ครบทุกรส สดทุกเรื่อง




นศ.สาวยันไม่ยอมความเด็ดขาด!! คดีปลุกปล้ำ ย้อนถามกลับนักบอลดัง “ลูกผู้ชายหรือเปล่า”
Font Size  

วันที่ 02 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 เวลา 10:20 น.
จำนวนคนอ่านล่าสุด 76998 คน

 จากกรณีที่ นายพร้อมพงษ์ กรานสำโรง นักฟุตบอลชื่อดังของทีมนครราชสีมา มาสด้า เอฟ ซี หรือ สวาดแคท ถูกนักศึกษาสาวมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งใน จ.นครราชสีมา แจ้งความดำเนินคดีโดยกล่าวหาว่าบุกรุกเข้าในเคหะสถานในยามวิกาลและกระทำอนาจาร โดยเหตุเกิดที่บ้านนักศึกษาสาว ภายในตำบลจอหอ อำเภอเมืองนครราชสีมา เมื่อช่วงเวลา 04.00 น. วันที่ 29 มกราคม 2559 ที่ผ่านมาและตำรวจ สภ.จอหอ ได้ออกหมายเรียกนายพร้อมพงษ์ มารับทราบข้อกล่าวหา

 

 ขณะที่นายพร้อมพงษ์ ก็ออกมาแถลงข่าว เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 ที่ผ่านมา ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และจะขอไปให้การในชั้นศาล ระบุว่าคืนเกิดเหตุ ตนเองทะเลาะกับแฟน จึงไปตามหาแฟนที่บ้านหลังดังกล่าว และปฏิเสธว่าไม่ได้มีการกระทำอนาจารเพื่อนของแฟนตามที่ถูกกล่าวหา เป็นการเข้าใจผิด และตกใจไปเองของนักศึกษาสาว ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

 

 ล่าสุดวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2559 นางสาวเอ (นามสมมติ) นักศึกษาสาวผู้เสียหาย ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวถึงการออกมาแถลงปฏิเสธข้อกล่าวหาของนายพร้อมพงษ์ว่า ตนยังคงยืนยันเหมือนเดิมว่าจะไม่มีการยอมความอย่างเด็ดขาด ส่วนนายพร้อมพงษ์ จะพูดอย่างไร ก็เป็นสิทธิของเขา ความจริงก็คือความจริง

 

 “หนูอยากถามกลับไปว่าเป็นลูกผู้ชายหรือเปล่า กล้าทำแต่ทำไมไม่กล้ารับ เสียทีที่เป็นนักกีฬาที่มีชื่อเสียง มีผู้คนศรัทธาชื่นชอบมากมาย หนูบอกเลยว่า ไม่ได้เข้าใจผิด แต่เป็นความตั้งใจที่จะปกป้องศักดิ์ศรีลูกผู้หญิงที่ถูกรังแก จากนี้ไปทุกอย่างก็ขอให้เป็นไปตามขั้นตอนกระบวนการทางกฎหมาย และขอยืนยันอีกครั้งว่า หนูจะไม่มีการเจรจาหรือยอมความแต่อย่างใดทั้งสิ้น ให้ไปเจอกันที่ศาล เพื่อพิสูจน์ความจริง” นางสาวเอกล่าว

 

 ด้านพ.ต.ท.วรเชษฐ์ ป้องสุธาธาร พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรจอหอ อ.เมืองนครราชสีมา เจ้าของคดี เปิดเผยว่า จากนี้ไปคงต้องเรียกทั้งสองฝ่าย คือ ตัวนางสาวเอ ผู้เสียหาย และนายพร้อมพงษ์ ผู้ต้องหา มาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนเพิ่มเติม

 

 ส่วนการที่นายพร้อมพงษ์ ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และจะไม่ให้ปากคำกับตำรวจ โดยขอไปให้การในชั้นศาลอย่างเดียวนั้น ก็เป็นสิทธิของผู้ต้องหาที่จะกระทำได้ โดยขั้นตอนต่อไปพนักงานสอบสวนจะรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อสรุปสำนวนคดีเสนออัยการส่งฟ้องศาลต่อไป ซึ่งคาดว่าประมาณ 2 สัปดาห์ ก็สามารถสรุปสำนวนคดีได้