มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 1080 คน
วันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2556 ปีที่ 22 ฉบับที่ 8085 ข่าวสดรายวัน


เวทีสร้างสรรค์-ชิงผู้ว่าฯกทม.?


รายงานพิเศษ


การเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ในวันอาทิตย์ที่ 3 มี.ค. แม้จะเป็นสนามท้องถิ่น แต่ถือเป็นศึกใหญ่แห่งปีของ 2 พรรคใหญ่

คาดการณ์ว่าการแข่งขันจะดุเดือด เพราะนอกจากจะเป็นแมตช์ศักดิ์ศรีของแชมป์เก่าประชาธิปัตย์แล้ว ยังเป็นเวทีที่พรรคเพื่อไทยหวังจะแจ้งเกิด หลังจากไม่เคยปักธงสนามนี้สำเร็จตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทย

ในส่วนของนักวิชาการ ภาคประชาชน ตลอดจนกรรมการสนาม อยากเห็นการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นอย่างไร




วีระ ยี่แพร

ผอ.การเลือกตั้งประจำกทม.

อยากเห็นการหาเสียงเป็นไปตามกฎหมาย ที่ผ่านมาการกระทำผิดในการเลือกตั้งท้องถิ่นมักเป็นเรื่องการหาเสียงด้วยการใส่ร้ายความอันเป็นเท็จ หลอกลวงจูงใจให้คนอื่นเชื่อเพื่อสร้างคะแนนนิยม และข่มขู่ให้ออกมาลงคะแนนเสียงให้ตนเอง



แต่เรื่องการซื้อเสียงไม่ค่อยเกิดในการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. เพราะประชาชนตัดสินใจลงคะแนนให้ผู้สมัครจากนโยบายที่นำเสนอ หากใครทำได้โดนใจชาวกทม.มากกว่า จะเป็นฝ่ายชนะ



อีกทั้งการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาได้รับการร้องเรียนการกระทำผิดเพียงเรื่องขนาดของป้ายที่ใหญ่เกินกว่ากฎหมายกำหนด



ดังนั้นสิ่งที่ต้องระวังคือ จำนวนป้ายต้องไม่เกิน 5 เท่าของจำนวนหน่วยเลือกตั้งที่มี โดยการเลือกตั้งครั้งนี้มี 6,584 หน่วย และการตั้งเวทีปราศรัยที่ห้ามเป็นในลักษณะงานมหรสพ ตามที่กฎหมายระบุว่าห้ามผู้สมัคร จัดงานรื่นเริง



กรณีพรรคใหญ่ระบุไม่หาเสียงใส่ร้ายคู่แข่งนั้น ยังตัดสินอะไรไม่ได้ ต้องรอดูช่วงหาเสียง แต่ส่วนตัวเชื่อว่าคงไม่กระทำผิดกฎหมาย เพราะ ผู้สมัครแต่ละคนล้วนมีประสบการณ์ มีทีมงานที่ดี



ซึ่งต้องรู้อยู่แล้วการหาเสียงแบบใดทำได้ และแบบใดทำไม่ได้



อยากเห็นชาวกทม.ออกมาใช้สิทธิ์ให้เยอะกว่าครั้งที่ผ่านมาซึ่งคิดเป็นร้อยละ 51.1 ครั้งนี้ก็ตั้งเป้าที่ร้อยละ 70





สมบัติ บุญงามอนงค์

บ.ก.ลายจุด แกนนอนกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง



สิ่งที่อยากเห็นมากที่สุดคือความหลากหลายของผู้ลงสมัคร แม้พรรคใหญ่น่าจะผูกขาดและได้เปรียบกว่าผู้สมัครอิสระหลายเท่าตัว



แต่อยากให้คิดว่าการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.คือพื้นที่แสดงความคิด เข้าใจว่าไม่อยากลงสมัครแบบอิสระเพราะโอกาสชนะริบหรี่ แต่การแสดงความคิดและเสนอนโยบาย จะทำให้เกิดความหลากหลาย การเลือกตั้งมีมิติมากขึ้น



เพราะนโยบายผู้สมัครจากพรรคใหญ่เหมือนเป็นเรื่องเดิมๆ แนวทางจะซ้ำๆ ส่วนใหญ่พูดถึงแต่ปัญหาสิ่งแวดล้อม มลภาวะ รถติด ป้องกันน้ำท่วม



