ครบทุกรส สดทุกเรื่อง




‘แบงค์ แคลช’แจงโพสต์เดือดโมโหเพื่อนถูกทำร้าย ‘ยักษ์’รับทะเลาะคู่กรณีปมถอยรถ ขึ้นโรงพักเคลียร์!!
Font Size  

วันที่ 07 มกราคม พ.ศ. 2559 เวลา 17:41 น.
จำนวนคนอ่านล่าสุด 66368 คน

 เมื่อวันที่ 7 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเรื่องฮือฮาในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ค เมื่อนักร้องหนุ่มชื่อดัง แบงค์-ปรีติ บารมีอนันต์ หรือ แบงค์ วงแคลช โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก Bannkk Ca$h ระบุว่า “ผมพูดง่ายๆ...ถ้าคุณทำเพื่อนผมแบบนี้...ถ้าไม่อยากจบ...ผมก็ไม่จบครับ...เท่าที่ฟังมาทั้งหมด...มือกลองวงแคลชไม่เคยทำร้ายใครตั้งแต่เด็ก....มึงมาคุยแมนๆกะกูไอ้กร๊วก...@.....” พร้อมลงรูปเพื่อนร่วมวง คือ อนันต์ ดาบเพ็ชรธิกรณ์ หรือ ยักษ์ วง shade หรือ อดีตมือกลองวงแคลช ในสภาพถูกทำร้ายมีบาดแผลใต้ตาซ้าย

 

 ต่อมา แบงค์-ปรีติ บารมีอนันต์ หรือแบงค์ วงแคลช โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กอีก โดยระบุว่า เรื่องยักษ์โดนต่อยเมื่อวานที่ผมโมโห..... ผมจะบอกทุกคนแบบนี้ บางคนบอกว่าพี่แบงค์อย่าไปแลกเลยไม่คุ้ม ผมไม่แลกหรอกครับ ผมมีสมอง บางคนบอกเล่นมันเลยพี่อย่าปล่อยไว้ ผมทำไม่เป็น ผมไม่เคยทำร้ายใคร แม่ผมสอนมา ล่าสุดต่อยคนก็ในหนัง ผมรักสงบ บางคนบอกพี่ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีนะพี่ใจเย็นๆ ผมเป็นคน ใครมาทำร้ายครอบครัวผมก็ต้องโมโห ผมไม่สามารถเอาความคิดที่ว่า “ชื่อเสียงมาก่อน ไอ้ยักษ์โดนต่อยช่างมันเดี๋ยวมันก็เคลียร์กันได้แหละอยู่เฉยๆ ดีกว่า” ไม่ครับ ใครมาทำร้ายครอบครัวเรา เราก็ต้องโมโหเป็นธรรมดา บางคนบอกเอาทางกฎหมายเข้าช่วยจะดีกว่า ผมทำอยู่ เดี๋ยวมันก็ผ่านไปด้วยดีครับ

 

 “ที่ผ่านมา ผมโพสต์เพจนี้ด้วยตัวเอง คำหยาบผมไม่เคยพิมพ์ อันนี้ก็ต้องขอโทษทุกท่าน บางคนอาจตกใจว่าพี่แบงค์มีโหมดนี้ด้วยหรอ? ปกติลงแต่หมา แมว อาหาร ผมมีเพราะผมเป็น “ผู้ชาย” ส่วนยักษ์เป็นคนโลกสวยที่สุดในวง”

 

