มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 52657 คน
วันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2556 เวลา 08:55 น.  ข่าวสดออนไลน์


ชิงสึกหนี อจ.หรีดคลิปโฉ่ ที่แท้นัวเนีย"สีกา" พระเกจิดังเขาอ้อ วัดปาโมกข์พังงา "สามี"-มือถ่ายแฉเบื้องหลังภาพลับ

ที่แท้ "พระอาจารย์หรีด" เกจิสายเขาอ้อแห่ง วัดปาโมกข์ พระในคลิปฉาวเปลือยคู่กับสีกาสาวใหญ่ภูเก็ต เผยดอดพบเจ้าคณะจังหวัดพังงาขอสึกเงียบหายตัวไปแล้ว ด้านสามีผู้ถ่ายคลิปลับแฉที่ผ่านมาพบว่าอดีตพระฉาวมาที่บ้านบ่อยๆ ผิดสังเกตเลยตั้งกล้องบันทึกภาพไว้ ไม่นึกว่าภรรยาที่อยู่กันนานนับสิบๆ ปีจะทำเช่นนี้ ตอนแรกจะบุกไปฆ่าชู้เมียแต่มีสตินึกขึ้นได้เลยหอบไปให้เจ้าคณะดำเนินการ แผงพระแห่เลิกจองวัตถุมงคลหลังข่าวอื้อฉาว



จากกรณีเหตุการณ์สะเทือนพระศาสนา มีคลิปอื้อฉาวพระภิกษุชื่อดัง หน้าคล้ายพระเกจิอาจารย์และเจ้าอาวาสวัดใน ต.ท่านา อ.กะปง จ.พังงา เปลือยกายนัวเนียสัมพันธ์กับลูกศิษย์ผู้หญิงที่อ้างว่าเป็นไฮโซสาวใหญ่เมืองภูเก็ต เผยแพร่ในโซเชี่ยลมีเดีย ซึ่งคลิปวิดีโอดังกล่าวถ่ายจากกล้องขนาดเล็กที่ซุกซ่อนอยู่หลังโทรทัศน์ ภายในห้องรับแขกหลังหนึ่ง ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต มีทั้งหมด 4 คลิป ความยาวคลิปละ 1 ช.ม.



สำหรับคลิปวิดีโอที่เผยแพร่นั้นเป็นภาพ ผู้หญิงคนดังกล่าวเปิดประตูห้องรับแขก พาพระอาจารย์ชื่อดังเดินเข้ามาภายในบ้าน จากนั้นฝ่ายหญิงได้ถอดเสื้อผ้าออกจนหมดและเดินจูงมือพระเกจิอาจารย์ชื่อดังที่อยู่ในสภาพเปลือยกายเช่นกันเดินหายไปยังฉากด้านหลัง นอกจากนี้ บางตอนยังเห็นว่าฝ่ายหญิงนับเงินให้ด้วย



ต่อมาสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติจังหวัดพังงา สืบสวนพบว่าพระในคลิปอื้อฉาวเป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดัง และเจ้าอาวาสวัดปาโมกข์ หรือวัดปากพู่ ต.ท่านา อ.กะปง จ.พังงา คือพระครูบุญญาภินันท์ หรือ พระอาจารย์หรีด พระเกจิสายเขาอ้อ และเป็นเจ้าคณะอำเภอกะปงด้วย หลังจากเกิดเหตุอื้อฉาวขึ้น พระสังฆาธิการชั้นผู้ใหญ่ได้ติดต่อพระครูบุญญาภินันท์มาสอบถามกับเหตุการณ์ดังกล่าว จนสุดท้าย พระรูปดังกล่าวติดต่อขอลาสิกขากับพระเทพปัญญาโมลี เจ้าคณะจังหวัดพังงา และเจ้าอาวาสวัดประชุมโยธี พระอารามหลวงในเวลาต่อมา



