มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 16492 คน
วันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 เวลา 17:28 น.  ข่าวสดออนไลน์


"ข่าวสดออนไลน์" ประมวลความเคลื่อนไหวม็อบเสธ.อ้าย ตั้งแต่เช้าจนถึงประกาศยุติชุมนุม

* องค์การพิทักษ์สยาม ทยอยเข้าลานพระรูป

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 24 พ.ย. ผู้สื่อข่าว "ข่าวสด" รายงานว่า ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า กลุ่มผู้ชุมนุมองค์การพิทักษ์สยาม (อพส.) ทยอยเดินทางมาร่วมชุมนุม เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลยุติการบริหารราชการแผ่นดินตามที่มีการประกาศไว้ก่อนหน้านี้ โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก บนเวทีปราศรัยที่มีการติดตั้งเครื่องเสียงและเต๊นท์ขนาดใหญ่เพื่อเป็นหลังคา โดยมีการจัดกิจกรรมจากวงดนตรีสลับกับการขึ้นพูดปราศรัยของแนวร่วมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ขณะที่มีกระแสข่าวลือถึงช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ได้มีผู้ไม่หวังดีนำงูใส่กระสอบมาปล่อยในพื้นที่ชุมนุม และชายชุดดำสวมหมวกไหมพรมที่อยู่บนตึกกระทรวงศึกษาธิการ

* สมณะโพธิรักษ์โผล่แจม

โดยสมณะโพธิรักษ์ เจ้าสำนักสันติอโศก ได้นำขบวนกองทัพธรรมเคลื่อนขบวนจากสนามม้านางเลิ้ง มายังบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า พร้อมโบกสะบัดธงสีเหลืองและธงชาติตลอดเส้นทาง ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยจากเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ตั่งด่านตรวจค้นเป็นระยะๆ ส่วนการจราจรโดยรอบลานพระบรมรูปเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งจุดสกัดห้ามรถยนต์เข้ามายังบริเวณการชุมนุม ทำให้ผู้ชุมนุมต้องเดินเท้าเข้ามา ซึ่งส่วนใหญ่จะมีการเตรียมขวดน้ำ หมวกและพัดเข้ามาด้วย โดยมีผู้ชุมนุมบางส่วนกว่า 300 คน ไปรวมตัวกันบริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ เพื่อเจรจาขอเดินทางเข้าไปยังลานพระบรมรูปทรงม้าจากทางดังกล่าว แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 2 กองร้อย ไม่อนุญาตให้ผ่านทางพร้อมประกาศผ่านโทรโข่งว่า "พื้นที่นี้เป็นพื้นที่ห้ามเข้าตาม พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ฉะนั้นขอให้พี่น้องผู้ชุมนุมเดินอ้อมไปเข้าทางนางเลิ้งแทน"

เวลา 08.20 น.ที่บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ กลุ่มผู้ชุมนุมกว่า 400 คน ยังคงพยายามเจรจาต่อรองอย่างต่อเนื่อง โดยผู้ชุมนุมบางส่วนได้นำมีการนำของแหลมตัวรั้วหนาม ก่อนจะพยายามรื้อแท่งคอนกรีตที่ขวางกั้นระหว่างผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจออก ส่งผลให้ตำรวจมีการเพิ่มกำลังเป็น 5 กองหลัง ยืนแนวขวางเป็น 5 แถวตั้งรับผู้ชุมนุม

* ม็อบขับรถ6ล้อชนแนวตำรวจ-โยนแก๊สน้ำตา

เวลา 08.50 น.กลุ่มผู้ชุมนุมนำรถบรรทุก 6 ล้อ ติดเครื่องขยายเสียงที่มีการพูดปลุกระดมอย่างต่อเนื่อง ได้พยายามขับไปทางด้านซ้ายของช่วงกลางสะพานมัฆวาน ที่ได้มีการรื้อแท่นคอนกรีตที่ขวางทางออกไว้ก่อนหน้านี้แล้ว โดยมีผู้ชุมนุมเป็นชายฉกรรจ์กว่า 10 คน ได้วิ่งเข้าไปผลักดันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ใช้โล่ใสเป็นเวลานานกว่า 2 นาที และเมื่อรถบรรทุกคันดังกล่าวได้เคลื่อนตัวเข้ามาติดเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังผลักดันกับผู้ชุมนุม ก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจโยนแก๊สน้ำตาแบบขว้างมาจากทางด้านหลัง ทำควันสีขาวกระจายเต็มพื้นที่ดังกล่าว ส่งผลให้ผู้ชุมนุมแตกวงและวิ่งหลบหนีอย่างชุลมุน ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจต่างถอยร่นออกไปด้านข้าง

 อย่างไรก็ตามผู้ชุมนุมบางส่วน รวมถึงรถบรรทุก 6 ล้อ สบโอกาสอาศัยช่วงชุลมุลวิ่งฝ่าวงล้อมตำรวจเข้าไป ก่อนตำรวจจะมีการขว้างแก๊สน้ำตารอบที่ 2 พร้อมดำเนินการจับกุมผู้ชุมนุมที่ฝ่าวงล้อมเข้าไป โดยหลังจากสถานการณ์สงบลงพบผู้บาดเจ็บ 5 ราย และพบกระป๋องแก๊สน้ำตาที่ถูกใช้งานแล้วกว่า 10 กระป๋องในจุดที่เจ้าหน้าที่ขว้างเข้ามา ขณะที่ตำรวจก็เริ่มใส่ชุดหน้ากากป้องกันแก๊สน้ำตาพร้อมโล่และกระบองกลับมาวางแนวป้องกันเช่นเดิม

