มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
จำนวนคนอ่านล่าสุด 4905 คน
วันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2555 ปีที่ 22 ฉบับที่ 7491 ข่าวสดรายวัน


บิกโอ๋อัด"เสถียร" ตื่นตูมตั้งปลัดกห..


พท.ชนะขาดปชป. เลือกซ่อมลำพูน



เทิดพระเกียรติ - น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดการแข่งขันเดิน-วิ่งฉลองสองพระองค์ โอลิมปิกเดย์ 2012 ณ ลานพระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ 26 ส.ค.

"บิ๊กโอ๋" สวนกลับ "ปลัดเสถียร" อัดร้อนตัวตกใจเกินเหตุหลังยื่นหนังสือถึงนายกฯระบุรมว.กลาโหมแทรกแซงแต่งตั้งนายทหาร เตรียมเรียกเคลียร์พร้อมตั้งโต๊ะแถลงข่าวปมเก้าอี้ปลัดกลาโหม "สวนดุสิตโพล"สะท้อนผลสำรวจประชาชน 1 ปีรัฐบาลปูสอบผ่าน บัวแก้วตีปี๊บผลงานฟื้นฟูความเชื่อมั่น ยันไม่มีอำนาจตามตัวแม้วกลับไทย แรงงาน-อุตฯ-ไอซีทีจ่อคิวแถลงต่อ "นพดล"เผย"ทักษิณ"เตรียมบินเข้าพม่าพ.ย.นี้ เพื่อไทยแนะมาร์คปรับปรุงตัวเองดีกว่าแจ้นฟ้องว่าที่ผบ.ตร. ซัดมาร์คกรรมออนไลน์ วุฒิสภาเปิดสภาถกถอดถอน"เทือก" นัดโหวตลับ 18 ก.ย. "โอ๊ค"เฟซบุ๊กเย้ยตรรกะปชป. 98 ศพเทียบคดีตัดตอนยาเสพติด เบิร์ธเดย์ 92 ปีป๋าเปรม บ้านสี่เสาฯ ปิดเงียบเหงา เพื่อไทยชนะขาดกระจุยเลือกตั้งซ่อมส.ส.ลำพูน ทิ้งห่างปชป.คู่แข่งเกือบ 3 หมื่นคะแนน



บิ๊กอ๊อดยันโผโยกย้ายไม่มีล้วงลูก

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 26 ส.ค. ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า พระราชวังดุสิต พล.อ. ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีเพื่อขอชี้แจงเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายของกระทรวงกลาโหม โดยระบุว่าพล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม แทรกแซงการแต่งตั้งปลัดกระทรวงทั้งที่รมว.กลาโหมไม่มีอำนาจตามกฎหมายว่า ตนยังไม่ทราบเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้อำนาจการแต่งตั้งปลัดกระทรวงกลาโหมเป็นอำนาจของคณะกรรมการสภากลาโหม จำนวน 6 คน คือ รมว.กลาโหม ผบ.กองทัพไทย ผบ.ทอ. ผบ.ทร. ผบ.ทบ. และปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นการเสนอและพิจารณาตามระเบียบ

ผู้สื่อข่าวถามว่า การทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีเช่นนี้แสดงให้เห็นว่าเกิดการล้วงลูกโผโยกย้ายหรือไม่ พล.อ.ยุทธศักดิ์กล่าวว่า ไม่ใช่การล้วงลูก เพราะนายกรัฐมนตรีต้องรับทราบในภายหลัง หลังจากคณะกรรมการพิจารณาแล้ว ตนยังไม่เห็นหนังสือดังกล่าวจึงพูดไม่ได้ว่าหนังสือนั้นระบุอย่างไร



เผยคณะกรรมการมีสิทธิ์เสนอชื่อ

ต่อข้อถามว่ารมว.กลาโหมมีสิทธิ์เสนอชื่อหรือไม่ พล.อ.ยุทธศักดิ์กล่าวว่า ต้องเป็นการเสนอตามระเบียบและนำมาถามความคิดเห็นในที่ประชุมสภากลาโหม โดยขั้นตอนนั้นทุกคนมีสิทธิเสนอชื่อแล้วไปแคนดิเดตกัน เพื่อให้ทุกคนออกความเห็นว่าใครเหมาะสมที่สุด ดูที่ความเหมาะสม ความอาวุโส และอะไรๆ อีกหลายอย่าง เพราะตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหมเป็นตำแหน่งที่ต้องยืนหัวแถว เป็นคนดูแลสนับสนุนงานของกองทัพต่างๆ ด้วย จึงต้องหาสเป๊กหลายสเป๊กกันหน่อยสำหรับตัวปลัดกระทรวงกลาโหม ต้องพิจารณาหลายๆ เรื่อง ส่วนเรื่องอาวุโสนั้นไม่จำเป็น ถ้ามีอาวุโสใกล้เคียงกันต้องดูที่ความเหมาะสม รวมถึงการทำงานด้วยว่าเข้าใจงานแค่ไหน ทั้งปลัดกระทรวง รมว.กลาโหม ผบ.สส. ผบ.เหล่าทัพ ต่างมีสิทธิเสนอชื่อผู้ที่คิดว่าเหมาะสม ท้ายที่สุดจะต้องเป็นเสียงส่วนใหญ่ในคณะกรรมการตัดสิน



นายกฯยิ่งลักษณ์โนคอมเมนต์

ส่วนกรณีที่เกรงว่าจะเกิดปัญหาการล้วงลูกในการแต่งตั้งโยกย้าย รองนายกฯ กล่าวว่าสมัยตนอยู่ไม่มีการล้วงลูก เมื่อเสนอชื่อขึ้นมาแล้วเราฟังเสียงส่วนใหญ่ แต่โดยหน้าที่ของผู้บังคับบัญชาจะต้องเสนอชื่อลูกน้องตัวเองขึ้นมาตามสายงาน เมื่อมีชื่อทุกคนเข้ามาเปรียบเทียบกันต้องรอฟังเสียงส่วนใหญ่ของกรรมการ

ผู้สื่อข่าวถามว่าเพื่อไม่ให้เกิดความแตกแยกในกระทรวงและกองทัพ ในฐานะรุ่นพี่จะเสนอแนะข้อคิดเห็นอย่างไร พล.อ.ยุทธศักดิ์กล่าวว่าเชื่อว่าจะไม่เกิดความแตกแยกภายใน เพราะทุกคนเข้าใจดีว่าหากเสียงส่วนใหญ่ของกรรมการเลือกใครก็เป็นที่ยอมรับกันได้ ทหารมีระเบียบวินัย และมีสายบังคับบัญชา มีรุ่นพี่รุ่นน้อง เมื่อมีคำสั่งและเมื่อทุกอย่างผ่านไปจะเรียบร้อย ทุกฝ่ายจะยอมรับ ปัญหาที่เกิดขึ้นขณะนี้ตนไม่ทราบเรื่องจริงๆ เพราะไม่ได้เข้าไปดูแลเรื่องการปรับย้าย

ด้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ถึงการยื่นหนังสือดังกล่าว โดยกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า "ไม่เอาเรื่องการเมืองดีกว่านะวันนี้"



บิ๊กโอ๋ซัดกลับปลัดกห.ร้อนตัว

พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม กล่าวว่า ขณะนี้มีเพียงเหล่าทัพที่ส่งบัญชีรายชื่อโยกย้ายนายทหารประจำปีมาให้ เหลือเพียงในส่วนสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม การที่พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม ออกมาให้ข่าวทำนองจะร้องเรียนต่อนายกรัฐมนตรีนั้นถือเป็นความไม่ถูกต้อง เพราะมีอะไรจะต้องมาหารือกับตนที่เป็นผู้บังคับบัญชา และขณะนี้การพิจารณารายชื่อในส่วนสำนักปลัดกระทรวงกลาโหมก็ยังไม่ส่งมาถึงตนเอง อีกทั้งยังไม่มีการประชุมหารือในคณะกรรมการสภากลาโหม

