ครบทุกรส สดทุกเรื่อง




สุดเศร้าเผา “บันนี่เฟียร์” เพื่อนนางแบบร่วมอาลัย-ข้องใจหลับในมีรอยเบรค แม่ไม่ถือโทษแฟนหนุ่ม
Font Size  

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 เวลา 21:30 น.
จำนวนคนอ่านล่าสุด 506002 คน

จากกรณีน.ส.ฐิติทิพย์ สิงเห วัย 25 ปี หรือ "บันนี่เฟียร์" นางแบบนิตยสารเพลย์บอยไทยแลนด์ ประสบอุบัติเหตุรถเก๋งฮอนด้าแจ๊ซ สีขาว ทะเบียน ศส 3306 กทม. ที่ขับมา พร้อมกับนายภาคภูมิ ร่มไทรทอง หรือ "มาย ภาคภูมิ" อดีตผู้เข้าประกวดเดอะสตาร์ 9 และเจ้าของซิงเกิลเพลง "ไม่อยากเห็นเธอเป็นแบบนี้" เพื่อนชายคนสนิท ชนขอบแบร์ริเออร์บนทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ (ขาออก) ก่อนถึงทางลงด่วนลาดพร้าว ก.ม.13+400 บี แขวงและเขตลาดพร้าว กทม. จนเสียชีวิต ส่วนเพื่อนชายได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ก่อนเจ้าหน้าที่นำส่งรักษาตัวที่ร.พ.ลาดพร้าว เมื่อเช้ามืดวันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา จากนั้นญาติๆ นำศพนางแบบสาวมาตั้งสวดอภิธรรมที่วัดเทพลีลา หลังเกิดเหตุมีผู้เข้าไปแสดงความเสียใจและเขียนข้อความไว้อาลัยให้กับนางแบบ สาว ผ่านทางเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์เป็นจำนวนมากตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

 


 เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 27 ก.พ. ที่เมรุ วัดเทพลีลา (ตึก) พระอารามหลวง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางบุษกร นิตย์สุภาพ อายุ 50 ปี มารดาน้องเฟียร์ พร้อมครอบครัวสิงเห ร่วมกันจัดพีธีฌาปนกิจประชุมเพลิงศพน.ส.ฐิติทิพย์ หรือเฟียร์ สิงเห อายุ 24 ปี นางแบบนิตยสารเพลย์บอย หรือชื่อที่รู้จักกันในวงการนางแบบคือ "บันนี่ เฟียร์"

 


 ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า มีแขกและญาติ พร้อมทั้งกลุ่มเพื่อนนางแบบนิตยสารเพลย์บอย ต่างเดินทางเข้ามาร่วมงานเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ นายภาคภูมิ ร่มไทรทอง อายุ 24 ปี หรือมาย เดอะสตาร์ อดีตผู้เข้าประกวดร้องเพลงเดอะสตาร์ 9 เดินทางมาไว้อาลัยแฟนสาวด้วย ซึ่งตลอดระยะเวลาได้แยกตัวออกห่างจากทางครอบครัว และกลุ่มเพื่อนสนิทของผู้เสียชีวิต

 


 นางบุษกร กล่าวว่า อุปนิสัยปกติของน้องเฟียร์จะเป็นเด็กน่ารักเลี้ยงง่าย มีสติสัมปชัญญะดี รู้จักกาลเทศะ และมีสัมมาคารวะ เป็นลูกสาวคนโต มีน้องสาว และน้องชายคนสุดท้องในบรรดาพี่น้องทั้งหมด 3 คน เป็นคนชอบขับรถเองขับค่อนข้างเร็ว แต่มีสติอยู่ตลอดเวลา

 


 ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นอาจจะเกิดจากความผิดพลาดของระบบรถยนต์ หรือผู้โดยสารที่นั่งมาด้วย ก็ไม่อยากคาดเดา ทั้งนี้ เมื่อตอนที่น้องเฟียร์ยังมีชีวิตอยู่ ก็เคยเล่าให้ฟังว่า มีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกับแฟนหนุ่มบ้าง ซึ่งตนก็ไม่ได้ติดใจอะไร เพราะการที่คนเราคบกันมันก็ต้องมีบ้าง เป็นเรื่องปกติ นอกจากนี้ เรื่องลางสังหรณ์ก็ไม่ได้มีอะไรบ่งบอกให้แน่ชัด มีเพียงช่วงวันก่อนเกิดเหตุรู้สึกปวดหัวมาก แต่ในวันเกิดเหตุมีอาการปวดหัวแทบจะระเบิด โดยน้องเฟียร์ไม่ได้สั่งเสียบอกลากันสักคำ หากเป็นเช่นนั้นคงทำใจได้มากกว่านี้

 