ผู้สมัครควรตระหนักถึงคุณภาพการดำเนินชีวิตของคนกรุงด้วย เนื่องจากกรุงเทพฯเป็นเมืองใหญ่ มีปัญหาการก่ออาชญากรรมสูง เช่น ยาเสพติด ฆาตกรรม ชิงทรัพย์ เด็กแว้นป่วนเมือง



สิ่งเหล่านี้สั่นคลอนความปลอดภัยคนกรุงมานานแล้ว แต่ยังไม่เห็นใครลงมือแก้ปัญหาจริงจัง และแนวทางแก้ควรเลิกทำแบบเดิมๆ คือจากบนลงล่าง



แต่ต้องสร้างระบบให้ประชาชนมีส่วนร่วมแก้ปัญหาลงไปถึงระดับชุมชน ไม่ใช่มอบหมายหน้าที่ให้เพียงที่เขต แต่ต้องกระจายอำนาจลงไปให้ลึกกว่านั้น



กรณีประกาศกันว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นการแข่งขันที่สร้างสรรค์ ไม่โจมตีคู่แข่งให้เกิดความเสียหายนั้น คงเป็นไปได้ยาก



ไม่มีการแข่งขันไหนที่ไม่โจมตีฝ่ายตรงข้าม หนักหน่อยก็โจมตีเรื่องส่วนตัว ทำให้ชื่อเสียงเสียหาย ถือเป็นธรรมชาติของการแข่งขันทางการเมือง



พรรคใหญ่ประกาศว่าจะไม่เกิดกรณีนี้ ถือเป็นเป้าหมายที่ดี แต่คงยาก ถ้าผู้สมัครใช้ความคิดสร้างสรรค์ คิดนโยบายที่เอื้อประโยชน์กับประชาชน วัดกันว่านโยบายใครดีกว่ากัน น่าจะเป็นการแข่งขันที่สร้างสรรค์อย่างแท้จริง



แต่พูดแล้วต้องทำให้ได้ ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นผลเสียกับตัวเอง



โคทม อารียา

ผอ.ศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี ม.มหิดล



การแข่งขันขอให้เป็นในเชิงนโยบาย ไม่ซื้อสิทธิ์ขายเสียง ไม่ใส่ร้ายป้ายสี เปิดใจยอมรับคู่แข่ง และแข่งขันกันอย่างเป็นธรรม



การประกาศเจตนารมณ์ว่าจะไม่โจมตีเรื่องส่วนตัว และหาเสียงกันอย่างสร้างสรรค์ถือเป็นเรื่องดี สามารถปฏิบัติได้ทันที ขึ้นอยู่กับทั้ง 2 ฝ่าย



แต่หากไม่ได้เป็นไปตาม ที่ว่าไว้ ถ้าประชาชนสนุกและเป็นกองเชียร์ เมื่อเห็นนักมวยชกใต้เข็มขัดก็พากันเฮ จึงอาจทำให้มีการใช้วิธีดังกล่าวขึ้นได้



แต่ถ้าประชาชนต้องการการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ก็จะเกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรม เรื่องนี้จึงขึ้นอยู่กับประชาชนว่าจะสนับสนุนวิธีการแบบใด ต้องคอยดูกันต่อไปว่าจะทำได้หรือไม่



แต่เราต้องสนับสนุนให้เขาทำในทางที่ดี ถ้าเขาจะไม่ทำค่อยว่ากันทีหลัง



ในส่วนนโยบายหาเสียงจะต้องเกี่ยวข้องโดยตรงกับกทม. อาทิ ผังเมือง สิ่งแวดล้อม สาธารณูปโภค ความสะอาด รวมถึงการบำรุงศิลปวัฒนธรรม ขึ้นอยู่กับผู้สมัครว่าจะมอง กทม. ในช่วงที่ตนรับผิดชอบหน้าที่อย่างไร



สำหรับความขัดแย้งทาง การเมืองที่อาจมีการชุมนุมนั้น คงไม่จำเป็นต้องมีนโยบายพิเศษ ถ้าเป็นการชุมนุมที่ใช้สิทธิโดยชอบธรรมและไม่ผิดกฎหมาย กทม.ควรอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ดูแลทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียมกัน



การเลือกตั้งแต่ละครั้งจะเกิดตัวชี้วัด 2 อย่าง 1.เป็นตัวบ่งชี้ว่าประชาชนเห็นอย่างไร ชอบการทำงานของผู้สมัครหรือสนับสนุนพรรคการเมืองใด