* เสธ.อ้ายปลุกคนกทม. ร่วมชุมนุมแช่แข็ง

ขณะที่บนเวทีก็มีการปราศรัยโจมตีรัฐบาลเป็นระยะๆ โดยในเวลา 08.45น. พิธีกรบนเวทีได้ระบุว่า ขณะนี้มีประชาชนที่จะเข้าร่วมชุมนุม ถูกสกัดกั้นอยู่บริเวณแยกสะพานมัฆวานรังสรรค์ และ ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ เอากำลังไปและเชิญชวนผู้ที่มาถึงบริเวณที่ชุมนุมแล้ว ขอให้เดินไปรับผู้ที่จะเข้าร่วมชุมนุมแต่ถูกสกัดกั้นด้วย พร้อมกับเตือนผู้เข้าชุมนุมเตรียมผ้าเช็ดหน้าเพราะมีการใช้แก๊สน้ำตาแล้ว  

ด้าน พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ ประธาน อพส.ได้เดินทางมาถึงบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า  ในเวลาประมาณ 08.30 น.โดยได้เดินทักทายกับผู้ร่วมชุมนุม ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม พร้อมระบุว่า "พอใจกับจำนวนคนที่มาถึงในขณะนี้ หากรัฐบาลยังสกัดกั้นผู้เข้าร่วมชุมนุมจากต่างจังหวัดที่กำลังเดินทางเข้ามาการชุมนุมจะยืดเยื้อและเชื่อว่าในวันที่25พ.ย.นี้ประชาชนจะมากกว่าวันนี้และขอเรียกร้องให้ประชาชนที่อยู่ในกทม.มาเข้าร่วมชุมนุมเพราะขณะนี้ประชาชนต่างจังหวัดยังถูกสกัดกั้นอยู่"

* ลั่นวันนี้มีหมัดเด็ดล้มรัฐบาลปูแน่

จากนั้นเวลา  09.01น.นายกรหริศ บัวสรวง โหรประจำ อพส.และ พล.อ.บุญเลิศ  ได้ทำพิธีบวงสรวง พระราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เพื่อความเป็นสิริมงคล รวมทั้งขอให้การชุมนุมของ อพส.ประสบความสำเร็จตามปรารถนา โดยมีบรรดาแกนนำ อพส.ทะยอยเข้าร่วมอย่างต่อเนื่อง อาทิ น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ  นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ พล.อ.ปฐมพงษ์  เกษรศุกร์

โดย พล.อ.บุญเลิศ ให้สัมภาษณ์ถึงจากกรณีตำรวจใช้แก๊สน้ำว่า ถือเป็นความชั่วร้าย ขอให้พี่น้องประชาชนมากันมากๆ การที่ตำรวจเป็นเครื่องมือรับใช้รัฐบาลถือว่าไม่ถูกต้อง เพราะเราไม่ได้ทำอะไรเลย ถือว่าเป็นการรังแกประชาชน ส่วนหมัดเด็ดต้องมีวันนี้แน่นอน แต่ขอให้คนมามากกว่านี้อีก

* ขู่ยกระดับการชุมนุม

ผู้สื่อข่าวถามว่า สถานการณ์จะรุนแรงขึ้นหรือไม่ พล.อ.บุญเลิศ กล่าวว่า  ตนคิดว่ามี เพราะตอนนี้ในต่างจังหวัดรถยังติดอยู่ ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวไม่มีมือที่3 เพราะตำรวจได้แสดงให้เห็นแล้ว โดยเราไม่มีการตอบโต้ และตนขอเรียกร้องให้ตำรวจหยุดรังแกประชาชน แต่ถ้าตำรวจยังรังแกประชาชนอยู่ ก็จะเรียกร้องให้ทหารออกมาปกป้อง นอกจากนี้ ตนยังได้ข่าวมาว่าในช่วงเที่ยง ตำรวจจะสลายการชุมนุม แต่ก็ไม่รู้ว่าเขาจะเอาอะไรมาสลาย

"หลังจากนี้จะขอเวลา  3ชม. ประเมินสถานการณ์เพื่อยกระดับการชุมนุม เพราะตอนนี้คนยังเข้ามาร่วมชุมนุมไม่ได้ เพราะเขาพยายามแยกผู้ชุมนุมออกเป็นส่วนๆ ”พล.อ.บุญเลิศ กล่าวว่า และว่า  ตนได้มอบหมายให้ พล.อ.ณัฐชัย เพิ่มทรัพย์ รองประธาน อพส. ซึ่งรับหน้าที่เป็นผู้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวกับมาตรการรักษาความปลอดภัย  และขณะนี้การ์ด อพส.มี 1,400คน

