มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 11189 คน
วันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2556 เวลา 15:30 น.  ข่าวสดออนไลน์


"วีรพัฒน์ ปริยวงศ์" นักกฎหมายอิสระแจงประเด็น "อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา" ซัดหมิ่นศาล

วันที่ 25 ม.ค. ผู้สื่อข่าว "ข่าวสด" รายงานว่า เมื่อวันที่ 24 ม.ค. นายทวี ประจวบลาภ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา กล่าวถึงบทความในเฟสบุ๊ค ของนายวีรพัฒน์ ปริยวงศ์ นักวิชาการกฏหมายอิสระ ว่า จากการที่ได้ทราบถึงเนื้อหาบทความมองได้ว่าเป็นการเเสดงความคิดเห็น ติเตียนวิจารณ์การทำงานเเละมีทัศนคติในเเง่ร้ายเเละมุ่งทำลายความน่าเชื่อถือต่อศาล ซึ่งศาลอาญาซึ่งเป็นผู้ใช้กฏหมายมีความเป็นธรรมในการพิจารณาคดีต่างๆ สิ่งที่ผู้เขียนบทความนี้มองเป็นการดูหมิ่นศาล มีการประชดเสียดสีศาลต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่ใช่การเเสดงความเห็นทางวิชาการที่มีเหตุผลน่าเชื่อถือ เป็นการเขียนบทความโดยอคติเป็นการส่วนตัว ศาลไม่ขัดข้องเเละพร้อมที่จะรับการวิจารณ์ เเต่ต้องเป็นในวงกว้างไม่ใช่เเเค่นักวิชาการกลุ่มหนึ่งที่มีอคติต่อศาล ในวงกว้าง รวมถึงประชาชน เเละผู้ที่เข้าใจถึงระบบการทำงานของศาล เรื่องบทความหมิ่นเหม่ที่ปรากฏในโลกอินเตอร์เนตนี้ เบื้องต้น ตนได้ให้ผู้พิพากษาที่เกี่ยวข้องตรวจสอบว่ามีบทความใดหมิ่นเหม่ เเละสร้างความเข้าใจผิดต่อศาลอาญามากน้อยเเค่ไหน ส่วนจะมีการพิจารณาดำเนินการใดต่อไปนั้นต้องรอดูผลการตรวจสอบนั้นซะก่อน

"บทความนี้เป็นการดูหมิ่นศาลไม่ใช่การเเสดงออกทางวิชาการเป็นการเเสดงความคิดเเบบคนไม่เข้าใจระบบ เเละจงใจดิสเครดิตศาล อยากถามกลับไปว่าคนส่วนมากเค้าเห็นด้วยกับผู้เขียนหรือไม่ เเละข้อเท็จจริงก็ไม่ได้เป็นอย่างที่เขียนในบทความ" นายทวี กล่าว

ด้านนายวีรพัฒน์ ได้เขียนชี้แจงประเด็นต่างๆ ผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว มีเนื้อหาบางส่วนดังนี้

หากข่าวนี้ถูกต้องครบถ้วนจริง ผมขอเรียนชี้แจงต่อท่านอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ดังนี้

ผมขอยืนยันความบริสุทธิ์และสุจริตใจที่ผมมีต่อสถาบันตุลาการ ว่าการแสดงความเห็นของผมทั้งหมดตลอดมานั้น ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความใส่ใจ และความคาดหวังและศรัทธาที่ผมมีต่อสถาบันตุลาการอันต้องเป็นที่พึ่งของประชาชน เมื่อใดที่ผมมีความกังขาหรือไม่เห็นพ้องด้วยต่อเหตุผลของศาล ผมย่อมพึงใช้ความพากเพียรในการตรึกตรอง เพื่อวิพากษ์วิจารณ์ติชมเสนอแนะ ด้วยหวังว่าผมจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยพัฒนาสถาบันตุลาการให้เป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างแท้จจริง