"ผมว่าปลัดเสถียรคงจะกังวลจนคิดมาก ตกใจเกินเหตุ เพราะขณะนี้ยังไม่มีการประชุม และการหารือในครั้งแรกก็เข้าใจตรงกัน ผมคิดว่าสายการบังคับบัญชาของทหารมีขั้นตอนชัดเจน อยากถามว่าเมื่อปีที่แล้วคุณข้ามมาเป็นปลัดกลาโหมได้ด้วยอย่างไร และก็ไม่เห็นมีใครมาร้องแรกแหกกระเชอ อย่าเพิ่งร้อนตัว ผมคิดว่าเรื่องนี้คุณทำไม่ถูกต้อง ทหารระเบียบ วินัยสำคัญมาก อย่ามาอ้างความชอบธรรมเลย" พล.อ.อ.สุกำพลกล่าวและว่าตนเองเตรียมชี้แจงในวันจันทร์ที่ 27 ส.ค.นี้



เตรียมเรียกคุยพล.อ.เสถียร

พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวด้วยว่าคงจะต้องพูดคุยกับพล.อ.เสถียรถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่ได้มีอะไรมาก แต่ตอนนี้ยังไม่อยากเป็นข่าวอะไรทั้งสิ้น เรื่องนี้ค่อยว่ากันอีกที ไม่มีปัญหาอะไร ส่วนจะเรียกพล.อ.เสถียรพูดคุยในวันจันทร์ที่ 27 ส.ค.นี้หรือไม่นั้นยังตอบไม่ได้ ดูอีกที ส่วนตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหมคนใหม่ ยังจะเสนอชื่อพล.อ.ทนงศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน ผู้ช่วยผบ.ทบ. มาดำรงตำแหน่งหรือไม่นั้นตอนนี้ยังไม่รู้ ยังไม่อยากพูดอะไรตอนนี้ แต่ทุกอย่างจะต้องพูดคุยกันอีกครั้งหนึ่ง



บ้านสี่เสาฯเหงางดเบิร์ธเดย์ป๋า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันนี้ซึ่งตรงกับวันเกิดครบรอบ 92 ปี ของพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ กำหนดการเดิมพล.อ.เปรมจะเดินทางไปทำบุญเนื่องในโอกาสครบรอบวันเกิดที่วัดเทวราชกุญชรวรวิหาร ย่านเทเวศร์ แต่พล.อ.เปรมเปลี่ยนแปลงกำหนดการกะทันหัน ไม่ได้ออกไปทำบุญ บรรยากาศทั่วไปบริเวณบ้านพักสี่เสาเทเวศร์ดูเงียบเหงา ไม่มีบุคคลสำคัญและคนใกล้ชิดเข้าอวยพร เนื่องจากได้แจ้งของดเปิดบ้าน โดยพล.อ.เปรมเก็บตัวเงียบภายในบ้านพัก นายทหารคนใกล้ชิดระบุว่าปีนี้พล.อ.เปรมไม่ได้ออกไปทำบุญที่ไหน พักผ่อนอยู่ที่บ้าน สี่เสาฯ ตลอดทั้งวัน ส่วนการรักษาความปลอดภัยยังเป็นไปตามปกติ มีสารวัตรทหาร และตำรวจสน.ดุสิต ดูแลความเรียบร้อย



แรงงาน-อุตฯ-ไอซีทีจ่อแถลง

น.ส.ศันสนีย์ นาคพงศ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าจากการที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้รัฐมนตรีแถลงผลการดำเนินงาน 1 ปี เป็นรายกระทรวงนั้น ขณะนี้รัฐมนตรีแต่ละกระทรวงเตรียมความพร้อมด้านข้อมูลที่จะแถลงต่อสื่อมวลชนถึงความก้าวหน้าการดำเนินงานของรัฐบาลในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา และสิ่งที่รัฐบาลเตรียมดำเนินการต่อไปในปีที่ 2 โดยกระทรวงการต่างประเทศแถลงผลการดำเนินงาน 1 ปีเป็นกระทรวงแรกในวันเดียวกันนี้

โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่าในสัปดาห์นี้จะมีปฏิทินการแถลงข่าวของรัฐมนตรีอีก 4 กระทรวงคือในวันจันทร์ที่ 27 ส.ค. เวลา 10.30 น. รมว.แรงงานแถลงที่สำนักงานประกันสังคม นนทบุรี วันพุธที่ 29 ส.ค. เวลา 11.00 น. รมว.อุตสาหกรรมแถลงที่กระทรวงอุตสาหกรรม วันพฤหัสฯที่ 30 ส.ค. เวลา 10.00 น. รมว.ไอซีทีแถลงที่กระทรวงไอซีที



ปึ้งแจงผลงาน 1 ปีบัวแก้ว

เวลา 10.00 น. วันเดียวกัน ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ แถลงผลการดำเนินงานด้านการต่างประเทศครบรอบ 1 ปีว่า รัฐบาลมีนโยบายด้านการต่างประเทศที่เป็นเรื่องเร่งด่วน คือการเร่งฟื้นฟูความสัมพันธ์และความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านและนานาประเทศ โดยรัฐบาลเดินทางไปเยือนต่างประเทศรวม 18 ประเทศ ได้รับการตอบรับอย่างดี ขณะที่พระราชวงศ์และผู้นำจากต่างประเทศมาเยือนประเทศไทยถึง 17 ครั้ง การดำเนินงานด้านการต่างประเทศมีทั้งหมด 215 เรื่อง ประสบความสำเร็จ 27 เรื่อง ส่วนอีก 188 เรื่อง เป็นโครงการต่อเนื่องที่ต้องติดตามงานต่อไป

รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่ารัฐบาลชุดนี้มีความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านที่ดีขึ้น โดยเฉพาะกับประเทศกัมพูชาที่สามารถยุติการสู้รบตามแนวชายแดน พร้อมผลักดันให้มีการเปิดด่านเพิ่มขึ้น เพื่อให้เกิดความร่วมมือด้านการค้าการลงทุนระหว่างกัน ส่วนประเทศพม่าได้เปิดด่านแม่สอด-เมียวดี ที่ปิดมากว่า 1 ปีสมัยรัฐบาลชุดที่แล้ว และได้เปิดด่านพุน้ำร้อน จ.กาญจนบุรี เป็นจุดผ่านแดนชั่วคราว รวมถึงการลงนามในเอ็มโอยู 2 ฉบับ เรื่องการพัฒนาเมืองทวาย ขณะที่ประเทศลาวได้เริ่มหารือเรื่องการสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 ซึ่งจะมีการเปิดสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 ในเดือนธ.ค.นี้



ประสบผลสำเร็จฟื้นฟูความเชื่อมั่น

นายสุรพงษ์กล่าวต่อว่าด้านการเมืองประสบความสำเร็จในการฟื้นฟูความเชื่อมั่นต่อประเทศไทย ต่างประเทศยอมรับในฐานะรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง รวมถึงการยอมรับความสามารถในการพัฒนาเศรษฐกิจและฟื้นฟูประเทศหลังอุทกภัย โดยสามารถเพิ่มปริมาณการค้ากับประเทศจีนร้อยละ 16.98 คิดเป็นมูลค่ากว่า 9.6 แสนล้านบาท ญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นร้อยละ 12.38 คิดเป็นมูลค่ากว่า 1.1 ล้านล้านบาท และอาเซียนเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.8 คิดเป็นมูลค่ากว่า 1.5 ล้านล้านบาท สำหรับการลงทุนจากประเทศออสเตรเลียเพิ่มขึ้น 25 เท่า จีน 4 เท่า อินเดีย 4 เท่า สหรัฐอเมริกา 2.5 เท่า อียูร้อยละ 56.12 และอาเซียนร้อยละ 40.73 ด้านจำนวนนักท่องเที่ยวจากจีนเพิ่มขึ้นประมาณ 1.1 ล้านคน ญี่ปุ่น 6 แสนคน ออสเตรเลีย 4 แสนคน สหรัฐ 3 แสนคน และอินเดีย 5 แสนคน



ไร้อำนาจติดตามแม้วกลับไทย

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะมีการติดตามตัวในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนหรือไม่ รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า รัฐบาลไม่มีนโยบายติดตามตัวกลับมาประเทศไทย และกระทรวงการต่างประเทศก็ไม่มีอำนาจในการติดตาม รวมทั้งทางการไทยไม่มีข้อมูลเรื่องที่อยู่ของพ.ต.ท.ทักษิณที่ชัดเจน จึงไม่สามารถส่งคำร้องขอให้ส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนได้ สำหรับขั้นตอนการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนต้องให้สำนักงานอัยการสูงสุดส่งเรื่องมาที่กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อให้กระทรวงตามเรื่องไปยังประเทศดังกล่าวจึงจะดำเนินการได้ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีใครมาร้องเรียนให้ดำเนินการเรื่องดังกล่าว

ถล่มบ้านส.ส. - นายนวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.ขอนแก่น เขต 7 พรรคเพื่อไทย ชี้จุดคนร้ายขับรถเก๋งยิงถล่มบ้านพัก อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น คาดปมขัดแย้งการเมืองท้องถิ่น เมื่อ 26 ส.ค.



