มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 1157 คน
วันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2556 ปีที่ 23 ฉบับที่ 8176 ข่าวสดรายวัน


เร่ง"นิรโทษ"-การเมืองกับเป็นธรรม


รายงานพิเศษ


การเมืองทำท่าจะร้อนแรง เมื่อการประชุมสภาวันที่ 18 เม.ย. จะมีการไฟเขียวให้ส.ส.เสื้อแดงที่นำโดย นายวรชัย เหมะ เสนอเลื่อนร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมขึ้นมาพิจารณาเป็นการเร่งด่วน



ขณะที่บรรยากาศการเมืองขณะนี้ ยังมีประเด็นเปราะบางที่รอจังหวะผสมโรง ไม่ว่าจะเรื่องคดีเขาพระวิหาร การแก้ไขรัฐธรรมนูญ และปัญหาสารพัดม็อบ ฯลฯ



จึงเป็นที่จับตาว่าหากเร่งจังหวะนำเรื่องร้อนดังกล่าวเข้ามาพิจารณาในช่วงนี้ จะเป็นการเพิ่มอุณหภูมิการเมืองและความขัดแย้งในสังคมหรือไม่



สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ

คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ

จากกรณีส.ส.เพื่อไทยเสนอให้ที่ประชุมสภาร่นวาระการพิจารณาร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมขึ้นมา ถือเป็นเรื่องที่เหมาะสมและชัดเจนเเล้วว่าประชาชนที่ถูกคุมขังควรได้รับการนิรโทษกรรม เพราะพวกเขาเป็นผู้บริสุทธิ์



การมีผู้คัดค้านจนอาจนำไปสู่ความขัดแย้งในสังคม หรือมีการจัดตั้งม็อบขึ้นมาต่อต้านเหมือนกรณีกฎหมายปรองดองเมื่อปี 2555 ถือเป็นเรื่องของผู้ที่จะคัดค้าน เป็นเรื่องของเขาที่จะทำ



แต่อยากตั้งคำถามกลับไปยังผู้ที่คัดค้านว่า มันสนุกตรงไหนที่เห็นประชาชนผู้บริสุทธิ์ถูกจองจำโดยไม่มีความผิดอะไร บางคนต้องเสียชีวิตจากการจองจำ ถามว่ามีเหตุผลอะไรที่จะคัดค้านการนิรโทษกรรม



ทั้งที่มีตัวอย่างจากหลายคดีที่ศาลพิจารณาเเล้วว่าชาวบ้านไม่มีความผิดแต่อย่างใด เช่น กรณีเผาห้างเซ็นทรัลเวิลด์ที่ศาลยกฟ้องไปจนหมดเเล้ว



ตอนนี้เลยเวลามานานพอแล้วที่รัฐบาลจะทำการนิรโทษกรรมให้กับผู้ต้องหาทางการเมือง จริงๆ แล้วเรื่องนี้น่าจะเป็นเรื่องแรกๆ ที่รัฐบาลควรทำตั้งแต่มารับตำแหน่งด้วยซ้ำ



แต่นี่เป็นรัฐบาลมา 2 ปีเเล้ว เรื่องนี้ยังไม่คืบหน้าไปไหนเลย ไม่ทราบว่ารัฐบาลมัวทำอะไรอยู่ หรือว่าไม่เดือดร้อนที่จะทำเรื่องเหล่านี้ เพราะไม่ได้ติดคุกเช่นเดียวกับพวกเขา



ข้อกังวลว่าการนิรโทษกรรมดังกล่าว จะหมายรวมถึงพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รวมถึงบรรดาแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมนั้น ก็ต้องไปถกเถียงกันในกระบวนการแปรญัตติว่า จะนิรโทษหรือไม่นิรโทษให้ใคร



ที่แน่ๆ สิ่งที่ต้องดำเนินการทันทีคือ การปล่อยนักโทษการเมืองที่เป็นประชาชนออกมาให้หมดก่อน ส่วนจะดำเนินการอย่างไรกับพ.ต.ท.ทักษิณและพวกก็ไปแปรญัตติเพิ่มเติมกันเอาเอง



เป็นเรื่องที่สามารถทำได้อยู่เเล้ว





โคทม อารียา

ผอ.ศูนย์ศึกษา

และพัฒนาสันติวิธี ม.มหิดล

การพิจารณากฎหมายนี้ควรทำมาตั้งนานแล้ว ผู้ชุมนุมไม่ว่าเสื้อเหลืองหรือเสื้อแดงถูกคุมขังหลังออกมาชุมนุมเพื่อแสดงอุดมการณ์ทางการเมือง ซึ่งเวลาก็ผ่านมาหลายปี ย่อมมีสภาพย่ำแย่ทั้งร่างกายและจิตใจ



ดังนั้นเวลานี้คือช่วงเหมาะสมที่จะพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวให้มีการบังคับใช้ เพื่อช่วยเหลือนักโทษการเมืองให้ได้รับอิสระ เสรีภาพ



ข้อสงสัยว่าหากนำร่างพ.ร.บ. นิรโทษกรรมนี้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาจะทำให้อุณหภูมิการเมืองเดือดขึ้น และอาจเกิดข้อถกเถียงจนนำไปสู่ความขัดแย้งทาง สังคมนั้น



เดือนเมษาฯ เป็นเดือนที่ร้อนอยู่แล้ว และคงไม่ร้อนไปกว่านี้



แม้พรรคประชาธิปัตย์เคยประกาศว่าจะคัดค้านเต็มรูปแบบหากมีการผลักดันร่างกฎหมายดังกล่าว แต่ระยะหลังๆ ก็เริ่มพูดว่า สามารถยอมรับได้หากเป็นการช่วยเหลือผู้ชุมนุมทุกกลุ่มทุกคน