ตลอดเวลาที่ผ่านมาผมได้ใช้ความพากเพียรพยายามในการวิพากษ์วิจารณ์ศาลตามความรู้และหลักวิชาอย่างเต็มความสามารถโดยไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนที่อาจต้องเสียไปจากการวิพากษ์วิจารณ์ดังกล่าว เห็นได้จากผลงานทางวิชาการซึ่งผมได้แต่งไว้ในขณะศึกษาปริญญาโท ณ Harvard Law School อันมีเนื้อความเชิงวิพากษ์ที่แสดงถึงความศรัทธาและการให้ความสำคัญต่อสถาบันตุลาการอย่างเป็นประจักษ์ (โปรดดู http://discovery.lib.harvard.edu/?q=verapat) ตลอดจนบทวิพากษ์คำพิพากษาและคำวินิจฉัยต่างๆ ที่ศึกษาวิเคราะห์เหตุผลของศาลอย่างละเอียด (อาทิ http://bit.ly/Demcase ) และเมื่อมีผู้เสนอให้ยุบหรือแก้ไขอำนาจศาลด้วยเหตุผลที่ผมไม่เห็นพ้อง ผมก็ได้แสดงเหตุผลคัดค้านการยุบศาลเช่นกัน 

ส่วนความเห็นของผมล่าสุดต่อกรณีคำพิพากษาจำคุกนายสมยศพฤกษาเกษมสุขซึ่งเป็นเพียงการแสดงความเห็นในเบื้องต้นนั้น ผมได้แสดงออกด้วยความใส่ใจและคาดหวังศรัทธาต่อศาลดังทุกครั้ง และเมื่อศาลไม่ได้เผยแพร่คำพิพากษาฉบับเต็มต่อประชาชน ผมก็ได้ศึกษาเอกสารย่อคำพิพากษาที่จัดทำโดยศาลอย่างละเอียด จากนั้น จึงตั้งคำถามและแสดงความเห็นในเชิงวิชาการ ตามเสรีภาพที่รับรองไว้ตามรัฐธรรมนูญไว้ที่ http://bit.ly/somyos112

ความเห็นของผมต่อกรณีคำพิพากษานายสมยศดังกล่าวมีสาระสำคัญสองประเด็นกล่าวคือ

ประเด็นที่หนึ่ง ผมตั้งคำถามว่า หากประชาชนประสงค์จะตรวจสอบการพิจารณาคดีของศาล โดยการนำบทความในคดีที่ศาลเห็นว่ามีเนื้อหาผิดกฎหมายมาตรวจสอบวิพากษ์วิจารณ์ ประชาชนควรจะกระทำได้ ใช่หรือไม่ และหากกระทำไปแล้ว จะถูกศาลพิพากษาว่ากระทำความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 หรือไม่ และหากประชาชนไม่อาจกระทำการตรวจสอบศาลด้วยเหตุที่ต้องเกรงกลัวต่อประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 แล้วไซร้ ก็ย่อมเกิดคำถามว่า มาตรา 112 มุ่งคุ้มครองผู้ใดกันแน่

ประเด็นที่สอง ผมได้แสดงความเห็นเชิงเสนอแนะในทางวิชาการ ถึงวิธีการตีความ มาตรา 112 ว่าศาลควรพิจารณาถึงเจตนารมณ์ของบทบัญญัติที่มุ่งคุ้มครอง ′ความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร′ อันเป็นประโยชน์ร่วมกันของประชาชน กล่าวคือ มาตรา 112 มิได้มุ่งคุ้มครองที่ ′ตัวบุคคล′ เหมือนความผิดหมิ่นประมาททั่วไป ดังนั้น การตีความบังคับใช้ มาตรา 112 จึงต้องพิจารณาว่า การกระทำตามข้อหานั้น นอกจากจะเป็นการ ′หมิ่น′ หรือไม่แล้ว ยังจะต้องพิจารณาให้ลึกซึ้งตามเจตนารมณ์อีกด้วยว่า แม้นหากเป็นการ ′หมิ่น′ จริง แต่การหมิ่นเช่นว่านั้น จะกระทบต่อ ′ความมั่นคง′ อันเป็นประโยชน์ร่วมกันของประชาชนหรือไม่ อย่างไร ?

