มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
     
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 3670 คน
วันที่ 01 สิงหาคม พ.ศ. 2555 เวลา 00:01 น.  ข่าวสดออนไลน์



เปิดประวัติ"หลวงพ่อแจง" ตำรับตะกรุดดัง-พิษณุโลก

มุมพระเก่า
อภิญญา


หลังจาก ′หลวงพ่อแจง′ บวชได้ 1 พรรษา พระครูเลี่ยม ได้นำไปฝากเรียนที่สำนึกวัดท้ายตลาด (วัดโมลีโลกยาราม) จังหวัดธนบุรี จำพรรษาอยู่ 5 พรรษา ได้ศึกษาพระปริยัติธรรมพุทธาคมจากพระเถราจารย์หลายรูปในสมัยนั้น จึงขึ้นมาอยู่ที่วัดเกาะแก้ว บ้านเกิดได้ 4 พรรษา จึงได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดเกาะแก้ว และได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าคณะหมวด (เจ้าคณะตำบล) ในปีพ.ศ.2455 



วัดเกาะแก้วเป็นอารามสำคัญบริเวณที่แม่น้ำแควน้อยไหลมาบรรจบกับแม่น้ำน่าน หรือแควใหญ่ จึงเป็นที่จอดแวะพักเรือของผู้คนสองลุ่มน้ำมาแต่โบราณ



ดังปรากฏความตอนหนึ่งในพระราชหัตถ เลขา รัชกาลที่ 5 ฉบับที่ 14 เมืองพรหมพิราม วันที่ 20 ตุลาคม รัตนโกสินทร์ศก 120 (พ.ศ.2444) ทรงเล่าถึงสภาพเรือแพที่หน้าวัดเกาะแก้ว ปากโทก ที่เสด็จฯ ทางชลมารค ผ่านไปเมืองอุตรดิตถ์ หลังทรงหล่อพระพุทธชินราชจำลองที่เมืองพิษณุโลกแล้วเสร็จ ดังนี้ ′...ออกจากเมือง พิศณุโลกเวลาเช้า 5 โมงเศษ มาถึงที่นี้เวลาบ่าย 5 โมงเศษ ระยะทางที่มาวันนี้มีบ้านเรือนตลอดมาจนถึงตำบลปากโทก มีบ้านเรือนแน่นหนาแลมีเรือซึ่งขึ้นไปรับบรรทุกข้าวทางแควน้อยจอดอยู่มาก...′



จากคำบอกเล่าของ พระครูสุวรรณวิสุทธิ์ (ทองปลิว โสรโต) เกิดพ.ศ.2454 อดีตเจ้าอาวาสวัดจอมทอง ต.จอมทอง (เหนือวัดเกาะแก้ว) อ.เมืองพิษณุโลก พ.ศ.2478 ได้รับสมณศักดิ์ที่ พระครูสุวรรณวิสุทธิ์ เมื่อปีพ.ศ.2487 ได้รับพระราชทานตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะที่ พระสุวรรณวิสุทธิคุณ พ.ศ.2499 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลก ปีพ.ศ.2514 และได้รับพระบัญชาแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร (วัดใหญ่) พิษณุโลก ปีพ.ศ.2515 รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ที่ พระราชรัตน รังษี ปีพ.ศ.2516 และมรณภาพเมื่อปีพ.ศ.2534 รวมสิริอายุ 80 ปี 



พระราชรัตนรังษี หรือหลวงพ่อทองปลิว ผู้เป็นศิษย์เอกหลวงพ่อแจง ซึ่งเป็นประธานจัดงานประชุมเพลิงสังขารหลวงพ่อแจง เมื่อปีพ.ศ.2493 ได้เคยเล่าให้ศิษย์ฟังว่า 



′...หลวงพ่อแจงสมัยหนุ่มๆ ได้ไปช่วยสร้างสะพานข้ามแม่น้ำแควน้อยที่วัดโบสถ์ (หลวงพ่อโต) อำเภอวัดโบสถ์ (เดิมขึ้นกับอำเภอพรหมพิราม) ได้พบกับหลวงพ่ออุปัชฌาย์เรือง วัดบ้านดง ชาติตระการ อ.นครไทย เจ้าของตะกรุดโทนราวนม ขนาด 7 นิ้วอันลือชื่อของเมืองพิษณุโลก หลวงพ่อเรืองได้เห็นรูปลักษณะของหลวงพ่อแจงแล้วได้กล่าวชื่นชมหลวงพ่อแจงไว้ว่า ภายหน้าจะมีชื่อเสียงเกียรติคุณโด่งดัง ในภายหลังหลวงพ่อแจงจึงได้มีโอกาสศึกษาอาคมกับหลวงพ่อพระอุปัชฌาย์เรือง...′



หลวงพ่อพระอุปัชฌาย์เรือง วัดบ้านดง บรรพชนเดิมเป็นคนลาวอพยพมาจากล้านช้าง เกิดที่บ้านหัวร้อง อำเภอนครไทย หรือเมืองบางยาง ซึ่งเป็นชุมชนโบราณริมแม่น้ำแควน้อย บนที่ราบหุบเขา มีป่ายางอุดมสมบูรณ์ มีไต้ และน้ำมันยาง และเกลือ จากบ่อเกลือพันปี บ้านบ่อโพธิ์ กลางหุบเขาหลวงพระบาง นครไทย เป็นสินค้าพื้นเมืองมาแต่โบราณกาล หลวงพ่อเรืองมีอายุน้อยกว่า หลวงปู่หุย อินใหญ่ วัดหัวร้อง (วัดใต้) อ.นครไทย ราว 7-10 ปี (อดีตพระอมตเถราจารย์ชื่อดังของนครไทย เจ้าของผ้ายันต์นกคุ้มที่ไม่ไหม้ไฟ เมื่อครั้งศาลาไม้ของวัดหัวร้องถูกอัคคีภัย) 



ในบันทึกคณะสงฆ์ แขวงนครไทย ร.ศ.127 (พ.ศ.2451) พบว่า พระครูหุย อินใหญ่ วัดหัวร้อง เกิด ร.ศ.81 (พ.ศ.2405 ปีเดียวกับ หลวงพ่ออี๋ วัดสัตหีบ จ.ชลบุรี มรณภาพ พ.ศ.2489 หลวงพ่อเปลี่ยน วัดใต้ จ.กาญจนบุรี มรณภาพ พ.ศ.2490 วัดหัวร้องประดิษฐานหลวงพ่อใหญ่ พระพุทธรูปไม้แกะสลักองค์ใหญ่พอกหุ้มด้วยปูนลงรักปิดทองในวิหารทรงโรง เสาแปดเหลี่ยม สมัยอยุธยาตอนต้น หรือสุโขทัยตอนปลาย) 



ในขณะนั้นหลวงพ่อหุยอายุ 47 ปี มรณภาพในราวปี พ.ศ.2460



หลวงปู่หุย อินใหญ่ มีชื่อเสียงในการลงตะกรุดราวนม ด้วยชินตะกั่วเถื่อน และตะกรุดขนาดเล็ก แต่หาได้ยากยิ่งนัก และส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดคิดว่าเป็นตะกรุดหลวงพ่อเรือง เพราะขนาดเท่ากันแต่ต่างกันที่โลหะที่ใช้จาร ยังปรากฏตำราสมุดข่อยอักขระเลขยันต์และ พุทธาคม และตำรายาโบราณของหลวงปู่หุย วัดหัวร้องกว่า 12 เล่ม ตกทอดสืบต่อกันมาจนปัจจุบัน


     
 
 


 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.