ครบทุกรส สดทุกเรื่อง




ชาวบ้านตื่น! แสงประหลาดโผล่บนฟ้าพุ่งผ่านหลายจว. คาดเป็นท่อนจรวดรัสเซีย (คลิป)
Font Size  

วันที่ 02 มกราคม พ.ศ. 2559 เวลา 11:22 น.
จำนวนคนอ่านล่าสุด 42828 คน

 เมื่อวันที่ 2 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเช้าตรู่เวลาประมาณ 06.00 น. บนท้องฟ้าเหนือพื้นที่ จ.ลำปาง ทางด้านทิศตะวันออก เกิดลำแสงประหลาด มีลักษณะเป็นลูกไฟกลมๆ เป็นทางยาว พุ่งผ่านท้องฟ้าด้วยความเร็วเป็นเส้นแนวยาว ทำให้ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวตามที่ต่างๆ ในจังหวัดเกิดความตื่นเต้น เงยหน้ามองเส้นแสงประหลาด พร้อมบันทึกภาพเก็บไว้ พร้อมทั้งเรียกให้ผู้ที่ยืนอยู่ใกล้กัน เงยหน้ามองชมปรากฏการณ์ดังกล่าว จนเกิดความตื่นเต้นต่อสิ่งที่พบเห็นครั้งนี้


 โดยหลายคนต่างสงสัยและสันนิษฐานถึงปรากฏการณ์ดังกล่าวว่า อาจจะเป็นวัตถุจากนอกโลกที่ล่วงตกลงมา และเสียดสีกับชั้นบรรยากาศ หรือบางคนก็เชื่อว่าเป็นเมฆที่ถูกเครื่องบินไอพ่นบินผ่านด้วยความเร็วฝ่ากลุ่มเมฆ จึงทำให้เกิดปรากฏการณ์ดังกล่าวขึ้น


 ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ลำแสงดังกล่าวยังสามารถมองเห็นได้ในหลายจังหวัด อาทิ เชียงราย ลำปาง พิษณุโลก เลย โดยที่ภูเรือนักท่องเที่ยวที่มาชมพระอาทิตย์ขึ้นต่างพากันฮือฮากับปรากฏการณ์ดังกล่าว และถ่ายคลิปไว้ได้ นอกจากนี้ ลำแสงยังเคลื่อนผ่านท้องฟ้าทางทิศตะวันออก เหนือน่านฟ้าของสปป.ลาวตอนบน และประเทศเมียนมาตอนใต้


 ด้านนายทิวา พันธ์ไม้สี ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาลำปาง กล่าวว่า จะต้องมีการตรวจสอบให้แน่ชัดว่าลำแสงดังกล่าวเป็นสิ่งใด โดยในพื้นที่ จ.ลำปางตลอดปีที่ผ่านมานั้น ก็เกิดเส้นลากยาวในลักษณะดังกล่าวขึ้นบ่อยครั้ง แต่เกิดขึ้นในช่วงกลางวัน ทำให้ประชาชนพบเห็นเป็นเรื่องปกติ เพราะเกิดขึ้นจากเครื่องบินไอพ่นที่บินด้วยความเร็วเหนือเสียง และบินฝ่ากลุ่มเมฆบนท้องฟ้า โดยความร้อนของเครื่องพ่นจึงทำให้เกิดเป็นเมฆเส้นลากยาวขึ้น


 “ส่วนกรณีที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ที่เกิดขึ้นในช่วงเช้าอาจจะสันนิษฐานได้ว่า อาจจะเกิดจากเครื่องบินไอพ่น และเมื่อเกิดขึ้นในช่วงเช้าตรู่ขณะพระอาทิตย์กำลังจะขึ้นมา จึงทำให้แสงของพระอาทิตย์กระทบกับเมฆที่เป็นเส้น ในช่วงที่ท้องฟ้ายังไม่สว่างมากพอ หรือเกิดจากอุตกาบาทตกลงมาก็เป็นได้ ซึ่งจะต้องรอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการตรวจสอบ และสรุปผลการเกิดเหตุการณ์ครั้งนี้ต่อไป ซึ่งขณะนี้ผมเองไม่สามารถยืนยันได้ว่าเกิดขึ้นจากสิ่งใดกันแน่” นายทิวา กล่าว


 ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ที่บนอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า อ.นครไทย จ.พิษณุโลก นักท่องเที่ยวจำนวนมากที่ขึ้นไปสัมผัสอากาศหนาวเย็นที่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า โดยส่วนมากได้ไปกางเต้นนอนสัมผัสอากาศที่ค่อนข้างหนาวเย็น ในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่