2.การเลือกตั้งเป็นเหมือนกระบวนการศึกษาเพื่อความเป็นพลเมือง ซึ่งเราหนีไม่พ้นที่จะต้องสนใจ เข้าไปมีส่วนร่วมในการเลือกตั้ง ติดตามพูดคุยแลกเปลี่ยนและต้องรู้เรื่องการเมืองมากขึ้น



ซึ่งประชาชนต้องตัดสินใจโดยใช้ความคิด สติ และปัญญา ไม่ว่าจะเลือกตรงกับคนอื่นหรือไม่ แต่ขอให้เรากำหนดใจตนเองให้ดีที่สุดเท่าที่ดีได้



ผมอยากให้ผู้ว่าฯ กทม. เป็นคนที่มีทั้งคุณภาพและคุณธรรม มีความสามารถในการบริหารจัดการ มีวิสัยทัศน์ที่ดี มีความรู้ และมีอารมณ์ที่สอดคล้องกับงานที่จะทำ



ที่สำคัญต้องมีความซื่อสัตย์สุจริต





บดินทร์ งามรุ่งศิริ

นายกสโมสรนิสิตจุฬาฯ


การเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ครั้งนี้ได้รับความสนใจจาก ผู้สมัครอย่างมาก มีผู้สมัครทั้งสังกัดพรรคการ เมืองและในนามอิสระหลายคน ทำให้บรรยากาศดูคึกคักยิ่งขึ้น



กรณีพรรคใหญ่ประกาศว่าการหาเสียงจะเน้นเชิงสร้างสรรค์ ไม่โจมตีเรื่องส่วนตัวคู่แข่งนั้น ไม่แน่ใจว่าจะทำได้จริงหรือไม่ แต่เห็นว่าเป็นความคิดที่ดี ในเมื่อเรามีเป้าหมายทำเพื่อประเทศชาติ เพื่อประชาชนเหมือนกัน



จึงอยากให้แข่งขันกันโดยสุจริต และมีน้ำใจต่อกัน



ด้านนโยบาย อยากให้ผู้สมัครแต่ละคนพิจารณาว่า แม้นโยบายประชานิยมจะทำให้คนลงคะแนนให้มากก็จริง แต่สุดท้ายอยากให้มองว่ามันช่วยแก้ปัญหา หรือทำให้เกิดปัญหาในสังคมมากขึ้น



อยากให้คนที่จะเป็นผู้ว่าฯกทม. เปิดใจรับฟังปัญหาจริงๆ ของคนในพื้นที่ อย่าคิดเอาเองว่าคนกรุงต้องการอะไร เพราะในกรุงเทพฯ มีประชากรหลากหลาย ทั้งคนจน คนรวย นักเรียน นักศึกษา นักธุรกิจ ฯลฯ



เข้าใจว่าผู้ว่าฯกทม. ต้องทำนโยบายเพื่อคนส่วนใหญ่ แต่การแก้บางปัญหาต้องฟังเสียงคนกลุ่มอื่นๆ ด้วย เช่น ด้านการศึกษา ต้องรับฟังทั้งผู้เรียนและผู้ให้บริการ มิฉะนั้นจะแก้ปัญหาไม่ตรงจุด



นโยบายเร่งด่วนที่อยากให้ผู้ว่าฯกทม.คนใหม่แก้ไข คือปัญหาการคมนาคม เพราะเมื่อคนมีรถกันมาก การจราจรในกรุงเทพฯก็ติดขัด อยากให้วางระบบรถไฟฟ้าและรถไฟใต้ดินให้ดี จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้มาก



นอกจากนี้อยากให้มุ่งเน้นนโยบายการศึกษา เพราะการพัฒนาคนเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด เข้าถึงปัญหาจริงๆ เมื่อคนมีการศึกษามากขึ้น การแก้ปัญหาอื่นๆ ก็จะตามมาเอง



ส่วนปัญหาความขัดแย้งทางความคิดนั้น ผู้ว่าฯกทม.ในฐานะผู้นำของสังคมนี้ ควรมีบทบาทในการเจรจาไกล่เกลี่ย ประนีประนอมระหว่างทั้ง 2 ฝ่าย ทำให้ทุกกลุ่มเห็นความสำคัญของการทำเพื่อประเทศชาติ


หน้า 3




 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.