ครบทุกรส สดทุกเรื่อง




ชีวิตสุดรันทด!ลูกสาววัย 59 ดูแลแม่ป่วยอัมพาต อาศัยเพิงพักกินข้าวต้มโรยเกลือประทังชีวิต
Font Size  

วันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2559 เวลา 18:24 น.
จำนวนคนอ่านล่าสุด 84757 คน

 เมื่อวันที่ 15 มี.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า ที่บ้านขวาง หมู่ 8 ต.ตั้งใจ อ.เมือง จ.สุรินทร์ มีนางมน สุดดี อายุ 84 ปี ร่างกายพิการไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ และน.ส.ลำดวน สุดดี อายุ 59 ปี ลูกสาว สุขภาพไม่ค่อยจะดี มีรายได้จากเบี้ยยังชีพคนชราของแม่ เพียงเดือนละ 600 บาท โดยสองแม่ลูกอาศัยอยู่ภายในบ้านหลังเล็กๆ มีสภาพเก่าผุพัง ไร้ที่พึ่ง ชีวิตความเป็นอยู่อย่างอัตคัดขัดสน ต้องอดมื้อกินมื้อ บางวันก็ไม่มีข้าวสารจะกรอกหม้อ วอนสื่อนำเสนอข่าวช่วย

 


 ผู้สื่อข่าวจึงรุดลงพื้นที่ไปตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่บ้านเลขที่ 28/3 บ้านขวาง หมู่ 8 ต.ตั้งใจ อ.เมือง จ.สุรินทร์ พบว่าบ้านของสองแม่ลูก เป็นบ้านไม้ยกสูงสภาพเก่าผุพัง มุงหลังคาสังกะสี มีรูรั่ว ตีฝาบ้านด้วยเศษไม้ พอบังแดดบังลมได้ แต่ไม่สามารถกันฝนได้ พบน.ส.ลำดวน ใช้ผ้าชุบน้ำเพื่อเช็ดตัวให้นางมน สุดดี อายุ 84 ปี ผู้เป็นแม่ ตอนเวลาเนื่องจากป่วยและเป็นอัมพาตไม่สามารถขยับตัวได้เอง ไม่มีเรี่ยวแรง แม้กระทั่งจะเคี้ยวอาหารหยาบได้ จึงต้องใช้ข้าวต้ม โรยด้วยเกลือ ป้อนเป็นอาหารพอประทังชีวิตไปวันๆ

 
 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังป้อนข้าวป้อนน้ำเสร็จ นางลำดวนก็จะทำกายบริการให้แม่อยู่ทุกวัน โดยการนวดบริเวณแขน ขา นิ้ว เพราะเกรงว่าแม่ตนจะปวดเมื่อย บางวันก็มีชาวบ้านมาเยี่ยม และนำอาหารแห้งติดไม้ติดมือมาฝาก เพราะด้วยความสงสาร เกรงจะพากันอดข้าว นางลำดวนถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เมื่อเห็นชาวบ้านรู้สึกเป็นห่วงตน วันนี้เป็นวันที่หมดนัดพอดีเพื่อนบ้าน จึงอาสานำรถกระบะมารับ เพื่อไปส่งที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน ไปตรวจดูอาการตามที่หมอนัด ซึ่งการเคลื่อนย้ายนางมนมีสภาพทุลักทุเลมาก ต้องใช้คนประมาณ 3-4 คน ช่วยกันแบกไปทั้งที่นอน กลางแดดที่ร้อนระอุ มีเพียงแค่ร่มคันเล็กๆ พอบังแดดให้ไปถึงโรงพยาบาล ซึ่งระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร หนึ่งเดือนต้องไปโรงพยาบาล ประมาณ 5-8 ครั้ง

