ครบทุกรส สดทุกเรื่อง




สุดเศร้า!เผาศพเมียถูกนายจ้างขืนใจ ญาติตั้งรูปถ่ายบนโลงคู่กัน ลูกห่มผ้าเหลืองบวชอุทิศกุศลให้แม่
Font Size  

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 เวลา 18:19 น.

จากกรณีนายอุดม สาพรเจริญ อายุ 43 ปี และน.ส.สุภารัตน์ สายคำวงค์ อายุ 36 ปี 2 สามีภรรยาชาว จ.อุดรธานี กินยาฆ่าตัวพร้อมกันในบ้านเช่า ชุมชนบ้านหนองขาม ถ.นิตโย ต.หนองบัว อ.เมืองอุดรธานี ก่อนนั้นโดยเขียนจดหมายบรรยายความน้อยใจ ที่ไม่มีทรัพย์สินให้ลูกอยู่สุขสบาย แถมมีหนี้สินบัตรเครดิต สั่งเสียให้ลูกชายทวงความเป็นธรรมให้แม่ ที่ถูกนายจ้างข่มขืน 2 ครั้ง แต่ไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากเป็นคนจนเหตุเกิดเย็นวันที่ 12 ก.พ. ต่อมาวันที่ 13 ก.พ. นายอนุชิต สาพรเจริญ บุตรชายและญาติๆ ทำพิธีฌาปนกิจศพนายอุดม ที่เมรุวัดป่าบ้านหนองใส ต.หนองนาคำ อ.เมือง ก่อนเนื่องจากเมรุที่วัดฌาปนกิจศพได้เพียงวันละ 1 ศพ เท่านั้นตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น
 
 เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 14 ก.พ. ที่เมรุวัดป่าบ้านหนองใส ต.หนองนาคำ อ.เมือง จ.อุดรธานี นายชยาวุธ จันทร ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี พร้อมด้วย นายทวีศักดิ์ สารทรัพย์ ยุติธรรม จ.อุดรธานี ,นายวัชรินทร์ สุตลาวดี นายอำเภอเมืองอุดรธานี และ พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี เดินทางมาร่วมงานทำพิธีฌาปณกิจศพ น.ส.สุภารัตน์ สายคำวงค์ ผู้เป็นภรรยา หลังจากที่เมื่อวานนี้ได้ฌาปณกิจศพของนายอุดม ผู้เป็นสามีไปแล้ว โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างโศกเศร้า มีชาวบ้านที่คุ้นเคยและญาติผู้ตาย มาร่วมงานเกือบ 100 คน

 


 

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โดยในวันนี้นำรูปถ่ายของ 2 สามีภรรยา มาตั้งอยู่บนโลงศพน.ส.สุภารัตน์ที่เมรุ ส่วนที่ศาลาทำพิธีทางสงฆ์ โดยมีพระภิกษุและสามเณร 14 รูป รวมไปถึงนายอนุชิต สาพรเจริญ บุตรชายของผู้ตาย ที่ทำการบวชหน้าไฟอุทิศส่วนกุศลให้กับพ่อแม่ ซึ่งนายชยาวุธมอบเงินส่วนตัวร่วมทำบุญกับลูกชายผู้ตาย ส่วนนายทวีศักดิ์มอบเงินส่วนตัวให้กับแม่สามีของผู้ตาย หลังพิธีสงฆ์แล้ว นายชยาวุธทอดผ้ามหาบังสุกุลและวางดอกไม้จันทน์ ในการปนกิจศพ น.ส.สุภารัตน์

 


    
 
 นายชยาวุธ เปิดเผยว่า หลังจากได้ทราบเรื่องก็ได้กำชับ ผกก.สภ.เมืองอุดรฯ ให้เร่งรัดสอบสวนคดี ก็น่าเสียดายเป็นโศกนาฏกรรมในช่วงเทศกาลวันแห่งความรัก ที่ทั้งคู่ได้ตัดสินใจจบเสียชีวิตลง โดยทางตำรวจก็จะทำการเร่งรัดในคดีนี้ ติดตามผู้กระทำผิดมาลงโทษ แล้วก็คงดำเนินการตามกระขบวนการไป ในส่วนยุติธรรม จ.อุดรธานี จะดำเนินการให้การสงเคราะห์ตามกฎหมาย ผู้ประสบภัยจากคดีอาญา ซึ่งมีขั้นตอนอยู่ก็ต้องรอผลคดีไปประกอบ ก็สามารถช่วยเหลือทายาท ของผู้เสียชีวิต ได้อีกช่องทางหนึ่ง ในส่วนหนี้สินของผู้ตายสัญญาทางแพ่งยังไม่สิ้นสุด ได้มอบให้นายอำเภอ ซึ่งเป็นนายทะเบียน ในเรื่องของการทวงหนี้สิน เชิญเจ้าหนี้มาประนอมหนี้เป็นไปได้ ให้ยกหนี้สินของผู้ตายทั้งสองก็จะได้เป็นกุศลร่วมกันหรืออย่างน้อย ทำการประนอมหนี้ให้เหลือน้อยที่สุด จะไม่เป็นภาระญาติคนที่อยู่ด้านหลังดังกล่าว
 


 


 นายทวีศักดิ์ กล่าวว่า แนวทางการช่วยเหลือจะทำการเยียวยา ถ้าสำนวนของตำรวจส่งฟ้องไป ทางญาติจะได้ค่าตอบแทนผู้เสียหายในคดีอาญา เป็นเงินจำนวน 3-8 หมื่นบาท ตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 ดังกล่าว