 ต่อมาเวลา 13.45 น. ยักษ์ อนันต์ ให้สัมภาษณ์ “ข่าวสด” ถึงเรื่องที่เกิดขึ้น โดยยอมรับว่ามีเรื่องทะเลาะวิวาทกับคู่กรณี โดยเรื่องเกิดตอน 16.00 น. เมื่อวันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมา ที่หน้าปากซอยบางนา-ตราด 39 ซึ่งเป็นซอยบ้านพักของตน ก่อนเกิดเหตุกำลังจะพาสุนัขไปโรงพยาบาลสัตว์ แต่แวะจอดรถเพื่อซื้อกาแฟ เป็นจังหวะที่ตนถอยรถ แล้วคู่กรณีกำลังจะออกจากซอย จึงถูกบีบแตรใส่ ตนจึงบอกว่าเห็นอยู่ แต่สุดท้ายเขามาจอดหน้ารถตนแล้วก็เดินลงมา ตอนนั้นก็คิดแล้วว่าคงมีเรื่อง

 

 มือกลองวงแคลช กล่าวต่อว่า พอเขาลงมาก็เดินมาหาตนที่รถ จึงเปิดกระจกเพื่อพูดคุย โดยคู่กรณีชี้หน้าด่าตนไปเรื่อย จึงบอกว่าเห็นรถอยู่ แต่เขาก็พูดไม่หยุด จนตนโมโห เลยบอกกลับไปว่า “พี่รีบกลับไปที่รถดีกว่าครับ ก่อนที่ผมจะต่อยหน้าพี่ เชิญครับ” พอขาดคำเขาก็ต่อยหน้าตนประมาณ 4-5 หมัด ตนจึงลงจากรถแล้วบอกให้ใจเย็นๆ มาคุยกันก่อน พอเขาเห็นผมตัวใหญ่กว่าก็ถอยหนีไป จริงๆตอนแรกไม่คิดว่าจะมีเรื่องทำร้ายร่างกายกัน เมื่อเกิดเหตุก็ไม่ได้สวนกลับ หรือพูดจาหยาบคายอะไร สุดท้ายคู่กรณีบอกให้ไปเคลียร์กันที่โรงพัก ก็ไปสภ.บางแก้ว จ.สมุทรปราการ เมื่อไปถึงตนก็แจ้งความข้อหาทำร้ายร่างกาย คู่กรณีเองก็ยอมรับว่าเป็นฝ่ายผิด ถูกปรับ 1 พันบาท

 

 ยักษ์-อนันต์ กล่าวอีกว่า ตอนที่เกิดเหตุ ตนอยู่กับแฟนสาว ซึ่งเขาก็คงตกใจ แต่ก็ถ่ายคลิปเก็บไว้ ซึ่งก็ให้ตำรวจดูแล้ว จริงๆมันควรจะจบที่โรงพัก แต่มันดันเกิดเรื่องที่คู่กรณีเอาไปโพสต์ในเฟซบุ๊ก จนเพื่อนร่วมวง โปรดิวเซอร์ เป็นห่วง เลยไปสืบดูว่าคนที่ทำร้ายเราเป็นใคร จากนั้นก็เจอคอมเมนต์เขาในเฟซบุ๊ก ระบุว่ามีเรื่องกับศิลปิน ไปต่อไอ้ยักษ์วงแคลช ซึ่งถ้าแค่นั้นก็ไม่เป็นไร เพราะเขาก็คงไม่ให้เกียรติเราอยู่แล้ว ไม่งั้นก็คงไม่ต่อยเรา แต่มีประโยคหนึ่งคือ “พูดจาไม่เข้าหูเลยจัดซะ” เราก็เลยรู้สึกว่าเขาไม่ได้รู้สึกรู้สากับการที่ใช้กำลังตัดสินปัญหาเลย ไม่รู้สึกว่าทำผิด กลายเป็นว่าภาคภูมิใจที่ได้ต่อยตน เพื่อนก็เลยไม่พอใจ ทั้งที่ตนบอกแล้วว่าไม่เป็นไร ให้ใจเย็นๆ ตนเป็นคนยอมคน แต่เพื่อนไม่ยอม

 

