ครบทุกรส สดทุกเรื่อง




โผล่อีกแล้วหนีทุน!! คราวนี้อจ.สาวเบี้ยว 4 ล้าน ปักหลักที่สหรัฐ-ไม่กลับไทย
Font Size  

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 เวลา 19:42 น.
จำนวนคนอ่านล่าสุด 41634 คน

 

   เมื่อวันที่ 11 ก.พ.ที่กองปราบปราม พล.ต.กิตติภพ มนูญนิมิตร รองเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย พร้อมด้วย นางจันทิรา วิเศษณัฐ อาจารย์วิทยาลัยอาชีวะธนบุรี เดินทางเข้าพบพ.ต.ท.วรพงษ์ ภคเวส พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป.เพื่อร้องทุกข์กรณีไปค้ำประกันทุนการศึกษาจำนวน10 ล้านบาท ให้กับนางภัทรพร (ขอสงวนนามสกุล) อดีตอาจารย์คณะวิทยาการ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกทม. เพื่อศึกษาต่อระดับปริญญาเอก หรือดุษฎีบัณฑิต ที่คณะบริหารธุรกิจการจัดการ มหาวิทยาลัยแห่งเมืองซาราโซตา รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา ปรากฏว่านางภัทรพร กลับไม่ยอมกลับมาใช้ทุน  ทำให้พวกตนต้องตกเป็นหนี้ถึง 4 ล้านบาท


   พล.ต.กิตติภพ  เปิดเผยว่า ตน พร้อมด้วยนางจันทิรา และอาจารย์ภากิต ตรีสกุล อาจารย์ประจำคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา ซึ่งไม่สะดวกเดินทางมาด้วย  ต่างได้รับความเสียหายเพราะไปค้ำประกันให้กับ นางภัทรพร  เพื่อไปศึกษาต่อระดับปริญญาเอก ที่สหรัฐอเมริกา ในปี 2539 ส่วนตัวแล้วนางภัทรพรนั้นเคยเป็นเพื่อนบ้านของตน  จึงเห็นว่าการไปศึกษาต่อจะเป็นประโยชน์และกลับมาพัฒนาการศึกษาของประเทศ จึงยอมไปค้ำประกันให้  ปรากฏว่าเมื่อเดือนก.พ. 2546 นางภัทรพร  ได้กลับมารายงานตัวกับมหาวิทยาลัยต้นสังกัด หลังจากนั้นแค่เดือนเศษ ก็ไปลาออกจากราชการ และได้รับการอนุมัติจากมหาวิทยาลัยอีกด้วย


       พล.ต.กิตติภพ กล่าวต่อว่า  เรื่องนี้ตนไม่ทราบว่าทางมหาวิทยาลัยได้ทวงถามเรื่องใช้คืนทุนการศึกษาด้วยหรือไม่  แต่ตนในฐานะผู้ค้ำประกันนั้นไม่ทราบเรื่อง ต่อมาเมื่อปี 2547 ทางมหาวิทยาลัยกลับมายื่นฟ้องเพื่อบังคับให้ตนกับอาจารย์อีก 2 ท่าน ในฐานะผู้ค้ำประกันต้องชดใช้ค่าเสียหาย  ก็ได้ทวงถามกับนางภัทรพร ซึ่งต่อมาได้ทำหนังสือแจ้งมายังมหาวิทยาลัยและถึงพวกตน แจ้งว่ายินดีจะชดใช้เงินคืนให้ แต่ปรากฏว่าชดใช้มาแค่  6 ล้านบาท