นายสุรพงษ์กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีของนายวีระ สมความคิด และน.ส.ราตรี พิพัฒนาไพบูรณ์ ที่อยู่ในเรือนจำของกัมพูชานั้น รัฐบาลกำลังช่วยอยู่และถามถึงทุกครั้งที่ไปเยือนกัมพูชา แต่ฝ่ายกัมพูชายืนยันว่าต้องปล่อยให้เป็นไปตามกฎหมายของกัมพูชา ส่วนเรื่องคนไทย 98 คนที่ถูกจับในพม่าอยู่ระหว่างการประสานงานเพื่อขอยื่นอุทธรณ์



ส.ส.เผยแม้วถกนักธุรกิจจีน

นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ขณะอยู่ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีนและกำลังจะเดินทางกลับไทยหลังเข้าพบพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค.ที่ผ่านมาว่า เป็นการมาพบปะเยี่ยมเยียนหลังทราบว่าพ.ต.ท.ทักษิณเดินทางมาประเทศจีนเพื่อพบกับผู้นำและนักธุรกิจในจีน มีคนรู้จักจากประเทศไทยเดินทางเข้าพบพ.ต.ท.ทักษิณบ้างแต่ไม่มาก เนื้อหาที่พูดคุยส่วนใหญ่เป็นเรื่องส่วนตัวทั่วไป ไม่มีเรื่องการเมืองไม่ว่าจะเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ การปรับครม. รวมถึงการกลับประเทศไทยก็ไม่ได้พูดถึง แต่พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวย้ำให้ส.ส.ช่วยกันในเรื่องความจงรักภักดี ใครไปทำกิจกรรมอะไร ไม่ว่าจะเป็นคนเสื้อแดง การตั้งหมู่บ้านเสื้อแดงหรือสหกรณ์โอท็อป ขอร้องอย่าไปแตะต้องล่วงเกินสถาบัน ห้ามเด็ดขาดและฝากให้ไปบอกต่อๆ กันด้วย



นพดลเผยบินเข้าพม่าพ.ย.นี้

นายประชากล่าวว่า นอกจากนี้พ.ต.ท. ทักษิณยังได้พูดถึงเรื่องเศรษฐกิจ บอกว่ารัฐบาลมาถูกทางแล้ว นายกฯ ทำดีแล้ว การแก้ปัญหาต้องอาศัยเวลานิดหน่อย แต่เดี๋ยวก็เข้าที่เข้าทาง เศรษฐกิจไทยไม่ได้แย่อย่างที่พรรคประชาธิปัตย์ บอกว่าล้มเหลวหมด ถ้ามองจากข้างนอกเข้าไปจะเห็นว่าเศรษฐกิจยังขับเคลื่อนไปได้และประเทศไทยไม่ธรรมดา แต่คนในประเทศตั้งธงบอกว่าล้มเหลวเอง พ.ต.ท.ทักษิณยังเสนอแนวคิดว่าน่าจะพัฒนา การพื้นที่ใช้สอยบริเวณสวนจตุจักร โดยสร้างอุโมงค์ใต้ดินทำเป็นสถานที่จอดรถหรือคาร์ปาร์ก เก็บค่าจอดราคาถูกให้ประชาชนเดือดร้อนน้อยที่สุด โดยอาจใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นเซ็นเตอร์พอยต์หรือจุดศูนย์ กลางให้วางขายสินค้าได้ด้วย

ด้านนายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะพักอยู่ในประเทศจีนถึงวันที่ 28 ส.ค.จากนั้นจะเดินทางกลับดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และมีกำหนดจะเดินทางไปยังประเทศพม่าในเดือนพ.ย.นี้



สวนกลับมาร์คปรับปรุงตัวเอง

นายประชา ประสพดี กล่าวถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เตรียมเข้าพบพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ว่าที่ผบ.ตร. เพื่อขอรับทราบนโยบายการรักษาความสงบสุขของคนในชาติ กรณีถูกคนเสื้อแดงขวางการปราศรัยว่า นายอภิสิทธิ์ไม่ต้องเสียเวลาไปพบว่าที่ผบ.ตร.หรือใคร แต่ควรปรับปรุงที่ตัวเองโดยเปลี่ยนท่าทีบทบาททางการเมืองที่มักพูดจากระแหนะกระแหนถากถางเยาะเย้ยคนเสื้อแดง เลิกกล่าวหาโจมตีรัฐบาลและพ.ต.ท.ทักษิณ กรณีล่าสุดที่ขน ส.ส.ขึ้นรถตู้ 2 คันไปโวยวายเล่นเกมการเมืองถึงในทำเนียบรัฐบาล ถือว่าไม่ให้เกียรติกัน และต้องยอมรับว่านายอภิสิทธิ์เองก็ไม่เคยตอบคำถาม ไม่เคยมีความชัดเจนให้กับประชาชนกรณีมีผู้เสียชีวิตจากการสลายชุมนุมคนเสื้อแดง ยังไม่นับรวมถึงพฤติกรรมระรานในสภาและกรณีที่ลูกพรรคไปจัดรายการสายล่อฟ้าอย่างไม่สร้างสรรค์ ถ้าทบทวนและปรับปรุงตัวเองได้ก็ไม่ต้องเสียเวลาไปพบตำรวจ



อนุสรณ์ซัดมาร์คกรรมออนไลน์

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่าน่าเห็นใจที่พรรคประชาธิปัตย์คิดได้เพียงแค่นี้ แล้วจะออกแบบประเทศไทยได้อย่างไร ขนาดออกแบบงานประชุมธรรมดายังไม่ได้เลย กลุ่มคนเสื้อแดงใช้สิทธิชุมนุมในกรอบกฎหมาย ทำไมไม่มองความเกลียดชังของประชาชนเหล่านั้นว่ามาจากอะไร อาจจะมาจากผลกรรมออนไลน์ หรืออาจบวกกับความรู้สึกคับแค้นใจในสิ่งที่นายอภิสิทธิ์เคยบริหารประเทศ และทำให้ประชาชนเสียชีวิต 98 ศพ บาดเจ็บอีกกว่า 2 พันคนโดยไม่เคยแสดงความรับผิดชอบใดๆ แม้แต่คำขอโทษ

นายอนุสรณ์กล่าวว่าการที่นายอภิสิทธิ์ระบุว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยไปก่อกวนกิจกรรมใดๆ ของพรรคเพื่อไทยและของรัฐบาลนั้นไม่จริง ไปดูได้เลย จากภาพการล้อมกรอบ คุกคามประธานสภา การขว้างปาแฟ้ม บีบคอเพื่อนส.ส.ยิ่งกว่าผีอีแพง หรือล่าสุดการเข้าไปปั่นป่วนนายกฯ ถึงทำเนียบ จัดฉากโวยวายเรื่องราคายางพารา ที่ทำกันเป็นกระบวนการ



