ครบทุกรส สดทุกเรื่อง




แก๊งวัยรุ่นระนอง หย่าศึกหลังดื่มน้ำมนต์ 3 ป่าช้า สัญญาเลิกตี เดินสายเยี่ยมบ้าน
Font Size  

วันที่ 03 มีนาคม พ.ศ. 2559 เวลา 10:17 น.
จำนวนคนอ่านล่าสุด 164404 คน

จากกรณีที่กลุ่มเยาวชนหย่าศึกระหว่างกลุ่ม แก๊ง ของกลุ่มเยาวชนวัยรุ่น 3 ชุมชน 2 อำเภอ ที่ตั้งกลุ่มแก๊ง ก่อเหตุตีกัน ทำร้ายร่างกายกลุ่มต่างถิ่น โดยผู้กำกับการ สภ.เมืองระนอง และผู้กำกับการ สภ.ละอุ่น ได้ร่วมกันปรับทัศนคติ กลุ่มเยาวชน ที่มีแนวโน้มในการก่อเหตุความรุนแรง สมานฉันท์คู่ขัดแย้ง โดยนำแกนนำเยาวชนวัยรุ่น 30 คน มาจับมือกัน และดื่มน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ จาก 3 วัดป่าช้า ในจังหวัดระนอง ท่ามกลางสักขีพยาน จนเป็นที่ฮือฮากันทั่วประเทศ ล่าสุดมีการเดินทางมาเยี่ยมเยียน สวดกอด และการกัดแอปเปิ้ลลูกเดียวกันของน้องๆเยาวชน โดยเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายเห็นพ้องกันว่าแนวนี้น่าจะเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาระยะยาว สามารถนำมาเป็นระนองโมเดล ในการแก้ปัญหาวัยรุ่นตีกัน ให้จังหวัดอื่นๆสามารถนำรูปแบบไปใช้เป็นแบบอย่างได้เป็นอย่างดี   

 

 

เมื่อเวลา 08.00 น.  วันที่ 3 มี.ค.59 ความคืบหน้าโครงการสมานฉันท์ คู่ขัดแย้ง ดื่มน้ำมนต์ 3 วัดป่าช้า และสัญญาลูกผู้ชาย จะเป็นเพื่อนกันรักได้อย่างสนิทใจนั้น ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ ต.หาดส้มแป้น อ.เมืองระนอง จ.ระนอง ซึ่งเป็นตำบลเขตต่อเนื่อง กับ อ.ละอุ่น จ.ระนอง ที่มีคู่ขัดแย้งกันก่อนหน้า โดยพบว่า ที่บ้านผู้ปกครองท่านหนึ่ง ใน ต.หาดส้มแป้น ซึ่งมีบุตรชาย ได้รับบาดเจ็บจากเหตุทะเลาะวิวาทที่ฝ่ามือด้านซ้าย และอยู่ในระหว่างรักษาแผล 

 

พ.ต.ท.วัชรินทร์ หนูหลง สวป.สภ.เมืองระนอง พร้อมฝ่ายปกครอง อ.เมืองระนอง กำนัน สุชาติ คำวาศรี กำนัน ต.หาดส้มแป้น ได้มาร่วมรอรับ ผู้ปกครอง จาก อ.ละอุ่น แม่ของคู่กรณี ที่กำลังจะเดินทางมาเยี่ยมบุตรชาย ในขบวนเดินทางมีทั้ง พ.ต.ท.สนอง ประมวลศิลป์ สว.สส.สภ.ละอุ่น ,นายสายัญ เซ่งลั่น ปลัดอำเภอละอุ่น   และทหารชุดพัฒนามวลชลสัมพันธ์ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนแยก 1 ร่วมเป็นพี่เลี้ยงสังเกตการณ์ ได้นำแกนนำเยาวชนจาก อ.ละอุ่น จำนวน 4 คน มาเยี่ยมเพื่อนต่างถิ่น และผู้บาดเจ็บถึงบ้าน   

 

โดยนางวรรณดี ไทยเจริญ เจ้าบ้าน มารดาเยาวชนหาดส้มแป้น ได้พบกับ นางเตือนใจ รอดน้อย มารดาของเยาวชน อ.ละอุ่น ได้จับมือและโอบกอดไหล่กัน โดยนางวรรณดี  กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ทุกคนมาเยี่ยม อยากให้เด็กรักกันและสามัคคีเหมือนพี่เหมือนน้อง  อย่ารบอย่าทะเลาะกันเลย เจอหน้าให้ทักทายกัน อยู่ร่วมโลกเดียวกัน อย่ารบกันก็ดีใจแล้ว ส่วนนางเตือนใจ กล่าวว่า แม่ก็ดีใจที่เด็กจะได้ไม่รบกันอีก รวมทั้งได้มาเยี่ยมเยียนเพื่อนบ้านต่างถิ่น 

 

