ครบทุกรส สดทุกเรื่อง




สลดต้องเผาพ่อก่อน-ศพแม่รอพรุ่งนี้ ลูกจุดธูปสัญญาจะลากนายจ้างข่มขืนแม่มาลงโทษ
Font Size  

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 เวลา 19:10 น.
จำนวนคนอ่านล่าสุด 747335 คน

 จากกรณีสามี อายุ 43 ปี และ ภรรยา อายุ 36 ปี ชาว จ.อุดรธานี กินยาฆ่าตัวพร้อมกันในบ้านเช่า ชุมชนบ้านหนองขาม ถ.นิตโย ต.หนองบัว อ.เมืองอุดรธานี โดยเขียนจดหมายบรรยายความน้อยใจที่ไม่มีทรัพย์สินให้ลูกได้อยู่สุขสบาย แถมมีหนี้สินบัตรเครดิต และสั่งเสียให้ลูกชายทวงความเป็นธรรมให้แม่ ที่ถูกนายจ้างข่มขืนกระทำชำเรา แต่ไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากเป็นคนจน เหตุเกิดเย็นวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

 

 

 

 ความคืบหน้า เวลา 11.00 น. วันที่ 13 ก.พ. ที่ศาลาวัดป่าบ้านหนองใส ต.หนองนาคำ อ.เมือง จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นที่ตั้งศพของสองสามีภรรยา บรรยากาศเป็นไปอย่างเรียบง่าย มีเพียงโรงเย็นตั้งอยู่ในศาลา ไม่มีรูปหน้าศพ ไม่มีดอกไม้ ไม่มีพวงหรีด ไม่มีดอกไม้จันทน์ มีเพียงญาติและชาวบ้านมาร่วมพิธีประมาณ 30 คนเท่านั้น กระทั่งเวลา 13.00 น. ได้ทำพิธีฌาปณกิจศพผู้เป็นสามี โดยมีน้ำอบและน้ำมะพร้าวที่ใช้ล้างหน้าศพก่อนเผาเท่านั้น

 

 

 ส่วนที่ศาลายังตั้งศพ ภรรยา และสวดอภิธรรมอีก 1 คืน เนื่องจากเมรุสามารถเผาได้วันละ 1 ศพเท่านั้น และจะทำพิธีฌาปณกิจในวันพรุ่งนี้ โดยนายอนุชิต อายุ 21 ปี ลูกชายได้จุดธูปหน้าโรงศพ บอกแม่ว่า ตนจะรื้อฟื้นคดีเรียกร้องความเป็นธรรมให้แม่ ตำรวจกำลังดำเนินการให้ ขอให้แม่ไปสบายไม่ต้องห่วง

 

 

 นายอนุชิต เปิดเผยว่า พ่อทำงานรับเหมาก่อสร้าง ส่วนแม่ทำงานเป็นแม่บ้านร้านจำหน่ายเหล็กเส้น ในเขตเทศบาลนครอุดรธานี มาประมาณ 10 ปี พ่อกับแม่เป็นคนสู้ชีวิต เมื่อมีปัญหาอะไรก็ไม่เคยเล่าให้ตนฟัง กระทั่งต้นเดือนกุมภาพันธ์ พ่อเห็นแม่มีอาการซึมเศร้าไม่ร่าเริง จึงได้สอบถามซึ่งแม่ได้เล่าให้ตนและพ่อฟังว่าถูกนายจ้างผู้ชายข่มขืนกระทำชำเราอีกแล้ว

 

 ซึ่งเหตุเกิดมาครั้งแรกตั้งแต่ปี 2552 และมาเกิดอีกในวันที่ 4 มกราคม 2559 พ่อจึงให้แม่โทรศัพท์ไปหานายจ้างผู้ชาย แบบเปิดเสียงโทรศัพท์ให้ได้ยินทั้งพ่อและตน บอกว่าสามีทราบเรื่องแล้ว ให้มาคุยกัน แต่นายจ้างบอกให้แม่โกหกพ่อว่าไม่เป็นความจริง ไม่มีอะไรกัน พ่อจึงพูดสวนไปว่า เมียสารภาพหมดแล้วให้มาคุยกัน แต่นายจ้างก็ไม่มา พ่อจึงให้แม่ไปแจ้งความดำเนินคดีกับนายจ้าง เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์

 


 ส่วนสาเหตุที่ไม่ไม่กล้าบอกพ่อและตน ก็เพราะแม่กลัวพ่อกับตนจะรับไม่ได้ อีกทั้งพ่อเป็นคนอารมณ์ร้อน และกลัวลูกอับอาย จะทำให้บ้านแตกสาแหรกขาด จึงปิดปากไม่ยอมพูด กระทั่งถูกพ่อและตนคาดคั้นจึงยอมเปิดปากบอก หลังแจ้งความก็ไม่ไปทำงาน เพราะอับอาย และไม่คิดว่าพ่อกับแม่ จะมากินยาฆ่าตัวตายพร้อมกัน

 

 ด้าน พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี กล่าวว่า คดีนี้เป็นคดีสะเทือนใจ ประชาชนให้ความสนใจ ผู้ตายเป็นผู้เสียหายในคดีถูกนายจ้างข่มขืนกระทำชำเรา มาแจ้งความเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2559 มี พ.ต.ท.พิทักษ์ วาปีทะ เป็นพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ถึงแม้ว่าผู้เสียหายจะเสียชีวิตไปแล้ว แต่สิทธิการนำคดีอาญามาฟ้องย่อมไม่ระงับ ตำรวจจะสืบสวนสอบสวนต่อไป เพื่อติดตามผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี

 

 “ผู้เสียหายเสียชีวิตแล้ว ไม่สามารถติดตามทวงถามความเป็นธรรมให้กับตัวเองได้ พนักงานสอบสวนจะติดตามทวงถามสิทธิให้กับผู้ตาย ผมจะติดตามทวงถามให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ทั้งผู้เสียหายและผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งจะได้เรียกสอบปากคำผู้ใกล้ชิด คือ ลูกชาย และผู้ถูกกล่าวหา และหลักฐานการตรวจหาร่องรอยการถูกข่มขืน ที่ได้นำผู้เสียหายไปตรวจที่ รพ.ศูนย์อุดรธานี ซึ่งสามารถดำเนินคดีอาญาและคดีแพ่ง ให้ผู้เสียหายได้”  ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี กล่าว