เมื่อวันที่ 18 ก.ย. ที่วัดประชุมโยธี พระอารามหลวง พระเทพปัญญาโมลี เจ้าคณะจังหวัดพังงา เปิดเผยเมื่อเวลา 04.00 น.พระครูบุญญาภินันท์ได้เดินทางมายื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดปาโมกข์ ต.ท่านา อ.กะปง และลาออกจากเจ้าคณะอำเภอกะปง พร้อมกับให้ทำพิธีลาสิกขาให้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งหลังจากลาสิกขาแล้วได้สวมใส่ชุดขาวและมีลูกศิษย์มารับออกไปจากวัดโดยไม่ได้แจ้งว่าเดินทางไปไหน



ทั้งนี้ ในช่วงค่ำวันที่ 17 ก.ย. หลังจากมีข่าวดังออกไป ทางฝ่ายปกครองคณะสงฆ์ของจังหวัดพังงาได้ดำเนินการสอบสวน พร้อมขอหลักฐานจากฝ่ายต่างๆ มาตรวจสอบดู และสอบถามไปยังเจ้าตัว ซึ่งก็นิ่งไม่ยอมรับหรือปฏิเสธ ต่อมาในช่วง 21.00 น. พระครูแจ้งว่า จะเดินทางมาพบกับเจ้าคณะจังหวัด หลังจากนั้นก็ได้เข้าพบในในช่วงเวลา 04.00 น. พร้อมกับกล่าวเพียงว่าหมดวาสนาจะได้อยู่ใต้ร่มกาสาวพัสตร์ต่อไป พร้อมกับได้ฝากปัจจัยและงานต่างๆ ของวัดที่ยังค้างอยู่ ให้คณะสงฆ์ที่รับผิดชอบดำเนินการต่อไป



บ่ายวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังวัดปาโมกข์ และกุฏิของอดีตพระอาจารย์หรีดบรรยากาศเต็มไปด้วยความเงียบเหงา เนื่องจาก ปิดประตูเงียบ มีเพียงญาติโยมบางส่วนที่ไม่เชื่อในข่าวที่ปรากฏเดินทางมาวัด นั่งพูดคุยวิพากษ์วิจารณ์กับเหตุการณ์ที่เป็นข่าวกันต่างๆ นานา มีบางส่วนไม่เชื่อในข่าวที่ปรากฏ ยังคงรอพบอาจารย์หรีดเพื่อขอสอบถามความจริงจากปาก แต่ก็ผิดหวังกันไปตามๆ นอกจากนี้พบกลุ่มผู้สื่อข่าวจากหลายสำนักเดินทางรอทำข่าวกันจำนวนมาก มีลูกศิษย์วัดบอกเพียงว่าพระอาจารย์ไม่อยู่และไม่ขอให้ข้อมูลใดทั้งสิ้น นอกจากนี้ลูกศิษย์ของอาจารย์หรีด ทั้งในจ.ภูเก็ตและพังงา ที่เดินทางมาบางส่วนรับไม่ได้กับเหตุการณ์ดังกล่าวบางคนถึงกับร้องไห้ เมื่อทราบข่าวว่าอดีตพระอาจารย์ลาสิกขาไปแล้ว



ผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์กับเจ้าของคลิปคนที่ตั้งกล้องบันทึกเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งเป็นสามีของหญิงสาวที่ปรากฏในคลิปว่า ตนรู้สึกแปลกใจและสงสัยในพฤติกรรมของภรรยาตัวเองซึ่งอยู่กินด้วยกันมา 30 กว่าปี และมีลูกด้วยกัน 1 คน เพราะในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา พระอาจารย์คนดังกล่าวได้เดินทางไปมาหาสู่ที่บ้านและร้านของตนอย่างต่อเนื่อง ตอนแรกตนก็ไม่คิดอะไร เพราะเห็นว่าเป็นถึงพระเกจิชื่อดังที่น่านับถือของคนหลายจังหวัด แต่ทว่านานๆ เข้า มีหลายอย่างผิดสังเกต จึงตัดสินใจตั้งกล้องเพื่อบันทึกเหตุการณ์ไว้ จนกระทั่งวันหนึ่งเดินทางกลับมาถึงบ้านและเปิดภาพจากวิดีโอขึ้นมาดูถึงกับต้องตกตะลึงกับภาพที่ปรากฏและรับไม่ได้ เสียใจเป็นอย่างมากจนอธิบายไม่ถูก ถึงขั้นคิดจะเดินทางไปเอาชีวิตพระดังกล่าวให้ตายไปเสีย แต่ก็คิดได้ว่าไม่ควร จึงบันทึกภาพนำวิดีโอดังกล่าว เดินทางไปส่งให้เจ้าคณะจังหวัดพังงาเพื่อให้ดำเนินการสึกพระรูปดังกล่าวเสียให้พ้นจากศาสนา