* "อ้าย"ฝากถึง"ทักษิณ" ให้มากราบพระบาท-ติดคุก 2-3 วัน จบ

จากนั้น 10.00น. พล.อ.บุญเลิศ  ขึ้นกล่าวบนเวทีปราศรัยถึงสถานการณ์การชุมนุมหลังมีผู้ชุมนุมถูกแก๊สน้ำตา โดยประกาศกับผู้ชุมนุมว่า จะต่อสู้ด้วยความสงบ พร้อมสัญญาว่า อพส. และภาคีเครือข่ายจะขับไล่รัฐบาลชุดนี้ออกไปให้ได้ รัฐบาลนี้ชั่วร้ายมาก ลุแก่อำนาจ ขณะเราชุมนุมโดยไม่มีอาวุธและไม่เคลื่อนย้าย รัฐบาลยังสั่งให้ตำรวจเอารั้วหนามมาปิดกั้น เพื่อให้ผู้ชุมนุมแบ่งเป็นส่วนๆ และทำร้ายประชาชนโดยใช้แก๊สน้ำตาใส่ผู้ชุมนุม รวมถึงมีการจับกุมผู้ชุมนุมร้อยกว่าชีวิต ไปขังไว้ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อยั่วยุให้เราบุกทำเนียบรัฐบาล ถ้าตำรวจยังเลิกทำร้ายประชาชน ตนจะขอกำลังทหารให้ออกมาช่วย ขณะนี้ทางเรากำลังเจรจาให้นำเครื่องกีดขวางบรเวณแยกมิสกะวันออกไป

"อยากฝากถึงนายกฯ ให้ลาออกจากตำแหน่งได้แล้ว เพราะบริหารงานขาดคุณภาพและคุณธรรม และอยากฝากถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ถ้าอยากกลับประเทศไทย ก็ให้มากราบพระบาทของในหลวง และติดคุกสัก 2 - 3 วัน" ประธาน อพส.กล่าว
 
* เผยนาทีม็อบปะทะตำรวจ แยกมิสกวัน

เวลา 08.20 น. ที่บริเวณแยกมิสกวัน ผู้สื่อข่าวรายงาน กลุ่มผู้ชุมนุมเครือข่ายองค์กรพิทักษ์สยามจำนวนหนึ่งได้มีการรื้อลวดหนามและแผงกั้นคอนกรีตที่นำมากันปิดเส้นทางบริเวณแยกมิสกวันถ.พิษณุโลกเพื่อเปิดทางชุมนุมไปยังสะพานมัฆวานรังซึ่งเป็นเส้นทางที่ทางศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย(ศอ.รส.)ได้ประกาศแจ้งเตือนห้ามผ่านไว้แล้วเดินทางเข้ามาชิดแผงกั้นคอนกรีต

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการประกาศแจ้งเตือนขอร้องกลุ่มผู้ชุมนุมขอไม่ให้หยุดการกระทำดังกล่าวรวมถึงบันทึกภาพผู้ที่กระทำการดังกล่าวไว้จากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมส่วนหนึ่งทางด้านขวาสุดของมุมถนนได้เข้าปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองร้อยควบคุมฝูงชนที่เอาโล่กับปังเพียงอย่างเดียวเอามือดันและขวางก้อนหินและเอาทรายขวางปาไปยังเจ้าหน้าที่จนกระทั่งกลุ่มผู้ชุมนุมกว่า100คนได้นำนั่งร้านต่อข้ามรื้อลวดหนามและดันแผงกั้นคอนกรีตผ่านออกทางช่องตรงกลางได้สำเร็จแล้วเข้าปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดูแลพื้นที่

โดยกลุ่มผู้ชุมนุมมีการด่าทอต่อว่าและพยายามเรียกให้กลุ่มผู้ชุมนุมรายอื่นๆมาช่วยกันดันเพื่อเปิดทางให้ไปยังจุดหมายประกอบกับมีการใช้สิ่งขว้างปาและมีการส่งกระบอกไม้แล้วมาใช้ทุบโล่ตำรวจพร้อมทั้งเอาธงฟาดทำให้เจ้าหน้าที่ต้องมีการนำกระบองตีโต้ตอบจนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตัดสินขว้างแก๊สน้ำตาเข้ามาบริเวณจุดที่อยู่ใกล้กับกลุ่มผู้ชุมนุม2 – 3 ลูก ทำให้ทั้งกลุ่มผู้ชุมนุมแตกฮือออกจากพื้นที่ทันที จึงสามารถสลายการชุมนุมได้สำเร็จ โดยไว้เวลาประมาณนานกว่าครึ่งชั่วโมง

* รื้อคอนกรีตแบร์ริเออร์สะพานมัฆวานฯ

ขณะที่บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ กลุ่มผู้ชุมนุมกว่า 400 คน ยังคงพยายามเจรจาต่อรองอย่างต่อเนื่อง โดยผู้ชุมนุมบางส่วนได้นำมีการนำของแหลมตัวรั้วหนาม ก่อนจะพยายามรื้อแท่งคอนกรีตที่ขวางกั้นระหว่างผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจออก ส่งผลให้ตำรวจมีการเพิ่มกำลังเป็น 5 กองหลัง ยืนแนวขวางเป็น 5 แถวตั้งรับผู้ชุมนุม

