มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 8985 คน
วันที่ 05 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 เวลา 12:55 น.  ข่าวสดออนไลน์


ไขปมแก้รัฐธรรมนูญ ไม่ขัดมาตรา 68

การเมือง ข่าวสด

ยังเป็นที่วิพากษ์กันอย่างกว้างขวางในแวดวงวิชาการ 

กรณีการยื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณาในประเด็นที่ว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 ซึ่งกำลังอยู่ในกระบวนการของรัฐสภานั้น เข้าลักษณะล้มล้างการปกครอง ขัดต่อมาตรา 68 หรือไม่ 

ยิ่งช่วงนี้ศาลรัฐธรรมนูญอยู่ระหว่างการนัดไต่สวนในวันที่ 5-6 ก.ค. และอีกไม่นานก็จะมีคำพิพากษาออกมา ทำให้ประเด็นดังกล่าวได้รับการพูดถึงอีกครั้ง 

นักวิชาการที่เกาะติดสถานการณ์แสดงความเห็นต่อเรื่องดังกล่าว ยืนยันว่าการแก้ไขรัฐธรรม นูญสามารถทำได้ตามกฎหมาย ดังนี้ 


อัษฎางค์ ปาณิกบุตร
นักวิชาการอิสระด้านรัฐศาสตร์


การแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 ไม่ขัดต่อมาตรา 68 แน่นอน 

สาเหตุที่จำเป็นต้องแก้ไขเพราะรัฐธรรมนูญฉบับปี཮ มีที่มาจากการรัฐประหาร รวมถึงรัฐธรรมนูญปี 2540 ก็ได้มาหลังการรัฐประหารของคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) จึงต้องมีการแก้ไขเพิ่มเติม 

ข้อเท็จจริงแล้วการรับเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญของศาลรัฐธรรมนูญในครั้งนี้นั้น ไม่ถูกต้องตั้งแต่ต้น 

เพราะคำว่า ′และ′ เป็นคำกล้ำของประโยคว่า ให้ส่งไปให้อัยการสูงสุดเป็นผู้ดูก่อน และถ้าเห็นว่ามีมูลจึงส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการ 

ซึ่งเป็นกระบวนการเดียวกัน แต่มีคนเข้าใจว่าเป็นคนละส่วน จึงคิดว่าจะร้องต่ออัยการสูงสุดหรือศาลรัฐธรรมนูญก็ได้

กรณีนี้เกรงว่าจะเป็นการนำรัฐธรรมนูญมาเป็นเครื่องมือในการฟาดฟันกันหรือไม่ ซึ่งไม่ถูกต้องเลย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหนก็ตาม 

ดังนั้น การตีความรัฐธรรมนูญจะตีความเข้าข้างตนเองไม่ได้เด็ดขาด ต้องมีความเป็นเหตุเป็นผล เพราะผู้ที่ร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมานั้น ก่อนที่จะร่างเขาต้องรู้อยู่แล้วว่าทำไมถึงร่างมาตรานี้ขึ้นมา 

และร่างไปเพื่ออะไร หรือมีเจตนารมณ์อย่างไร 

ขอร้องผู้ทำหน้าที่ อย่าตกเป็นเครื่องมือในการแย่งอำนาจของใครเลย ปล่อยไปเถอะ ถ้าเรายิ่งตกเป็นเครื่องมือแล้วจะทำให้ประเทศเสียหาย ไม่เป็นผลดีอย่างแน่นอน 

ดังนั้นควรพิจารณาด้วยเหตุผลและความยุติธรรม 

ขณะนี้จึงขึ้นอยู่กับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทุกคน ซึ่งมีวิจารณ ญาณอยู่แล้วว่าการตัดสินในครั้งนี้จะทำให้เกิดผลอะไรตามมา รวมถึงรู้ล่วงหน้าว่าจะทำให้บ้านเมืองปั่นป่วนหรือไม่ 

คนที่มีหน้าที่และความรับผิดชอบต้องเข้าใจวิถีของประชาธิป ไตย อย่างองค์กรอิสระก็ต้องมีหน้าที่ที่จะต้องรักประเทศไทยด้วย 

