มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | ศูนย์อบรมอาชีพและธุรกิจมติชน |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 696 คน
วันที่ 03 สิงหาคม พ.ศ. 2554 ปีที่ 21 ฉบับที่ 7552 ข่าวสดรายวัน


พิษรุกป่า วังน้ำเขียว อบจ.โวย! กรมป่าไม้ มั่วใส่ร้าย




พิษวังน้ำเขียว ส.อบจ. โคราชออกโรงโวยกรมป่าไม้ ระบุให้ข่าวด้านเดียวใส่ร้ายชาวบ้านรุกป่าแย่งที่อยู่กระทิง แถมเป็นสาเหตุน้ำท่วมใหญ่โคราช ลั่นหากไม่หยุดจะนำมวลชนนับหมื่นมาถามข้อเท็จจริง แจงใช้ที่ส.ป.ก.ทำโฮมสเตย์ เพราะเกษตรเชิง เดี่ยวเลี้ยงตัวไม่รอด จี้ตั้งทุกภาคส่วนระดมสมอง รื้อระบบแนวเขตพื้นที่ให้ชัด ด้านศาลปกครองโคราชเปิดแผนกคดีสิ่งแวดล้อม พร้อมรับคดีวังน้ำเขียวพิจารณา

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 2 ส.ค. ที่หอประชุม อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา นายชุณห์ ศิริชัยคีรีโกศล ส.อบจ.เขต อ.วังน้ำเขียว ที่ปรึกษาอุทยาน แห่งชาติทับลาน และคณะทำงานแก้ไขปัญหาพิพาทที่ดิน พร้อมนายนพดล เนียมสูงเนิน รองนายกอบจ.นครราชสีมา จัดประชุมหารือหาทางแก้ไขปัญหาพิพาทกรณีที่ดินวังน้ำเขียว โดยมีผู้ที่ได้รับผลกระทบจากหน่วยงานต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการรีสอร์ต และสวนเกษตรกว่า 200 คนเข้าร่วม

จากนั้น นายนพดลกล่าวว่า ขอให้กรมป่าไม้ยุติการให้ข่าวที่ไม่มีมูลความจริง ใส่ร้ายป้ายสีชาวบ้านวังน้ำเขียวบุกรุกผืนป่า ปลูกสร้างรีสอร์ต แย่งที่อยู่ของกระทิง และเป็นสาเหตุให้เกิดน้ำท่วมที่อ.ปักธงชัย นครราชสีมา ข่าวที่ถูกนำ เสนอมาด้านเดียว ทำให้ชาวบ้านตกเป็นจำเลยสังคม นักท่องเที่ยวเข้าใจผิดคิดว่าหากมาเที่ยวที่ อ.วังน้ำเขียว จะเป็นการสนับสนุนให้กับผู้ที่ทำ ลายระบบนิเวศ สร้างแรงกดดันให้ชาวบ้าน ถ้ายัง ไม่หยุดให้ข่าวโจมตี อาจจะมีชาววังน้ำเขียวนับหมื่นคน รวมตัวเดินทางไปพบ เพื่อให้กำลังใจ

นายนพดลกล่าวว่า ส่วนปัญหาส.ป.ก.4-01 ที่มีการออกให้ข่าวว่าจะยึดที่ดินคืนหากนำไปใช้ประโยชน์ผิดเงื่อนไข ภาครัฐต้องยอมรับข้อเท็จจริงว่าการทำเกษตรเชิงเดี่ยว ไม่สามารถเลี้ยงครอบครัวได้ ประกอบกับรุ่นพ่อ-แม่อยู่ในวัยชรา ไม่สามารถจะเป็นเกษตรกรได้ บรรดาลูกๆ เล็งเห็นธุรกิจท่องเที่ยว สามารถสร้างรายได้ดีกว่า จึงปรับเปลี่ยนอาชีพเป็นเจ้าของสถานที่พักในรูปแบบโฮมสเตย์ หรือรีสอร์ต พร้อมทำสวนเกษตรควบคู่กันไปด้วย

รองนายกอบจ.นครราชสีมา กล่าวต่อว่า ปัญหาที่ยืดเยื้อบานปลาย เกิดจากการบริหารจัดการแนวเขตที่ดินอุทยานฯ กับที่ทำกินของชาวบ้านไม่ชัดเจน ที่ผ่านมาการสำรวจปักแนวเขตที่ดินต่างฝ่ายดำเนินการกันเอง โดยอ้างสิทธิ์ความชอบธรรม เมื่อถูกทักท้วงการปักแนวเขตทับที่ดินทำกินของชาวบ้าน กรมป่าไม้ก็เพิกเฉย เก็บเรื่องไว้ในลิ้นชัก จึงควรมาเริ่มนับหนึ่งใหม่ โดยให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม แต่งตั้ง ฝ่ายปกครอง ผู้บริหารอปท. ตัวแทนชาวบ้าน และกรมป่าไม้ รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นอนุกรรมการ ร่วมแก้ไขปัญหาทุกภาคส่วน จะต้องลงพื้นที่สำรวจแนวเขตที่มีปัญหา อย่าใช้แผนที่มากางแล้วขีดเส้น อ้างเหตุผลต่างๆ นานา จากนั้นนำมาสรุปทีละประเด็น ให้แต่ละฝ่ายถกเถียงหาข้อยุติที่โต๊ะประชุม แล้วประกาศชัด เจนว่าจะดำเนินการอย่างไร โดยใช้ปัญหาวังน้ำเขียวเป็นต้นแบบ

