มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 755 คน
วันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2555 ปีที่ 22 ฉบับที่ 8065 ข่าวสดรายวัน


'ตร.อีสาน'โวย จับสลากลงใต้





ไม่ลงใต้ - พ.ต.ท.ไขแสง ถวิลวงษ์ พนักงานสอบสวน สภ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น เป็นตัวแทนพนักงานสอบสวนสังกัดบช.ภาค 4 นับร้อยนาย ยื่นร้องเรียนต่อก.ตร. กรณีผู้บังคับบัญชาใช้วิธีจับสลากคัดเลือกพนักงานสอบสวนลงไปปฏิบัติหน้าที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.

นายตำรวจระดับรองสารวัตร-สารวัตรฮือค้านนโยบายตร.แห่งชาติ ให้นายตำรวจตำแหน่งพนักงานสอบสวนทั่วประเทศ จับสลากลงไปทำงานภาคใต้ เหตุจากกำลังไม่เพียงพอ 76 นายตำรวจภูธรภาค 4 ยื่นหนังสือถึงก.ตร.ให้ระงับคำสั่ง หากไม่มีผลจะฟ้องศาลปกครอง เผยเหตุ 3 จว.ใต้ขาดแคลนพงส.ต้องการถึง 150 ตำแหน่ง แต่มีสมัครใจไปเพียง 30 คนเท่านั้น ผบ.ตร.แจงเหตุกำลังพลไม่เพียงพอ จึงต้องใช้วิธีนี้อยากให้ทำเพื่อชาติเพราะตอนนี้ภาคใต้ขาดกำลังพลจำนวนมาก ระบุแม้แต่ตัวเองก็เคยได้รับคำสั่งลงไปประจำภาคใต้นานถึง 3 ปีครึ่งมาแล้ว ด้าน'เหลิม'จวกไม่มีวินัย เพราะผู้บังคับบัญชาสั่งต้องทำตาม หากทำไม่ได้ให้ลาออกไป กำชับผบ.ตร.ตั้งกก.สอบวินัยทันที



เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. พ.ต.ท.ไขแสง ถวิลวงศ์ พนักงานสอบสวน สภ.บ้านฝาง อ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น ในฐานะตัวแทนพนักงานสอบสวนตำรวจภาค 4 จำนวน 76 นาย ยื่นเรื่องร้องทุกข์ต่อคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) กรณีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) มีนโยบายให้พนักงานสอบสวนทั่วประเทศจำนวน 6,000 นาย จับสลากเพื่อหาพนักงานสอบสวนจำนวน 150 คนลงไปปฏิบัติหน้าที่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในวันที่ 7 ม.ค.2556



พ.ต.ท.ไขแสงกล่าวว่า ถือเป็นนโยบายที่ไม่มีความเป็นธรรมและไม่เสมอภาค เป็นการเลือกปฏิบัติกับพนักงานสอบสวน เพราะในตำแหน่ง อื่นๆ เช่น ผู้กำกับ กลับไม่มีการจับสลาก จึงขอให้ ก.ตร.พิจารณายกเลิกนโยบายดังกล่าว หาก ก.ตร.เพิกเฉยจะฟ้องร้องต่อศาลปกครองให้มีคำสั่งระงับนโยบายนี้ต่อไป



"ผมเป็นตัวแทนพนักงานสอบสวนตำรวจภาค 4 จำนวน 76 คน และยังมีพนักงานสอบสวนทั่วประเทศอีกประมาณ 4,000 คนติดตามดูผลการเคลื่อนไหวในครั้งนี้ ไม่ได้คัดค้านการที่จะส่งพนักงานสอบสวนลงไปปฏิบัติงานที่ภาคใต้ แต่คัดค้านวิธีการจับสลาก เพราะไม่มีความเสมอภาค โดยการจับสลากคัดจากพนักงานสอบสวนที่ไม่สมัครใจเดินทางลงไปภาคใต้ ซึ่งมีอยู่ในข่ายนี้ประมาณ 3,000-4,000 คน แต่ละคนกินไม่ได้นอนไม่หลับ ได้รับความทุกข์ใจอย่างมาก" พ.ต.ท. ไขแสงกล่าว



เมื่อถามถึงสาเหตุที่ไม่มีใครอยากไปปฏิบัติหน้าที่ในภาคใต้ ตัวแทนพนักงานสอบสวนภาค 4 กล่าวว่า ขอยกตัวอย่างพนักงานสอบสวนรายหนึ่งยศร.ต.อ.ที่อยู่จังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคพวกร่วมกันลงขันให้เป็นตัวแทนเพื่อเดินทางไปภาคใต้ รู้สึกจะได้เงินจำนวนมากด้วย แต่เมื่อไปบอกลูกเมีย ลูกเมียไม่ยอม พ่อแม่ก็เป็นโรคความดัน เขาต้องมา บอกผู้บังคับบัญชาและพรรคพวกว่าไม่สมัครไปแล้ว อันนี้สะท้อนให้เห็นว่าแม้เจ้าตัวเองจะสมัครใจไป แต่ถ้าพ่อแม่ลูกเมียไม่ยินยอมก็มีปัญหาด้วย