ผู้บันทึกภาพคลิปเหตุการณ์กล่าวต่อว่าตนขอยืนยันว่าไม่ได้เป็นคนเผยแพร่ภาพวิดีโอชุดดังกล่าวในโลกออนไลน์ อาจจะหลุดรอดไปขณะที่ตนไปยื่นเรื่องให้เจ้าคณะจังหวัดพังงาดำเนินการ ทั้งนี้ในส่วนของภรรยาตน ก็ออกมายอมรับผิดว่าหลงผิดไปแล้วและจะขอหย่าในเร็ววันนี้ ส่วนลูกสาว ที่มีด้วยกัน 1 คน ก็โตพอและรับเรื่องดังกล่าวได้แล้วหลังจากนี้ตนก็ขอใช้ชีวิตต่อไปกับลูกสาวคงไม่กลับไปอยู่กับภรรยาคนดังกล่าวอีกแล้ว



ด้านนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ. สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เปิดเผยว่า กรณีดังกล่าว พศ.ได้รับรายงานว่าขณะนี้ได้ลาสิกขาไปเรียบร้อยแล้ว หลังมีข่าวมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับสีกาคนหนึ่งและมีการนำไปตีแผ่ในโลกออนไลน์ ทั้งนี้ในพระธรรมวินัยกำหนดไว้ชัดเจนว่าหากพบพระสงฆ์กระทำผิด โดยการเสพเมถุนต้องอาบัติปาราชิกสถานเดียว ส่วนความผิดอื่นนั้น ยังไม่มีกฎหมายของพระสงฆ์ที่จะเอาผิดได้ และเมื่อสึกไปแล้วก็ต้องปล่อยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปตรวจสอบความผิดในข้อหาอื่นต่อไป อย่างไรก็ตาม การดำเนินการของพศ.หลังจากนี้จะต้องขึ้นบัญชีดำอดีตพระรูปดังกล่าว ห้ามกลับมาบวชอีกตลอดชีวิต



"ขอฝากไปยังเจ้าคณะปกครองทั่วประเทศและพระอุปัชฌาย์ ให้ตรวจสอบประวัติและข้อมูลของผู้ที่จะมาบวชเป็นพระสงฆ์ให้ละเอียดด้วย ต้องไม่บวชให้กับคนที่เคยกระทำพระธรรมวินัยร้ายแรง โดยเฉพาะการเสพเมถุนเด็ดขาด" นายนพรัตน์กล่าว



สำหรับพระอาจารย์หรีด หรือ พระครูบุญญาภินันท์ พระเกจิอาจารย์ชื่อดังเมืองใต้ ที่มีลูกศิษย์ลูกหาทั่วประเทศ พระเครื่องและเครื่องรางของพระอาจารย์หรีดเป็นที่นิยมมากมาย บรรพชาเป็นสามเณร ที่วัดคีรีเขต อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา เมื่ออายุครบ 20 ปี ได้อุปสมบทเมื่อ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2524 ณ วัดศรีนิคม อ.ตะกั่ว ป่า จ.พังงา โดยพระครูพิริยพงษ์พิทักษ์ เจ้าคณะอำเภอกะปง เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูโสภณวิริยาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดปาโมกข์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระครูอินทรคุณูปถัมภ์ วัดอินทภูมิ เป็นพระอนุสาวนาจารย์



