ครบทุกรส สดทุกเรื่อง




คุมตัวเสี่ยเบนซ์ฝากขังผัดแรก นอนมาศาล รพ. ยันขอตรวจเลือดแล้ว เจนภพ อ้างกลัวเข็ม
Font Size  

วันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2559 เวลา 17:24 น.

วันที่ 18 มี.ค. ที่กองบังการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผบก.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.สุรินทร์ ทับพันบุบผา รองผบก.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยทีมพนักงานสอบสวน ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา ร่วมกันแถลงข่าวความคืบหน้าของคดี โดย พล.ต.ต.สุทธิ กล่าวว่า  ได้มีการโอนย้ายสำนวนคดีรถเบนซ์ชนรถเก๋งของนักศึกษาปริญญาโทเสียชีวิต 2 ราย มาให้พนักงานสอบสวน ของภ.จ.พระนครศรีอยุธยา ดำเนินการ  จึงได้ตั้งทีมงานในการสอบสวนทีมีความรู้ความสามารถจำนวน 9 นาย มีพ.ต.อ.สุรินทร์ ทับพันบุบผา รองผบก. เป็นหัวหน้าชุด เพื่อให้สังคมเกิดความเชื่อมั่นในการทำงานของพนักงานสอบสวน สามารถตรวจสอบได้

 

 

วันเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจ นำตัวนายเจนภพ วีรพร ผู้ต้องหาคดีขับรถยนต์โดยประมาท ทำให้ทรัพย์สินเสียหาย ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ขึ้นรถพยาบาลของโรงพยาบาลสมิติเวช พร้อมด้วยพยาบาล นำตัวนายเจนภพมายังศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยเข้าจอดด้านหลังศาล  นายเจนภพนอนอยู่บนเตียง  ยังให้น้ำเกลืออยู่ แล้วเข็นเตียงขึ้นเข้าไปยังศาล  ใช้เวลาในการฝากขังประมาณ  50 นาที จึงนำออกไปรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาล

 

พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผบ.ตร. กล่าวว่า พนักงานสอบสวนได้ควบคุมตัวผู้ต้องหามาฝากขังผัดแรก โดยศาลได้สั่งขังผู้ต้องหาเป็นเวลา 12 วัน  ทางทนายความได้ยื่นเงินสดจำนวน 200,000 บาทประกันตัว เพื่อนำผู้ต้องหาไปรักษาตัว ศาลได้อนุมัติ โดยศาลได้ สั่งห้ามออกนอกประเทศ และให้เจ้าหน้าที่ตำรวจยึดใบอนุญาตขับขี่รถยนต์  และ ต้องมารายงานตัวต่อศาลตามที่ศาลสั่ง  ในช่วงระยะเวลา12 วัน   พนักงานสอบสวนจะเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อแจ้งข้อหาเพิ่มเติม

 

ทั้งนี้ ล่าสุดพนักงานสอบสวนได้นำตัว นายเจนภพ ไปขออำนาจศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาฝากขังผัดแรก 12 วัน ในข้อหาเมาแล้วขับจนทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ขับรถโดยประมาท และเพิ่มข้อหาขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่(ไม่ยอมให้ตรวจวัดแอลกอฮอล์ในร่างกาย) โดยพนักงานสอบสวนให้เหตุผลว่า การสอบสวนคดียังไม่แล้วเสร็จ อีกทั้งยังต้องรอผลตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ จากผู้เชี่ยวชาญ จึงจำเป็นต้องขออำนาจศาลฝากขัง โดยนายเจนภพได้นอนมาบนเตียงผู้ป่วย มีพยาบาลคอยดูแล รวมถึง นายเจริญ แก้วยอดหล้า ทนายความส่วนตัวเดินทางมาด้วย โดยปฏิเสธที่จะตอบคำถามกับสื่อมวลชน

 

ขณะที่ผู้ต้องหาพร้อมทนายความได้ยื่นหลักทรัพย์ขอประกันตัวจากศาล เป็นเงิน 2 แสนบาท ศาลได้วิเคราะห์ให้ประกันตัวได้เพื่อให้ผู้ต้องหาได้กลับไปพักรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาล โดยอยู่ใน 4 เงื่อนไขคือ ห้ามเดินทางออกนอกประเทศ ห้ามขับขี่รถทุกประเภท ให้ยึดใบอนุญาตใบขับขี่ และต้องมารายงานตัวต่อศาลทุกครั้งเมื่อมีหมายศาล 


วันเดียวกัน ที่โรงพยาบาลบางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผบ.ตร. พล.ต.ต.วราวุธ ทวีชัยการ รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผบก.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.สุรินทร์ ทับพันบุบผา รอง ผบก.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยทีมพนักงานสอบสวน เข้าตรวจสอบภายในห้องฉุกเฉิน และสอบสวน น.ส.สุวัจนา ภักดิ์ภูมินทร์ พยาบาล นายอดิสร จันทร์เป้า พนักงานเปล ที่อยู่ในห้องฉุกเฉิน วันที่นายเจนภพ วีรพร คนขับรถเบนซ์ ถูกส่งมารักษาตัว โดยพยาบาและพนักงานเปล ยืนยันตรงกันว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้บอกให้ช่วยเจาะตรวจเลือดด้วย แต่นายเจนภพปฎิเสธไม่ยอม พยาบาลจึงให้พนักงานเปลเข้ามาช่วยพูด แต่นายเจนภพบอกว่าไม่ได้ครับ ไม่ให้ตรวจ ผมกลัวเข็ม จะให้ รพ.สมิติเวช ตรวจอย่างเดียว เจ้าหน้าที่จึงไม่ได้ตรวจ  

 

"ที่เดินทางมาที่โรงพยาบาล เพื่อมาสอบสวนพยาบาล และพนักงานเปล ถึงเหตุการณ์ในวันนั้น ว่าตรงกับที่ทางพนักงานสอบสวนแจ้ง ว่าได้บอกให้พยาบาล ช่วยเจาะเลือดนายเจนพบแล้วแต่ถูกปฎิเสธ ได้รับข้อเท็จจริงพอสมควร จึงได้ให้พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนพยาบาลและเวรเปล ประกอบสำนวนคดีเพื่อแจ้งข้อกล่าหาเพิ่มเติมกับนายเจนภพ ในข้อหา ขัดขวางการปฎิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ในส่วนของการตรวจหาสารเสพติด ที่หลายคนสงสัยว่าผ่านมาหลายวันจะตรวจหาได้หรือไม่ ตนเองทำงานยาเสพติดมายืนยันว่ายังสามารถตรวจได้โดยตรวจจากเส้นผมหรือในร่างกายสารเสพติดหรือยายังคงอยู่ในร่างกาย ขณะนี้พนักงานสอบสวนชุดใหม่ที่ทำหน้าที่อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขออนุญาตศาลออกหมายขัง สำนวนคดีทั้งหมดคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 2-3 วันนี้"พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าว