ครบทุกรส สดทุกเรื่อง




พ่อช็อก!ฝากเงินกับออมสินให้ลูกสาว อัพเดทบุ๊คแบงก์ จู่ๆ เงิน 4 หมื่นหายเกลี้ยงบัญชี
Font Size  

วันที่ 06 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 เวลา 15:06 น.
จำนวนคนอ่านล่าสุด 217418 คน

 เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 6 ก.พ. ผู้สื่อข่าว ได้รับการร้องทุกข์จาก นายบัญชา ศรีไพร อายุ 55 ปี บ้านเลขที่ 127 หมู่ที่ 7 ตำบลมหาชัย อำเภอไทรงาม จังหวัดกำแพงเพชร ว่า ตนมีอาชีพทำนา และไร่มะนาว เมื่อวันที่ 5 ต.ค.58 ที่ผ่านมา ตนไปเปิดบัญชีเงินฝากเผื่อเรียกไว้กับธนาคารออมสิน ในนามน.ส.สาวิตตรี ศรีไพร อายุ 18 ปี นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนวัชรวิทยา อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งเป็นลูกสาวของตน ที่ธนาคารออมสิน สาขาห้างบิ๊กซี กำแพงเพชร เลขบัญชี 200020517774 ครั้งแรกเป็นเงิน 20,000 บาท และต่อมาฝากเพิ่มอีก 15,000 บาท รวม 35,000 บาท

 


 นอกจากนี้ ยังมีหลานสาวของตน โอนเงินมาให้ในบัญชีอีก 4,020 บาท รวมเงินในบัญชี 39,020 บาท และเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ตนนำสมุดไปปรับบัญชี ซึ่งปกติบัญชีดังกล่าว ฝากเงินไว้ให้กับลูกสาว ซึ่งกำลังจะเข้าเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย ไว้ใช้เป็นค่าเล่าเรียน ซื้ออุปกรณ์การเรียน ยามขาดเหลือต่างๆ แต่ปรากฏว่าเมื่อตนไปปรับสมุดดังกล่าว ยอดเงินในบัญชีกับคงเหลือแค่ 20 บาท 35 สตางค์ ทำให้ตนตกใจมาก ทั้งๆที่สมุดบัญชี และบัตรเอทีเอ็ม อยู่กับตนตลอด และลูกสาวเองก็ไม่เคยไปธนาคาร กดเอทีเอ็มก็ไม่เป็นใดๆ จึงรีบแจ้งกับฝ่ายธุรกิจบริการอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคาร ให้ช่วยตรวจสอบ

 
 นายบัญชา ศรีไพร กล่าวต่อว่า เมื่อทางธนาคารตรวจสอบปรากฏว่า มีผู้มาใช้บริการอิเล็กทรอนิกส์ หรือเอทีเอ็มกับทางธนาคาร ในบัญชีนี้ไม่ต่ำกว่า 20 ครั้ง โดยกดเงินในบัญชีครั้งแรกเมื่อวันที่ 6 เดือนพ.ย.58 ไปครั้งแรกจำนวน 1,000 บาท หลังจากนั้นก็กดเงินออกจากบัญชีมาเรื่อยๆ บางวันกดถึง 3 ครั้ง จนวันที่ 31 ธ.ค.58 กดเงินครั้งสุดท้าย ซึ่งไม่ทราบว่าใครกดออก จนเหลือเงินติดบัญชีในเวลานี้จำนวน 20 บาท 35 สตางค์ จากยอดเงินที่มีอยู่ 39,020 บาท ดังกล่าว


 “ผมตกใจมาก จึงปรึกษากับทางธนาคารออมสิน ได้รับคำแนะนำให้ตนกับลูกสาว ซึ่งมีชื่อเป็นเจ้าของบัญชี น.ส.สาวิตตรีไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่สภ.เมืองกำแพงเพชรไว้ก่อน และนำใบแจ้งความไปมอบให้กับทางธนาคาร เพื่อตรวจสอบถึงเรื่องที่เกิดขึ้นอีกครั้ง ซึ่งตนก็ไม่เข้าใจมากนัก แต่ก็จะทำตามคำแนะนำ และไม่ทราบว่าจะได้เงินที่สูญเสียไปคืนหรือไม่ แต่ไม่อยากให้เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นกับใครๆอีก ลูกสาวซึ่งเป็นเด็กเรียนดีกำลังจะเข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัย พ่อก็เป็นห่วง อุตส่าห์ออมเงินไว้ให้ลูก ไว้ใช้เมื่อยามจำเป็นในการเรียน กลับมาถูกมือดีใครที่ไหนก็ไม่รู้ ลักลอบเอาเงินออกไปหมด แม้จะเป็นเงินไม่มากนักสำหรับคนอื่น แต่สำหรับชาวไร่ชาวนาจนๆ นับว่าเป็นเงินก้อนใหญ่มาก ที่หามาด้วยน้ำพักน้ำแรงของผู้เป็นพ่อเพื่อการศึกษาของลูก และจะได้เดินทางไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในวันนี้ต่อไป” นายบัญชา กล่าว