ชี้ทุกข์คนไทยในรอบ 1 ปี

รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวด้วยว่า ยอมรับเสียว่าเวที "เดินหน้าผ่าความจริง" ในวันนี้ มีเป้าหมายโค่นล้มรัฐบาลพรรคเพื่อไทย จากวาทกรรม "ขอคืนประเทศไทย" ในอดีต แล้วนำไปสู่การรัฐประหารยึดอำนาจ วันนี้พอประชาชนไทย เขาขอคืนประเทศไทยจากอำนาจเผด็จการมาให้พรรคเพื่อไทยบริหารอีกครั้งก็ทำใจไม่ได้ แม้วันนี้พรรคประชาธิปัตย์จะไม่กล้าขึ้นคำขวัญเดิมอีกต่อไป แต่ได้เดินหน้าหลอกลวงใหม่ ด้วยข้อความใหม่ แต่แฝงไว้ด้วยการคิดลบกับรัฐบาลเหมือนเดิมว่า "เดินหน้าผ่าความจริง" นี่ต่างหากคือทุกข์ของคนไทยในรอบ 1 ปี ที่ต้องทนทุกข์กับเผด็จการเสียงข้างน้อยในสภา ที่เกเร ไร้วินัยและไม่รู้จะสิ้นสุดลงวันไหน



ย้อนปชป.ให้ตกแต่ปชช.ให้ผ่าน

ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่าเป็นเรื่องน่ายินดีที่ผลการสำรวจของสวนดุสิตโพลให้คะแนนน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สอบผ่านมากถึงร้อยละ 6.95 จากคะแนนเต็บ 10 สะท้อนให้เห็นว่าการที่พรรคประชาธิปัตย์แถลงตัดหน้าการจัดงานของรัฐบาลเพียง 1 วัน โดยกล่าวหาว่านายกฯ สอบตกยกชั้น ทุจริตและบริหารงานล้มเหลวนั้นไม่เป็นความจริง เพราะประชาชนให้นายกฯ สอบผ่านเกินครึ่ง ดังนั้นนายอภิสิทธิ์ต้องปรับปรุงการทำงาน หากยังมุ่งด่ารัฐบาลรายวันโดยไม่นำเสนอวิธีการที่สร้างสรรค์ เชื่อว่าฝ่ายค้านจะตามรัฐบาลไม่ทัน

นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อว่านายกฯ และร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ไม่เคยให้ท้ายหรือสนับสนุนให้กลุ่มคนเสื้อแดงออกมาประท้วงหรือขัดขวางการทำงานของฝ่ายค้าน กลุ่มคนเสื้อแดงใช้สิทธิชุมนุมอยู่ในกรอบของกฎหมาย เนื่องจากยังรู้สึกคับข้องใจกับสิ่งที่นายอภิสิทธิ์เคยบริหารประเทศ และทำให้ประชาชนเสียชีวิตมากถึง 98 ศพ บาดเจ็บอีกกว่า 2 พันรายโดยไม่เคยขอโทษ

โฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าวต่อว่า แม้ว่านายอภิสิทธิ์จะเรียกร้องให้ผบ.ตร.หรือกกต.เข้ามาดูแลเรื่องนี้ คาดว่าจะเพิ่มความขัดแย้งมากขึ้นไปอีก เหตุการณ์ในลักษณะนี้ก็จะเกิดขึ้นอีกไม่ว่ากับคนเสื้อสีไหน ขอให้นายอภิสิทธิ์ยอมรับ กับสิ่งที่ประชาชนเห็นต่างหากนายอภิสิทธิ์จริงใจ การใช้มาตรการทางกฎหมายเรื่องจะยิ่งไปกันใหญ่ นายอภิสิทธิ์ต้องทบทวนกับสิ่งที่ทำลงไปและยอมรับผิด จะช่วยลดกระแสความไม่พอใจของคนเสื้อแดงได้ ไม่ควรโยนบาปมาและตีโพยตีพายว่ารัฐบาลอยู่เบื้องหลัง



โฆษกปชป.เย้ยผลงานวีซ่าแม้ว

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์กล่าวถึงการแถลงผลงาน 1 ปีของกระทรวงการต่างประเทศว่า ขอยืนยันว่านายสุรพงษ์ไม่มีผลงานที่เป็นประโยชน์ของประเทศ เพราะสิ่งที่เห็นเป็นการตอบแทนผลประโยชน์พวกพ้อง ได้แก่ 1.ผลงานการขอวีซ่าให้พ.ต.ท.ทักษิณเข้าประเทศญี่ปุ่นได้ โดยก่อนที่นายสุรพงษ์จะเป็นรัฐมนตรี ทั้งที่กฎหมายการขอวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่นห้ามผู้ต้องโทษเกิน 1 ปี เข้าประเทศ แต่รัฐบาลไทยได้ขอผ่อนผันหลักเกณฑ์ดังกล่าว 2.แอบคืนพาสปอร์ตให้พ.ต.ท. ทักษิณ 3.ยอมให้ประเทศกัมพูชาจัดประชุมมรดกโลกแต่เพียงผู้เดียว 4.ทำให้ประเทศไทยเสียโอกาสให้องค์การนาซ่ามาทำการวิจัยอากาศที่สนามบินอู่ตะเภา 5.ทำให้พ.ต.ท. ทักษิณเดินทางไปทั่วโลกได้อย่างอิสระ



อภิรักษ์ชี้"แพงจริงไม่คิดไปเอง"

วันเดียวกัน นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน รองหัวหน้าพรรคประชิปัตย์ ในฐานะรมว.พาณิชย์เงา น.ส.รัชดา ธนาดิเรก นายสรรเสริญ สมะลาภา ส.ส.กทม. ร่วมกันแถลงผลงาน 1 ปี ของจริงไม่อิงละคร ตอนที่ 5 "แพงจริง ไม่คิดไปเอง" โดยนายอภิรักษ์ กล่าวว่ารัฐบาลล้มเหลวในเรื่องมาตรการค่าครองชีพของประชาชน ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของประชาชนที่เป็นค่าใช้จ่ายหลัก ร้อยละ 67 สูงหรือแพงขึ้น เกิดจากนโยบายของรัฐบาลและการบริหารงานที่ล้มเหลว ไม่ว่าการขึ้นค่าแรง 300 บาท และเงินเดือนปริญญาตรี 15,000 บาท นโยบายน้ำมันดีเซล ก๊าซเอ็นจีวีและ แอลพีจีซึ่งถือเป็นต้นทุนขนส่งและบริการ ซึ่งมีการยกเลิกเก็บเงินในกองทุนน้ำมันและได้ลอยตัว ทำให้กลไกสินค้าปรับราคารอไว้แล้ว ถือเป็นความผิดพลาดของรัฐบาลที่ทำให้ราคาถูกบิดเบือน ต้นทุนสินค้าทางการเกษตรที่แพง สินค้าธงฟ้าและร้านถูกใจประชาชนก็ไม่ได้ประโยชน์อย่างที่ตั้งเป้าไว้



ติง"ร้านถูกใจ"ไม่ถูกจริง

นายอภิรักษ์กล่าวต่อว่า ขอเสนอไปยังรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาสินค้าราคาแพงให้หมดไป 5 เรื่อง คือ 1.แก้ไขปัญหาต้นทุนการผลิต 2.หามาตรการแก้ไขต้นทุนการขนส่งและบริการทั้งก๊าซแอลพีจี เอ็นจีวีและน้ำมันดีเซล 3.รัฐบาลไม่ได้ทำงานในเชิงรุก ประเมินสถานการณ์ต่ำมาตลอด เช่น วิกฤตเศรษฐกิจของยุโรปที่มองว่าสินค้าอุปโภคบริโภคจะไม่ได้รับผลกระทบ ต้องช่วยหาตลาดให้สินค้าเกษตรและผู้ประกอบการส่งออก 4.ต้องลดผลกระทบต่อผู้ประกอบการรายเล็ก รายย่อย ร้านค้า เช่น ลดค่าเช่า และ 5.ยกเลิกโครงการร้านถูกใจเพราะไม่ช่วยแก้ปัญหาให้กับประชาชน

ด้านน.ส.รัชดา กล่าวว่าสินค้าร้านถูกใจไม่ได้มีราคาถูกจริงตามที่รัฐบาลประกาศเพราะแพงกว่าร้านสะดวกซื้อทั่วไป และจากการตรวจสอบพบว่ามีความไม่โปร่งใสเกิดขึ้น โดย 1 ใน 10 ร้านที่ร่วมโครงการมีที่ตั้งอยู่ย่านคลองเตย ในภาพร้านดังกล่าวมีสภาพโทรมเก่า เมื่อไปตรวจสอบในพื้นที่จริงก็ไม่พบว่าร้านนี้มีตัวตนของจริงอยู่



