ครบทุกรส สดทุกเรื่อง




“พงศพัศ” รุดให้กำลังใจพ่อ-แม่ “หนุ่มโต้ง” เหยื่อเบนซ์ชน มอบเงินช่วยเหลือครอบครัว
Font Size  

วันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2559 เวลา 14:48 น.
จำนวนคนอ่านล่าสุด 17965 คน

 เมื่อเวลา 09.00 น. ที่สถานีตำรวจภูธรขลุง อ.ขลุง จ.จันทบุรี พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผบ.ตร. เดินทางไปมอบนโยบายให้กับตำรวจสภ.ขลุง ก่อนเดินทางไปที่บ้านคลองขลุง หมู่ 9 ต.เกวียนหัก อ.ขลุง จ.จันทบุรี เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจครอบครัวของนายโต้ง หรือนายกฤษณะ ถาวร นิสิตปริญญาโท คนขับรถฟอร์ด หนึ่งในผู้เสียชีวิต จากเหตุการณ์รถเบนซ์ชนจนไฟคลอกเสียชีวิต 2 ราย เมื่อวันที่ 13 มี.ค. ที่ผ่านมา โดยมีนายกล้าณรงค์ พงษ์เจริญ รองผวจ.จันทบุรี พล.ต.ต.จรัล จิตเจือจุน ผบก.ภ.จ.จันทบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ตร.สภ.ขลุง เจ้าหน้าที่ทหาร ตลอดจนนายไพบูลย์ นางทองทิพย์ ถาวร บิดามารดา ของนายกฤษณะ และครอบครัว ให้การต้อนรับ

 

 
 พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มอบหมายให้ตนเข้ามากำกับดูแลในคดีดังกล่าว โดยกำชับให้ทำงานอย่างเร่งรัด รอบคอบและตรงไปตรงมา ทั้งนี้ ผบ.ตร.ได้มอบเงินมาช่วยเหลือครอบครัวของนายกฤษณะด้วยจำนวนหนึ่ง พร้อมกล่าวขอโทษ ในนามสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าที่ผ่านมามีกระแสสังคมกล่าวหาว่าตำรวจทำงานล่าช้า และมีแนวโน้มว่า จะทำคดีในลักษณะปกป้องผู้กระทำผิด โดยเฉพาะคำให้สัมภาษณ์ของ ผกก.สภ.พระอินทร์ราชา เจ้าของพื้นที่ที่เกิดเหตุ ตลอดจนการทำงานของพนักงานสอบสวน ซึ่งมีความล่าช้า ถูกมองว่าเอนเอียงไปทางผู้ต้องหา

 

 
 พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวต่อว่า มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ตามมาเป็นจำนวนมาก โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับรายงานในเรื่องดังกล่าว เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม จึงมีคำสั่งให้ย้ายตำรวจทั้งสองนาย ออกจากพื้นที่ และแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนมือดีจำนวน 9 นายเข้ามาดูแลเรื่องดังกล่าว ส่วนเรื่องคดีได้อายัดตัว พร้อมตั้งข้อหาให้กับคนขับรถเบนซ์รายนี้ โดยเบื้องต้นได้ตั้งข้อหาขับรถโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โดยมีการยึดใบขับขี่ ห้ามขับรถทุกชนิด ห้ามเดินทางออกนอกประเทศ โดยผู้ต้องหายังอยู่ในระหว่างขอประกันตัว ซึ่งคดีนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ จะทำการสอบสวนพยานแวดล้อมในวันเกิดเหตุ ตั้งแต่ผู้ต้องหา ขับรถชนแผงกั้นไปจนถึงที่เกิดเหตุ ระยะทางประมาน 70 กิโลเมตร ว่าใช้เวลานานเท่าไร ใช้ความเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนดหรือไม่

 
 ส่วนเรื่องที่ผู้ต้องหาไม่ยอมเป่าตรวจหาแอลกอฮอล์นั้น จากการสืบสวนทราบว่า ในวันเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ขอตรวจเลือดเพื่อวัดปริมาณแอลกอฮอล์ ผู้ต้องหาไม่ยอมให้ตรวจทางตร.ได้แจ้งข้อหาขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ และจะแจ้งขอหาไปเรื่อยๆ ตามพยานหลักฐานที่ปรากฏ ทั้งผู้ต้องหาและผู้กำกับการพนักงานสอบสวน สภ.พระอินทร์ราชาว่า ถ้าผลการสอบสวนออกมาว่ามีความผิด ทุกคนต้องรับโทษตามกฎหมาย คงใช้เวลาไม่นาน เนื่องจากพยานหลักฐานค่อนข้างชัดเจน ทั้งพยานบุคคลและคลิปวีดีโอ นอกจากนี้ ตนยังให้กำลังใจครอบครัวถาวร คุณพ่อคุณแม่ ของนายกฤษณะ ผู้เสียชีวิต ว่า ตำรวจจะทำคดีนี้อย่างตรงไปตรงมา ตามข้อเท็จจริง และจะมีการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างแน่นอน

 
 ด้านนายไพบูลย์ และนางทองทิพย์ ถาวร บิดามารดาของผู้ตาย กล่าวว่า ทางครอบครัวถาวร ฝากเจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียชีวิต และบอกว่าสำหรับ เถ้ากระดูกของนายกฤษณะ ทางครอบครัวจะนำไปลอยอังคารที่ประเทศอินเดีย เป็นประเทศที่ทั้งสองตั้งใจจะไป แต่ยังไม่ได้ไป โดยจะไปในช่วงวันเวลาที่เหมาะสม