มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 7256 คน
วันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2555 เวลา 00:01 น.  ข่าวสดออนไลน์


ด้วยคำสั่งศอฉ.

วงค์ ตาวัน


ตอนที่เริ่มกระบวนการสอบสวนคดี 98 ศพใหม่ๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญผู้แทนกองทัพเข้าให้ปากคำถึงขั้นตอนปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ในเหตุการณ์ช่วงเมษายน-พฤษภาคม 2553

ทำให้ได้ข้อมูลสำคัญตั้งแรกเริ่ม

นั่นคือ ผู้แทนของกองทัพอธิบายว่า โดยปกติแล้วกองทัพไม่มีอำนาจหน้าที่ในการถืออาวุธเข้ามาปฏิบัติการในเขตเมือง

อำนาจหน้าที่ปกติของกองทัพ จะต้องอยู่ที่การรักษาอธิปไตยของชาติ

มีอำนาจเต็มในการลั่นกระสุนสู้รบตอบโต้ศัตรูอยู่ตามแนวชายแดน

เหตุการณ์ช่วงเมษายน-พฤษภาคม 2553 นั้น 

เจ้าหน้าที่ทหารเข้ามาปฏิบัติการจริง แต่ไม่ใช่ด้วยคำสั่งของกองทัพ!!

เพราะกองทัพไม่มีอำนาจออกคำสั่งเช่นนี้

การที่เจ้าหน้าที่ทหารถือปืนเข้ามาประจำอยู่บนท้องถนนในเขตกทม.ได้นั้น

เพราะมีคำสั่งของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินหรือศอฉ.

แล้วศอฉ.มาจากไหน

คำให้การระบุว่า ศอฉ.ก่อตั้งขึ้นด้วยลายเซ็นของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี!

จากนั้นศอฉ.สั่งการให้เจ้าหน้าที่ของกองทัพปฏิบัติการต่างๆ โดยคำสั่งของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้อำนวยการศอฉ.

นี่คือใจความสำคัญของคำให้การที่ผู้แทนกองทัพเคยให้ไว้กับพนักงานสอบสวนตำรวจนครบาล

เป็นช่วงเริ่มต้นก่อนเปิดคดีไต่สวนชันสูตรศพในชั้นศาล 

โดยพนักงานสอบสวนได้ทยอยนำส่งศาล หลังจากรวบรวมพยานหลักฐานจนชี้ได้ว่า เกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ

ชั้นแรกส่งขึ้นศาลประมาณ 20 สำนวน


ล่าสุดอยู่ในข่ายส่งเพิ่มเติม รวมแล้วประมาณ 36 ศพ จาก 98 ศพ ที่พนักงานสอบสวนตำรวจและกรมสอบสวนคดีพิเศษ รวบรวมพยานหลักฐานชี้ได้ว่า มาจากการกระทำของเจ้าหน้าที่

จากนั้นคดีจะดำเนินไป แล้วหากศาลชี้ว่าเกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่จริง

จะเป็นขั้นตอนดำเนินคดีกับผู้สั่งการเท่านั้น

เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติไม่มีความผิด ผู้นำกองทัพก็ไม่เข้าข่าย

เพราะคำสั่งทั้งหมดมาจากศอฉ.นั่นเอง!







 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.