ครบทุกรส สดทุกเรื่อง




วัฒนธรรมบุรีรัมย์ เร่งสืบหาที่มารูปปั้น "อวโลกิเตศวร" ประมูลผ่านโซเซียลว่อนเน็ต
Font Size  

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 เวลา 09:04 น.

จากกรณีที่มีการแชร์ภาพ ว่ามีการประมูล “รูปปั้นอวโลกิเตศวร” ผ่านโลกโซเชียลมูลค่าหลายล้านบาท นั้น นายชูชาติ ราชจันทร์ วัฒนธรรมจังหวัดบุรีรัมย์ เปิดเผยว่า จากที่มีการระบุว่า รูปปั้นดังกล่าวมาจากพื้นที่ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด  กำลังเร่งสืบค้นข้อมูลแหล่งที่มาของรูปปั้นดังกล่าว  รวมถึงประสานกับทางพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพิมาย  จ.นครราชสีมา  ซึ่งเป็นแหล่งเก็บรวบรวบวัตถุโบราณ ว่ามีวัตถุโบราณชิ้นใดหายไปหรือไม่  ซึ่งในเบื้องต้นจากข้อมูลทราบว่าวัตถุโบราณดังกล่าว ได้ถูกนำออกไปจากประเทศไทยตั้งแต่ปี 2507  และจากข้อมูลก็พบว่ามีการเปิดประมูลจริงที่ต่างประเทศ ส่วนเรื่องราคานั้นก็ขึ้นอยู่กับการสร้างกระแสข่าวเพื่อปั่นราคา  หากมีกระแสข่าวดังก็จะทำให้มูลค่าของวัตถุดังกล่าวเพิ่มสูงขึ้น

 

 

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ก็ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าวัตถุโบราณที่มีการประมูลผ่านโซเชียลดังกล่าว ได้มาจากพื้นที่อ.ประโคนชัย จริงหรือไม่  เพราะต้องรอการตรวจพิสูจน์หรือหาแหล่งที่มาของเจ้าหน้าที่กรมศิลปากรให้ชัดเจนอีกครั้ง แต่หากผลตรวจพิสูจน์ยืนยันแล้วพบว่าเป็นวัตถุโบราณที่หายไปจากพื้นที่จริง ผู้ที่ครอบครองจะต้องถูกกระแสกดดันจากสังคมให้นำกลับมาคืนยังแหล่งที่มา ส่วนการตรวจพิสูจน์ทางกรมศิลปากรจะได้ส่งเจ้าหน้าที่ ไปดำเนินการการตรวจสอบตามขั้นตอน รวมถึงตรวจสอบวัตถุโบราณของจริงที่มีการประมูล  ส่วนแนวทางจะขอคืนนั้นก็ต้องรอนโยบายของทางอธิบดีกรมศิลปากรอีกครั้ง

 

วัฒนธรรมจ.บุรีรัมย์  ยังกล่าวอีกว่า  อย่างไรก็ตามหากมองอีกมุมหนึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องดีทำให้เด็ก เยาวชนหันมาสนใจ และเกิดความรักหวงแหนทรัพย์สมบัติของชุมชนหรือประเทศชาติ ซึ่งในพื้นที่จ.บุรีรัมย์มีโบราณสถานโบราณวัตถุอยู่กว่า 200 แห่ง ที่เยาวชนคนรุ่นใหม่ไม่เล็งเห็นถึงคุณค่าของวัตถุโบราณที่เป็นมรดกอันล้ำค่าเท่าที่ควร   ดังนั้น กรณีดังกล่าวก็จะเป็นการปลุกกระแสให้วัยรุ่น เยาวชนคนรุ่นใหม่ หันมาอนุรักษ์หวงแหนโบราณสถานหรือโบราณวัตถุต่างๆ มากขึ้น