พ.ต.ท.ไขแสงกล่าวว่า พนักงานสอบสวนที่อยู่ในข่ายที่จะถูกจับสลากไปภาคใต้มีอายุระหว่าง 40 ถึง 50 ปี ซึ่งอยู่ในช่วงสร้างครอบครัว กำลังดูแลลูกที่กำลังเจริญเติบโต ดูแลพ่อแม่ที่กำลังป่วยและแก่ชรา แตกต่างจากทหารเกณฑ์ที่อยู่ในช่วงอายุ 20-21 ปี ที่ยังมีภาระไม่มาก เห็นว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติควรมีทางออกที่ดีกว่านี้ ไม่ใช่มาจับสลาก



ต่อข้อถามว่าถ้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้พนักงานสอบสวนเป็นคนจับสลากด้วยตัวเอง พ.ต.ท.ไขแสงกล่าวว่า ไม่ว่าจะจับให้หรือให้เราจับเองก็ไม่เห็นด้วยทั้งสิ้น เพราะวิธีการนี้ไม่ถูกต้อง คือมันไม่มีความเสมอภาค ยกตัวอย่างเช่น คนที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้กำกับมีอัตราส่วนมากกว่าที่จะไปภาคใต้ ทำไมไม่ใช้วิธีการจับสลากเป็นผู้กำกับบ้าง ทำไมถึงมาเลือกวิธีการจับสลากกับพนักงานสอบสวนไปภาคใต้ เป็นการเลือกปฏิบัติ ไม่เสมอภาค ไม่คำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ก่อนหน้านี้พยายามสื่อสารกับผู้บังคับบัญชา และช่องทางอื่นๆ แล้ว แต่ไม่มีความคืบหน้า จึงตัดสินใจมาร้องทุกข์ก.ตร.โดยตรง



สำหรับรายละเอียดในหนังสือร้องเรียนนั้นพ.ต.ท.ไขแสง กับพวกรวม 76 คน ผู้ร้องยื่นหนังสือต่อเลขานุการ ก.ตร. ผ่าน อ.ก.ตร.ร้องทุกข์ โดยผู้ถูกร้องประกอบด้วย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้ทำให้เกิดเหตุร้องทุกข์ ที่ 1 ผบ.ตร.ผู้ทำให้เกิดเหตุร้องทุกข์ ที่ 2 ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล ผู้ทำให้ถูกร้องทุกข์ ที่ 3 และผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ผู้ทำให้เกิดเหตุร้องทุกข์ ที่ 4 เรื่องที่ร้องทุกข์ให้เยียวยาแก้ไขกรณีสำนักงานตำรวจแห่งชาติหน่วยงานทางปกครองและผู้บังคับบัญชาใช้อำนาจหน้าที่กระทำการใดๆ อันไม่ชอบธรรมด้วยกฎหมาย เป็นการกลั่นแกล้ง ก่อให้ผู้ใต้บังคับบัญชาและครอบครัวได้รับความเดือดร้อน ขัดต่อหลักคุณธรรมและขัดต่อประมวล จริยธรรม



หนังสือร้องทุกข์ระบุ เรื่องเดิมคือ 1.ตามประกาศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลง 30 ต.ค. 55 เรื่องการสรรหาและเลือกพนักงานสอบสวนไปปฏิบัติหน้าที่ในจังหวัดชายแดงภาคใต้ ลงนามโดย พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร., 2.หนังสือสำนักงานกำลังพล ด่วนที่สุด ที่ 0009.232/12237 ลงวันที่ 18 ธ.ค. 2555 โดย พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล, 3.บันทึก ด่วนที่สุด ที่ 0019/7069 ลงวันที่ 20 ธ.ค. 2555 ของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ลงนามโดย พล.ต.ต.บุญเลิศ ใจประดิษฐ์ รอง ผบช.ฯ รรท.ผบช.ภ.4 ต่อท้ายหนังสือของสำนักงานกำลังพล และ 4.หนังสือบันทึกข้อความ สภ.บ้านฝาง จว.ขอนแก่น ที่ 0019.5 (19)/4871 ลงวันที่ 25 ธ.ค.2555 เรื่องส่งบัญชีรายชื่อ พงส.ผนก.และ พงส.ผนพ. ถึง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น



