มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 2418 คน
วันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 ปีที่ 21 ฉบับที่ 7758 ข่าวสดรายวัน


ผู้ตรวจการแผ่นดินกับข้อกังขา


คอลัมน์ รายงานพิเศษ


บทบาทของผู้ตรวจการแผ่นดินที่ผ่านๆ มา ไม่ค่อยโดดเด่น

แต่หลังแต่งตั้ง 10 ที่ปรึกษาด้านรัฐธรรมนูญ ซึ่งส่วนใหญ่แสดงบทบาทยืนอยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับรัฐบาล

และยังรับสอบนายกฯ ในประเด็นร้อน"โฟร์ซีซั่นส์" จาก กลุ่มกรีนที่แปลงร่างมาจากพันธมิตรฯ

ทำให้เกิดข้อเคลือบแคลงถึงความเป็นกลางของผู้ตรวจการแผ่นดิน



ผาณิต นิติทัณฑ์ประภาศ

ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน


การตั้ง 10 ที่ปรึกษา เพื่อช่วยกำหนดทิศทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งอยู่ในอำนาจหน้าที่ที่สามารถพิจารณา เสนอแนะ ในกรณีที่เห็นว่าจำเป็นตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรม นูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ.2552

การตั้งที่ปรึกษาครั้งนี้เป็นการร่วมพิจารณาจากผู้ตรวจฯ ทั้ง 3 ท่าน ที่ใช้เวลาร่วมเดือนกว่า ตามหลักเกณฑ์ที่ต้องมีความรู้ ความสนใจในสาขานิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ และมาจากภาคนักวิชาการที่มีประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องรัฐธรรมนูญประกอบด้วย รวมถึงคุณสมบัติความเป็นกลางและสามารถช่วยเสนอแนะการแก้ไขได้

อย่าไปมองว่าเราเลือกคนที่ฝักฝ่ายต่อต้านรัฐบาล แต่อยากให้ดูว่าเราพยายามคัดเลือกบุคคลที่สามารถให้ความเห็นอย่างตรงไปตรงมา สามารถทำประโยชน์ให้กับบ้านเมือง และส่วนรวมจะดีกว่า

และไม่ได้ไปทำตามแนวคิดใคร เราคิดของเราเอง คิดตั้งแต่ที่มีกระแสการแก้ไขเกิดขึ้นแล้ว เนื่องจากเรามีหน้าที่ติดตาม ประเมินผลรัฐธรรมนูญในกรณีที่เห็นว่าจำเป็นหรือยังที่ควรมีการแก้ไข และจำเป็นกรณีมีผู้เรียกร้องการแก้ไขหลากหลายทิศทางมากจึงควรทำให้เป็นกิจจะลักษณะหรือไม่

ไม่ได้มีเจตนาปฏิปักษ์ในสิ่งที่ไม่ตรงกับใจรัฐบาล ขอความกรุณาอย่ามองการทำหน้าที่ของผู้ตรวจฯ เป็นซ้าย หรือขวา เราจะทำตามหน้าที่ที่คิดว่าถูกต้องต่อไป ไม่มีอคติต่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง มีแต่ผู้ปรารถนาดีต่อประเทศ

ส่วนประเด็นโฟร์ซีซั่นส์ ที่รับไว้เพราะพิจารณาแล้วอยู่ในอำนาจหน้าที่ ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมรับฟังคำชี้แจงของผู้ถูกร้อง ภายในสัปดาห์หน้าจะสามารถมีหนังสือไปถึงนายกฯ เพื่อขอให้ทำเอกสารชี้แจง

ตามกฎหมายการชี้แจงสามารถให้มาชี้แจงได้ทั้งแบบส่งเอกสารและมาชี้แจงด้วยตัวเอง แต่เห็นว่านายกฯ มีภารกิจอยู่มาก จึงอนุญาตให้ทำเป็นหนังสือชี้แจงแทน

ขั้นตอนต่อจากนี้เป็นเรื่องของการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งพยานเอกสาร หรือ/และพยานบุคคล ตามที่ได้รับจากผู้ร้องและของผู้ถูกร้อง หากไม่เพียงพออาจขอสำนวนสอบสวนเพิ่มเติม หรือไปพบข้อมูล/ หลักฐาน/ บุคคล ด้วยตัวเอง