กระทั่งกลุ่มผู้ชุมนุมได้นำรถบรรทุก 6 ล้อ ติดเครื่องขยายเสียงที่มีการพูดปลุกระดมอย่างต่อเนื่อง ได้พยายามขับไปทางด้านซ้ายของช่วงกลางสะพานมัฆวาน ที่ได้มีการรื้อแท่นคอนกรีตที่ขวางทางออกไว้ก่อนหน้านี้แล้ว โดยมีผู้ชุมนุมเป็นชายฉกรรจ์กว่า 10 คน ได้วิ่งเข้าไปผลักดันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ใช้โล่ใสเป็นเวลานานกว่า 2 นาที และเมื่อรถบรรทุกคันดังกล่าวได้เคลื่อนตัวเข้ามาติดเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังผลักดันกับผู้ชุมนุม ก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจโยนแก๊สน้ำตาแบบขว้างมาจากทางด้านหลัง ทำควันสีขาวกระจายเต็มพื้นที่ดังกล่าว ส่งผลให้ผู้ชุมนุมแตกวงและวิ่งหลบหนีอย่างชุลมุน ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจต่างถอยร่นออกไปด้านข้าง

อย่างไรก็ตามผู้ชุมนุมบางส่วน รวมถึงรถบรรทุก 6 ล้อ สบโอกาสอาศัยช่วงชุลมุลขับฝ่าวงล้อมตำรวจเข้าไป ก่อนตำรวจจะมีการขว้างแก๊สน้ำตารอบที่ 2 พร้อมดำเนินการจับกุมผู้ชุมนุมที่ฝ่าวงล้อมเข้าไป โดยหลังจากสถานการณ์สงบลงพบผู้บาดเจ็บเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ 5 ราย โดยพบกระป๋องแก๊สน้ำตาที่ถูกใช้งานแล้วกว่า 10 กระป๋องในจุดที่เจ้าหน้าที่ขว้างเข้ามา ขณะที่ตำรวจก็เริ่มใส่ชุดหน้ากากป้องกันแก๊สน้ำตาพร้อมโล่และกระบองกลับมาวางแนวป้องกันเช่นเดิม

*  รองผบช.น.แถลงเหตุใช้แก๊สน้ำตา-ยึดอาวุธได้จากม็อบ

ด้าน พล.ต.ต.ปริญญา  จันทร์สุริยา รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล  (รอง ผบช.น.) กล่าวว่ากรณีเหตุปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมของกลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม  และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ จนต้องมีการใช้แก๊สน้ำตาขว้างใส่กลุ่มผู้ชุมนุมจนมีผู้บาดเจ็บนั้นว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมผู้ชุมนุมได้ประมาณ 100 คน พร้อมกันนี้ได้ยึดรถขยายเสียง และอาวุธหลายอย่างจำนวนหนึ่ง ส่วนสาเหตุที่ต้องใช้แก๊สน้ำตาเนื่องจากพยายามขับรถฝ่าด่านตำรวจเข้าไปในพื้นที่หวงห้าม ทำให้มีตำรวจบาดเจ็บหลายราย จึงจำเป็นต้องมีการใช้แก๊สน้ำตาเพื่อระงับเหตุ ซึ่งขณะนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการเร่งเจรจา

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าที่สื่อบางแห่งโพสภาพกระป๋องแก๊สน้ำตาที่หมดอายุบนโซเชียลเน็ตเวิร์คนั้น พล.ต.ต.ปริญญากล่าวว่าเป็นแก๊สน้ำตาของกลุ่มผู้ชุมนุมที่เตรียมมาขว้างใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ

* ยันชุมนุมได้ แต่ให้เข้ามาตามเส้นทางที่กำหนด

เวลา 11.30 น. พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผบช.น. และโฆษกบช.น กล่าวถึงสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มองค์การพิทักษ์สยามว่า ได้รับรายงานการเกิดเหตุเล็กน้อยโดยเวลาประมาณ 19.00 น. วันที่ 23 พ.ย. มีเหตุการณ์ขององค์การพิทักษ์สยามมีปากเสียงกับกลุ่มนักศึกษาซึ่งเป็นกลุ่มเปิดไฟเขียวประเทศไทยที่ไปติดป้ายคัดค้านการชุมนุมที่สนามม้านางเลิ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไประงับเหตุไม่มีเหตุการณ์รุนแรงแต่อย่างใดก็ขอให้ประชาชนให้ความร่วมมือพูดจาถ้อยทีถ้อยอาศัยเนื่องจากพวกเราเป็นคนไทยด้วยกัน

เมื่อถามถึงสถานการณ์กลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้าพล.ต.ต.อดุลย์กล่าวว่าผู้ชุมนุมกลุ่มองค์การพิทักษ์สยามได้ทยอยเดินทางเข้ามาด้านเบญจมบพิตรตั้งแต่เวลา07.00น.วันที่24พ.ย.กระทั่งประมาณ11.30น.มีกลุ่มผู้ชุมนุมประมาณ6,000คน และที่บริเวณแยกมัฆวานฯ ประมาณ 500 คน จุดบริเวณสะพานมัฆวานฯ มีการเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุมซึ่งจะขอเข้ามาบริเวณเส้นทางดังกล่าว ทางบช.น.ก็ได้มีการชี้แจง และขอประชาสัมพันธ์ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้มีการปิดกั้นการชุมนุมแต่อย่างใดแต่ได้มีการปฏิบัติตามคำสั่งของศอ.รส. โดยกำหนดเปิดช่องทางเข้าของกลุ่มผู้ชุมนุม 2 จุด คือ บริเวณทางแยกกองพล 1 และทางแยกวัดเบญจ ซึ่งจะมีตำรวจคอยอำนวยความสะดวก และมีการตรวจสอบอาวุธซึ่งก็ยังไม่พบแต่อย่างใด โดยบริเวณลานพระรูปสามารถบรรจุผู้ชุมนุมได้ประมาณ 5-6 หมื่นคน