ต่อมา ศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรมจนได้นักธรรมเอก แล้วได้เดินทางไปศึกษาด้านสมถวิปัสสนากัมมัฏฐาน ที่วิเวกอาศรม หลังจากนั้นได้ธุดงควัตรไปอยู่ตามภูเขาลำเนาไพรทางภาคเหนือ แถบอำเภอจอมทอง ฝาง จ.เชียงใหม่จำพรรษากับพระอาจารย์บุญช่วย ประมาณ 7 ปี ได้ไปศึกษาเล่าเรียนและเจริญสมาธิภาวนากับ ครูบาธรรมจักรสังวร วัดพระพุทธบาทตากผ้า จ.ลำพูน เป็นต้น



ต่อมาเดินทางกลับภาคใต้ ไปเล่าเรียนวิชากับ พ่อท่านคลิ้ง จันทสิริ วัดถลุงทอง พ่อท่านมุ่ย วัดป่าระกำเหนือ จ.นครศรีธรรมราช ตลอดจนครูบาอาจารย์สายเขาอ้อ ทั้งบรรพชิตและฆราวาส จากนั้นได้มาจำพรรษาอยู่ที่วัดปาโมกข์ กับพระครูโสภณวิริยาภรณ์ และเมื่อเจ้าอาวาสมรณภาพลง จึงได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสในลำดับต่อมา ได้ใช้วิชาความรู้สร้างและพัฒนาวัดปาโมกข์ให้เจริญรุ่งเรืองตลอดมาจนถึงปัจจุบัน จนได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็น พระครูสัญญาบัตรที่พระครูบุญญาภินันท์ และได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะอำเภอกะปงเมื่อ ในปี 2554



ด้านวัตถุมงคลนั้น พระอาจารย์หรีดสร้างหลวงพ่อทวด วัดช้างให้,ลูกไฟบรรลัยกัลป์ เหรียญนายไมตรี บุญสูง คหบดีชื่อดังชาวภูเก็ต ตลอดจนเจ้าพิธีในการปลุกเสกจตุคามรามเทพหลายรุ่น และเป็นหนึ่งเจ้าพิธีในการสร้างเหรียญหลวงพ่อแช่ม วัดฉลอง จ.ภูเก็ต เพื่อหารายได้สร้างโรงเรียนสตรีภูเก็ต ได้เงินบริจาคกว่า 20 ล้านบาท



พระอาจารย์หรีด มีลูกศิษย์ลูกหาเป็นจำนวนมาก ทั้งข้าราชการตำรวจ ทหาร และนักการเมือง ทุกครั้งที่มีการจัดสร้างวัตถุมงคล โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ จะได้รับกิจนิมนต์เข้าร่วมพิธี พุทธาภิเษกวัตถุมงคลต่างๆ หลายรุ่น พร้อมกับพระอาจารย์ประสูติ วัดในเตา จ.ตรัง พระเกจิชื่อดังอีกรูปหนึ่งที่มีชื่อเสียง ซึ่งจะได้รับกิจนิมนต์เดินสายเข้าร่วมพิธีพุทธาภิเษกทั่วประเทศ



สำหรับเหรียญพระอาจารย์หรีด มีอยู่หลายรุ่นที่ได้รับความนิยมจากบรรดาเซียนพระ มีผู้เก็บสะสมเช่าบูชาเป็นจำนวนมาก ล่าสุด จัดสร้างพระเครื่องขึ้นมาอีกรุ่นหนึ่ง คือ รุ่นบุญญาภินันท์ มีพระกริ่งบุญญาภินันท์ เหรียญหลวงปู่ทวด เหรียญตราครุฑ รูปหล่อหนุมาน และปลัดขิก ที่เปิดให้ประชาชนสั่งจองเช่าบูชา อย่างไรก็ตาม ภายหลังเกิดเหตุอื้อฉาว ทำให้ร้านพระเครื่องที่เปิดให้สั่งจองเช่าบูชาพระเครื่อง วัตถุมงคลของอาจารย์หรีด วัดปาโมกข์ จ.พังงา มีประชาชนที่ได้จองวัตถุมงคลไว้ก่อนหน้านี้ ได้โทรศัพท์มาแจ้งยกเลิกการจองและขอเงินมัดจำคืนเป็นจำนวนมาก





 
 


 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.