หรือขอให้มาให้ถ้อยคำได้ โดยใช้อำนาจตามมาตรา 15 พ.ร.บ. ผู้ตรวจฯ และจะเริ่มพิจารณาเรื่องร้องเรียนโดยเร็วที่สุดเมื่อทุกอย่างพร้อม

การพิจารณาจะอิงหลักรัฐธรรมนูญ หมวด 13 ว่าด้วยจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามมาตรา 279 และ 280 ด้วย

ถ้าเรื่องนี้นายกฯ มีความผิดจริงก็ต้องมาดูกันอีกว่าผิดขั้นร้ายแรงหรือไม่จึงจะส่งต่อไปยังป.ป.ช. หากป.ป.ช.เห็นด้วยเรื่องก็จะถูกส่งมายังวุฒิสภาสอบต่อเพื่อพิจารณาให้ถอดถอน โดยใช้เสียง 3 ใน 5 ของวุฒิสมาชิกทั้งหมด

แต่ถ้านายกฯไม่มีความผิดตามที่ร้อง เรื่องก็จบทันที พร้อมกับอาจได้รับคำแนะนำเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ที่ดีจากทางผู้ตรวจฯ กลับไปด้วย



ศรีราชา เจริญพานิช

ผู้ตรวจการแผ่นดิน


คณะที่ปรึกษา 10 คน ตั้งขึ้นมาเพื่อเสนอแนะประเด็นที่ควรจะแก้ไขรัฐ ธรรมนูญ การโจมตีว่าบุคคลเหล่านี้ล้วนอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาลเป็นการกังวลกันไปเอง เราเลือกจากนักวิชาการเป็นส่วนใหญ่ และดูที่ความรู้ ประสบการณ์ ไม่ได้คำนึงว่าใครอยู่ฝ่ายไหน

ประการสำคัญอีกอย่างคือคณะที่ปรึกษาทั้ง 10 คนนี้ ไม่ได้มีหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญแข่งกับรัฐบาล

แต่มีบทบาทสำคัญในการตั้งข้อสังเกตการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญมาตราใดที่มีปัญหา หรือมีมาตราใดที่จำเป็นต้องแก้ไข

นายประวิช รัตนเพียร เป็นผู้เสนอว่าน่าจะตั้งคณะกรรมการมาดูว่าประเด็นต่างๆ ที่สังคมกำลังโต้แย้งกันมีแนวทางแก้ไขอย่างไรเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมมากกว่าจะทำอะไรเพื่อใคร หรือเพื่อโต้แย้งใคร

ไม่ใช่การต่อต้านรัฐบาล แต่เป็น การให้ความรู้กับประชาชน ผู้ตรวจฯ ยังเปิดเว็บไซต์ เป็นช่องทางให้ประชาชน ร่วมแสดงความคิดเห็นว่ามีประเด็นใดที่ควรแก้ไข จากนั้นจะนำข้อเสนอเหล่านั้นมาศึกษา

ส่วนกรณีโฟร์ซีซั่นส์ที่นายกฯ ถูกร้องเรียน ถ้ามีใครมาร้องผู้ตรวจฯ ก็มี หน้าที่ต้องรับเรื่องไว้ มิฉะนั้นจะเข้าข่ายไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ จากนั้นพิจารณา ว่าอยู่ในขอบข่ายอำนาจหรือไม่ ถ้าไม่อยู่เรื่องนี้ก็ตกไป แต่ถ้าอยู่ก็ต้องตรวจสอบดูว่าเขาทำถูกต้องหรือไม่

ถ้าข้อเท็จจริงชี้ชัดว่า นายกฯ หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองคนอื่นๆ มีความผิดจริง ก็ต้องดูว่าเป็นความผิดร้ายแรงหรือไม่ โดยพิจารณาร่วมกับประมวลจริย ธรรมที่องค์กรนั้นๆ จัดทำขึ้นมาใช้บังคับกันเอง ไม่ใช่พิจารณาจากมาตรฐานของเราเพียงอย่างเดียว

ถ้าไม่ใช่ความผิดร้ายแรง ชี้แจงแล้วก็ยุติไป แต่ถ้าร้ายแรงผู้ตรวจฯ จะส่งเรื่องให้ป.ป.ช.ตรวจสอบ ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา 279 วรรค 3