ฉะนั้นอย่าสร้างเงื่อนไขให้คนในประเทศไทยต้องทะเลาะตบตีกันเลย 

แต่สุดท้ายแล้วหากศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่ากระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีความผิด เข้าข่ายล้มล้างการปกครอง ขัดมาตรา 68 ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นพรรคไหนก็ตาม ต้องมีโทษถึงขั้นยุบพรรคการเมือง 

และถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปีด้วย 



สมชาย ปรีชาศิลปกุล
หน.ศูนย์วิจัยและพัฒนากฎหมาย คณะนิติศาสตร์ ม.เชียงใหม่

ถึงวันนี้ยังยืนยันว่าการแก้ไขกฎหมายเพื่อนำไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นเรื่องที่กระทำ ได้ ไม่ได้เข้าข่ายขัดมาตรา 68 ล้มล้างการปกครองแต่อย่างใด

ขอยกความเห็นของ ศ.ไพโรจน์ ชัยนาม ปรมา จารย์ทางกฎหมายมหาชนโดยเฉพาะรัฐธรรมนูญคนหนึ่งของประเทศ ไทย ท่านสอนวิชากฎหมายรุ่นแรกๆ ตั้งแต่ ม.ธรรมศาสตร์ ยังเป็นมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง

ซึ่งผู้บริหารและอาจารย์หลายๆ คนใน ม.ธรรมศาสตร์ รวมถึงคนในแวดวงกฎหมายจำนวนไม่น้อยล้วนเป็นลูกศิษย์ลูกหาของท่าน 

เกี่ยวกับเรื่องนี้ อาจารย์ไพโรจน์ได้เขียนไว้ในตำราเรียนวิชากฎหมายเอาไว้อย่างชัดเจนดังนี้ 

1.รัฐธรรมนูญทุกฉบับต้องแก้ไขเพิ่มเติมได้ 

2.การแก้ไขเพิ่มเติมนั้น จะทำได้ในทุกๆ ส่วนของรัฐธรรมนูญตามความจำเป็น

3.การแก้ไขเพิ่มเติมทำได้ทุกขณะ ไม่ว่าเวลาใด 

และ 4.การแก้ไขเพิ่มเติมต้องเป็นไปตามวิธีการที่รัฐธรรมนูญฉบับนั้นบัญญัติไว้ (หากมี) 

หลักการข้างต้นทุกอย่างชัดเจนแจ่มแจ้งโดยไม่ต้องตีความใดๆ ดังนั้น รัฐธรรมนูญจึงแก้ไขได้ แม้จะมีการอ้างว่าหมวดใดหมวดหนึ่งห้ามแก้ไข แต่ถึงกระนั้นก็สามารถแก้ไขได้อยู่ดี 

การเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 ที่กระทำอยู่ขณะนี้ จึงเป็นไปตามขั้นตอนที่ถูกต้องทุกประการ ไม่เข้าข่ายมาตรา 68 ดังนั้น ส.ส.-ส.ว.ที่สนับสนุนจึงไม่อยู่ในข่ายความผิด 

กรณี นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดี ม.ธรรมศาสตร์ พยายามโต้แย้งเรื่องมาตรา 291 อ้างว่าเจตนา รมณ์ของมาตรานี้ห้ามตั้งส.ส.ร.เพื่อนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับนั้น 

การพูดเช่นนี้เท่ากับขัดแย้งกับหลักการโดยสิ้นเชิง นายสมคิดเองก็เป็นลูกศิษย์ของอาจารย์ไพโรจน์ 

ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นทั้งหมดเวลานี้ เกิดจากผู้ทำหน้าที่ไม่ยึดหลักวิชาการที่ตรงไปตรงมา หากทุกคนยึดตามหลักการแล้ว จะไม่เกิดปัญหาอย่างแน่นอน

โดยเฉพาะการทำหน้าที่ของตุลาการศาลรัฐ ธรรม นูญ ทำให้ผมเป็นห่วงว่าต่อไปอาจจะกระทบระบบโครงสร้างขององค์กร และเกิดปัญหาตามมาได้ 