 โดยช่วงเช้าของวันนี้ นักท่องเที่ยวเกือบทั้งหมดต่างมองเห็นวัตถุบางอย่างที่พุ่งลงมาจากฟากฟ้า ซึ่งวัตถุดังกล่าวคล้ายดาวตกจากท้องฟ้า เป็นลำแสงเส้นทางยาว นักท่องเที่ยวต่างคว้ากล้องถ่ายภาพเอาไว้ได้   และสามารถมองเห็นได้นานประมาณ 30 วินาที สร้างความตื่นตาตื่นใจแก่นักท่องเที่ยวจำนวนมาก


 ในขณะที่ประชาชนชาวเมืองพิษณุโลกและจังหวัดใกล้เคียง สามารถมองเห็นแสงพาดผ่านท้องฟ้า คล้ายดาวตกเช่นกัน ซึ่งหลายคนต่างนำโทรศัพท์มือถือ มาถ่ายภาพเก็บไว้กันจำนวนมาก ซึ่งอย่างไรก็ตามวัตถุดังกล่าวที่เห็นเหนือน่านภาพพิษณุโลกและใกล้เคียง ต้องรอการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้งว่าเป็นอะไรกันแน่ 

 

ส่วนที่ยอดภูชี้ฟ้า ต.ตับเต่า อ.เทิง จ.เชียงราย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่เดินทางไปท่องเที่ยวสัมผัสอากาศหนาว และชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ยอดภูชี้ฟ้า โดยในช่วงเช้าปรากฏว่าที่ยอดภูชี้ฟ้า ได้ปรากฎมีเส้นสีขาวยาวแล่นผ่านอากาศไปด้วยความเร็ว เป็นทางยาวจนนักท่องเที่ยวและเจ้าหน้าที่วนอุทยานสามารถมองเห็นและเก็บภาพได้อย่างชัดเจน โดยเส้นลำแสงเป็นสีขาวแกมเขียวดังกล่าวพากผ่านอากาศมาจากทางด้านขวาของยอดภูไปทางด้านซ้ายหรือใกล้เคียงกับทิศใต้สู่ทิศเหนือในน่านฟ้าของฝั่งแขวงไชยะบุรี สปป.ลาว ซึ่งเส้นลำแสงดังกล่าวตัดกับเมฆหมอกยามเช้าที่เป็นทึบดำเทาอย่างชัดเจน


 นอกจากนี้ ตรงส่วนหัวของแสงยังมีปมขนาดใหญ่กว่าเส้นสีขาวเล็กน้อยด้วย ปรากฎการณ์ดังกล่าวสร้างความแปลกประหลาดใจ ให้กับนักท่องเที่ยวที่พบเห็นเป็นอย่างมาก นักท่องเที่ยวหลายคนต่างพากันบันทึกภาพและคลิปวิดิโอใว้ บ้างก็คิดว่าเป็นอุกาบาตขนาดใหญ่


 นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 กรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช พร้อมเจ้าหน้าที่เดินทางขึ้นไปตรวจติดตามผลการปฏิบัติงาน ด้านการท่องเที่ยวของเจ้าหน้าที่บนภูชีฟ้าพอดี ซึ่งพบว่ามีนักท่องเที่ยวที่ยังคงไปเที่ยวบนภูชี้ฟ้าตั้งแต่คืนที่ผ่านมาจนถึงกลางวันมากกว่า 15,000 คน โดยมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่ได้เห็นปรากฎการณ์ดังกล่าวและชี้ชวนกันให้ดูลำแสง ซึ่งทุกคนต่างบอกว่าไม่เคยเห็นปรากฎการณ์เช่นนี้มาก่อน

 

 ขณะที่ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา รองผอ.สดร. กล่าวถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า เชื่อว่าลำแสงดังกล่าวไม่น่าจะเป็นครื่องบินหรืออุกกาบาต เพราะมีความเร็วต่ำ ทำให้ประชาชนสามารถถ่ายภาพดังกล่าวได้จากท้องฟ้าเป็นจำนวนมาก เบื้องต้นคาดว่าเป็นท่อนจรวดของรัสเซีย เพราะก่อนหน้ามีรายงานว่าจะมีท่อนจรวดของรัสเซียหลุดเข้ามาในวงโคจร ซึ่งทีมงานกำลังหาข้อมูล เพื่อแจ้งให้ประชาชนทราบต่อไป

 

 

 

ที่มา มติชนออนไลน์