* ตร.โดน 6 ล้อของม็อบชนเจ็บ 5 นาย

เมื่อถามถึงการปะทะกันกับกลุ่มผู้ชุมนุมและมีการใช้แก๊สน้ำตา  พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวว่า เหตุเกิดเวลาประมาณ 09.00 น. มีการกระทบกระทั่งกันระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รักษษความสงบเรียบร้อยอยู่บริเวณแยกมัฆวานรังสรรค์ซึ่งเป็นบริเวณที่ศอ.รส.มีคำสั่งให้ปิดการจราจรโดยเด็ดขาดเพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนแต่กลุ่มผู้ชุมนุมไม่ยอมใช้รถยนต์6ล้อยี่ห้ออีซูซุสีฟ้าทะเบียน81-8864ราชบุรีบรรทุกเครื่องเสียงขับฝ่าชนด่านตำรวจเข้ามาทำให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ5นายที่ถูกรถชนได้แก่จ.ส.ต.ยุทธพงศ์จันธิราช จากจ.มหาสารคาม ด.ต.ภานุวัฒน์ คนเพี้ยน จ.หนองคาย ด.ต.เอกพล สรลาภเจริญ จ.มหาสารคาม ด.ต.พรศักดิ์ อารมณ์ จ.กาฬสินธุ์ และร.ต.ต.ชอบ แก้วธารี จ.มหาสารคาม นำส่งรพ.วชิระ


* จับกุมผู้ก่อความวุ่นวายราว 100 คน


พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาก่อเหตุความวุ่นวายทั้งชายและหญิง จำนวน 100 คนเศษ พร้อมทั้งผู้ที่ขับขี่รถดังกล่าว นำขึ้นรถควบคุมผู้ต้องขังไปควบคุมที่ตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 จ.ปทุมธานี เป็นที่ปลอดภัยซึ่งศอ.รส.กำหนดจุดเอาไว้แล้ว นอกจากนี้ยึดรถเครื่องเสียงและเครื่องปั่นไฟ พร้อมของกลาง ได้แก่ อาวุธมีด ลูกกระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 30 นัด หนังสติ๊ก 1 อัน วิทยุสื่อสาร 1 เครื่อง ก่อนใช้แก๊สน้ำตาก็ได้มีการเตือนอย่างต่อเนื่องและปฏิบัติตามขั้นตอน นอกจากนี้มีการบันทึกภาพเอาไว้ใช้เป็นหลักฐานดำเนินคดีผู้กระทำความผิด ทางบช.น.ยืนยันว่า จะรักษาความสงบเรียบร้อย และดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ โดยมี พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รองผบ.ตร. และพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. ประจำการอยู่ที่ศอ.รส. ควบคุมสั่งการอย่างใกล้ชิด

* แจ้งข้อหาก่อความวุ่นวาย

“ส่วนผู้ที่ถูกจับกุมนั้นจะมีทีมพนักงานสอบสวนเดินทางตรวจสอบ สอบสวนก่อนแจ้งข้อหา โดยต้องตรวจสอบพยานหลักฐานว่า แต่ละคนที่ก่อเหตุกระทำความผิดอย่างไร เบื้องต้นมีความผิดในข้อหาก่อความวุ่นวาย การข่าวบช.น.ได้รับแจ้งว่า กลุ่มผู้ชุมนุมจะมีการรื้อถอนแบริเออร์และลวดหนามที่กั้นไว้บางส่วน จนกระทั่งกลุ่มผู้ชุมนุมได้ใช้รถบรรทุกขับชนเจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าว โดยผบ.ตร. และผบช.น. เน้นย้ำชัดเจนว่า ต้องไม่กระทบกระทั่งหรือทำร้าย ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมบาดเจ็บโดยให้ใช้มาตรการดำเนินการทางกฎหมาย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็มีแต่ฝ่ายตำรวจบาดเจ็บเท่านั้น” ” โฆษกบช.น. กล่าว