หนี้ครัวเรือนสูงเป็นประวัติการณ์

นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงงานรัฐบาลพบประชาชน ที่สนามกีฬาราชมังคลากีฬาสถานและในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศที่ผ่านมาว่าถ้าจะให้สอดคล้องกับเนื้อหาและรูปแบบของงานควรใช้ชื่อว่า "รัฐบาลพบประชาชน ทุนเพิ่มหนี้ทุกชีวิต" เพราะกิจกรรมในงานล้วนเป็นโครงการที่รัฐบาลบริการให้ประชาชนสร้างหนี้มากกว่าการเพิ่มรายได้ เช่น โครงการรถยนต์คันแรก บ้านหลังแรก กองทุนหมู่บ้าน กองทุนสตรี กองทุนเอสเอ็มแอล กองทุนตั้งตัวได้ และไม่มีหลักประกันใดว่าการเพิ่มหนี้ให้กับประชาชนแล้วจะสร้างรายได้ให้กับประชาชนได้

นายเทพไทกล่าวว่า ถ้ารัฐบาลใช้หลักคิดของพ.ต.ท.ทักษิณที่บอกว่าต้องเป็นหนี้ก่อนถึงจะร่ำรวยและประสบความสำเร็จนั้น จะมีใครสักกี่คนที่ทำได้เหมือนพ.ต.ท.ทักษิณ เพราะโอกาสของคนไม่เท่าเทียมกัน มีเพียงแต่พ.ต.ท.ทักษิณเท่านั้นที่เป็นหนี้หนีคดีเช็คเด้งแล้วกลับมาเป็นมหาเศรษฐีได้ ถ้ารัฐบาลจะช่วยเหลือประชาชนไม่ควรส่งเสริมให้เป็นหนี้โดยอ้างถึงการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ในขณะนี้หนี้ต่อครัวเรือนของคนไทยมีอัตราสูงมากเป็นประวัติการณ์



วุฒิสภาถกถอดถอนเทือก 27 ส.ค.

นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา เปิดเผยถึงขั้นตอนการดำเนินการกรณีถอดถอนนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะอดีตนายกรัฐมนตรีออกจากตำแหน่งว่า ในวันที่ 27 ส.ค.จะเป็นการประชุมนัดแรก โดยจะหารือกำหนดแถลงเปิดสำนวนของคณะกรรมการป.ป.ช. และผู้ถูกกล่าวหา พร้อมกับพิจารณาคำขอเพิ่มเติมพยานหลักฐานของผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งขณะนี้นายสุเทพได้ขอแสดงเอกสารเพิ่มเติม 1 สำนวนตามที่คณะกรรมการป.ป.ช.ไม่รับสำนวนเอกสารไว้ ในการพิจารณาของวุฒิสภา ตามข้อบังคับ 119 การประชุมวุฒิสภา ให้ยึดสำนวนของคณะกรรมการป.ป.ช.เป็นหลัก รวมทั้งให้พิจารณาหลักฐานและเหตุผลในข้อกล่าวหาที่ชี้มูลว่าเป็นความผิดเป็นข้อๆ ตามมาตรา 270 ของรัฐธรรมนูญ โดยเบื้องต้นกำหนดไว้เป็นวันที่ 7 ก.ย. ฟังคำแถลงเปิดสำนวนของทั้ง 2 ฝ่ายโดยไม่มีการซักถาม แต่หากส.ว.ต้องการร่วมเสนอญัตติเกี่ยวกับประเด็นซักถามผ่านการตั้งคณะกรรมาธิการซักถามทั้ง 5 คน กำหนดให้เสนอล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 27 ส.ค.-6 ก.ย. ก่อนวันประชุม ครั้งที่ 2 จากนั้นจะมอบคำถามให้กรรมาธิการฯไปแบ่งหมวดหมู่คำถามให้ชัดเจน และต้องกลับมาซักถามผู้ที่เกี่ยวข้องภายใน 7 วัน หรือการประชุมครั้งที่ 3 วันที่ 11 ก.ย.



นัดลงมติโหวตลับ 18 ก.ย.

ประธานวุฒิสภา กล่าวต่อว่าทั้งนี้คู่กรณีมีสิทธิยื่นคำขอแถลงการณ์ปิดสำนวนทั้งด้วยวาจาและหนังสือต่อที่ประชุมวุฒิสภาภายใน 7 วัน นับแต่วันแถลงเปิดสำนวนเสร็จสิ้น หากยื่นคำแถลงการณ์ปิดสำนวนด้วยวาจา ให้ประธานวุฒิสภานัดประชุมเพื่อรับฟังคำแถลงการณ์ คาดไว้ว่าประมาณวันที่ 17 ก.ย. แต่ถ้าปิดสำนวนด้วยหนังสือก็ไม่ต้องนัดประชุมอีก และให้วันที่ 18 ก.ย.เป็นวันนัดลงมติทันทีว่าจะถอดถอนหรือไม่ด้วยการออกเสียงลงคะแนนโดยลับ และให้ถือเอาคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 5 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของวุฒิสภา หรือ 89 คน จึงจะสามารถถอดถอนผู้ใดออกจากตำแหน่งได้ตามมาตรา 274 วรรค 1 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย



สะพัดมท.เด้งสุกิจก่อนเกษียณ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงมหาดไทยว่า มีกระแสข่าวนายกรัฐมนตรีจะลงนามสั่งการให้นายสุกิจ เจริญรัตนกุล อธิบดีกรมการปกครอง ไปช่วยราชการสำนักนายกฯ โดยให้รองอธิบดีกรมการปกครอง รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการปกครอง จนกว่าจะมีการแต่งตั้งอธิบดีกรมการปกครองคนใหม่ โดยนายสุกิจจะเกษียณอายุราชการสิ้นเดือนก.ย.นี้ ทั้งนี้มีกระแสข่าวว่า นายกฯ และฝ่ายการเมืองบางคนในกระทรวงมหาดไทย รวมถึงพรรคเพื่อไทย ไม่พอใจการทำงานของนายสุกิจหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายและเรื่องการสอบเข้าโรงเรียนนายอำเภอที่มีใบ ปลิวโจมตีจำนวนมาก ทั้งนี้แม้ว่านายสุกิจ จะเป็นพี่ชายนพ.สุชัย เจริญรัตนกุล อดีตรมว.สาธารณสุข ซึ่งมีความสนิทสนมกับคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ แต่มีรายงานข่าวว่าน.ส. ยิ่งลักษณ์ได้เจรจากับคุณหญิงพจมานแล้ว



วิบูลย์เต็งจ๋านั่งปลัดฯมหาดไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการเสนอแต่งตั้งปลัดกระทรวงมหาดไทยนั้น ขณะนี้นายกฯ ตกลงที่จะให้นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ขึ้นมาดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย โดยนายวิบูลย์ได้รับการสนับสนุนจาก นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาวพ.ต.ท.ทักษิณ รวมถึงฝ่ายการเมืองในกระทรวงมหาดไทย สำหรับตำแหน่งอธิบดีกรมการปกครอง ค่อนข้างชัดเจนว่าจะมีการเสนอชื่อนายแก่นเพชร ช่วงรังษี ผู้ว่าฯ อุดรธานี ส่วนตำแหน่งอื่นๆ ยังไม่ลงตัว โดยเฉพาะตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งมีชื่อของนายวิทยา ผิวผ่อง ผู้ว่าฯ พระนครศรีอยุธยา นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ผู้ว่าฯ ลพบุรี นายชวน ศิรินันท์พร ผู้ว่าฯ นครราชสีมา เป็นแคนดิเดต คาดว่าในวันที่ 28 ส.ค.นี้จะยังไม่มีการเสนอรายชื่อเข้าสู่การประชุมคณะรัฐมนตรี



โอ๊คเฟซบุ๊กถล่มตรรกะปชป.

