ครบทุกรส สดทุกเรื่อง




เบนซ์ย้อนศรพุ่งชนจยย. พ่อขาขาด-ลูกกระเด็น ตร.ถอดเสื้อซับเลือดไม่กล้าบอกพ่อแม่ตาย
Font Size  

วันที่ 04 มกราคม พ.ศ. 2559 เวลา 10:39 น.

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีโลกโซเชียลมีการเผยแพร่ภาพประทับใจในเฟซบุ๊กของ ตำรวจทางหลวงนครปฐม เมื่อวันที่ 3 ม.ค.59 มีภาพตำรวจนายหนึ่งที่ไม่สวมเครื่องแบบ นุ่งกางเกงสีกากี สวมรองเท้าคัทชูสีดำ ประคองร่างเด็กชายร่างท้วมที่มีเลือดอาบตามตัว และใบหน้า รวมทั้งมีร่องรอยบาดแผล โดยนายตำรวจในภาพให้เด็กนอนหนุนโคนขาขวา พร้อมใช้เสื้อยืดสีขาวซับเลือดที่ใบหน้าด้านขวาของเด็กอยู่ ด้วยสีหน้าทั้งเด็ก และตำรวจนายดังกล่าวมีกังวลห่วงใยดุจดังว่า เด็กในอ้อมประคองเป็นลูกหรือญาติ โดยในเฟซบุ๊กของตำรวจทางหลวงนครปฐม มีผู้เข้าไปกดไลก์ภาพดังกล่าวจำนวนมาก

 

 ผู้สื่อข่าวจึงประสานติดต่อไป ทราบว่านายตำรวจดังกล่าว ที่ไม่สวมเครื่องแบบนุ่งกางเกงสีกากี สวมรองเท้าคัทชูสีดำ ประคองร่างเด็กชายร่างท้วมที่มีเลือดอาบตามตัว และใบหน้ารวมทั้งมีร่องรอยบาดแผล โดยนายตำรวจในภาพใช้เสื้อยืดสีขาวซับเลือดเด็กนั้น คือ ร.ต.ท.ศรัณย์ อ่อนสิงห์ รอง สว.ส.ทล.1 กก2.(ทางหลวงนครปฐม) รหัส 217 ประจำรถวิทยุ 2110 ทราบว่า วันที่ 2 ม.ค. 59 เวลา 16.10 น.


 ขณะที่ ร.ต.ท.ศรัณย์ ซึ่งประจำอยู่ที่หน่วยบริการสมุทรสงคราม กำลังทำหน้าที่บริการการจราจรอยู่ตรงจุดกลับรถ บริเวณ ทล.35 ถนนพระราม 2 กม.61+300 ต.บางแก้ว  อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม  ได้มีอุบัติเหตุ รถยนต์เก๋งเบนซ์ชนกับรถจักรยานยนต์ ต่อหน้าต่อตา มีผู้บาดเจ็บ 3 รายเป็นผู้ชาย 1 คน ผู้หญิง 1 คน และเด็กชาย 1 คน โดยผู้ชายขาข้างซ้ายขาดติดอยู่กับหน้ารถยนต์เบนซ์ ฝ่ายหญิงกระเด็นไปนอนนิ่งอยู่อีกฟากหนึ่งสลบแน่นิ่งทั้งคู่ ส่วนเด็กชายร่างท้วมกระเด็นไปตกที่ร่องข้างทางซึ่งมีหญ้าขึ้นและมีน้ำขัง

 

 ขณะนั้นจุดที่เกิดเหตุมีรถมาก เกรงว่าคนเจ็บจะถูกรถชนซ้ำ จึงวิทยุแจ้งเข้าศูนย์ขอกำลังฝ่ายเกี่ยวข้องมาช่วย ขณะที่ตนเองก็ใช้สัญญาณมือหยุดรถไว้ ก่อนจะเข้าไปดูผู้บาดเจ็บที่นอนนิ่งทั้งสองคน ไม่ไหวติงคล้ายเสียชีวิตแล้ว ขณะเดียวกันก็ได้ยินเสียงเด็กร้อง เมื่อหันไปตามเสียง ก็เห็นเด็กชายร่างท้วมพยายามคลานออกจากกอหญ้าข้างทาง จุดที่กระเด็นไปนอนอยู่ ตนจึงเข้าประคอง โดยพบว่าทั้งตัวเด็กมีเลือดไหลตนจึงรีบถอดเสื้อเครื่องแบบออกวางเพื่อถอดเสื้อยืดตัวในออก

 โดยประคองร่างของเด็กมานอนเอาศีรษะหนุนโคนขาขวาก่อนจะเอาเสื้อยืดที่ถอดออกจากตัวซับเลือดเด็ก ซึ่งขณะนั้นคิดอย่างเดียวว่าต้องช่วยเด็กให้อุ่นใจ เพราะเด็กร้องและถามหาพ่อกับแม่ตลอด ตนจึงพยายามปลอบว่า ไม่เป็นอะไรนะพ่อ มีหมอ มีเจ้าหน้าที่มาช่วยแล้ว ไม่ต้องกลัวนะ ซึ่งที่จริงแล้วทั้งพ่อและแม่เด็กเสียชีวิตแล้วทั้งคู่ ซึ่งครู่ต่อมาเจ้าหน้าที่กู้ภัยและแพทย์รวมทั้งส่วนเกี่ยวข้องก็มาถึง

