ครบทุกรส สดทุกเรื่อง




ตร.แถลงชัด"เจนภพ"เหยียบ257กม./ชม. "พ่อเหยื่อ"งง! บ.เบนซ์ปฏิเสธตรวจวัดความเร็ว
Font Size  

วันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2559 เวลา 13:55 น.
จำนวนคนอ่านล่าสุด 80772 คน


 จากกรณีนายเจนภพ วีรพร ขับรถยนต์เบนซ์พุ่งชนท้ายรถยนต์ฟอร์ด ทำให้เพลิงไหม้ เป็นเหตุให้นายกฤษณะ ถาวี และน.ส.ธันฐภัทร์ ฮ้อแสงชัย นิสิตปริญญาโท มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยเสียชีวิตคาซากรถนั้น


   ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 29 มี.ค.ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผบ.ตร. พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผบช.ภาค 1 พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.สุรินทร์ ทัพพันบุบผา รองผบก. ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา หัวหน้าทีมสอบสวน เข้าร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าของคดี พร้อมกับทีมทนายความของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย

 


  พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวว่า ขณะนี้การสอบสวนพยานที่มีส่วนเกี่ยวข้องจำนวน 41 ปาก สอบไปแล้ว 29 ปาก เหลืออีก 12 ปาก ซึ่งบางส่วนเป็นญาติของผู้เสียชีวิตที่ยังไม่สะดวกในการให้ปากคำ รวมถึงรอผลพิสูจน์หลักฐาน ทางวิทยาศาสตร์ รวมไปถึงการตรวจวัดความเร็วของรถเบนซ์ ซึ่งทางบริษัทเมอร์เซเดสเบนซ์ ประเทศไทยปฎิเสธที่จะตรวจ ทางตำรวจได้ประสานไปยังบริษัทเมอร์เซเดสเบนซ์ ประเทศฮ่องกง ซึ่งจะส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจในช่วงปลายเดือน วันนี้จะให้ทางญาติของผู้เสียชีวิตร่วมรับฟังการแถลงข่าวด้วย


  พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวว่า พนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวนพยานและรวบรวมพยานหลักฐานต่างต่างๆ เริ่มตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ พยานขณะเกิดเหตุ พยานหลังเกิดเหตุ พยานแวดล้อม พยานผู้เชียวชาญ เกือบครบแล้ว พนักงานสอบสวนมีความมั่นใจ พยานและหลักฐานต่างๆ สามารถดำเนินคดีกับผู้ต้องหาได้อย่างแน่นอน ภายในสิ้นเดือนนี้สามารถรวบรวมพยานหลักฐานส่งอัยการฟ้องได้ สำหรับนายเจนภพมีกำหนดฝากขัง ในวันที่ 29 มี.ค.พนักงานสอบสวนได้ฝากขังในพลัดที่ 2 แล้วมีกำหนดฝากครั้งอีกครั้งในวันที่ 10 เม.ย.


 "สำหรับผลการตรวจพิสูจน์เรื่องของความเร็ว ซึ่งทำการตรวจจากภาพจากกล้องหน้ารถของพยาน คำนวณทางหลักวิทยาศาสตร์ ทราบผลความเร็วที่ 215-257 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยเตรียมที่จะตั้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมอีก คือขับรถเร็วกว่าที่กฎหมายกำหนด ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของบุคคลอื่น"พ.ต.อ.พงศพัศกล่าว


 พล.ต.อ.พงพัศกล่าวว่า นอกจากนี้ ได้ประสานกับทางโรงพยาบาลตำรวจแล้วสามารถนำเส้นผมของตัวนายเจนภพไปตรวจพิสูจน์เพื่อหาสารเสพติดได้ โดยทำหนังสือของเลือดของนายเจนภพ ซึ่งทางโรงพยาบาลสมิตเวช ได้ทำการเจาะเลือดเอาไว้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 13 มี.ค. เมื่อได้รับเลือดจะนำมาให้ทางโรงพยาบาลตำรวจตรวจพิสูจน์ รายละเอียดของการสอบสวนและพยานหลักฐานส่วนอื่นขอไม่เปิดเผย เพราะจะทำให้เสียรูปคดี การขับรถเร็วบนทางด่วน ซึ่งมีความชัดเจนแล้วทำไมไม่มีการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เรื่องนี้ต้องทำการสอบสวนต่อไป

 


  นายทิวากร ฮ้อแสงชัย พ่อของน.ส.ธันฐภัทร์กล่าวว่า มีข้อสงสัยในประเด็นของของการตรวจเลือดของผู้ต้องหาว่าผู้ต้องหามีฐานะเป็นผู้ต้องหาเมื่อใด และผู้ต้องหามีสิทธิ์ที่จะไม่ยอมเจาะเลือดได้หรือไม่ ความรู้สึกส่วนตัวผู้ต้องหาไม่น่าจะปฎิเสธได้ ในเรื่องของที่บริษัทเบนซ์ในประเทศไทยปฎิเสธที่จะตรวจเรื่องของความเร็วรถ และเรื่องการร้องขอให้ผู้เชี่ยชาญจากต่างประเทศเข้ามาทำการตรวจสอบ ในสองเรื่องนี้ขอให้รอบครอบมากที่สุดในการประกอบสำนวน และในเรื่องของเหตุการณ์บนทางด่วนที่ชนแผงกันแล้วทำไมปล่อยไป ไม่มีการควบคุมตัว และมีการขับรถเร็วด้วย ถ้าเราปล่อยเรื่องนี้ไป จะเป็นตัวอย่างที่คนอื่นนำไปทำบ้างแล้วไม่ผิด อยากให้คดีของลูกชายตนเองเป็นคดีตัวอย่าง ถึงกระบวนการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และกระบวนการกฎหมายไทย