มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 4605 คน
วันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 ปีที่ 22 ฉบับที่ 7911 ข่าวสดรายวัน


'ตู่'เบิกความจับผิดใบทหาร'มาร์ค'


รายงานพิเศษ



หมายเหตุ : นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช. ขึ้นเบิกความเป็นพยานให้ตัวเอง ในคดีที่ถูกนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้าน และอดีตนายกฯ ฟ้องฐานหมิ่นประมาท กรณีปราศรัยกล่าวหาหลบเลี่ยงการเกณฑ์ทหาร ซึ่งศาลนัดสืบพยานจำเลย เมื่อวันที่ 25 ก.ค. ที่ศาลอาญา รัชดาฯ





ชายไทยเมื่ออายุครบ 17 ปี ต้องขึ้นทะเบียนเป็นทหารกองเกิน เมื่ออายุครบ 20 ปี ต้องเข้ารับการตรวจเลือกเป็นทหารเกณฑ์



มีตัวอย่างที่ชัดเจน คือ นายธานินทร์ กรัยวิเชียร อดีตนายกฯ และองคมนตรี หลังจบคณะนิติศาสตร์ มธ. ไปเรียนต่อปริญญาโทด้านกฎหมายที่อังกฤษ กลับมายังต้องเข้ารับการเกณฑ์ทหาร



เรื่องนี้พยานตรวจสอบตั้งแต่เป็นโฆษกพรรคไทยรักไทยเรื่อยมาจนกระทั่งเป็น ส.ส.พรรคเพื่อไทย สมัยพรรคพลังประชาชนมีการเปิดผลการสอบสวนของจเรทหารบก เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2542 กรณีที่มีการร้องเรียนว่าโจทก์เลี่ยงการเกณฑ์ทหารและใช้เอกสารเท็จมาเผยแพร่ เพราะพยานต้องการตรวจสอบและตั้งคำถามต่อโจทก์ก่อนเข้ารับตำแหน่งนายกฯ ว่าได้เลี่ยงเกณฑ์ทหารและใช้เอกสารเท็จในการสมัครเป็นอาจารย์ที่โรงเรียนนายร้อย จปร.หรือไม่



เพราะผู้ที่จะเป็นนายกฯ ต้องสง่างามและเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับคนไทยได้ สอดคล้องกับจริยธรรมและกฎเหล็ก 9 ข้อ ที่โจทก์เคยพูดไว้ขณะเป็นนายกฯ แต่เมื่อพยานสอบถามโจทก์เรื่องดังกล่าว โจทก์ไม่ชี้แจงทั้งการอภิปรายในสภาและนอกสภา



โจทก์เกิดวันที่ 3 สิงหาคม 2507 เมื่อมีอายุครบ 17 ปี ย่างเข้า 18 ปี ต้องเข้ารับการขึ้นทะเบียนเป็นทหารกองเกินในปี 2524-2525 ได้รับหมายเรียกเกณฑ์ทหารเมื่ออายุครบ 20 ปี ในปี 2527 และเข้ารับการตรวจเลือกเกณฑ์ทหารในปี 2528



แต่ในปี 2524 โจทก์อ้างไปศึกษาต่อที่อังกฤษจึงไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นทหารกองเกิน รอจนกระทั่งเรียนจบในเดือนมิถุนายน 2529 จึงไปขึ้นทะเบียนเป็นทหารกองเกินที่จะได้ใบ สด.9 ในวันที่ 4 กรกฎาคม 2529 ในขณะที่โจทก์มีอายุ 22 ปี



โดยสัสดีเขตพระโขนงเขียนเป็นลายมือให้โจทก์มารับใบ สด.9 ในเดือนมกราคม 2530 โจทก์จึงต้องเข้ารับการเกณฑ์ทหารในวันที่ 7 เมษายน 2530 แต่วันที่ 7 เมษายน 2530 โจทก์ไม่ได้ไปเข้ารับการตรวจเลือกเป็นทหารเกณฑ์ โจทก์จึงเป็นคนขาดการตรวจเลือก



การที่โจทก์ไม่ขึ้นทะเบียนทหารกองเกินเมื่อมีอายุครบกำหนด มีโทษจำคุก ทั้งจำทั้งปรับ การที่โจทก์ไปขึ้นทะเบียนเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2529 จึงเป็นการทำผิดกฎหมายแล้ว เพราะเป็นเวลาที่โจทก์เรียนจบจึงมาขึ้นทะเบียน จึงไม่มีเหตุผลใดขอผ่อนผันเกณฑ์ทหารได้อีก ตามพ.ร.บ.รับราชการทหาร พ.ศ.2497