ดังนั้นอุณหภูมิการ เมืองคงไม่สูงถึงขั้นเดือด แต่อาจมีการถกเถียงในเรื่องรายละเอียดบ้าง เป็นเรื่องธรรมดา



เพราะสิ่งที่ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลกังวลและเป็นห่วงมากที่สุด คือการผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรมเพื่อช่วยเหลือเอื้อประโยชน์แก่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ให้ได้รับการนิรโทษกรรมนี้ด้วย



แน่นอนว่าฝ่ายค้านจะนำเหตุผลดังกล่าวมาเป็นประเด็นโจมตี เพื่อไม่ให้ร่างนิรโทษกรรมผ่านออกมาได้



ดังนั้นสิ่งที่พรรคเพื่อไทยควรทำคือ อธิบายให้พรรคประชาธิปัตย์เข้าใจว่าการนิรโทษกรรมมีจุดประสงค์เพื่อช่วยเหลือนักโทษทางการเมืองทุกกลุ่ม ไม่ได้ช่วยทักษิณ



แต่ถ้าอธิบายให้เข้าใจไม่ได้ จะเกิดปัญหาขัดแย้งอย่างแน่นอน



อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 ฝ่ายต้องตระหนักได้แล้วว่า ประชาชนย่อมมีสิทธิที่จะออกมาแสดงอุดมการณ์ทางการเมือง และถือว่าไม่ได้กระทำผิดกฎหมายแต่อย่างใด ยกเว้นไปก่อคดีอื่นๆ



แต่การนำผู้บริสุทธิ์ไปคุมขังนี้ ย่อมสร้างความเสียหายต่อสภาพจิตใจและร่างกาย



จึงควรเร่งช่วยเหลือคนเหล่านี้ให้ได้รับอิสรภาพโดยเร็วที่สุด



แม้กรณีการเลื่อนพิจารณาร่างนิรโทษกรรมนี้จะเกิดการถกเถียงในสังคม แต่ถือเป็นเรื่องที่ดี การถกเถียงเท่ากับเป็นการหันหน้าเข้ามาพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น แต่ก็ต้องตั้งอยู่บนหลักการของเหตุและผล



ยิ่งในภาคประชาชน กลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองทั้ง 2 กลุ่ม แม้ว่าการจะเข้ามาพูดคุยจะเป็นไปได้ยาก แต่ถ้ามีคนกลางเข้ามาไกล่เกลี่ยก็น่าจะเป็น ไปได้



ให้เหมือนที่ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านมีประธานสภาเป็นคนกลางเพื่อหาข้อยุติ



พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ

ผอ.สำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล

สถาบันพระปกเกล้า

อีกไม่กี่วันสภาก็จะปิดสมัยประชุมแล้ว พรรคเพื่อไทยคงร้อนใจจึงต้องการเสนอเลื่อนร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมขึ้นมาพิจารณาในวันที่ 18 เม.ย. ทั้งที่ตอนนี้ก็มีเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย



ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม แม้ในหลักการจะเป็นการนิรโทษกรรมฉบับเล็ก เพราะเป้าหมายให้นิรโทษกรรมเฉพาะผู้ที่ฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไม่รวมบรรดาแกนนำ



แต่หากหยิบยกมาทำในช่วงนี้เกรงว่าจะเกิดปัญหาขึ้นได้



เนื่องจากหลายเรื่องประดังเข้ามาพร้อมกัน โดยเฉพาะกรณีปราสาทพระวิหารที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลโลก แต่พรรคเพื่อไทยรีบหยิบยกเรื่องดังกล่าวมาทำเพราะร้อนใจ



อีกทั้งเมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา กลุ่มคนเสื้อแดงเพิ่งจัดงานรำลึกครบรอบ 3 ปีเหตุการณ์รุนแรงทางการเมือง โดยเรียกร้องเรื่องการนิรโทษกรรมด้วยเหมือนกัน จึงเกิดเป็นกระแสที่ต้องตอบสนองอีกครั้ง เพราะพรรคเพื่อไทยบอกไว้ก่อนเลือกตั้งแล้วว่า หากเข้ามาเป็นรัฐบาลจะดำเนินการเรื่องนี้



ไม่แน่ใจว่าจะเกิดเหตุวุ่นวายรุนแรงขึ้นหรือไม่ แต่แน่นอนว่ามีกลุ่มที่เห็นต่างอยู่แล้ว เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 2 และ 3 ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ แล้วยังเอาร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมเข้ามาอีก รัฐบาลจะรับมือไหวหรือ



ม็อบปราสาทพระวิหารมีอยู่แล้วแน่นอน ส่วนม็อบที่เห็นต่างเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ และการนิรโทษกรรมคงจะตามมา แต่เชื่อว่าจะไม่ใช่ม็อบใหญ่จนนำไปสู่ความวุ่นวาย เพราะการเสนอนิรโทษกรรมเป็นเพียงฉบับเล็กที่ไม่รวมแกนนำ



ส่วนตัวเห็นว่ารัฐบาลและพรรคเพื่อไทยควรทำทีละเรื่อง ให้ช่วงคดีปราสาทพระวิหารผ่านพ้นไปก่อน ส่วนในสภาก็ควรให้เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเสร็จก่อน เพราะถือว่าผ่านไปแล้วระดับหนึ่ง ซึ่งในส่วนของการแก้ไขมาตราต่างๆ ก็เป็นเงื่อนไขที่จะทำให้เกิดความขัดแย้งได้จึงควรทำให้เสร็จก่อน จากนั้นค่อยตามด้วยเรื่องร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม



การดำเนินการต่างๆ ควรจัดทำตามลำดับ ไม่ควรทำ พร้อมกัน


หน้า 3




 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.