ผู้ร้องระบุในหนังสือว่า ผู้ร้องกับพวกถูกนำชื่อเข้าทำบัญชีคัดเลือกด้วยวิธีการจับรายชื่อ โดยผู้บังคับบัญชาใช้อำนาจกระทำโดยผู้ร้องทุกข์กับพวกไม่มีความสมัครใจหรือยินยอมเพื่อส่งไปรักษาราชการแทนในตำแหน่งพนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการ และตำแหน่งพนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดน ภาคใต้



กรณีดังกล่าวเห็นว่าเป็นการดำเนินการนอกกรอบกฎหมาย ไม่เป็นไปตามรูปแบบ ขั้นตอน และวิธีการของกฎหมาย เข้าลักษณะของการกลั่นแกล้ง รังแก ข่มเหง บังคับผู้ใต้บังคับบัญชาให้ได้รับความเดือดร้อน หรือขาดขวัญกำลังใจตลอดจนส่งผลกระทบต่อความไม่มั่นคงในสถาบันครอบครัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และเป็นการผลักความรับผิดชอบจากการบริหารงานที่ผิดพลาดของหน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐมายังผู้ใต้บังคับบัญชาซึ่งเป็นคนหมู่มาก นอกจากนี้ยังขัดต่อประมวลจริยธรรมของผู้ปกครองด้วย



วันเดียวกัน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ที่เดินทางมาประชุมคอนเฟอเรนซ์ทุก บช. และมอบนโยบายการรักษาความสงบฯ การ รปภ.ชีวิตทรัพย์สินและอำนวยความสะดวกการจราจรตำรวจทั่วประเทศในช่วงปีใหม่ กล่าวถึงเรื่องที่เกิดขึ้นว่า นายตำรวจพวกนี้ไม่มีวินัย ทำอย่างนี้ไม่ได้ ตำรวจทหารต้องปฏิบัติตามสั่งผู้บังคับบัญชา ถ้าไม่ปฏิบัติก็ไม่ได้เป็นข้าราชการที่สวมเครื่องแบบ จะมาแสดงความไม่พอใจได้อย่างไร ให้คิดดูว่าทำไมต้องเกณฑ์ทหาร ทำไมต้องไปสู้รบ เพราะมันเป็นหน้าที่ เป็นตำรวจทำเช่นนี้ไม่ได้ ขอกล่าวหาเลยนายตำรวจที่ออกมาแสดงเช่นนี้ไม่มีวินัย ไม่สมควรประพฤติปฏิบัติ



"สมมติตอนนี้ผมเป็นตำรวจกองปราบฯ ผู้บังคับบัญชาสั่งให้ไปตามจับคนร้ายที่ยิงปืนแม่นมาก ผมก็ต้องไปทั้งที่รู้ว่าเสี่ยง เพราะมีวินัย ทำตามคำสั่ง ตำรวจกลุ่มนี้ขอให้ยุติเถิด อย่าทำ หากมีเหตุผลบางกรณีก็มารายงานขอความกรุณาผู้บังคับบัญชา แต่ทำขัดขืนเช่นนี้ใช้ไม่ได้ ต้องตั้งกรรมการสอบสวนวินัย ผมบอกพล.ต.อ.อดุลย์ต้องตั้งกรรมการ หากไม่พอใจก็ลาออกไป การออกมาร้องเรียนเช่นนี้ไม่ใช่การแสดงสิทธิ แต่คุณมีหน้าที่ต้องทำ อย่ามาทำตัวเป็นนักการเมือง ให้นึกถึงตำรวจที่อยู่ภาคใต้ หากเขาออกมาร้องเรียนบ้างทำไมเขาไม่ได้กลับบ้าน ของแบบนี้ต้องเฉลี่ยความลำบาก เฉลี่ยความทุกข์กัน เราเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ อย่ามาพูดว่าการจับสลากจะมีการทำไม่เสมอภาค ไม่เป็นธรรม ในเมื่อเหตุยังไม่เกิดอย่าเพิ่งพูด" รองนายกฯ กล่าว



ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวอีกว่า พนักงานสอบสวนที่ต้องลงไปทำงานได้สิทธิประโยชน์ตามกฎระเบียบ ได้วันทวีคูณอยู่แล้ว การออกมาเคลื่อนไหวแบบ นี้ไม่ถูกต้อง น่าจะส่งตัวแทนมาพบผู้บังคับบัญชาก่อน ไม่ใช่แสดงออกเช่นนี้ เป็นข้าราชการประจำทำแบบนี้ไม่เหมาะ เอาเป็นว่าใครที่ทำไม่ได้ไม่อยากอยู่ก็ออกไป รับตำรวจเข้ามาใหม่ ชั้นประทวนจบกฎหมาย จบปริญญาโทจำนวนมาก ถือว่าทั้งหมดเข้าข่ายผิดวินัย ทั้ง 76 คน ควรต้องถูกตั้งกรรมการสอบ คนแบบนี้ไม่อยากอยู่ ไม่อยากทำงานก็ออกไป ที่บอกว่าทำเรื่องมาแล้วก่อนร้องผ่านสื่อก็ให้พิจารณาว่าทุกอย่างมีขั้นตอน ไม่ใช่ว่ายื่นเรื่องแล้วได้ทราบผลทันที หลักมันต้องมี กฎเกณฑ์ต้องมี เป็นตำรวจต้องมีวินัย ทำเช่นนี้ได้อย่างไร