ฉะนั้นสิ่งที่นักวิชาการ รวมถึงผู้ใช้กฎหมายควรทำอย่างยิ่งคือ การอยู่กับร่องกับรอย อยู่ในหลักการ ไม่ใช่ตีความโดยเอนเอียงไปมา 

หวังว่าการพิจารณาคคีดังกล่าวจะเป็นไปด้วยความยุติธรรม ไม่มีเรื่องที่ผมกังวลเกิดขึ้น


พนัส ทัศนียานนท์
อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์


กระบวนการแก้มาตรา 291 คงไม่ขัดกับมาตรา 68 ถ้าถือว่าเป็นความผิด ทำไมไม่ระบุลงไปในมาตรา 68 เลยว่าการแก้ไขมาตรา 291 เป็นการล้มล้างระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 

ถ้าเขียนไว้เช่นนั้นแล้วมีการแก้ขึ้นมา จะเป็นความผิดตามมาตรา 68 โดยชัดเเจ้ง 

ที่คิดกันว่าจะมีธงตั้งอยู่แล้วหรือไม่นั้น ฝ่ายที่ยื่นคำร้องนั้นต้องตั้งธงฝั่งตัวเองไว้อยู่แล้วว่าการทำเช่นนี้ล้มล้างระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 

แต่ผมเห็นว่าเป็นตรรกะที่ผิด เพราะมาตรา 291 เป็นมาตราหนึ่งในรัฐธรรมนูญ เมื่อมีบทบัญญัติให้แก้ไขเพิ่มเติมได้ก็สามารถแก้ได้ ไม่มีมาตราไหนระบุว่าแก้ไม่ได้

ที่เห็นกันว่าหากแก้มาตรานี้แล้วจะนำไปสู่การแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับนั้น เมื่อร่างแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 291 ยืนยันชัดเจนอยู่แล้วว่าจะไม่แตะต้องสถาบันพระมหากษัตริย์ แสดงว่าไม่ได้เป็นการแก้ทั้งฉบับ ไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขแน่นอน

ส่วนที่บอกว่าหากแก้ไขยกเลิกองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญแล้วจะไม่เป็นประชาธิปไตยนั้น ก่อนหน้ารัฐธรรมนูญปี50 ไม่ได้มีองค์กรเหล่านี้ แต่ประเทศไทยก็ถือว่ามีการปกครองประชาธิปไตยอยู่ พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอยู่

ประเด็นนี้เป็นเรื่องการบิดเบือนตรรกะของกฎหมายมากกว่า 

เวลานี้เห็นชัดเจนว่ามีอำนาจ 2 ฝ่ายต่อสู้กันโดยนำกฎหมายมาเป็นอาวุธ ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิด

ทุกวันนี้มีคนพูดเรื่องหลักนิติ ธรรมกันมากแต่คนพูดอาจยังไม่เข้าใจเลยก็ได้ หลักนิติธรรมนั้นเป็นหลักการที่บอกว่ากฎหมายจะมีความยุติธรรมได้คือต้องเคารพสิทธิเสรี ภาพของบุคคลในฐานะปัจเจกบุคคล และประชาชนต้องมีอำนาจสูงสุดตามระบอบประชาธิปไตย 

กรณีนี้ศาลรัฐธรรมนูญต้องไม่ไปก้าวก่ายอำนาจขององค์กรอื่น และการตีความกฎหมายใดๆ ต้องอยู่ภายใต้หลักนิติธรรมนี้ ถ้าเรามั่นคงกับระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง คงไม่มีใครไปบิดพลิ้วกฎหมายเพื่อให้ไปสู่จุดหมายของตนเอง

หากศาลรัฐธรรมนูญพิพากษาว่าการแก้รัฐธรรม นูญไม่สามารถทำได้ เหล่าส.ส.และส.ว.ที่เข้าชื่อสนับสนุนจะต้องมีความผิดอย่างแน่นอน นำไปสู่การยุบพรรคและตัดสิทธิ์การเมืองของคนเหล่านั้น 

สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องการเมืองที่เลวร้ายมากที่สุด เพราะระบบกฎหมายและระบบความยุติธรรมในประเทศไทยถูกทำลายโดยสิ้นเชิง








 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.