โดยบุตรชายนางวรรณดี ผู้บาดเจ็บในชุดกีฬาสีส้ม ได้ออกมาต้อนรับเพื่อนๆที่มาเยี่ยมถึงบ้าน ซึ่งคู่กรณีก่อนหน้าทั้ง 4 คน ได้นำกระเช้าผลไม้มามอบให้ เพื่อเยี่ยมอาการบาดเจ็บและให้หายเร็วๆ ทั้งหมดได้จับมือและสวมกอดคอกัน เหมือนกับเป็นพี่เป็นน้อง จากนั้น เยาวชนเจ้าบ้าน ได้หยิบแอปเปิ้ล ออกจากกระเช้าเยี่ยม กัดหนึ่งคำ แล้วส่งให้กับเพื่อนๆต่างถิ่น กัดและกินกันคนละคำ โดยไม่ได้แสดงความรังเกียจ แอปเปิ้ลผลเดียว น้องๆสามารถกินกันได้รอบวง ครบทั้ง 8 คน ท่ามกลางรอยยิ้มของเด็กๆและสักขีพยานทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์  

 

เยาวชนเจ้าบ้าน  กล่าวเปิดใจว่า  ดีใจที่พวกเราจะไม่รบกันอีกแล้ว  ผมว่าดีเหมือนกัน ไม่ต้องระหวาดระแวงกันอีก พร้อมขอบคุณเพื่อนๆที่มาเยี่ยม  

 

ระหว่างนั้นเยาวชนเจ้าถิ่นจากตำบลหาดส้มแป้น ได้เข้ามาสมทบร่วมวงอีก ก็มีการจับไม้จับมือกันอีกครั้ง ส่วนเยาวชน จาก อ.ละอุ่น แกนนำวัย 20 ปี กล่าวว่า  ขอบคุณทุกฝ่ายที่ได้นำพาพวกผมมาเยี่ยมเพื่อนหาดส้มแป้นถึงบ้าน และเวลาพวกผมออกไปไหนในเมือง หากเจอก็ให้ทักทายกันบ้าง

 

ด้าน พ.ต.ท.วัชรินทร์  หนูหลง  สารวัตรป้องกันและปราบปราม สภ.เมืองระนอง กล่าวว่า  ก่อนหน้านี้น้องๆ เข้าใจว่า ผู้หลักผู้ใหญ่  ไม่ได้ใส่ใจ  แต่ชั่วโมงนี้ยืนยันว่าผู้หลักผู้ใหญ่  ไม่ว่าทั้งฝ่ายปลัด ฝ่ายกำนัน ผู้ใหญ่ ตำรวจ ทหาร ครูบาอาจารย์ และทุกหน่วยงานเรามาช่วยกันดูแลกันแล้ว แต่ทุกคนก็ได้เห็นแล้วว่าเรามีความพร้อม  ที่จะมาร่วมกันแก้ไขปัญหา ซึ่งปัญหาการทะเลาะวิวาทถือเป็นปัญหาระดับประเทศ การแก้ปัญหาในครั้งนี้ อาจจะเป็นโมเดลต้นแบบของที่อื่นก็ได้ 

 

 

"ที่มาในวันนี้ ไม่ได้มาทำเพื่อเป็นข่าวหรือเป็นการแสดง แต่มาด้วยความจริงใจ ซึ่งอยากจะให้น้องๆทุกคนเข้าใจว่า ไม่มีใครที่ไม่เคยทำความผิด อยากได้ทุกคนได้เข้าใจ เป็นการทำกุศลครั้งใหญ่  ไม่บวชก็เหมือนกับบวช ที่ได้ทำความดีให้กับพ่อและแม่เห็น หากมีปัญหาขัดแย้งอะไรให้ไปหาหัวหน้าตำรวจที่ป้อมยามหาดส้มแป้น หรือกำนันหรือปลัดก็ได้ จะได้มีการประสานงานระหว่างผู้ใหญ่ร่วมกัน อย่าตัดสินใจกันเอง" 

 

ด้าน นายสุชาติ  คำวาศรี  กำนันตำบลหาดส้มแป้นกล่าวว่า ถือป็นนิมิตรหมายที่ดี ตั้งแต่วันที่ทราบข่าวว่ามีการทะเลาะวิวาทกับเยาวชนวัยรุ่นต่างถิ่น  รู้สึกไม่สบายใจ แต่ก็ได้มีการพูดคุยกับผู้ปกครอง ว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้เด็กๆกลุ่มนี้มาพูดคุยกัน  จนมีโครงการสมานฉันท์ต่อเนื่องจากทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองระนอง และ สภ.ละอุ่นเกิดขึ้นมา  เพื่อมาแก้ไขปัญหาให้กับกลุ่มเยาวชน และมีการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่หลายๆฝ่าย ซึ่งจากเมื่อวานนี้ที่ได้มีการดื่มน้ำมนต์ 3 วัดป่าช้าและจับมือร่วมกัน  จนทำให้เยาวชนเหล่านี้เกิดความคิดสร้างสรรค์ขึ้นมา  ผมคิดว่าโครงการนี้น่าจะเป็นโมเดลต้นแบบ ให้กับจังหวัดอื่นๆ  นำไปปฎิบัติ รวมทั้งการมาเยี่ยมเยียนกันเป็นพี่เป็นน้อง เป็นเพื่อนกัน  ต่อไปปัญหาเช่นนี้เชื่อว่าจะไม่เกิดขึ้นมาแน่นอน