แต่เมื่อเอกสารย่อคำพิพากษามีเหตุผลที่ไม่ชัดเจน ผมจึงได้ตั้งคำถามในเชิงตรรกะตามหลักวิชาการต่อไปว่า หากศาลนำ มาตรา 112 มาเอาผิดกับผู้ตีพิมพ์บทความเพียงบทเดียวในฐานะภัยต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรได้แล้วไซร้ ก็น่าสงสัยว่า ศาลกำลังเห็นว่าพระเกียรติยศของพระมหากษัตริย์ไทย อันเป็นที่ยกย่องสรรเสริญทั่วไปทั้งในและต่างประเทศ แท้จริงแล้วก็สามารถถูกทำลายและล้มครืนลงจนกระทบต่อความมั่นคงได้โดยง่าย เพียงเพราะ ′บทความหนึ่งฉบับ′ กระนั้นหรือ ? และหาก ′ตรรกะ′ ของ ′ศาลอาญา′ เป็นดังนี้ ก็ย่อมน่าสงสัยว่าศาลกำลังดูแคลน ′พระเกียรติยศ′ ของพระมหากษัตริย์ไทย อีกทั้งดูถูกสติปัญญาและวิจารณญาณของประชาชนคนไทย อย่างโจ่งแจ้งที่สุดหรือไม่ ?

หากเปรียบเปรยให้เข้าใจง่าย อาจกล่าวได้ว่า เมื่อภูผาตระหง่านสง่าแล้วไซร้ เหตไฉนจึงผวาเกรงก้อนหินมากระทบ ?

ผมขอเรียนท่านอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาว่า การตั้งคำถาม คือหัวใจของการวิพากษ์วิจารณ์ การแสดงความเห็นและการตั้งคำถามทั้งสองประเด็นที่กล่าวมานี้ ได้นำเสนอพร้อมกับบทความทางวิชาการเรื่อง "ตุลาการไทย กับ มาตรา 112" (โปรดดู http://bit.ly/VPon112 ) ตลอดจนบทสัมภาษณ์ทางโทรทัศน์ ซึ่งเสนอการวิเคราะห์พร้อมข้อเสนอแนะเกี่ยวกับวิธีการตีความ มาตรา 112 อย่างละเอียด พร้อมยกตัวอย่างวิเคราะห์เทียบเคียงประกอบ อันล้วนเป็นการนำเสนอทางวิชาการที่สถาบันตุลาการพึงนำไปพิจารณาอย่างเร่งด่วนทั้งสิ้น

ผมจึงขอความกรุณาท่านอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาตลอดจนผู้พิพากษาตุลาการผู้มีใจเป็นธรรมทั้งหลายได้โปรดลองพิจารณาถึงเนื้อหาสาระของคำถามและข้อสังเกต ตลอดจนบทความวิชาการดังกล่าว อันเป็นเนื้อเดียวกันของความเห็นทั้งหมดนี้ เพื่อให้ความจริงปรากฏว่า การแสดงความเห็นของผมนั้น ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความใส่ใจ ความคาดหวังและความศรัทธาที่ผมมีต่อสถาบันตุลาการอันต้องเป็นที่พึ่งของประชาชน และเมื่อใดที่ผมมีความกังขาหรือไม่เห็นพ้องด้วยต่อเหตุผลของศาล ผมย่อมพึงใช้ความพากเพียรในการตรึกตรอง เพื่อตั้งคำถามและเสนอข้อคิดเห็นต่อศาล เพื่อหวังให้ศาลเป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างแท้จริง
 






  • ภาพ : วีรพัฒน์ ปริยวงศ์
  • ภาพ : ทวี ประจวบลาภ


  •  
    Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.