มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | ศูนย์อบรมอาชีพและธุรกิจมติชน |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 787 คน
วันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 เวลา 14:20 น.  ข่าวสดออนไลน์


ศาลเบิกความพยาน 2 ปาก คดีพลทหารณรงค์ฤทธิ์ ถูกยิงเสียชีวิตในเหตุการณ์เดือน เม.ย.53

 เมื่อ 21 ก.พ. ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาฯ ศาลนัดไต่สวนคดีที่พนักงานอัยการยื่นคำร้องให้ไต่สวนชันสูตรพลิกศพ พลทหารณรงค์ฤทธิ์ สาละ อดีตทหารสังกัด ร.พัน2 พล.ร. 9 จ.กาญจนบุรี ซึ่งถูกยิงเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ชุดลาดตระเวนเคลื่อนที่เร็ว ในเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และเจ้าหน้าที่ทหาร บริเวณอนุสรณ์สถานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 28 เม.ย.2553 โดยอัยการนำพยานขึ้นเบิกความ 2 ปาก คือ นายวิโรจน์ โกสถา ผู้ชุมนุม นปช. ซึ่งถูกยิงได้รับบาดเจ็บ และนายคมกฤต นันทน์ธนโชติ ประชาชนที่ขับรถผ่านบริเวณดังกล่าวและถูกยิงบาดเจ็บเช่นเดียวกัน

 นายวิโรจ์ เบิกความสรุปว่า วันที่ 28 เม.ย.2553 ร่วมชุมนุมอยู่ที่ราชประสงค์ จากนั้นเวลาประมาณ 09.30 น. แกนนำ นปช.เรียกรวมกลุ่มไปตลาดไท จ.ปทุมธานี เพื่อไปรับกลุ่มนปช.ซึ่งไม่สามารถเดินทางเข้าร่วมชุมนุมได้ เพราะมีทหารขวางทางอยู่ พยานร่วมเดินทางไปด้วยโดยนั่งรถกระบะไปตาม ถ.วิภาวดี-รังสิต ฝั่งขาออก

 นายวิโรจน์ เบิกความต่อว่า เมื่อถึงบริเวณปั๊มแก๊สใกล้อนุสรณ์สถานแห่งชาติ เห็นทหารตั้งแนวกำแพงเรียงหน้ากระดานขวางถนน จึงจอดรถไว้บริเวณนั้น และแกนนำเข้าไปเจรจาขอให้ทหารเปิดทางแต่ไม่สำเร็จ ขณะพยานเดินย้อนกลับออกมาได้เพียง 3 นาทีก็มีเสียงปืนดังขึ้น เสียงปืนชุดแรกดังติดต่อกันหลายนัด นานประมาณ 3 นาที เมื่อพยานหันหลังกลับไปมอง เห็นทหารยืนเรียงหน้ากระดาน ถือปืนเอ็ม 16 ประทับบ่า โดยอยู่ห่างจากตัวพยานประมาณ 200 เมตร นอกจากนั้นยังมีทหารอีก 5-6 คน อยู่บนทางด่วนโทลล์เวย์ ขณะนั้นฟ้าครึ้ม แต่ฝนยังไม่ตก สามารถมองเห็นได้

 นายวิโรจน์เบิกความอีกว่า หลังได้ยินเสียงปืน กลุ่มผู้ชุมนุมต่างวิ่งหลบ พยานเห็นนายไพโรจน์ (ไม่ทราบนามสกุล) ผู้ชุมนุมด้วยกันถูกยิงทรุดลงบริเวณ ถ.วิภาวดี-รังสิต ฝั่งขาเข้า และมีนายเจ ถูกยิงที่ต้นคอเช่นกัน พยานจึงเข้าไปช่วย ระหว่างนั้นฝนเริ่มตก แต่ยังไม่หนัก พยานถูกยิงที่ต้นขาขวา กระสุนเข้าด้านหลังทะลุด้านหน้า ทรุดล้มลงบริเวณตอม่อ ต่อมามีเพื่อนนปช.ลากตัวไปขึ้นรถพยาบาล พยานมั่นใจว่าวิถีกระสุนมาจากแนวทหาร เพราะเห็นทหารยืนถือปืนประทับบ่าเล็งมา และเชื่อว่าถูกยิงด้วยกระสุนปืนเอ็ม 16 เพราะทะลุผ่าน ไม่ฝังอยู่ในร่างกายเหมือนปืนลูกซอง