วันเดียวกัน นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายพ.ต.ท.ทักษิณ โพสต์ข้อความผ่าน เฟซบุ๊กว่า เจอพ.ต.ท.ทักษิณที่ปักกิ่งเที่ยวนี้ ได้เล่าให้ฟังเรื่องที่พรรคประชาธิปัตย์พยายามชี้แจงเรื่อง 98 ศพจากการสลายการชุมนุม ด้วยการเปรียบเทียบว่ายังน้อยกว่าสมัยที่พ.ต.ท.ทักษิณปราบยาเสพติดจนแทบจะหมดจากประเทศไทย ส่งผลทำให้มีการฆ่าตัดตอน 2,500 ศพ พ.ต.ท.ทักษิณถึงกับอึ้งในวิธีคิดตอบโต้ของพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ทราบว่าเขาเอาตรรกะแบบไหนมาเปรียบเทียบ เพราะการสลายการชุมนุมนั้นไม่ได้มีผู้เดือดร้อนเฉพาะผู้เสียชีวิต 98 คนเท่านั้น แต่ย่อมหมายรวมถึงญาติพี่น้องของผู้สูญเสีย ผู้บาดเจ็บและพิการอีกกว่า 2 พันคน อันประกอบด้วยผู้ที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย ความชอบธรรม และความเสมอภาค ไม่เป็นสองมาตรฐาน รวมถึงตำรวจ-ทหารที่บาดเจ็บและเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ ส่วนการ "ฆ่าตัดตอน" นั้น เขาหมายถึงการที่ผู้ค้ายาด้วยกันเองเกรงว่าผู้ร่วมกระทำผิดจะซัดทอดสาวมาถึงตัว จึงจำเป็นต้องฆ่าปิดปาก ไม่ได้หมายถึงการฆ่าผู้ค้ายาโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ แบบนั้นเขาเรียก "วิสามัญฆาตกรรม" หรือ "จับตาย"



เทียบไม่ได้ 98 ศพ-ตัดตอนค้ายา

นายพานทองแท้ระบุต่อว่า "ลองถามคนที่เป็นกลางๆ ไม่เหลือง ไม่แดง ไม่แมลงสาบ ดูสิครับว่าเขาคิดอย่างไร ระหว่าง 1.ในสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ฯ ผู้ที่ออกมาเรียกร้องประชา ธิปไตยต้องสูญเสียชีวิตไป 98 คน จากการสลายการชุมนุม 2.ในสมัยรัฐบาลทักษิณ นักค้ายาเสพติดซึ่งถือว่าเป็นผู้ที่นำพาสิ่งที่เลวร้ายมาสู่ลูกหลานไทย ถูกกดดันปราบปรามจากภาครัฐอย่างจริงจัง จนกระทั่งฆ่าตัดตอนกันเอง ส่งผลให้ยาเสพติดแทบจะหมดไปจากผืนแผ่นดินไทย ผมลองถามหลายท่านแล้วล้วนแต่ตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าการสลายการชุมนุมทางการเมืองจนมีคนตาย 98 คนนั้นรุนแรงและโหดร้ายเกินไป ส่วนพ่อค้ายานั้นอย่าว่าแต่ 2,500 ศพเลยครับ ตายไปให้หมดประเทศจะกี่หมื่นกี่แสนคน เอาแบบให้สาบสูญหรือสูญพันธุ์ไปจากประเทศไทยเลย มีแต่คนเขาสรรเสริญทั้งนั้น ดูเหมือนจะมีแต่พรรคประชาธิปัตย์หรือเปล่าครับ ที่ดูจะเป็นห่วงเรื่องนี้เสียจริง"



โพลชี้ 1 ปีรัฐบาลปูสอบผ่าน

วันที่ 26 ส.ค. สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เผยผลสำรวจความเห็นของประชาชนต่อการทำงานของรัฐบาลในรอบ 1 ปี จากประชาชนทุกจังหวัดทั่วประเทศจำนวน 7,047 คน ระหว่างวันที่ 10-25 ส.ค. พบว่า ประชาชนให้คะแนนการทำงานของรัฐบาลในด้านความตั้งใจในการทำงานของนายกรัฐมนตรี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สูงที่สุด 6.95 คะแนน เต็ม 10 รองลงมาคือผลงานของนายกรัฐมนตรี 6.41 คะแนน โดยคะแนนที่รัฐบาลได้น้อยที่สุด คือด้านความซื่อสัตย์สุจริต อยู่ที่ 5.56 คะแนน แต่เมื่อเทียบกับการประเมินเมื่อครบรอบ 6 เดือนพบว่าเพิ่มขึ้น

ส่วนผลงานที่ยอดเยี่ยมของรัฐบาลในรอบ 1 ปี พบว่า ร้อยละ 35.58 เห็นว่าการแก้ปัญหายาเสพติดเป็นผลงานที่โดดเด่น รองลงมาร้อยละ 26.76 นโยบายขึ้นเงินเดือนและค่าแรงขั้นต่ำ ร้อยละ 17.75 นโยบายสวัสดิการคนชรา หรือเบี้ยผู้สูงอายุ และร้อยละ 12.54 ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ขณะเดียวกันประชาชนร้อยละ 32.12 ระบุว่าการแก้ปัญหาสินค้าราคาแพงเป็นผลงานยอดแย่ของรัฐบาล รองลงมาร้อยละ 19.45 การแก้ปัญหาน้ำท่วม ร้อยละ 18.39 การแก้ปัญหาความแตกแยกของคนในชาติ ร้อยละ 15.76 การแก้ปัญหาความรุนแรงในจังหวัดชายแดนใต้ และร้อยละ 14.28 การส่งเสริมการเกษตร

เมื่อประเมินผลงานรัฐบาลรายกระทรวง พบว่ากระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ได้คะแนนสูงสุดที่ 6.58 รองลงมาคือกระทรวงสาธารณสุข 6.47 คะแนน ขณะที่กระทรวงสำคัญอย่างกระทรวงการคลัง กระทรวงกลาโหม และกระทรวงมหาดไทย กลับได้คะแนนรั้งท้าย แต่คะแนนของเกือบทุกกระทรวงโดยรวมถือว่าเพิ่มขึ้นจากการประเมินเมื่อครบรอบ 6 เดือน มีเพียงกระทรวงกลาโหมเท่านั้นที่ได้คะแนนลดลง คือ 5.82 จากเดิมได้ 5.89 คะแนน โดยกระทรวงที่ได้คะแนนน้อยที่สุดคือกระทรวงพาณิชย์ 5.42 คะแนน

เมื่อจำแนกตามภูมิภาคของประชาชน พบว่า ประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้คะแนนสูงสุดที่ 6.96 คะแนน รองลงมาคือภาคกลาง 6.77 คะแนน และภาคเหนือ 6.24 คะแนน ขณะที่ประชาชนในกรุงเทพฯ ให้คะแนน 5.59 ซึ่งลดลงจากการประเมินครบรอบ 6 เดือนซึ่งได้ 5.61 คะแนน และประชาชนในภาคใต้ให้คะแนนสอบตก คือ 4.67 และต่ำกว่าการประเมินเมื่อครบ 6 เดือน

ด้านสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจ เรื่อง "ผลงานรัฐบาล ปัญหาชีวิตชาวบ้าน ต้นเหตุปัญหาสำคัญของชาติ การปรับคณะรัฐมนตรีและความปรองดองในสายตาประชาชน" พบว่าผลงานของรัฐบาลชุดปัจจุบันเปรียบเทียบกับรัฐบาลชุดก่อน ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 56.8 ระบุเหมือนเดิม ไม่แตกต่างกัน ขณะที่ร้อยละ 23.9 ระบุว่า ดีขึ้นถึงดีขึ้นมาก และร้อยละ 19.3 ระบุแย่ลงถึงแย่ลงมาก

เมื่อถามถึงบทบาทสำคัญของนายจตุพร พรหมพันธุ์ ในการทำให้พรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 65.2 ระบุว่านายจตุพรมีบทบาทสำคัญ และส่วนใหญ่หรือร้อยละ 60.3 ระบุว่าให้โอกาสนายจตุพรที่จะรับตำแหน่งรัฐมนตรี ถ้ามีการปรับครม. ในขณะที่ร้อยละ 39.7 ระบุว่าไม่ให้โอกาส อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 71.8 ยังไม่เชื่อมั่นว่า นายจตุพรจะทำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชนทุกกลุ่มโดยไม่แบ่งฝ่ายแบ่งสี ในขณะที่ร้อยละ 28.2 เชื่อมั่น



