ครบทุกรส สดทุกเรื่อง




เป็นไปได้!! สาวพิการตาบอด 2 ข้างโดนจับข้อหาแช็ทเฟซบุ๊กหมิ่น! อดีตสส.รุดประกันตัว
Font Size  

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 เวลา 17:22 น.

 
  เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 26 ก.พ. นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีต สส.กทม.เขตบึงกุ่ม-คันนายาว พรรคเพื่อไทย นำน.ส.ไพลิน เกียงขวา อายุ 26 ปี ซึ่งเป็นผู้พิการตาบอดมองไม่เห็นทั้ง 2 ข้าง เข้ามอบตัวกับ ร.ต.อ.ณัฐภัทร พุทธังกุโร พนักงานสอบสวนสภ.เมืองกระบี่ ตามหมายจับศาลจังหวัดกระบี่ ลงวันที่ 19 ม.ค.2559 ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และนำข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น ซึ่งหลังจากมอบตัวได้ให้ปากคำปฏิเสธข้อกล่าวหา และนายพลภูมิได้ใช้วงเงิน 5 หมื่นบาทประกันตัวออกไป


 ร.ต.อ.ณัฐภัทร กล่าวว่า คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 58 โดยน.ส.ชนัดดา สาโรจน์ อายุ 34 ปี บ้านอยู่อำเภอเหนือคลอง จ.กระบี่ ได้เข้าแจ้งความกล่าวหาผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ "สตอเบอร์รี่ นมสด" ว่าเป็นผู้พิมพ์แช็ทด่าทอตัวเอง หลังจากได้พูดคุยกันเรื่องตุ๊กตาลูกเทพ ทำให้เกิดความเสียหาย หลังจากนั้นได้ทำการสอบสวนจนทราบชื่อจริงของเจ้าของเฟซบุ๊กรายดังกล่าวว่าคือน.ส.ไพลิน เกียงขวา และได้ออกหมายเรียก ก่อนที่จะออกหมายจับดังกล่าว

 


   ร.ต.อ.ณัฐภัทร กล่าวว่า ส่วนผู้ต้องหาที่เป็นผู้พิการตาบอดนั้น ก็ต้องทำการสอบสวนว่าเป็นผู้ใช้เอง หรือผู้อื่นใช้ แต่ขณะนี้ได้ให้ประกันตัวออกไปแล้ว และจะให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่ายในส่วนของผู้เสียหายที่แจ้งความวันนี้ก็ได้เชิญตัวมาพูดคุย แต่ก็ไม่ยินยอมที่จะถอนแจ้งความใดๆ ก็ต้องสอบสอบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป


  ส่วนน.ส.ไพลินกล่าวว่า ไม่ได้เล่นเฟซบุ๊ก เนื่องจากพิการตาบอดตั้งแต่อายุ 18 ปี และไม่เคยรับรู้เรื่องดังกล่าว ซึ่งหลังทราบว่ามีหมายจับก็ตกใจ ทางครอบครัวจึงได้ไปขอความช่วยเหลือกับผู้เกี่ยวข้อง ส่วนภาพที่ปรากฏในเฟซบุ๊กเป็นรูปของตนนั้น น่าจะมีผู้อื่นถ่ายแล้วนำไปลง

 


  นายพลภูมิ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวตนได้รับการร้องเรียน และเมื่อเข้าไปตรวจสอบจึงพบว่าผู้ต้องหานั้นเป็นผู้พิการตาบอด ไม่สามารถเล่นเฟซบุ๊กได้ ประกอบกับทางบ้านก็ฐานะไม่ดีนัก จึงได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ แม้ว่าวันนี้จะได้หารือกับทางผู้แจ้งความ แต่ก็ไม่สามารถตกลงกันได้ เนื่องจากทางผู้แจ้งความยังคงขอให้ติดตามหาตัวผู้เล่นที่สนทนาด่าทอตนเองให้ได้ ซึ่งคงเป็นหน้าที่ของตำรวจที่จะดำเนินการต่อไป


  พ.ต.อ.สมพงศ์ ทิพย์อาภากุล ผกก.สภ.เมืองกระบี่ กล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นหลังจากผู้เสียหายมาแจ้งความ ก็ได้มีการสืบสวนจนพบผู้ต้องหาและมีการออกหมายจับ แต่เมื่อทราบว่าเป็นผู้พิการตาบอด และให้การปฏิเสธก็ต้องว่าไปตามกระบวนการ โดยขณะนี้ได้แจ้งให้ไปเอาเอกสารรับรองการพิการ เพื่อประกอบสำนวนส่งอัยการว่าจะฟ้องหรือไม่ฟ้อง แต่ในกรณีที่เกิดขึ้นก็สามารถมองได้หลายมุม เช่น ผู้ต้องหาไม่ทราบจริงๆ ถูกผู้อื่นเอาชื่อไปใช้ หรือผู้ต้องหาทราบ โดยให้ผู้อื่นซึ่งเป็นบุคคลใกล้ชิดเล่นและอ่านให้ฟัง ก็เป็นไปได้อีกเช่นกัน แต่ทั้งนี้ก็จะให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งผู้เสียหายและผู้ถูกกล่าวหา