 นางบุษกร กล่าวต่อว่า โดยขณะนี้ตนไม่ได้ติดใจถึงสาเหตุของการจากไปของบุตรสาว เนื่องจากเหตุมันเกิดขึ้นไปแล้ว ยังไงลูกสาวก็ไม่มีทางหวนกลับคืนมา และคงไม่มีใครอยากให้เรื่องร้ายเช่นนี้ ซึ่งปกติทางครอบครัวตนชอบปฎิบัติธรรมจึงเชื่อมั่นว่า "กรรมจะกำหนดของตัวมันเอง" มัวแต่ไปโทษคนอื่นก็คงไม่เกิดประโยชน์อะไร ทั้งนี้ ตนเข้าใจความรู้สึกหัวอกของคนเป็นพ่อเป็นแม่ ถ้าไปคิดโทษโกรธเคืองแฟนหนุ่มของลูกสาว ทางพ่อ-แม่ฝ่ายนั้นก็จะเป็นทุกข์


 นอกจากนี้ ยังไม่อยากให้สังคมรีบด่วนสรุปตัดสินใจคิดไปต่างๆ นานา เพราะในวันเกิดเหตุไม่มีผู้ใดได้รับทราบถึงข้อเท็จจริง โดยกฎแห่งกรรมมันมีข้อกำหนดของตัวมันเอง ส่วนเรื่องคดีความนั้นต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตนอยากให้ทุกฝ่ายอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข


 ด้านกลุ่มเพื่อนนางแบบนิตยสารเพลย์บอย เปิดเผยว่า ทางกลุ่มเพื่อนยังตั้งข้อสงสัยถึงสาเหตุการเสียชีวิตของเฟียร์ในหลายประเด็น ทั้งเรื่องที่นายมาย-ภาคภูมิ แฟนหนุ่มออกมาให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่าในช่วงก่อนเหตุขณะที่อยู่ภายในร้านอาหารย่านเกษตร-นวมินทร์ ที่เจ้าตัวออกมาเผยว่า ไม่ได้ทะเลาะกันแต่อย่างใด แต่ภาพจากกล้องวงจรปิดภายในร้านดังกล่าวพบว่า เจ้าตัวได้ฉุดกระชากแขนของแฟนสาว ก่อนน้องเฟียจะขึ้นไปในรถตรงฝั่งคนขับ ส่วนนายภาคภูมิได้เดินเข้าไปในร้าน จากนั้น กลับเข้ามาในรถฝั่งผู้โดยสารด้านหน้าข้างคนขับ ซึ่งขณะที่ทั้งคู่อยู่ภายในรถรวมเวลากว่า 3 นาที คล้ายกับมีการเจรจาอะไรกันบางอย่าง ก่อนน้องเฟียร์จะเร่งเครื่องยนต์ออกไปอย่างรวดเร็ว


 ส่วนอีกเรื่องคือช่วงขณะเกิดเหตุที่รถจะเสียหลักเลี้ยวซ้ายกระทันหัน ก่อนจะพุ่งชนเข้ากับกับแท่งแบริเออร์ทำไมถึงมีรอยเบรคของยางรถเป็นทางยาว ถ้าหากว่าผู้ขับขี่เกิดหลับในความเป็นจริง ก็คงไม่สามารถเหยียบเบรคได้จนมีรอยเบรคเป็นทางยาว


 “ส่วนด้านสังคมที่ตั้งข้อสันนิษฐานว่า เฟียร์เมาแล้วขับหรือไม่นั้น ซึ่งผลชันสูตรของสถาบันนิติเวช ก็สรุปสาเหตุของการเสียชีวิต โดยระบุเพียงว่าเลือดออกในช่องเยื่อหุ้มหัวใจฉีกขาด โดยไม่มีรายงานเรื่องระดับปริมาณแอลกอฮอลล์ในเลือดแม้แต่อย่างใด นอกจากนี้ เฟียร์เคยมาปรึกษาปัญหาส่วนตัวเรื่องแฟนหนุ่มไปแอบคุยกับสาวอื่น และเคยทะเลาะเบาะแว้งกันจนถึงขั้นลงไม้ลงมือ แต่ไม่มากนัก ซึ่งมีลักษณะคล้ายรอยขีดข่วนที่แขนเพียงเท่านั้น จนเฟียร์ต้องเข้าโรงพักเพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน แต่จำไม่ได้ว่าสน.อะไร ซึ่งเฟียร์เคยบ่นว่าอยากจะเลิกคบแต่ฝ่ายชายไม่ยอม พอเวลาโกรธกันฝ่ายชายมักจะมาง้อรอที่ร้านอาหารฟาสฟู้ด ซึ่งตั้งอยู่ด้านข้างของที่ทำงาน” กลุ่มเพื่อนสนิทกล่าว