จากรายงานการสอบสวนของจเรทหารบก ลงวันที่ 19 พฤษภาคม 2542 ปรากฏชัดเจนว่า โจทก์ไม่เคยได้รับการผ่อนผันหรือเคยเกณฑ์ทหาร แต่โจทก์พยายามขึ้นทะเบียนทหารกองเกินในภายหลัง



มีการประสานกระทรวงกลาโหมและโรงเรียนนายร้อย จปร. มีการทำหนังสือจากกรมสารบรรณทหารบก (สบ.ทบ.) ทำเรื่องถึงโรงเรียนนายร้อย จปร.ให้รับโจทก์เป็นอาจารย์ โรงเรียนนายร้อย จปร.ทำหนังสือตอบกลับเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2529 ให้โจทก์เข้ารับราชการ



ต่อมาโจทก์ไปเขียนใบสมัครเป็นอาจารย์ถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกวันที่ 12 มกราคม 2530 แต่ขาดหลักฐานสำคัญ



คนที่จะสมัครรับราชการทหารหากมีอายุ 18-20 ปี ต้องมีใบ สด.9 หากอายุ 21 ปีขึ้นไป ต้องใช้ใบ สด.9 ใบผ่อนผันการเกณฑ์ทหาร (สด.41) หรือใบผ่านการเกณฑ์ทหาร (สด.43) ซึ่งขณะที่โจทก์สมัครเป็นอาจารย์นั้นมีอายุ 23 ปี จึงต้องใช้เอกสารดังกล่าว แต่โจทก์ไม่ผ่านการเกณฑ์ทหาร จึงไม่มีเอกสารประกอบการสมัคร



ต่อมาวันที่ 9 เมษายน 2530 โจทก์เขียนใบสมัครใหม่อีกครั้ง แต่ไม่สามารถใช้เอกสารหลักฐานได้



เพราะถ้าใช้ สด.9 ฉบับวันที่ 4 กรกฎาคม 2529 โรงเรียนนายร้อย จปร.จะตรวจพบว่าโจทก์เป็นคนขาดการตรวจเลือกเกณฑ์ทหารในวันที่ 7 เมษายน 2530 เมื่อโจทก์ไม่เข้ารับการตรวจเลือกเอกสาร สด.43 จะถูกทำลาย



อีกทั้งโจทก์ยังไม่ได้รับการผ่อนผันเกณฑ์ทหาร เพราะไม่ได้ไปศึกษาต่างประเทศ การอ้างเรื่องการศึกษาต่างประเทศที่อ้างว่าได้รับการผ่อนผันโดยใช้ใบรับรองของผู้ช่วยสัสดีกรุงเทพฯ ลงวันที่ 31 กรกฎาคม 2530



ภายหลังกระทรวงกลาโหมมาตรวจสอบอีกครั้งเมื่อเดือนมิถุนายน 2555 พบว่าเป็นเอกสารที่ผิดกฎหมาย เพราะผู้ที่จะอนุญาตได้จะต้องเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด หรือรมว.มหาดไทย



นอกจากนี้ เอกสารยังมีพิรุธหลายประการ พิมพ์ชื่อผิด วันขึ้นทะเบียนทหารกองเกิน และเหตุผลที่อนุญาต ที่ระบุไว้ในใบรับรองอ้าง ม.29 (3) พ.ร.บ.รับราชการทหารฯ แต่กรณีที่เรียนในต่างประเทศหากเป็นกรณีศึกษาต่างประเทศ ต้องอ้างอิงตาม ม.27



เอกสารดังกล่าวยังขัดแย้งกับ สด.20 ที่นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์นำมาแสดง โดยอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเป็นเอกสารเท็จหรือไม่



นอกจากนี้พบพิรุธอีกว่า เมื่อโรงเรียนนายร้อย จปร.รับบรรจุโจทก์วันที่ 20 ตุลาคม 2529 แต่ปรากฏว่าหลังจากนั้นในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2529 กลับมีชื่อโจทก์ขอลาไปศึกษาต่อต่างประเทศในปี 2530-2532