      พล.ต.กิตติภพ กล่าวต่ออีกว่า  ทั้งนี้พวกตนยังเชื่อมั่นว่านางภัทรพรจะยินยอมชดใช้ทุนให้จนหมด แต่เมื่อปี 2557  กลับมีหนังสือจากมหาวิทยาลัยแห่งนี้  ว่าได้ไปฟ้องต่อศาลล้มละลาย  เพื่อให้พวกตนในฐานะผู้ค้ำประกัน  รวมถึงนางภัทรพร ด้วย เป็นบุคคลล้มละลาย  ทำให้ตนที่ยังรับราชการอยู่ จะปล่อยให้เป็นบุคคลล้มละลายไม่ได้ จึงต้องไปขอความเห็นใจจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจะชดใช้คืนเฉพาะเงินต้น หลังจากนางภัทรพร ผ่อนชำระ มาแล้ว 6 ล้านบาท  ก็จะขอชำระคืนต่อให้ในส่วนที่เหลือ แบบไม่มีค่าปรับ


       พล.ต.กิตติภพ กล่าวต่ออีกว่า  หลังไปร้องเรียน ก็มีการตกลงกันระหว่างทางมหาวิทยาลัยกับกรมบัญชีกลาง เพื่อชดใช้เงินในส่วนที่เหลืออีก 4 ล้านบาท เฉลี่ยแล้วเป็นเงินประมาณคนละ 1.3 ล้านบาท ผ่อนชำระเป็นเวลา 8 และ 12 ปี เมื่อยอมรับสภาพหนี้แล้ว ถึงมีการถอนฟ้อง แต่นางภัทรพร ปัจจุบันศาลตัดสินให้ล้มละลาย แต่อีก 3 ปี คดีก็จะหมดอายุความ จึงไม่ต้องเดือดร้อนอะไร เพราะปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่ที่สหรัฐอเมริกา


        พล.ต.กิตติภพ กล่าวถึงเรื่องที่เพิ่งเข้ามาแจ้งความ ก็เพราะอยากให้ตำรวจเข้ามาดำเนินการ  ที่ผ่านมาเคยไปร้องขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็ไม่มีใครช่วยเหลือได้  หากกองปราบฯ ช่วยนำเรื่องนี้แจ้งต่อกระทรวงการต่างประเทศ หรือสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เพื่อติดตามตัวนางภัทรพร ให้กลับมาก็จะจัดการเรื่องนี้ได้ก็น่าจะดี  ที่สำคัญทราบมาว่าเขาได้สัญชาติอเมริกัน แล้ว จึงอยากให้มีการตรวจสอบด้วย เพราะคนที่มีปัญหา มีประวัติอยู่ในเมืองไทย ก็ไม่น่าจะได้รับการพิจารณา  กรณีเช่นนี้พบว่ามีอีกเป็นจำนวนมาก ไม่ได้มีเฉพาะของตน หรือกรณีทันตแพทย์หญิง ที่ตกเป็นข่าว โดยทราบว่าน่าจะมีอีกนับร้อยราย         

      
    ด้าน นางจันทิรา กล่าวว่า  ช่วงนั้นเป็นเพื่อนสนิทกัน  เขาก็ตกปากรับคำว่าจะกลับมาทำงานใช้ทุน  หากไม่ทำงานก็จะต้องหามาชำระเงินคืนให้ ปรากฏว่า เมื่อครอบครัวเขาในประเทศไทย เสียชีวิตไปหมด  นางภัทรพร ก็ไปมีครอบครัวและตั้งตนชีวิตใหม่ที่ประเทศสหรัฐฯ  ไม่ได้สนใจจะกลับมาใช้ทุนในส่วนที่เหลือ ทำให้พวกตนต้องถูกฟ้องฯ ตอนแรกๆเมื่อโทรศัพท์ไปหา เขาก็รับสาย แต่ระยะหลังก็จะเริ่มไม่รับและขาดการติดต่อ ทำให้รู้สึกเครียดกับหนี้ที่เราไม่ได้เป็นคนก่อ               


  ด้าน พ.ต.ท.วรพงษ์ กล่าวว่า  กรณีดังกล่าวจากการตรวจสอบ เห็นว่าได้เป็นคดีความไปแล้ว  ก็จะประสานไปยังกรมบังคับคดี เพื่อให้ติดตามเรื่องต่อไป