ด้านพล.ต.อ.อดุลย์กล่าวว่า การจับสลากคัดเลือกนายตำรวจเพื่อลงไปปฏิบัติหน้าที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เนื่องจากพนักงานสอบสวนขาดแคลน 100 กว่าคน มีสมัครใจไปเพียง 30 คน จึงจับสลากเพื่อให้ได้จำนวนที่ต้องการ เป็นเรื่องธรรมดาคนที่ไปไกลจากบ้านก็ต้องมีปัญหา แต่ถ้าคิดให้ดีถือว่าทำเพื่อชาติ ทุกคนต้องเสียสละ อยากให้ทุกคนเสียสละเพื่อช่วยชาติบ้านเมือง ตนอยู่ ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มา 3 ปีกว่าไม่เคยบ่น



"การร้องเรียนมานั้นเรารับฟัง แต่อยากให้น้องๆ ลงไปช่วยชาติบ้านเมือง ส่วนจะมีบทลงโทษผู้ที่ร้องเรียนหรือไม่นั้นเพิ่งได้รับรายงานขอพิจารณาก่อน ทั้งนี้ ตำแหน่งพนักงานสอบสวนเป็นตำแหน่งเฉพาะที่ต้องอยู่ในพื้นที่ ซึ่งการเดินทางไกลจากที่อื่นมาอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อาจจะมีปัญหาซึ่งก็เข้าใจ แต่เราขาดแคลนพนักงานสอบสวนก็ต้องมาช่วยกัน" ผบ.ตร.กล่าว



พล.ต.อ.อดุลย์กล่าวอีกว่า เมื่อเป็นตำรวจเราเลือกไม่ได้อยู่แล้วว่าจะไปทำงานที่ไหน อยู่ที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย ภารกิจนี้เป็นของชาติบ้านเมือง ตำรวจกำลังขาดแคลนพนักงานสอบสวนมากต้องให้ลงไปช่วยกัน ขณะนี้สั่งการให้บช.ภ.4 ซึ่งเป็นต้นสังกัดของพนักงานสอบสวนกลุ่มนี้ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วว่ามีการออกมาเคลื่อน ไหว ให้สัมภาษณ์ตามที่ปรากฏข่าวหรือไม่ หากมีจริงผิดก็ต้องว่าตามผิด ตำรวจเลือกนาย เลือกลูกน้อง เลือกที่อยู่ไม่ได้ เมื่อสั่งไปต้องไป เราก็ทำตามขั้นตอนของการแต่งตั้งโยกย้ายอยู่แล้วการคัดเลือกเราผ่านหลายขั้นตอน ตอนนี้ยืนยันว่ายังคงใช้วิธีการจับสลากต่อไป



"คนที่ออกมาพูดแบบนี้เป็นตำรวจที่ขาดสำนึกมากเลย เข้าใจว่าตำรวจหลายคนไม่อยากไปเพราะมีข้อจำกัดเยอะมาก การลงไปทำงานในภาคใต้ก็ได้รับสิทธิพิเศษกว่าคนอื่น ผมเองถูกส่งไปภาคใต้มา 3 ปีครึ่ง ไม่เคยบ่น และไม่ได้อะไรด้วย สิทธิพิเศษก็ไม่มี ไปตามที่ผู้บังคับบัญชาสั่ง ต้องช่วยชาติ ช่วยบ้านเมือง ทุกคนมีข้อจำกัด ผมถูกส่งไปทำงานในพื้นที่หลายครั้ง ผมก็มีครอบครัว แต่ถูกส่งไปทั้งที่ตำแหน่งเดิมเป็น ผบช.ภ.3 อยู่แล้ว ถูกส่งลงไป ต้องไป การแต่งตั้งก็โตมาตามปกติ ไม่ได้เร็วกว่าคนอื่นเลย เพื่อชาติบ้านเมืองต้องทำ น้องๆ ที่คิดแบบที่ออกมาเคลื่อนไหวผมว่าต้องทบทวน" ผบ.ตร.กล่าว


หน้า 1




 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.