 นายวิโรจน์เบิกความด้วยว่า สำหรับพลทหารณรงฤทธิ์ ทราบจากข่าวโทรทัศน์ว่าถูกยิงเสียชีวิตในเหตุการณ์เดียวกัน ยืนยันว่าวันเกิดเหตุพยานและผู้ชุมนุมอื่นๆ ไม่มีอาวุธติดตัว ไม่มีการขว้างปาสิ่งของหรือตะโกนโต้เถียงกับทหาร และหลังถูกยิงก็ไม่มีการโต้ตอบ ทั้งนี้ หากสืบทราบแน่ชัดว่าผู้ใดเป็นคนยิง หากผู้นั้นจ่ายค่าสินไหมทดแทน พยานก็ไม่ติดใจเอาความ แต่ถ้าไม่จ่ายค่าสินไหม พยานจะดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญา

 ด้านนายคมกฤต เบิกความว่า วันที่ 28 เม.ย.2553 พยานและภรรยาขับรถกระบะออกจากบ้านที่ตลาดไทเวลาประมาณ 07.00 น. ไปซื้อของบายศรีที่ปากคลองตลาด และจะไปไหว้พระพรหมที่ราชประสงค์ แต่เข้าไปไม่ได้ จึงขับรถกลับบ้านโดยใช้เส้นทาง ถ.วิภาวดี-รังสิต ฝั่งขาออก เมื่อมาถึงใกล้ปั๊มแก๊ส และอนุสรณ์สถานแห่งชาติ เห็นกลุ่ม นปช.กระจายอยู่บริเวณนั้น และการจราจรติดขัด พยานจะแวะซื้อน้ำมันที่ร้านค้าจึงเบี่ยงรถไปทางซ้าย แต่หน้าร้านมีรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ขวางอยู่ จึงตัดสินใจจะกลับบ้านโดยขึ้นทางด่วนไป ระหว่างนั้นได้ยินเสียงปืนดังเป็นช่วงๆ แล้ว

 นายคมกฤต กล่าวต่อว่า เมื่อขับขึ้นไปบนทางด่วน มีรถกระบะขวางอยู่ด้านหน้า จึงขับเบี่ยงไปทางขวา สังเกตเห็นทหารอยู่ทางขวามือ หน้าประตูอนุสรณ์สถานแห่งชาติ และบนถนนวิภาวดี-รังสิต ฝั่งขาเข้า ลักษณะสวมชุดทหารลายพรางสีเขียว ผูกผ้าพันคอสีฟ้า มีอาวุธปืนยาวทุกนาย จากนั้นพยานถูกยิงที่แขนขวา และอีกนัดยิงทะลุกระจกข้างเข้าแก้มซ้ายและศีรษะ ก่อนจะทะลุออกไปฝังอยู่ที่มือจับเหนือประตูฝั่งด้านข้างคนขับ และมีกระสุนยิงถูกจุดอื่นๆ ของรถอีก 9 นัด ขณะถูกยิงนั้นเห็นทหาร 3 คน หน้าอนุสรณ์สถานแห่งชาติเล็งปืนมาทางพยาน

 นายคมกฤต เบิกความอีกว่า หลังถูกยิง ภรรยาที่นั่งมาด้วยบอกให้ตั้งสติ พยานจึงขับรถไปจอดบนทางด่วน จากนั้นลงมาชูมือขอความช่วยเหลือ มีนักข่าวคนหนึ่งเข้ามาถามและถ่ายภาพไว้ ต่อมา สห.บอกให้ข้ามไปอีกฝั่งถนน และมีทหาร 3 คนแต่งกายคล้ายคอมมานโดมารับไปนั่งบนถนนฝั่งขาเข้า จากนั้นมีรถตำรวจนำไปส่งร.พ.วิภาวดี วันรุ่งขึ้นภรรยาไปแจ้งความที่สน.ดอนเมือง และเมื่อเดือนต.ค.2553 พยานได้ไปให้การกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ ปี 2554 พยานให้ทนายฟ้องเรียกค่าเสียหายจากกระทรวงการคลัง ศาลนัดฟังคำสั่งวันที่ 12 มี.ค.นี้ ทั้งนี้ หากสืบได้ชัดเจนว่าผู้ใดเป็นคนยิง ถ้าผู้นั้นยอมรับความจริง พยานก็ไม่ติดใจเอาความทั้งทางแพ่งและทางอาญา

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการไต่สวนเสร็จสิ้น ศาลนัดไต่สวนครั้งต่อไปวันที่ 22 ก.พ. เวลา 09.00 น. เบื้องต้นอัยการจะนำพยานขึ้นเบิกความ 4 ปาก 1 ในนั้นคือ นายนิโคลัส นอสติสส์ ผู้สื่อข่าวต่างประเทศที่ถ่ายภาพเหตุการณ์วันเกิดเหตุไว้ได้








 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.