หาก ป.ป.ช.เห็นว่าเป็นความผิดร้ายแรงอีกก็จะส่งเรื่องให้ส.ว.ยื่นถอดถอน

ยืนยันเราทำงานตรงไปตรงมา ไม่มีลับลมคมใน ไม่ใช่ตัวแทนของพรรคใดและยังมีกฎ หมายบัญญัติให้ผู้ตรวจฯ วางตัวเป็นกลางอยู่แล้ว

สถาบันอยู่ได้เพราะความเชื่อมั่นของคน เราสำนึกในข้อนี้ดี จึงทำงานตรงไปตรงมา โปร่งใส ไม่ใช่มั่วๆ ทำไป อย่างที่ใครหวาดระแวง



พิเชต สุนทรพิพิธ

ส.ว.สรรหา อดีตผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา


ตรวจฯ สามารถจัดตั้งที่ปรึกษาด้านต่างๆ ได้ มากน้อยแค่ไหนเป็นสิทธิของแต่ละคน สมัยผมก็ตั้งผู้ตรวจฯ ศรีราชา เจริญพานิช เป็นที่ปรึกษามาก่อน

บทบาทหน้าที่หนึ่งคือการติดตามการบังคับใช้รัฐธรรมนูญว่ามีข้อขัดข้องตรงไหน อย่างไร ติดตามว่ามีหน่วยงานใดยังไม่ออกกฎหมายลูกให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ

รายชื่อที่ปรึกษาด้านรัฐธรรมนูญ 10 คน ดูชื่อแล้วเป็นนักกฎหมายแถวหน้าของเมืองไทย โชกโชนเรื่องรัฐ ธรรมนูญ ถ้ามีการมอบหมายงานดีๆ จะได้ประโยชน์ เพราะมีแต่คนเก่งด้านกฎหมายทั้งกฎหมายอังกฤษ ฝรั่งเศส และเยอรมัน

ส่วนประเด็นโฟร์ซีซั่นส์ เข้าใจว่าไม่มีฝ่ายอื่นร้อง มีแต่ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลจึงกลายเป็นว่าผู้ตรวจฯ ตรวจสอบรัฐบาลโดยเฉพาะเจาะจงหรือเปล่า ซึ่งผมว่าไม่ เพราะถ้าไม่เป็นกลาง สังคมรู้เข้าหรือวุฒิสภารู้ก็มีสิทธิยื่นถอดถอนได้

และถ้าบอกว่าดูที่ปูมหลังแต่ละคนซึ่งมาพอดีกับสถานการณ์ประเทศขณะนี้ ทำให้มองว่าผู้ตรวจฯ อยู่ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล ผู้ตรวจฯ ก็คงลำบากใจอยู่

ข้อกล่าวหาผู้ตรวจฯ ยืนอยู่ตรงข้ามรัฐบาล หน้าที่ของผู้ตรวจฯ เมื่อมีใครร้องเรียนมาก็ต้องรับ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหน ส่วนรับแล้วจะดำเนินการต่อหรือไม่ต้องดูอีกทีว่าตรงกับบทบาทหรือไม่ ถ้าไม่ตรงก็คืนเรื่อง ถ้าตรงก็ดำเนินการต่อ

ขั้นตอนการทำงานหากพบมีข้อมูลจะทำได้ 2 ทาง คือ รายงานต่อประธานรัฐสภา หรือประธานวุฒิสภา ซึ่งมีอำนาจถอดถอน อีกทางหนึ่งคือการเปิดเผยต่อสาธารณะ ผู้ตรวจฯ เองไม่มีสิทธิ์ไปสั่งลงโทษ

เท่าที่สัมผัส ผมรู้จักทั้ง 3 ท่าน โดยเฉพาะคุณผาณิต และคุณศรีราชา ยืนยันว่าเป็นกลาง โดยส่วนตัวอาจเชียร์พรรคไหนฝ่ายไหนได้ แต่การทำงาน ผมเชื่อว่าเป็นกลางแน่นอน อย่าลืมว่าเจ้าหน้าที่สำนักงานผู้ตรวจฯ มีหลายระดับ หากทำตัวไม่เป็นกลางชัดเจนก็จะมีการพูดกันในหมู่เจ้าหน้าที่และปิดสังคมไม่ได้


หน้า 3




 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.