ที่ศาลปกครอง นครราชสีมา ต.หนองกระทุ่ม อ.เมือง จ.นครราชสีมา นางสายสุดา เศรษฐบุตร อธิบดีศาลปกครอง จ.นครราชสีมา เป็นประธานทำพิธีเปิดแผนกคดีสิ่งแวดล้อม ศาลปกครองนครราชสีมาอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้จะเริ่มเปิดรับฟ้องคดีที่เกี่ยวกับคดีที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ 4 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ซึ่งประกอบด้วย นครราช สีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์ ได้ตั้งแต่วันที่ 2 ส.ค.เป็นต้นไป

นางสายสุดา เผยว่า ในพื้นที่รับผิดชอบมีคดีฟ้องร้องเกี่ยวกับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมเป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการฟ้องร้องโรงงานที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน รวมถึงที่อาจจะเกิดขึ้นใหม่ในเร็วๆ นี้อย่างเช่นกรณีปัญหาพิพาท ที่ดินวังน้ำเขียว และแม้มีการดำเนินการในกระ บวนการของศาลยุติธรรมแล้วบางส่วน แต่หากฟ้องคดีมาที่ศาลปกครอง แผนกคดีสิ่งแวด ล้อม ก็พร้อมที่จะดำเนินการตามกระบวนการทันที

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ตลาดวังน้ำเขียว ก็เปิดเวทีปราศรัยของผู้รับผลกระทบข้อพิพาทที่ดิน โดยเรียกร้องให้รัฐบาลใช้ความประนีประนอมแก้ไขปัญหา เพราะประชาชนเดือดร้อน ขาดรายได้จากการจำหน่ายสินค้า ไม่มีนักท่องเที่ยว และขอเสนอแนวทางตามพ.ร.บ.ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม มาตรา 30 วรรค 5 และประกาศกระทรวงเกษตรฯ ข้อที่ 1.5 ให้ระบุว่า รีสอร์ต บ้านพักตากอากาศ หรือโฮมสเตย์ เป็นกิจกรรมท่องเที่ยว เชิงอนุรักษ์ ดีกว่ายึดที่ดินคืนจากคนในพื้นที่

สำหรับการดำเนินการเกี่ยวกับการรุกป่าในพื้นที่อื่นๆ นั้น ที่จ.น่าน นายอำพล วงศ์ศิริ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบภาครัฐ (ปปท.) นำเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เจ้าหน้าที่กรมอุทยาน ป่าไม้และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมเจ้าหน้าที่ที่ดินตรวจสอบพื้นที่ป่าต้นน้ำกุ่ม ป่าจำบอน บ.น้ำอ้อ ต.เปือ อ.เชียงกลาง เนื่องจากรับร้องเรียนว่าถูกบุกรุกโดยนายทุนและข้าราชการ ออกโฉนด กว่า 320 ไร่ จากการตรวจสอบพบว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นป่าต้นน้ำน้ำอ้อ เป็นป่าชั้น 1 และชั้น 2 ที่เป็นป่าต้นน้ำถาวร ป่าสาธารณะ และป่ามีความชันเกินกว่ากฎหมายกำหนดและเป็นป่าที่ไม่มีการทำไร่ต่อเนื่อง จึงออกโฉนดไม่ได้ ทั้งนี้สภาพพื้นที่ถูกแผ้วถาง เตรียมปลูกสร้างสิ่งก่อสร้าง และมีการปลูกต้นไม้เศรษฐกิจอยู่โดยรอบ พร้อม ทั้งทำระบบประปาเข้าใช้ในพื้นที่ อย่างไรก็ตามพบว่ามีการทำลายหลักหมุดไปเกือบหมด

ที่จ.กำแพงเพชร ร.อ.ชาคริส เจริญบุญ ผบ.กองร้อยลาดตระเวนระยะไกล กองกำลังนเรศวร เปิดเผยว่า พบพื้นที่ป่าสงวนคลองวังเจ้า คลองสวนหมาก หมู่ที่ 6 บ.ปางขนุน ต.นาบ่อคำ อ.เมือง จ.กำแพงเพชร ถูกบุกรุกแผ้วถาง และพบต้นไม้ใหญ่ถูกตัดจำนวนมาก จึงประสานหน่วยป้องกันรักษาป่าไม้จังหวัดเข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบมีการบุกรุกป่า 2 แปลง แปลงละ 5-7 ไร่ มีต้นไม้ใหญ่ถูกตัดโค่นคาตอแต่ยังไม่ได้ตัดท่อนทิ้งไว้ 70 ต้น เป็นไม้สัก ไม้แดง ไม้ประดู่ และไม้เบญจพรรณอื่นๆ มีเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ 10 นิ้ว จนถึง 30 นิ้ว ความยาวแต่ละต้นตั้งแต่ 10 เมตรขึ้นไป คาดว่าเพิ่งถูกตัดไม่เกิน 3 เดือน จึงตรวจยึดเพื่อชักลากไปเก็บ

นายอำนาจ สร้อยเกียว ผอ.ส่วนป้องกันรักษาป่าไม้ที่ 4 (ตาก) กล่าวว่า คิดว่าเป็นการบุกรุกของชาวบ้านเพื่อหาที่เพาะปลูก ไม่ใช่เรื่องของนายทุน เพราะยังไม่พบการแปรรูปต้นไม้เพื่อขาย มีการปลูกถั่วทิ้งไว้ในพื้นที่เพื่อรอเผาให้เป็นพื้นที่เตียน จึงขอเตือนชาวบ้านว่าอย่าบุกรุกป่าเพิ่ม และหากพบผู้กระทำความผิด จะจับกุมมาดำเนินคดีต่อไป

(กรอบบ่าย)


หน้า 1




 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.