* พล.ต.ต.อดุลย์ แถลงตำรวจโดนปาแก๊สน้ำตาใส่ก่อน


เวลา  12.45 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.อดุลย์ แถลงเรื่องแก๊สน้ำตาที่เจ้าหน้าที่ใช้ในการชุมนุม โดยมีการนำแก๊สน้ำตามาให้สื่อมวลชนดู 3 ชนิด พร้อมกล่าวว่า  กรณีที่กลุ่มผู้ชุมนุมแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้แก๊สน้ำตาที่หมดอายุมาใช้นั้น ปรากฏว่าเมื่อตรวจสอบพบว่าเป็นสีเขียวนั้น ไม่ใช่แก๊สน้ำตาของตำรวจ โดยช่วงเช้าตนนั่งรถประชาสัมพันธ์เข้าไป ก็มีกลุ่มผู้ชุมนุมขว้างแก๊สน้ำตาเข้ามาด้วย ซึ่งแก๊สน้ำตาที่ตำรวจใช้นั้น ล็อตแรกเป็นยี่ห้อ 555 CSผลิตจากสหรัฐอเมริกา มีกล่องสีขาวแถบฟ้า โดยเป็นล็อตแรกที่แจกตำรวจไป ส่วนล็อตที่สองที่จะมีการแจกต่อไปนั้น เป้นยี่ห้อMP-BD2-OC  ซึ่งเป็นแบบแป้งก็มาจากสหรัฐอเมริกา  โดยตำรวจก็มีจุดกั้นโดยแยก พล.1 ไม่พบอาวุธ แม้แต่ชิ้นเดียว ส่วนที่แยกมัฆวานฯ นั้นตำรวจวางกำลัง แต่ไม่ได้ปฏิบัติตาม ซึ่งตำรวจมีการบันทึกภาพไว้ตลอดว่า ตำรวจไมได้รังแกประชาชน แต่ถูกปาใส่ก่อน ช่วงเช้าตำรวจที่บาดเจ็บมาจากภาคอีสาน 5 คน แต่กลับถูกรถชน เนื่องจากผู้ชุมนุมขับพุ่งชนรื้อลวดหนามทำให้บาดเจ็บ ซึ่งขอวิงวอนว่าเราคนไทยด้วยกันอย่าทำอะไรให้เป็นปัญหา ซึ่งพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. เน้นย้ำให้ดูแลประชาชนอย่างดี

พล.ต.ต.อดุลย์กล่าวอีกว่า ทุกจุด ผบ.ตร. ได้สั่งการให้บันทึกทั้งภาพนิ่งและภาพวีดีโอทุกจุด เพื่อเป็นหลักฐาน โดย ผบ.ตร.  และพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. เน้นย้ำให้ผู้การเข้มแข็งที่มาช่วยจากภูธรต่างๆ 40 จังหวัด ที่เฝ้าแต่ละจุดให้ดูแลอย่างเต็มที่

* เผยเป็นแก๊สน้ำตากระบอกเขียวหมดอายุ-คาดเป็นของจีน

“สำหรับแก๊สน้ำตากระบอกเขียวของกลุ่มผู้ชุมนั้นนั้น(เขียนด้านข้างว่าGT6-ARA1CS)ยังไม่ทราบประเทศที่ผลิตแต่คาดว่าเป็นของประเทศจีนหมดอายุเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาสำหรับแผนการปฏิบัติก็ยืนยันว่าชัดเจนโดยเปิดให้2ช่องทางคือ แยกพล.1และแยกวัดเบญจโดยช่องทางอื่นมีการวางกำลังไว้แล้ว เพื่อดูแลความสงบ และป้องกันห้ามนำอาวุธเข้ามาอย่างเด็ดขาด  ส่วนจุดต่างๆที่มีการวางกำลังก็สั่งให้ดูแลอย่างดี ทาง พล.ต.อ.วรพงษ์  ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร. และผบช.น. ได้ประชุมสั่งการตลอดเวลา เพื่อสั่งการและเตรียมการตามสถานการณ์ ขณะนี้ยังคงปกติ ไม่รุนแรง ส่วนสถานที่ราชการก็วางกำลังไว้เรียบร้อยแล้ว ความพร้อมในด้านกำลังก็พร้อม 100 เปอร์เซ็นต์ รวมถึงแผนต่างๆก็มีขั้นตอนการปฏิบัติชัดเจน ส่วนเรื่องน้ำและไฟฟ้าก็เตรียมพร้อมแล้ว ไม่มีปัญหา ” รอง ผบช.น.กล่าว

* เปิดคลิปทักษิณและแกนนำเสื้อแดง-อ้างโยงรัฐบาลจาบจ้วง


เวลา 14.40 น. พล.อ.บุญเลิศ  ขึ้นเวทีปราศรัย กล่าวว่า “วันนี้ผมอยากพูดเเละชี้ให้พี่น้องเห็นว่ารัฐบาลชุดนี้  จาบจ้วงล่วงละเมิดเช่นใด  เราจะไม่ตัดคลิป  เพราะถ่ายทอดทีวี 5 ช่องให้ชม ผมขอพระราชทานพระราชวโรกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  หากตำรวจนำไปเเละกล่าวหาว่าผมหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ   ผมก็ยอม  เเต่ผมได้ถวายหัวต่อพระเจ้าเเผ่นดินเเล้ว”

จากนั้น  พล.อ.บุญเลิศกราบพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว บนเวทีเเละนำคลิปเเกนนำนปช. เช่น  นายก่อเเก้ว พิกุลทอง  นายจตุพร พรหมพันธุ์  พ.อ.อภิวันท์  วิริยะชัย  นายใจ  อึ้่งภากรณ์ นายชูพงศ์ ถี่ถ้วน เเละพ.ต.ท.ทักษิณ  ชินวัตร โดยใจความในคลิปของเสียงบุคคลข้างต้น   ที่พล.อ.บุญเลิศนำมาเปิดบนเวที  ระบุว่าบุคคลข้างต้นพาดพิงสถาบันฯ

อย่างไรก็ตาม พล.อ.บุญเลิศ  ได้กล่าวภายหลังการเปิดคลิปว่า คงเห็นเเล้วว่ารัฐบาลทักษิณเลวร้ายเพียงใด จะเอาไว้หรือไม่ ขอสัญญาว่าผมก็ไม่เอาเหมือนทุกคน  จากนั้นก็ก้มลงกราบพระบรมฉายาลักษณ์อีกครั้ง

* “อ้าย” โวยตร.รังแกประชาชน-ต่อสายฟ้องแม่ทัพภาค 1 รายงานผบ.ทบ.