พท.ชนะเลือกตั้งซ่อมส.ส.ลำพูน

เมื่อวันที่ 26 ส.ค. นายประพันธ์ นัยโกวิท กกต.ด้านบริหารงานเลือกตั้ง ลงพื้นที่จ.ลำพูน เพื่อตรวจเยี่ยมหน่วยเลือกตั้งในการเลือกตั้งซ่อมส.ส.ลำพูน เขต 2 แทนนายสถาพร มณีรัตน์ อดีตส.ส.ลำพูน ซึ่งถึงแก่กรรม โดยมีผู้สมัคร 3 คน ได้แก่ หมายเลข 1 นายบรรจง วิพรหมชัย พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 2 นายรังสรรค์ มณีรัตน์ พรรคเพื่อไทย น้องชายนายสถาพร มณีรัตน์ และหมายเลข 3 นายวันชัย ปารมีกาศ พรรคเครือข่ายชาวนาแห่งประเทศไทย ประชาชนมาใช้สิทธิ์อย่างคึกคัก บางหน่วยต้องรอเข้าแถว แม้มีฝนตกบ้างในช่วงเช้า แต่ในช่วงสายท้องฟ้าปลอดโปร่ง

นายประพันธ์ กล่าวว่าภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เหตุการณ์ปกติทุกอย่าง กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกให้ผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งเป็นอย่างดี จึงคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหา ในช่วงเช้าผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งรีบออกมาใช้สิทธิ์ตั้งแต่เปิดหีบเลือกตั้ง เนื่องจากต้องรีบออกไปเก็บผลลำไย คาดหวังว่าจะมีผู้ออกมาใช้สิทธิ์ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 โดยการเลือกตั้งส.ส.ที่ผ่านมามีผู้มาใช้สิทธิ์ ร้อยละ 70 โดยเฉพาะเขต 2 มีผู้ใช้สิทธิ์มากเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ สำหรับเรื่องร้องเรียนขณะนี้ยังไม่มี มีเพียงเจ้าหน้าที่ตำรวจรายงานว่าพบหญิงต้องสงสัยที่อาจกระทำผิดเท่านั้น อยู่ระหว่างการสอบสวน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังปิดหีบเลือกตั้งและนับผลคะแนนเสร็จสิ้นครบร้อยเปอร์เซ็นต์ทุกหน่วยเลือกตั้งทั้ง 5 อำเภอในเวลา 19.00 น. ผลปรากฏว่า หมายเลข 2 นายรังสรรค์ มณีรัตน์ พรรคเพื่อไทย มีคะแนนนำเป็นอันดับ 1 ในทุกหน่วยเลือกตั้งและทุกพื้นที่ รวม 72,409 คะแนน หมายเลข 1 นายบรรจง วิพรหมชัย พรรคประชาธิปัตย์ ได้ 44,304 คะแนน และหมายเลข 3 นายวันชัย ปารมีกาศ พรรคเครือข่ายชาวนาแห่งประเทศไทย ได้ 3,504 คะแนน ผู้มาใช้สิทธิ์ 127,400 คน คิดเป็นร้อยละ 80.21 บัตรเสีย 2,592 ใบ ไม่ประสงค์ลงคะแนน 4,591 ใบ



เปิดโผโยกย้ายนายทหาร-ทุกเหล่าทัพ

เมื่อวันที่ 26 ส.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บัญชีรายชื่อโยกย้ายนายทหารประจำปีขณะนี้จัดส่งถึงพล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ตั้งแต่ช่วงเย็นวันศุกร์ที่ 24 ส.ค.เรียบร้อย ขาดเพียงในส่วนสำนักปลัดกระทรวงกลาโหม ที่พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม อ้างว่ามีปัญหายังทำไม่เสร็จ และล่าสุดทำหนังสือขอเข้าชี้แจงน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โดยระบุว่าถูก รมว.กลาโหมแทรกแซงการแต่งตั้งปลัดกลาโหมคนใหม่ ซึ่งพล.อ. เสถียร เสนอชื่อ พล.อ.ชาตรี ทัตติ รองปลัดกลาโหม(ตท.14) ขึ้น เป็นปลัดกลาโหม แต่พล.อ.อ.สุกำพล ต้องการให้เสนอชื่อ พล.อ. ทนงศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน ผู้ช่วยผบ.ทบ.(ตท.11) เป็นปลัดกลาโหม



ทั้งนี้ในการประชุมสภากลาโหมเมื่อวันที่ 23 ส.ค.ที่ผ่านมา พล.อ.อ.สุกำพลได้พูดคุยนอกรอบกับพล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.สส. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผบ.ทร. พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผบ.ทอ. เพื่อหารือการจัดวางตัวจนเกือบเรียบร้อยทุกตำแหน่ง มีเพียงพล.อ.เสถียรที่ไม่ได้เข้าประชุมนอกรอบ อย่างไรก็ตามคาดว่าปัญหาระหว่างพล.อ.เสถียรกับพล.อ.อ.สุกำพลสุดท้ายแล้วก็คงผ่านไปได้ เพราะทั้งคู่ต่างก็มีความใกล้ชิดกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร



สำหรับนายทหารที่คาดว่าจะได้รับการแต่งตั้ง กองทัพบก พล.อ.ชลวิชญ์ เพิ่มทรัพย์ หน.คณะฝสธ.ประจำผบ.(ตท.12) เป็นประธานคณะที่ปรึกษา ทบ. พล.ท.จิระเดช โมกขะสมิต รองเสธ.ทบ.(ตท.13) เป็นผู้ช่วยผบ.ทบ. พล.ท.อุดมเดช สีตบุตร แม่ทัพภาคที่ 1 (ตท.14) เป็นผู้ช่วยผบ.ทบ. พล.ท.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รองเสธ.ทบ.(ตท.12) เป็นหน.คณะฝสธ.ประจำผบ. พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4(ตท.13) เป็นที่ปรึกษาพิเศษ ทบ.(อัตราพลเอก) พล.ท.ยอดยุทธ บุญญาธิการ ผบ.นปอ.(ตท.12) เป็นที่ปรึกษาพิเศษ ทบ.(อัตราพลเอก) พล.ท.วิลาศ อรุณศรี ผู้ช่วยเสธ.ทบ.ฝ่ายข่าว(ตท.12) เป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ทบ.(อัตราพลเอก) พล.ท.ศุภรัตน์ พัฒนาวิสุทธ์ ผบ.นศส.(ตท.12) เป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ทบ.(อัตราพลเอก)



พล.ท.อุทิศ สุนทร แม่ทัพน้อยที่ 1(ตท.14) เป็นรองเสธ.ทบ. พล.ท.อัษรา เกิดผล ผู้ช่วยเสธ.ทบ.ฝยก.(ตท.14) เป็นรองเสธ.ทบ. พล.ท.สุรเชษฐ ชัยวงศ์ แม่ทัพน้อยที่ 3(ตท.14) เป็นผู้ช่วยเสธ.ทบ.กพ. พล.ต.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข จก.ยุทธการทหารบก(ตท.15) เป็นผู้ช่วยเสธ.ทบ.ฝ่ายยุทธการ



พล.ต.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รองแม่ทัพภาคที่ 1 (ตท.15) เป็นแม่ทัพภาคที่ 1 พล.ต.วลิต โรจนภักดี รองแม่ทัพภาคที่ 1 (ตท.15) เป็นแม่ทัพน้อยที่ 1 พล.ต.ปรีชา จันทร์โอชา รองแม่ทัพภาคที่ 3 (ตท.15) น้องชายพล.อ.ประยุทธ์ ผบ.ทบ. เป็นแม่ทัพน้อยที่ 3 พล.ต.กิตติ อินทสร รองแม่ทัพภาคที่ 4 (ตท.14) เป็นแม่ทัพภาคที่ 4 พล.ต. เชิดชัย จันทร์เทศ รองผบ.นศส.(ตท.13) เป็นผบ.นศส.