 

 จากการตรวจสอบต่อมา พบว่า รถเบนซ์ ทะเบียน ฐล-1822 กรุงเทพฯ สภาพหน้ารถด้านซ้ายที่โคมไฟหน้ามีร่วงรอยชนเสียหายและมีเท้าคนข้างซ้ายขาดติดอยู่ โดยคนขับ ชื่อ นายประพัฒศ์ จงเกษมวงศ์  อายุ 76 ปี ไม่ได้หลบหนี นั่งอยู่ในที่นั่งคนขับ ที่ถนนพบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟ สีฟ้า ทะเบียน 1กฆ 432 สุพรรณบุรี ล้มอยู่ที่พื้น สภาพล้อหน้าด้านหน้าถูกชนพังเสียหาย ผู้บาดเจ็บ คนขับคนซ้อนมาด้วยกัน 3 คนคือ พ่อ แม่ และลูก คือ เด็กชายร่างท้วมที่ช่วยเหลือ


 พ่อเด็ก คนขับรถจยย. ชื่อ นายสมมาตร โพธิ์สุวรรณ อายุ 35 ปี ขาขวาขาดทั้งข้อเท้า แม่เด็กชื่อ น.ส.ชมัยพร นาคแคล้ว อายุ 31 ปี อยู่ ม.1 ต.แพรกหนามแดง อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม เสียชีวิต เด็กร่างท้วมชื่อ ด.ช.ชัยณรงค์ อายุ 11 ปี ขาหัก หัวแตก ซึ่งต่อมาทั้งศพพ่อ แม่ และ ตัวเด็กชาย ได้รับการช่วยเหลือนำส่ง รพ.ฯประจำจังหวัดสมุทรสงคราม และประสานติดต่อญาติทราบ

 

 สาเหตุของอุบัติเหตุ จุดเกิดเหตุเป็นถนนทางตรงรถน้อย จักรยานยนต์ที่ พ่อ แม่ ลูก ขับมามุ่งหน้าไปทาง จ.เพชรบุรี ส่วนรถเบนซ์ นายประพัฒศ์ จงเกษมวงศ์ อายุ 76 ปี ขับย้อนศรมาด้วยความเร็วเพื่อจะมากลับรถตรงจุดกลับรถที่ ร.ต.ท.ศรัณย์ อ่อนสิงห์ รอง สว.ส.ทล.1 กก2. กำลังบริการการจราจรอยู่ ชนเข้ากับ รถจักรยานยนต์ ที่พ่อเป็นคนขับ มีลูกชายนั่งกลาง แม่นั่งหลังซ้อนกันมา ทำให้ พ่อที่เป็นคนขับจักรยานยนต์ ขาขาดเสียชีวิต ภรรยาเสียชีวิต ลูกชาย ขาหัก หัวแตก กระเด็นตกลงไปพงหญ้าข้างทาง

 

 ซึ่งหลังเกิดเหตุ ร.ต.ท.ศรัณย์ อ่อนสิงห์ รอง สว.ฯ ได้ประสานกำลังในบังคับบัญชามี ด.ต.ภานุมาศ รุ่งแจ้ง จ.7 ด.ต.ณัฐนัน รางดี ด.ต.ประสิทธิชัย สุวรรณภมู พลขับรถวิทยุ 2110 มาร่วมให้การช่วยเหลือบริการการจาจร โดยมี จนท. กรมทาง จนท.กู้ภัยสว่างเบญจธรรม พร้อมกู้ชีพมาร่วมกันให้ความช่วยเหลือ พนักงานสอบสวนเวรสอบสวนในคดี ร.ต.ท.วรบุญ บุญมาก ร้อยเวร พงส. สภ.เมืองสมุทรสงคราม

 

 ผู้สื่อข่าวได้คุยกับ ร.ต.ท.ศรัณย์ อ่อนสิงห์ รอง สว.ฯ ทางโทรศัพท์ สอบถามว่าคิดอย่างไร ที่โดดเข้าช่วยเด็ก ด้วยการถอดเสื้อเครื่องแบบออกแล้วยังถอดเสื้อมาซับเลือดเด็ก อีกทั้งกางเกงเครื่องแบบก็ยังสวมอยู่และต้องเปื้อนเลือด ร.ต.ท.ศรัณย์ กล่าวว่า ตนไม่ได้คิดอะไรขณะนั้นสัญชาตญาณคิดอย่างเดียวว่า ต้องช่วยเด็กช่วยคนเจ็บไว้ก่อน เหตุการณ์ซึ่งหน้า เสื้อผ้าเครื่องแบบตัดใหม่ได้ ซักใหม่ได้ ชีวิตคนสำคัญกว่ากู้คืนไม่ได้หากสูญเสียชั่วโมงนั้นคิดอย่างเดียวช่วยคน ส่วนที่ไม่เข้าช่วยเหลือพ่อกับแม่เด็กนั้นเห็นว่า อาการทั้งคู่น่าจะหนัก ควรรอเจ้าหน้าที่แพทย์ กู้ชีพที่มีเครื่องมือพร้อมจะปลอดภัยกว่า