ครบทุกรส สดทุกเรื่อง




ติดหนี้ 180 บาทไม่คืน-ยังลวนลาม!! ผัวมาเจอปรี่ตบ-สาวแค้นกระทืบเละคาเท้า!!
Font Size  

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 เวลา 12:50 น.
จำนวนคนอ่านล่าสุด 101093 คน

 ติดหนี้ 180 บาท ไม่คืน ยังลวนลาม ผัวมาเจอเข้าไปตบสั่งสอน ฝ่ายเมียได้ทีกระทืบซ้ำหนุ่มเร่ร่อน อาชีพรับจ้างแขวนมาลัยอนุสาวรีย์ เลือดคั่งในสมองปางตาย ตำรวจตามจับกุมตัวผัวเมียเร่รอนไว้ได้ สารภาพไม่มีเงินซื้อข้าวกิน ทวงหนี้หนุ่มขี้เหล้าที่อาศัยหลับนอนอยู่ในสวนสาธารณะด้วยกัน ไม่ยอมคืน แถมยังมาลวนลามตอนสามีไม่อยู่ เลยแค้นรุมกระทืบเหยียบเตะที่ศีรษะจนสลบคาเท้า

 

 เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 10 ก.พ. พ.ต.ท.ชาญณรงค์ มากพิสุทธิ์ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองอุดรธานี พร้อมด้วย พ.ต.ต.อาทิตย์ จันทา สว.สส. , ร.ต.ท.ทรงเกียรติ ขันธ์เขต , ร.ต.ต.ไกรวัลย์ พิทักษวาปี และกำลังชุดสืบสวนจำนวนหนึ่งได้ร่วมกันจับกุมตัวนายกองศรี อายุ 42 ปี อยู่ ต.นาดี อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู และ น.ส.โสภา อายุ 27 ปี อยู่ ต.นานวน อ.สนม จ.สุรินทร์ ในข้อหา “ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส”

 

 ขณะหลบซ่อนตัวอยู่บริเวณศาลาที่พักริมสวนสาธารณะวังมัจฉา หนองบัว ฝั่งตรงข้ามศาลเจ้าปู่ย่าอุดรธานี ถ.เลียบหนองบัว ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี เบื้องต้นรับสารภาพว่าได้ร่วมกันรุมทำร้ายร่างกายนายสม อายุ ประมาณ 35-40 ปี จนบาดเจ็บสาหัสปางตาย จึงคุมตัวทั้งสองคนไปสอบสวน

 

 พ.ต.ท.ชาญณรงค์ มากพิสุทธิ์ กล่าวว่า ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อช่วงดึกที่ผ่านมา ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุร่มโพธิ์ทอง ว่า มีเหตุคนถูกทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บสาหัสอาการปางตาย มีเลือดออกจากปากและจมูกนอนร้องครวญครางอยู่บนพื้นสนามหญ้าริมถนนสวนสาธารณะวังมัจฉา หนองบัว ฝั่งตรงข้ามศาลเจ้าปู่ย่าอุดรธานี จึงได้นำกำลังไปตรวจสอบ และพบผู้บาดเจ็บเป็นหนุ่มเร่ร่อน ชื่อ นายสม ไม่ทราบนามสกุล ได้รับบาดเจ็บสาหัส จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล

 

 

 เบื้องต้นแพทย์ระบุสมองบวมมีเลือดคั่งในสมอง และหมดสติไม่รู้สึกตัว ให้การอะไรไม่ได้เลย และสอบถามพยานในที่เกิดเหตุที่เป็นคนเร่ร่อนอาศัยนอนอยู่ในศาลาที่พักริมทางของสวนสาธารณะฯ มีนายลีรัตน์ ราชละคร อายุ 48 ปี อยู่ ต.คำแก้ว อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ ให้การว่า ช่วงเวลาก่อนเที่ยงคืน ได้ยินเสียงคนตบตีกัน โดยเห็นนายสม นอนอยู่กับพื้น มีผู้ชายและผู้หญิงรุมกระทืบที่ใบหน้าหลายครั้ง จนนายสมสลบแน่นิ่งไป

 

 พ.ต.ท.ชาญณรงค์ กล่าวอีกว่า พยานอีกคน คือ น.ส.วิยะดา อายุ 19 ปี ซึ่งเป็นคนเร่ร่อนด้วยกัน ก็ยืนยันว่า สองผัวเมียรุมทำร้ายนายสมจนสลบ เพราะถกเถียงกันเรื่องที่นายสมแอบไปลวนลามฝ่ายหญิง และฝ่ายหญิงทวงถามเรื่องหนี้ 180 บาท ทำให้เกิดการชกต่อยกันก่อน

 

 

 สอบสวน น.ส.โสภา ให้การว่า ตนเป็นคนเร่ร่อนมาจาก จ.สุรินทร์ ตอนกลางวันก็เก็บของเก่าขาย มาอาศัยหลับนอนที่สวนสาธารณะได้นานเป็นปีแล้ว และมารู้จักกับนายกองศรี ชาวหนองบัวลำภู ที่มาอาศัยอยู่ที่สวนสาธารณะด้วยกัน จนสนิทสนมอยู่ด้วยกัน ต่อมาได้มีนายสม คนเร่ร่อน ทำงานรับจ้างแขวนพวงมาลัยคล้องที่พระอนุสาวรีย์พลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม(ใช้ไม้ยาวคล้องพวงมาลัยใส่บนมือของกรมหลวงประจักษ์ฯที่ตั้งอยู่สูง) และชอบดื่มเหล้าเมามานอนที่ใกล้ๆ ศาลาในสวนสาธารณะด้วยกัน

 

 เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา นายสม อ้างว่าต้องการเงินไปซื้อข้าวกิน จึงให้ยืม 180 บาท แล้วรับปากว่าจะนำมาคืน เมื่อได้ค่าจ้างคล้องพวงมาลัย แต่เมื่อทวงถามก็ไม่มีให้ แถมเมามาทุกวัน

 

 

 น.ส.โสภา ให้การต่ออีกว่า วันเกิดเหตุ ขณะที่กำลังนอนพักผ่อนอยู่ในศาลา นายสมได้เข้ามาลวนลาม จึงได้เอ่ยปากทวงหนี้ 180 บาท แต่นายสมไม่สนใจ กลับดุด่าต่อว่า จึงเกิดการถกเถียงและตบตีกัน เมื่อนายกองศรี คนที่ตนคบหาด้วยมาเห็นจึงตรงเข้าไปชกและตบหน้าหลายครั้งจนนายสมล้มลง ตนจึงเข้าไปกระทืบและเตะเข้าที่ศีรษะหลายครั้ง จนนายสมแน่นิ่งไป และย้ายไปนอนพักที่ศาลาใกล้ๆกัน กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาจับกุมดังกล่าว

 

 ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมอีกว่า สวนสาธารณะแห่งนี้จะมีคนเร่ร่อนมานอนพักจำนวนมาก และมักมีเรื่องทะเลาะวิวาทกันบ่อยครั้ง ส่วนอาการของนายสม ยังไม่พ้นขีดอันตรายเนื่องจากเลือดคั่งในสมองและไม่รู้สึกตัว