เวลา 14.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ หรือเสธ.อ้าย ได้ขึ้นเวที เพื่อปลุกขวัญให้มวลชนที่มาชุมนุมเฮิกเฮิม ปรากฎว่าเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจยิงแก๊สน้ำตา จำนวน 16 นัด บริเวณแยกสวนมิสกวัน พล.อ.บุญเลิศ เลยกล่าวด้วยอารมณ์ว่า “หากผมไม่สามารถเอารัฐบาลเดรัจฉานลงได้ ผมขอยอมตาย”

จากนั้นทีมงานรักษาความปลอดภัยได้เข้าคุมกันเสธ.อ้ายอย่างแน่นหนา เมื่อลงจากเวที เสธ.อ้าย พร้อมด้วยพล.อ.ปฐมพงษ์ และเพื่อ ตท.1 และบุตรสาวได้เดินไปยัง หน้ากองทัพภาคที่ 1 เพื่อขอพบ พล.ท.ไพบูลย์ คุ้มฉายา แม่ทัพภาคที่ 1 โดยระหว่างเดินไปหน้ากองทัพภาคที่ 1 ปรากฏได้สวนกับผู้บาดเจ็บจำนวนหนึ่งที่ถูกยิงแก๊สน้ำตาเข้าบริเวณใบหน้าทั้งหญิง ชาย โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับบาดเจ็บเผยว่าบางคนโดนระเบิดปลอม ซึ่งส่งผลให้ประชาชนเจ็บหนักบริเวณศรีษะและแขนซึ่งมีเลือดออกเป็นจำนวนมาก แต่ทางทีมรักษาความปลอดภัยเกรงว่าจะเกิดอันตรายจึงแนะนำให้ พล.อ.บุญเลิศ กลับมายังเวที โดยได้แวะที่หน้ากองบัญชาการกองทัพภาคที่ 1 เพื่อขอพบ แม่ทัพภาคที่ 1 แต่เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้เข้าพื้นที่ จึงได้ติดต่อผ่านทางโทรศัพท์ เพื่อแจ้งให้ทราบว่าขณะนี้ทางตำรวจกำลังใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุกับประชาชน และขอให้ พล.ท.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รายงานต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.โดย เสธ.อ้าย กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำเกินกว่าเหตุ

* จี้ ′ดาวพงษ์′ ออกมาดูแลประชาชน

 หลังจากนั้นจึงมุ่งหน้ากลับมายังเวที ระหว่างทางได้เยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บที่เต๊นท์ปฐมพยาบาลของกองทัพธรรม จากนั้นได้ต่อสายถึง พล.อ.ดาวพงษ์ รัตนสุวรรณ รอง ผบ.ทบ.ซึ่งได้สนทนาประมาณ 30 วินาที ได้มีใจความว่า “ท่านต้องดูแลประชาชน” ก่อนที่ พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ แนวร่วม อพส.จะแจ้งให้ทราบว่า พล.ท.ไพบูลย์ได้รายงานถึง พล.อ.ประยุทธ์แล้ว ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ได้ติดตามสถานการณ์โดยตลอด และยังตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงใช้มาตรการรุนแรงกับผู้ชุมนุมเร็วขนาดนี้

อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากเกิดเหตุระเบิดทางผู้ชุมนุมได้เพิ่มกำลังคุ้มกันให้แก่พล.อ.บุญเลิศส่วนมวลชนที่เข้าร่วมชุมนุมต่างได้รับบาดเจ็บจากแก๊สน้ำตาโดยพยายามใช้น้ำและน้ำเกลือล้างหน้าตาเพื่อบรรเทาอาการแสบจากแก๊สน้ำตาพร้อมทั้งตำหนิการทำหน้าที่ของตำรวจที่ไม่มีการแจ้งล่วงหน้าตามหลักสากลจากนั้นเวลา 14.45 น. น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ แนวร่วม อพส.พร้อมด้วย พล.อ.เจริญศักดิ์ เที่ยงธรรม เตรียมทหารรุ่น 1 ได้เดินทางมาร่วมการชุมนุมด้วย