แต่ข้อเท็จจริงพบว่าโจทก์ได้ไปเขียนใบสมัครเป็นอาจารย์ในวันที่ 12 มกราคม 2532 ซึ่งถ้าไปเรียนต่อต่างประเทศจริง โจทก์จะมาเขียนใบสมัครได้อย่างไร



ฉะนั้นเอกสารที่รับรองโดยผู้ช่วยสัสดีกรุงเทพฯ และสด.20 จึงมีข้อความที่เป็นความเท็จและผิดกฎหมาย



และหลังจากโจทก์เขียนใบสมัครครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2530 หลังการตรวจเลือก 2 วัน ปรากฏว่าโจทก์ได้รับการเข้าเป็นข้าราชการพลเรือนทหารบกในวันที่ 7 สิงหาคม 2530 โดยที่โจทก์ยังไม่มีเอกสาร เพราะโจทก์ยังเป็นคนขาดการตรวจเลือกอยู่ดี เอกสาร สด.9 ที่ใช้สำแดงจึงผิดกฎหมาย



กระทั่งวันที่ 7 เมษายน 2531 โจทก์ก็ยังเป็นคนขาดการตรวจเลือกเป็นปีที่ 2 ไปจนกระทั่งถึงปี 2536 ซึ่งมีอายุครบ 29 ปี



โจทก์ได้ไปขอใบ สด.9 ฉบับใหม่อ้างว่าฉบับเดิมสูญหาย โดยมีการแก้ข้อความให้ ทั้งที่ความจริงเมื่อสัสดีพระโขนงพบโจทก์ต้องจับกุมดำเนินคดีข้อหาหลบเลี่ยงไม่เกณฑ์ทหาร และพาตัวไปเกณฑ์ทหารจนครบกำหนด โจทก์จึงไม่มีสิทธิเป็นอาจารย์โรงเรียนนายร้อย จปร.



ผลการสอบสวนของจเรทหารบกลงวันที่ 19 พฤษภาคม 2542 เห็นว่ามีผู้ร่วมกระทำผิดหลายคนแต่บางคนเป็นนายทหารชั้นผู้ใหญ่ระดับนายพล จึงไม่สามารถลงโทษทางวินัยได้ แต่ทำได้เพียงลงทัณฑ์พันเอกหญิงคนหนึ่งและให้ดำเนินคดีอาญากับสัสดี ขณะนั้นมีนายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรีควบตำแหน่งรมว.กลาโหม ส่วนโจทก์เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี



เมื่อมีการบรรจุโจทก์เป็นข้าราชการพลเรือนทหารบกเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2530 เป็นผลมาจากการใช้ สด.9 อันเป็นเท็จ



การบรรจุโจทก์เป็นว่าที่ร้อยตรี เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2531 ขึ้นทะเบียนเป็นทหารกองประจำการเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2531 และได้รับพระราชทานยศร้อยตรีเมื่อเดือนตุลาคม 2531 จึงได้มาจากเอกสารที่เป็นเท็จ



และในวันที่ 5 กันยายน 2532 โจทก์ได้รับอนุมัติให้ลาออกจากราชการอ้างไปศึกษาต่างประเทศ ซึ่งขัดแย้งกับ สด.20 ที่อ้างว่าได้รับการผ่อนผันไปศึกษาต่างประเทศในปี 2530-2532 ซึ่งถ้าอยู่ต่างประเทศจะมาเป็นอาจารย์ได้อย่างไร



และในระหว่างรับราชการทหาร 331 วัน โจทก์ปฏิบัติงานเพียง 110 วัน ลาเดินทางไปต่างประเทศถึง 221 วัน



คดีนี้พยานเรียกร้องให้มีการตรวจสอบ และให้โจทก์ฟ้องร้องเพื่อให้มีการพิสูจน์เอกสารในคดีนี้และพฤติการณ์ของโจทก์ว่ามีเจตนาหลบเลี่ยงการเข้ารับการตรวจเลือกเกณฑ์ทหารหรือไม่ และใช้เอกสารเป็นเท็จเข้าสมัครเป็นอาจารย์โรงเรียนนายร้อย จปร.หรือไม่



การพิสูจน์ความจริงคดีนี้จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติที่จะไม่มีใครหลบเลี่ยงการเข้ารับการตรวจเลือกเกณฑ์ทหาร


หน้า 3




 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.