจะทำความดีเฉพาะเดือนก.ย.หรือต.ค. แต่จะดูย้อนหลัง ถ้าดีก็เติบโตตลอดไม่ต้องวิ่งเต้น ผู้บังคับบัญชาจะให้เป็นเอง อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะส่งโผทหารให้รมว.กลาโหมได้ระหว่างวันที่ 15-20 ส.ค.นี้

เมื่อถามว่าคนเสื้อแดงประกาศคัดค้านการแต่งตั้งคนที่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สลายการชุมนุมทางการเมืองเมื่อปี 2553 พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อยากถามว่าเขาคือใคร เป็นข้าราชการ หน่วยงาน ผู้บังคับบัญชาหรือไม่ ถ้าไม่ใช่ก็ไม่มีส่วน ไม่เกี่ยว จะมาขู่กองทัพบกนั้นมันไม่ได้ ตนไม่ฟัง นอกกฎหมายไม่เกี่ยว จะไม่ยอมให้คนที่อยู่นอกกฎหมายมาบังคับ เพราะทุกอย่างเป็นกฎหมาย



"ปู"คิกออฟ 18 ส.ค.-ปราบโกง

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 16 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงถึงการแก้ปัญหาคอร์รัปชั่น ซึ่งเป็น 1 ใน 16 นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลว่า วันที่ 18-19 ส.ค.นี้ รัฐบาลจะประกาศแนวทางการดำเนินการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น ที่ลานหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โซนบี โดยวันที่ 18 ส.ค. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานเปิดงาน ภายในงานมีกิจกรรมน่าสนใจ อาทิ การเปิดตู้ปณ. และเปิดเว็บไซต์ www.stopcorruption.go.th รับเรื่องร้องเรียนทุจริตคอร์รัปชั่น เพิ่มเติมจากสายด่วน 1206 รวมถึงการแสดงพลังร่วมแปรอักษร 500 คน พร้อมกล่าวปฏิญาณตนเป็นส่วนหนึ่งในการแจ้งเบาะแสและหยุดการคอร์รัปชั่น นอกจากนี้ยังมีการเสวนาระหว่างภาควิชาการ ภาคเอกชน และเยาวชนในหัวข้อ "ปัญหาคอร์รัปชั่นไทยกับผลกระทบของประเทศชาติ" และการแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง อาทิ ฟิล์ม รัฐภูมิ ป๋อ ณัฐวุฒิ

นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวถึงโครงการ 1 กรม 1 ป้องกันโกง ที่ให้แต่ละกระทรวง ทบวง กรมเสนอโครงการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่นมากรมละ 1 โครงการว่า มีหน่วยงานต่างๆ เสนอมา 220 โครงการ ผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการกลั่นกรองและผู้ทรงคุณวุฒิทั้งหมด 199 โครงการ จาก 128 กรม 71 จังหวัด ยังเหลืออีก 21 โครงการ จาก 5 จังหวัดที่ต้องกลับไปปรับปรุงแก้ไข และจะอนุมัติให้เสร็จสิ้นภายในเดือนนี้

รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ยืนยันว่าปัญหาการคอร์รัปชั่นของไทยไม่ได้เลวร้ายหรือเพิ่มมากขึ้น โดยตนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปหาสถิติมาเปรียบเทียบกับต่างประเทศ พบข้อมูลจากองค์กรที่น่าเชื่อถือได้ 2 องค์กร ได้แก่ องค์การเพื่อความโปร่งใสสากล (CPI) และบริษัทที่ปรึกษาด้านความเสี่ยงทางการเมืองและเศรษฐกิจ (PERC) ที่สำรวจปัญหาการทุจริตของไทยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ยังรักษาระดับเดิม 3.2-3.5 คะแนน โดยปี 2548-49 คะแนนความโปร่งใสของไทยดีขึ้น ซึ่งเป็นช่วงรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จึงขอความร่วมมือสื่อและทุกภาคส่วนช่วยกันเสนอข้อเท็จจริงดังกล่าว เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อนักลงทุนต่างชาติที่จะมาลงทุนในไทย


หน้า 1




 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.