 
 น.ส.ลำดวน กล่าวว่า เมื่อประมาณ 2-3 ปีก่อน ตนมีอาชีพรับจ้างทั่วไป เลี้ยงดูแม่ มีพี่น้องร่วมมารดา 5 คน นานๆ จะพากันกลับบ้านที ซึ่งนางมนจะเป็นคนที่หลงๆลืมๆ อยู่แล้ว วันหนึ่งเกิดลื่นล้ม แขนหัก แล้วเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จ.สุรินทร์ ต่อมาก็ไม่สามารถจะลุกเดินได้ ด้วยความจนก็ต้องตนจึงให้แม่นอนรักษาตัวอยู่บ้าน รักษาตามมีตามเกิด ตาก็เริ่มพร่ามัว ตนต้องหยุดรับงาน เพื่อมาดูแลแม่อย่างใกล้ชิด เพราะแม่ของตนไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ พี่น้องที่เคยกลับมาเยี่ยมแม่ ก็ไม่กลับมาอีกเลย และไม่มีใครส่งเสียช่วยค่าเลี้ยงดูอีกด้วย


 ส่วนเรื่องการกิน ก็ได้เพื่อนบ้านช่วยกันหยิบยื่นบ้าง มีร้านอาหารอยู่ข้างบ้าน จะแบ่งเนื้อหมูมาให้ทุกเช้า เพื่อนำมาสับเป็นชิ้นเล็กต้มข้าวป้อนแม่ ตนรู้สึกเศร้าใจ พร้อมกับรู้สึกซาบซึ้งในเวลาเดียวกัน พี่น้องตนไม่มาเหลียวแลแม่ แต่กลับพบน้ำใจของชาวบ้านที่ช่วยเหลือเกื้อกูล ตนจะได้เบี้ยคนชราของแม่ทุกเดือน เดือนละ 600 บาท พอหุงหาอาหารได้ แต่แม่ไม่ได้เบี้ยคนพิการ เพราะตนไม่มีค่ารถจะพาแม่ไปขอใบรับรองแพทย์ ที่โรงพยาบาลสุรินทร์ เพื่อมายื่นขอเบิกเบี้ยคนพิการ ลำพังเพื่อนบ้านพาไปโรงพยาบาลโดยไม่คิดค่ารถ แค่นี้ตนก็เกรงใจมากแล้ว


 นางเสรีย์ จำปาทอง อายุ 54 ปี บ้านเลขที่ 28/1 หมู่ 8 ต.ตั้งใจ อ.เมือง จ.สุรินทร์ เพื่อนบ้าน กล่าวว่า ตนก็ลำบากเหมือนกัน เพราะต้องหาเช้ากินค่ำ ตนรู้สึกสงสาร เพราะว่าตนก็เป็นโรคร้ายเหมือนกันไม่รู้จะมีชีวิตไปได้อีกนานแค่ไหน แต่ถ้าตนไม่เข้ามาช่วยดูแล เกรงว่า 2 แม่ลูกจะไม่มีกิน ตนจึงก็พยายามจะช่วยเหลือทุกวิถีทาง ทั้งข้าวสาร ทั้งพาไปส่งที่โรงพยาบาล โดยไม่เคยคิดค่ารถแม้แต่บาทเดียว บางเดือนก็พาไปส่งที่โรงพยาบาล 7-8 ครั้ง เพื่อพาไปรักษาตัว ตนรู้สึกสงสาร 2 แม่ลูกคู่นี้มาก นางมนมีลูก 5 คน แต่กลับถูกทอดทิ้งไม่เหลียวแล เหลือแต่ลูกสาวคนโต ซึ่งสภาพร่างกายก็ย่ำแย่แล้ว ที่คอยเลี้ยงดูแม่

 
 จึงขอวิงวอนผู้ใจบุญที่เห็นใจและต้องการช่วยเหลือ 2 แม่ลูกชีวิตสุดรันทด สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ นางเสรีย์ จำปาทอง (เพื่อนบ้าน) เบอร์โทร 082-863-8893 นางชัน พุ่มพวง (ผู้ใหญ่บ้าน) เบอร์โทร 080-172-8559 หรือบริจาคผ่านบัญชีช่วยเหลือได้ที่ ชื่อบัญชี นางลำดวน สุดดี และ นายชัน พุ่มพวง และ นางโนรีย์ มั่นหมาย ธนาคารกรุงไทย สาขาจอมพระ เลขที่บัญชี 320-0-48185-4 หมายเหตุ เหตุที่เปิดบัญชีร่วมเพราะเป็นการคุมค่าใช้จ่าย ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด โดยเป็นคณะกรรมการหมู่บ้านและชี้แจงให้ลูกบ้านทราบความเคลื่อนไหวของบัญชี