มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | ศูนย์อบรมอาชีพและธุรกิจมติชน |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 2668 คน
วันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2555 เวลา 15:30 น.  ข่าวสดออนไลน์


ทีมกรุ๊ปแนะ "สามโคก-ปทุม" - นนทบุรีเฝ้าระวังคันกั้นน้ำ

วันที่ 18 ก.ย. นายชวลิต จันทรรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีม กรุ๊ป ออฟ คัมปานีส์ จำกัด กล่าวว่า มั่นใจระบบบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลสามารถรองรับบปริมาณน้ำที่สะสมมาจากภาคเหนือ เพราะเจ้าพระยาสามารถระบายน้ำได้ 3,500 ลบ.ม./วินาที แม่น้ำท่าจีน สามารถรับน้ำและระบายน้ำด้ 400 ลบ.ม./วินาที ซึ่งรวมเจ้าพระยาและฝั่งตะวันตก สามารถรับน้ำได้ 3,900 ลบ.ม./วินาที ซึ่งปริมาณน้ำสะสมได้กระทบกับน้ำท่วมกรุงเทพฯและภาคกลางแน่ เพราะขณะนี้มีน้ำไหลทางตอนเหนือเพียง 1,700 ลบ.ม./วินาที แต่จุดที่เสี่ยงและอ่อนไหว ต้องระวังคือ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี  และ จ.นนทบุรี บางจุด ที่ต้องระวัง เพราะคันกั้นน้ำต่ำมาก อาจท่วมได้ ถ้ามีน้ำฝนลงมาเติมภาคกลาง โดยเฉพาะในกรุงเทพฯเกิน 100 มม. เพราะเครื่องมือการบริหารจัดการน้ำต้องใช้เวลาในการระบายมากกว่า 6 ชั่วโมง ซึ่งถ้าตกติดต่อกันนานๆ โอกาสที่จะท่วมขังมีมาก

 นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ขณะนี้ชลประทานได้ระบายน้ำที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยาในเกณฑ์ไม่เกิน 2,000 ลบ.ม./วินาที ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่ชลประทานได้กำหนดไว้ โดยล่าสุด ณ วันที่ 18 ก.ย. 2555  แนวโน้มการระบายน้ำจะลดลงอย่างต่อเนื่อง  ซึ่งการระบายน้ำในระดับนี้จะไม่ทำให้แม่น้ำเจ้าพระยาล้นคันกั้นน้ำอย่างแน่นอน  ยกเว้นพื้นที่ลุ่มต่ำที่ไม่มีคันกั้นน้ำและเป็นพื้นที่ที่น้ำท่วมเป็นประจำ

 สำหรับปริมาณน้ำที่ท่วมจังหวัดสุโขทัยซึ่งเป็นน้ำจากแม่น้ำยมนั้น ได้บริหารจัดการด้วยการชะลอการไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา โดยปริมาณน้ำส่วนหนึ่งจะลงสู่ทุ่งบางระกำ ซึ่งพื้นที่บางส่วนได้กำหนดให้เป็นพื้นที่รับน้ำอยู่แล้ว  อีกส่วนหนึ่งจะผันไปยังแม่น้ำน่าน อย่างไรก็ตามปริมาณก้อนนี้ในที่สุดจะไหลรวมกับแม่น้ำปิง ลงสู่มีน้ำเจ้าพระยา เพียงแต่จะมีปริมาณลดลงตามลำดับ เพราะน้ำบางส่วนถูกจัดสรรไปไว้ในพื้นที่รับน้ำดังกล่าวแล้ว

 นอกจากนี้เขื่อนขนาดใหญ่ในพื้นที่ภาคเหนือยังสามารถรับน้ำได้อีกมาก โดยเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ยังสามารถรับน้ำได้รวมกันอีกกว่า 8,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ดังนั้นหากพายุเข้ามาในพื้นที่เหนือเขื่อน 1-2 ลูก เขื่อนสามารถรองรับน้ำได้ทั้งหมด ส่วนพื้นที่ท้ายเขื่อนพื้นที่รับน้ำนองที่ทางภาครัฐจัดเตรียมไว้ ยังสามารถรองรับปริมาณน้ำได้ในจำนวนมากเช่นกัน

 “กรมชลประทานยืนยันว่า สถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา ยังสามารถควบคุมบริหารจัดการได้  ส่วนพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วม ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ในเขตจังหวัดสิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยานั้น เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ ซึ่งปกติในฤดูฝนน้ำก็ท่วมเป็นประจำเกือบทุกปีอยู่แล้ว ได้แจ้งเตือนประชาชนให้ขนของขึ้นที่สูงไปก่อนหน้านี้แล้ว” นายเลิศวิโรจน์กล่าว

 นายฎรงค์กร สมตน ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 12  กรมชลประทาน กล่าวว่า  สถานการณ์ในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยังไม่น่าห่วง  ปริมาณน้ำที่มีอยู่ในปัจจุบันอยู่ในเกณฑ์ปกติ โดยเขื่อนเจ้าพระยามีศักยภาพระบายน้ำได้ถึ 3,600 ลบ.ม./วินาที  แต่ขณะนี้มีการระบายน้ำเพียงประมาณ 1,700 ลบ.ม./วินาทีเท่านั้น ซึ่งหากเปรียบเทียบสถานการณ์น้ำ ณ ปัจจุบันกับปี 2554 ปริมาณน้ำแตกต่างกันมาก ดังนั้นไม่อยากให้ประชาแตกตื่นจนเกินไป และขอให้มั่นใจการบริหารจัดการน้ำของภาครัฐ  ซึ่งปีนี้มีความพร้อมมากกว่าปี 2554 โดยเฉพาะในส่วนของกรุงเทพมหานคร  ประกอบกับการเตรียมความพร้อมในการบริหารจัดการน้ำของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดได้บูรณาการทำงานร่วมกัน  ประชาชนมั่นใจได้ว่า ปีนี้น้ำจะไม่ท่วมกรุงเทพฯอย่างแน่นอน









 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.