พล.ต.วีรัณ ฉันทศาสตร์โกศล รองผบ.นปอ.(ตท.14) เป็นผบ.นปอ. พล.ต.ภาณุมาศ โกสินทรเสนีย์ รองจก.สื่อสารทหารบก(ตท.12) เป็นเจ้ากรมสื่อสารทหารบก พล.ต.สมชาย ลิ้นประเสริฐ รองจก.พลาธิการทหารบก(ตท.14) เป็นจก.พลาธิการทหารบก พล.ท.ภาณุวิชญ์ พุ่มหิรัญ ผอ.ศพม.(ตท.11) เป็นจก.แพทย์ทหารบก



พล.ต.ประสงค์ ฟักสังข์ ผบ.มทบ.12(ตท.14) เป็นรองแม่ทัพภาคที่ 1 พล.ต.ภาณุวัชร นาควงษม์ ผบ.พล.ร.9(ตท.17) เป็นรองแม่ทัพภาคที่ 1 พล.ต.ถกลเกียรติ นวลยง ผบ.จทบ.สระแก้ว(ตท.16) เป็นผบ.มทบ.12 พล.ต.ธวัช สุกปลั่ง ผบ.พล.ร.3(ตท.14) เป็นรองแม่ทัพภาคที่ 2 พล.ต.วิชัย แชจอหอ ผบ.พล.พัฒนา2(ตท.17) เป็นผบ.พล. ร.3 พล.ต.กฤษณ์ กิจสุวรรณ ผบ.พล.ร.7(ตท.14) เป็นรองแม่ทัพภาคที่ 3 พล.ต.ยอดชัย ยั่งยืน ผบ.บชร.4(ตท.15) เป็นรองแม่ทัพภาคที่ 4 พล.ต.สำเริง สามดาว ผบ.พล.ปตอ.(ตท.13) เป็นรองผบ.นปอ.



พ.อ.วราห์ บุญญะสิทธิ์ รองผบ.พล.1 รอ.(ตท.18) เป็นผบ.พล.ร.9 พ.อ.นันทพล จำรัสโรมรัน รองผบ.พล.ม.2 รอ.(ตท.15) เป็นผบ.พล.ม.2 รอ. พ.อ.ชีวิต พินทุวัฒนะ รองผบ.พล.พัฒนา2(ตท.17) เป็นผบ.พล.พัฒนา 2 พ.อ.สุทัศน์ จารุมณี รองผบ.พล.ร.7 (ตท.18) เป็นผบ.พล.ร.7 พล.ต.สาธิต พิธรัตน์ เสธ.ทภ.3(ตท.16) เป็นผบ.พล.พัฒนา 3 พล.ต.ธันยวัตร ปัญญา ผบ.จทบ.เชียงราย(ตท.13) เป็นผบ.มทบ.33 พ.อ.สัณห์ชัย จารุวรรณ รองผบ.มทบ.33(ตท.14) เป็นผบ.จทบ.เชียงราย พล.ต.เลอชัย มาลีเลิศ ผบ.จทบ.ชุมพร(ตท.16) เป็นผบ.บชร.4



พ.อ.ปณต แสงเทียน รอง.จก.ข่าวทหารบก(ตท.18) เป็นจก.ข่าวทหารบก พ.อ.สสิน ทองภักดี รองจก.ยุทธการทหารบก(ตท.17) เป็นจก.ยุทธการทหารบก พล.ต.สิโรจน์ ชูศักดิ์ ผทค.ทบ.(ตท.15) เป็นจก.สห.ทบ. พ.อ.สุทธิชัย วงษ์บุบผา รองจก.ขส.ทบ.(ตท.15) เป็นจก.ขส.ทบ. พ.อ.โชติอนันต์ปรีชา ทรัพย์หิรัญ รองผบ.พล.ปตอ.(ตท.17) เป็นผบ.พล.ปตอ.



กองทัพเรือ พล.ร.อ.ดำรงศักดิ์ ห้าวเจริญ เสธ.ทร.(ตท.13) เป็นรองผบ.ทร. พล.ร.อ.ชัยวัฒน์ เอี่ยมสมุทร หน.ฝสธ.ประจำผบช.(ตท.12) เป็นปธ.คณะที่ปรึกษา ทร. พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ที่ปรึกษาพิเศษ ทร.(ตท.13) เป็นผช.ผบ.ทร. พล.ร.อ.จักรชัย ภู่เจริญยศ รองเสธ.ทร. เป็นเสธ.ทร. พล.ร.ท.ไกรสรณ์ จันทรสุวานิชย์ ผบ.รร.นายเรือ(ตท.13) เป็นที่ปรึกษาพิเศษ ทร. พล.ร.ท.ณรงค์พล ณ บางช้าง รองเสธ.ทร.(ตท.14) เป็นที่ปรึกษาพิเศษ ทร. พล.ร.ท. ชัยรัตน์ เจริญรักษ์ (ตท.15) ผบ.ฐานทัพเรือสัตหีบ เป็นหน.ฝสธ.ประจำผบช.(อัตราพลเรือเอก)



กองทัพอากาศ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้ช่วยผบ.ทอ.(ตท.13) เป็นผบ.ทอ. พล.อ.อ.เพิ่มเกียรติ ลวณะมาลย์ เสธ.ทอ.(ตท.13) เป็นรองผบ.ทอ. พล.อ.อ.ดิเรก พรหมประยูร ที่ปรึกษาพิเศษ ทอ. (ตท.12) เป็นประธานคณะที่ปรึกษา ทอ. พล.อ.อ.ชนะ อยู่สถาพร ผทค.พิเศษ ทอ.(ตท.13) เป็นผู้ช่วยผบ.ทอ. พล.อ.อ.ทรงธรรม โชติคณาพิทักษ์ ผบ.คปอ.(ตท.14) เป็นผู้ช่วยผบ.ทอ. พล.อ.ท.อารยะ งามประมวญ รองเสธ.ทอ.(ตท.13) เป็นเสธ.ทอ. พล.อ.ท.สฤษดิ์พงษ์ โกมุทานนท์ ผบ.รร.นายเรืออากาศ (ตท.13) เป็นผบ.คปอ.



พล.อ.ท.ตรีทศ สนแจ้ง ผู้ช่วยเสธ.ทอ.ฝยบ.(ตท.14) เป็นรองเสธ.ทอ. พล.อ.ท.กฤษณะ นิ่มวัฒนา ผู้ช่วยเสธ.ทอ.ฝกพ.(ตท.14) เป็นรองเสธ.ทอ. พล.อ.ท.วรฉัตร ธารีฉัตร ผบ.วิทยาลัยเสนาธิการทหาร(ตท.15) เป็นรองเสธ.ทอ. พล.อ.ต.จอม รุ่งสว่าง จก.ยก.ทอ.(ตท.16) เป็นผู้ช่วยเสธ.ทอ.ฝยก. พล.อ.ต.อดิศักดิ์ เจิมวมวรรธนะ จก.กบ.ทอ.(ตท.16) เป็นผช.เสธ.ทอ.ฝยบ. พล.อ.ต.ศิวเกียรติ์ ชเยมะ ผบ.รร.การบิน (ตท.16) เป็นผู้ช่วยเสธ.ทอ.ฝกพ. พล.อ.ต.อนันตศักดิ์ อะดุงเดชจรูญ เลขาฯทอ.(ตท.16) เป็นผู้ช่วยเสธ.ทอ.ฝกร.



พล.อ.ท.อานนท์ จารยะพันธ์ ผบ.หน่วยบัญชาการอากาศโยธิน(ผบ.อย.)ตท.15 เป็นผบ.รร.นายเรืออากาศ พล.อ.ต.สุรจิต สุวรรณทัต น้องชายพล.อ.อ.สุกำพล รมว.กลาโหม ผทค.ทอ.(ตท.15) เป็นรองผบ.อย. พล.อ.ต.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน จก.ข่าวทหารอากาศ(ตท.18) เป็นจก.ยุทธการทหารอากาศ พล.อ.ต.ชาญฤทธ์ พลิกานนท์ เสธ.รร.นายเรืออากาศ(ตท.18) เป็นผบ.รร.การบิน น.อ.สุรทัต สุวรรณทัต(ตท.18) เป็นจก.กิจการพลเรือนทหารอากาศ


หน้า 1




Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.