 ยักษ์-อนันต์ กล่าวอีกว่า ส่วนตัวไม่รู้จักคู่กรณี ไม่เคยเห็น แต่คงทำงานอยู่แถวนั้น เป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทอะไรสักอย่าง ในใจคิดว่าอย่ามาสร้างเวรสร้างกรรมกันเลย ไม่อยากรู้จักคนแบบนี้ ขอให้จบแค่นี้ แต่ที่ห่วงก็คือเพื่อนไม่จบ ต้องคอยเตือนว่าอย่าไปทำอะไรนะ เมื่อคืนตนนอนไม่หลับ เพราะเป็นห่วงทุกคน กลัวจะไปถล่มเฟซบุ๊กเขา กลัวจะมีอะไรรุนแรง จากนั้นก็คงเป็นเรื่องทางกฎหมายที่ต้องดำเนินต่อไป  

 

 ต่อมาเวลา 15.00 น. ที่สภ.บางแก้ว จ.สมุทรปราการ ยักษ์-อนันต์ มือกลองวงแคลช ได้เดินทางพูดคุยกับคู่กรณี โดยคู่กรณีก็ยกมือไหว้ขอโทษ โดยทางประชาสัมพันธ์ของค่ายบ็อกซ์ มิวสิค ภายใต้สังกัดมิวสิค มูฟ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ แจ้งว่า “ทางคู่กรณีได้เดินทางมาถึงตามเวลานัดอย่างสงบเรียบร้อย และเมื่อถึงเวลาทั้งสองฝ่ายได้เข้าไปตกลงกันในห้องผู้กำกับฯ โดยเหตุการณ์ทั้งหมดจบลงด้วยดี ทางด้านยักษ์ไม่ติดใจอะไร

 

 และเรื่องราวจบที่ยอมความกันทั้งสองฝ่าย ซึ่งทางฝ่ายคู่กรณีบอกว่าในตอนแรกไม่ทราบว่าอีกฝ่ายเป็นศิลปิน แต่พอทราบและมีการโพสต์เรื่องราวออกไปผ่านทางโซเชียล ทำให้ตนเองโดนกระแสโจมตีเข้ามาหนักมาก ทั้งแฟนคลับของวงแคลช รวมถึงที่ทำงานตนก็มีปัญหาด้วยเช่นกัน โดยหลังจากนี้ทางคู่กรณีจะมีการลงขอโทษผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว”

 

 ขณะที่นายพรเทพ มะยมรัช อายุ 33 ปี คู่กรณี พร้อมด้วยทนายความ ที่เดินทางมาครั้งนี้ นายพรเทพ กล่าวว่า ตนต้องขออภัยกับทุกคน ทั้งญาติ พี่น้อง ทั้งแฟนคลับ ของวงแคลช ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ยอมรับว่าทำไปโดยบันดาลโทสะ ตนก็เป็นแฟนคลับวงแคลชคนหนึ่งเช่นกัน จากนี้ก็จะใช้สติให้มากขึ้น อยากให้สังคมโดยเฉพาะแฟนคลับให้อภัยตนด้วย หลังจากนี้จะลงขอโทษในเฟซบุ๊กด้วย ในส่วนของคดีก็ต้องปล่อยให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฏหมาย

 

 พ.ต.อ.พีรพล โชติกเสถียร ผกก.สภ.บางแก้ว กล่าวว่า ถึงแม้ว่าทั้ง 2 ฝ่ายจะตกลงเคลียร์ใจกันได้ แต่ทางด้านของคดีก็ต้องดำเนินต่อไป โดยตอนนี้ทางพนักงานสอบสวนต้องรอใบตรวจจากแพทย์ก่อนว่า มีลงความเห็นในบาดแผลว่าอย่างไร จึงจะสามารถสรุปได้ว่า อัตราโทษได้ว่าจะโดนแค่ปรับ หรือต้องส่งฟ้องศาล และอยากฝากเตือนไปยังประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน ทุกคนต้องมีสติ ใจเย็นคุยกันเพื่อจะได้ไม่ต้องเกิดปัญหาเช่นนี้