* มวลชนมึน- เสธ.อ้ายประกาศยุติชุมนุมดื้อๆ รับคนมาน้อย

เวลา 16.30 น. วันที่ 24 พ.ย. ผู้สื่อข่าว "ข่าวสด" รายงานว่า บริเวณหลังเวทีองค์การพิทักษ์สยาม (อพส.) พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ ประธานอพส. กล่าวถึงการประเมินสถานการณ์ว่าจะทำอย่างไรต่อไปนั้น เราคงจะรอให้ประชาชนเดินทางเข้ามาร่วมชุมนุมให้มากกว่านี้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสกัดประชาชนไว้ในหลายพื้นที่ หากเจ้าหน้าที่ตำรวจจะใช้มาตรการยิงแก๊สน้ำตาอีก เราเองก็ไม่อยากให้คนบาดเจ็บไปมากกว่านี้ ขณะนี้แกนนำอพส.กำลังดำเนินการหลายขั้นตอน ซึ่งถ้าเมื่อใดที่ท้ายขบวนของมวลชนไปอยู่ที่สะพานผ่านฟ้าได้ ตนจะเปิดเผยไม้เด็ดในการชุมนุมครั้งนี้ อย่างไรก็ตามการชุมนุม อพส.ต้องจบลงในวันนี้หรืออย่างช้าในวันพรุ่งนี้เรายังต้องประเมินสถานการณ์เสียก่อน แต่ยืนยันว่าจะไม่ชุมนุมในเดือนธัขนวาคมเพราะการชุมนุมครั้งนี้เป็นครั้งสุท้ายในชีวิต

"ผมได้เดินเข้่าไปหาและพูดคุยกับนายทหารระดับสูงกองทัพภาคที่1ด้วยตนเองซึ่งผมคิดว่าหากตำรวจรังแกประชาชนอีกทหารต้องออกมาช่วยประชาชนแม้เขาจะไม่รับปากผมอย่างเป็นทางการก็ตาม"พล.อ.บุญเลิศระบุ

 ผู้สื่อข่าวรายว่าหลังจากที่พล.อ.บุญเลิศให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนได้เข้าไปหารือร่วมกับแกนนำโดยมีมติว่าเนื่องจากสถานการณ์ในช่วงค่ำอาจจะมีมือที่สามสร้างสถานการณ์ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความไม่ปลอดภัยกับผู้ชุมนุม รวมทั้งพล.อ.บุญเลิศ ได้ต่อสายคุยกับพล.อ.ดาวพงษ์ ว่าแนวทางของอพส.จะยุติการชุมนุม ในเวลา 18.00น. และรับปากว่าจะดูแลความปลอดภัยให้

 อย่างไรก็ตาม เวลาประมาณ 17.20 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.บุญเลิศ หรือเสธ.อ้าย ขึ้นเวทีปราศรัยลานพระบรมรูปทรงม้า ประกาศขอยุติการชุมนุม พร้อมให้เหตุผลประกอบหลักๆ 4 ข้อ กล่าวคือ รัฐบาลปฏิบัติตามคำสัญญา นอกจากนั้น ยังสกัดกั้นคนจากต่างจังหวัดไม่ให้เข้ามาร่วมชุมนุม ตำรวจไม่น่ากระทำกับประชาชนมือเปล่า ทำร้ายร่างกายบาดเจ็บหลายคน ตนไม่อยากให้ผู้ชุมนุมตายเพราะการกระทำของตำรวจ

* ครวญ-เสธ.อ้ายได้ตายไปแล้ว

 "วันนี้มีคนเกิน 5 หมื่น แต่ไม่ถึง 1 ล้าน เพราะถูกสกัดกั้น ต้องกราบแทบเท้าทุกท่านแม้มาไม่ถึง 1 ล้านก็ตาม เพื่อรักษาชีวิตของพวกท่าน ผมขอยุติการชุมนุมแต่บัดนี้ครับ" พล.อ.บุญเลิศ กล่าว ท่ามกลางเสียงโห่ร้องของมวลชน
และว่า "หากคนมาน้อยก็จะเลิก และไม่มีครั้งที่ 3 อีกแล้ว ตั้งใจยกเลิกการชุมนุม การชุมนุมไม่มีการทดลอง และเป็นห่วงชีวิตพี่น้องที่มาชุมนุม ขนาดกลางวันแสกๆ ยังถูกแก๊สน้ำตา  แล้วกลางคืนจะไปเหลืออะไร"

 ทั้งนี้ หลังประกาศยุติการชุมนุม พล.อ.บุญเลิศ กล่าวด้วยว่า "วันนี้เสธ.อ้ายได้ตายไปแล้ว" ขณะที่ม็อบบางส่วนตะโกนให้กำลังใจกลับมาว่า ยังไม่ตาย

* ไม่แน่ใจกลุ่ม "อพส." จะอยู่ต่อไปหรือไม่


 สำหรับอนาคตขององค์กรพิทักษ์สยาม พล.อ.บุญเลิศ กล่าวว่า ไม่แน่ใจว่าจะอยู่ต่อไปได้หรือไม่ เพราะต้องใช้ทุนทรัพย์ในการเคลื่อนไหว ทั้งนี้แม้จะไม่มีการเคลื่อนไหวชุมนุมแต่ตนก็พร้อมจะร่วมในการสนับสนุนด้านค่าใช้จ่ายขององค์กร





 
  • ภาพ :  พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ ประธาน อพส. ยกมือไหว้ขอโทษมวลชน หลังจากประกาศยกเลิกการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ช่วงเย็นวันที่ 24 พ.ย. 55
  •  
     
     
     
     
     
     
     
     


     
    Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.