มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 1696 คน
วันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7178 ข่าวสดรายวัน


โหมโรงตะกร้อโลก"คิงส์คัพ"


คอลัมน์ ลุยตะกร้อโลกคิงส์คัพ



ใกล้จะเปิดฉากแล้วสำหรับตะกร้อรายการใหญ่ที่สุดในวงการลูกพลาสติกโลกกับรายการ "เซปักตะกร้อชิงแชมป์โลก "คิงส์คัพ" ครั้งที่ 25 ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งจะมีขึ้น 27 ก.ค.-1 ส.ค.นี้

ก่อนที่จะเริ่มขึ้น เรามาทำความรู้จักกับ "เซปักตะกร้อ คิงส์คัพ" กันเสียก่อน

แรกเริ่มเดิมทีศึกนี้จัดขึ้นประปรายรายปีสมัยที่กีฬาตะกร้อยังอยู่ในสมาคมกีฬาไทย แต่จำกัดวงแค่ในประเทศไทยเท่านั้น

ก่อนที่ตะกร้อจะแยกตัวออกมาเป็นเอกเทศโดยมี พันเอก(พิเศษ) เดชา กาลบุตร เป็นนายกสมาคม ในปีพ.ศ.2524

และในปี 2525 มีการริเริ่มให้จัดการแข่งขันเซปักตะกร้อชิงถ้วย "ทีเอสเอ คัพ" ซึ่งเป็นทัวร์นาเมนต์ที่เชิญนักกีฬาต่างประเทศมาแข่งขันเป็นครั้งแรกที่จ.นครสวรรค์ จนถูกเรียกร้องให้ไทยจัดการแข่งขันเป็นประจำทุกๆ ปี



จากนั้น พลตรีจารึก อารีราชการัณย์ ซึ่งเข้ามารับตำแหน่งนายกสมาคมในปี 2526 เห็นว่าการแข่งขันจะทำแบบเดิมไม่ได้ เพราะต้องการยกระดับการแข่งขันให้ยิ่งใหญ่

จึงได้ขอพระราชทานถ้วยรางวัลจากพระ บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก่อนเปลี่ยนชื่อรายการแข่งขันเป็น "เซปักตะกร้อ คิงส์คัพ" ในปี 2527 ซึ่งได้รับความนิยมจากทั่วโลกในวงกว้างส่งทีมเข้าแข่งขันในทุกๆ ปีจวบจนปัจจุบัน

โดยผลงานของนักกีฬาไทยตลอด 24 ครั้งที่ผ่านมา (ไม่ได้จัดการแข่งขันในปี 2533, 2538, 2544) นักตะกร้อทีมชาติไทยในประเภททีมชุด สามารถคว้าแชมป์ "คิงส์คัพ" ไว้คือปีพ.ศ.2527, 2529, 2530 และครองแชมป์ยาวนานติดต่อกันมาแล้วถึง 19 สมัย ตั้งแต่ปี 2532 เรื่อยมาจนถึงปี 2552 (ปี 2535 จัด 2 ครั้ง หัวปีท้ายปี)

เบ็ดเสร็จไทยเป็นแชมป์ 22 สมัย

เพลี่ยงพล้ำให้กับมาเลเซีย ในปี 2528 และปี 2531 เพียง 2 ครั้งเท่านั้น

ปีนี้จัดการแข่งขันเป็นครั้งที่ 25 แต่ต่างชาติไม่รู้สึกสบายใจกับสถาน การณ์การเมืองทำให้การแข่งขันเกือบจะกร่อย จำเป็นต้องย้ายสังเวียนขึ้นเหนือไปจัดกันที่จ.เชียงใหม่ จนทำให้มีชาติเข้าร่วมถึง 23 ประเทศ ดังนี้ มาเลเซีย, จีน, พม่า, อินโดนีเซีย, บังกลาเทศ, อิหร่าน, บรูไน, ศรีลังกา, บราซิล, ปากีสถาน, สิงคโปร์, โอมาน, ไต้หวัน, เยอรมัน, ฝรั่งเศส, สหรัฐ, เกา หลีใต้, ออสเตรเลีย, อินเดีย, เวียดนาม, ฟิลิปปินส์, ญี่ปุ่น และไทย

พลตรีจารึก กล่าวว่า การแข่งขันครั้งนี้ได้รับความสนใจจากประเทศต่างๆ เช่น เคยมีนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันกว่า 600 คน ซึ่งมากกว่าทุกๆ ครั้งที่ผ่านมา โดยเฉพาะการส่งแข่งทั้งทีมชาย และหญิง ครบถ้วนทั้งอินโดนีเซีย, อิหร่าน, เวียดนาม, บราซิล, ศรีลังกา, พมˆา, เกาหลีใต้ และจีน โดยสองรายหลังนั้นลงทุนบินมาเก็บตัวอยู่ที่เมืองไทยได้ระยะหนึ่งแล้วด้วย

"มาเลเซียลงทุนเรียกนักกีฬาตัวเก๋าๆ กลับมา เนื่องจากต้องการเรียกศรัทธากลับมาให้ได้หลังจากที่วงการตะกร้อเสือเหลืองซบเซาไปนาน และหลายๆ ชาติต่างก็ส่งนักกีฬาชุดที่จะลงแข่งขันในเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 16 ปลายปีนี้ที่จีนมาเกือบหมด เพราะต้องการหยั่งเชิงคู่แข่งไปในตัว ศึกคิงส์คัพหนนี้จะสนุกเร้าใจมากเลยกว่าทุกๆ ครั้งแน่นอน" พลตรีจารึกกล่าว


หน้า 12




 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.