มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 13744 คน
วันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556 เวลา 01:16 น.  ข่าวสดออนไลน์


ปปช. "วิชา มหาคุณ" แจงคดีร้อนจำนำข้าว-99 ศพ

รายงานพิเศษ


รับช่วงต่อทั้งตำแหน่งโฆษกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และประธานอนุกรรมการไต่สวนโครงการรับจำนำข้าว จากนายกล้านรงค์ จันทิก ที่หมดวาระ 

ขณะเดียวกัน ยังมีคดีใหญ่ในความรับผิดชอบทั้งคำร้องถอดถอนนายกฯ รัฐมนตรีและผู้เกี่ยวข้องจากโครงการบริหารจัดการน้ำ รวมถึงคดีสลายการชุมนุมทางการเมืองปี 2553 

นายวิชา มหาคุณ กรรมการป.ป.ช. เผยความคืบหน้าคดีร้อน รวมถึงหลักการทำหน้าที่ของโฆษกป.ป.ช. 

--------------

การทำงานในตำแหน่งโฆษกป.ป.ช. ?

การทำหน้าที่โฆษกจะคำนึงถึงภาพลักษณ์ของป.ป.ช.ด้วย เพราะหน้าที่นี้สะท้อนถึงองค์กรและภาพลักษณ์ ตรงนี้เป็นความหนักใจเพราะไม่ใช่อยากพูดอะไรตามสบายก็ได้ ต้องระมัดระวัง หลังจากนี้การพูดจะไม่ใช่นายวิชา แต่เป็นองค์กรป.ป.ช.ทั้งองค์กร 



จากการประชุมร่วมกับคณะอนุกรรมการด้านโฆษกและการเผยแพร่ข่าว ผมจะทำงานเป็นคณะกรรมการ ไม่ทำงานคนเดียว จะมอบหมายงานโดยจะเป็นประธานคณะอนุกรรมการ ในฐานะโฆษก มีนายประสาท พงษ์ ศิวาภัย กรรมการป.ป.ช. เป็นรองโฆษก 



ต่อจากนี้ไปการทำงานจะแบ่งความรับผิดชอบชัดเจน มีทีมชุดเล็กพร้อมให้ข่าวได้ทันที สามารถยกหูโทรศัพท์และสั่งงานทางไลน์ได้ว่าเรื่องไหนสามารถให้ข่าวได้ 



งานของป.ป.ช.มีมาก ต้องมอบหมายให้ชัดเจน จะตั้งคณะกรรมการมาอีก 3-4 ชุด เช่น ด้านการวิเคราะห์ข่าว ด้านการเผยแพร่และแก้ข่าว ด้านโฆษกและเผยแพร่ข่าวโดยตรง 



ในส่วนของป.ป.ช.จังหวัดจะทำหน้าที่โฆษกประจำจังหวัด เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ใกล้ชิด เข้าใจ เข้าถึงประชาชนมากขึ้น เพื่อให้รับรู้ว่าเราไม่ได้ทำงานไต่สวนคดีเท่านั้น แต่รับผิดชอบลึกคือการกำจัดการทุจริตในทุกหย่อมหญ้าซึ่งมีมากโดยเฉพาะในท้องถิ่น



หลายคดีที่ป.ป.ช.รับผิดชอบเกี่ยวข้องกับผู้บริหารประเทศ จะมีผลกระทบเกิดขึ้นหรือไม่

เป็นเรื่องธรรมดาเพราะเราเป็นองค์กรตรวจสอบด้านการเมือง เมื่อกระทำมิชอบในหน้าที่เขาต้องมีความรู้สึก ไม่ดีกับเรา คิดว่าเราเป็นกลางหรืออคติหรือไม่ ได้รับคำถามแบบนี้ตลอด 



สิ่งที่เราต้องการคือความเข้าใจของสาธารณชนส่วนใหญ่ ไม่ได้มุ่งหวังว่าทุกคนต้องเข้าใจ แต่ต้องการสื่อสารว่าการทำงานอาจช้าไปบ้างเพราะรับผิดชอบหลายเรื่อง 



เช่น คดีโครงการรับจำนำข้าว ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมีปัญหาทุกจังหวัดตั้งแต่โรงสีข้าว กระบวนการซื้อขาย กระบวนการบริหารจัดการถูกต้องหรือไม่ เป็นไปตามระเบียบหรือไม่ 



เมื่อลงไปสัมผัสถึงพบว่ามีการสั่งการแต่แรก หลายแห่งไม่กล้าให้ข้อมูล จึงไม่ง่ายที่จะได้ข้อมูล ยิ่งเป็นเรื่องใหญ่การล้วงข้อมูลไม่ใช่ของง่าย ต้องใช้ทุกวิธีการทุกรูปแบบในการหาข่าว การรักษาแหล่งข่าว 



การทำงานหลังจากนี้จะไม่ปกติ เป็นการทำงานผูกโยงกับการเมืองตลอด เมื่อได้ข้อมูลก็ต้องตรวจสอบข้างเคียงด้วยว่าข้อมูลถูกต้องหรือไม่ เพื่อให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่ถูกกล่าวหาด้วย งานถึงช้าไม่ทันใจบ้าง 



ที่สุดก็จะมาสู่ข้อสรุปว่าข้อมูลพอแจ้งข้อกล่าวหาใครได้บ้าง ช่วงสิ้นเดือนพ.ย.นี้จะสรุปในเบื้องต้นเพื่อแถลงอีกครั้งว่ากล่าวหาใครได้หรือไม่ 



ในส่วนคดีนี้ถือว่าเดินหน้าไปได้ครึ่งหนึ่งของกระบวนการ เราต้องดูไปถึงเส้นสนกลในว่าโยงใยถึงใคร คดีนี้ซับซ้อนมาก เพราะโครงการนี้เงินเป็นแสนล้านบาท 



วิจารณ์กันว่าโครงการรับจำนำข้าวจะเป็นจุดเปลี่ยนของรัฐบาล 

คงไม่ถึงขั้นนั้น แต่เป็นเรื่องที่มีผลกระทบกับประเทศ คนไทยทิ้งข้าวไม่ได้ แต่ที่หลายฝ่ายคิดว่า ป.ป.ช.จะพิจารณาคดีนี้เร็วเพื่อล้มรัฐบาลนั้น ไม่ถึงขั้นนั้น ถ้าไปตั้งธงว่าจะล้มรัฐบาล คิดผิดแล้ว ขอให้คิดใหม่ 



องค์กรนี้ไม่ใช่องค์กรที่จะมาเที่ยวล้มรัฐบาลแต่เป็นองค์กรที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงให้กระจ่างชัดถึงจะได้รับความเชื่อถือ ที่บอกว่าโกงทุกเมล็ดนั้นจริงหรือไม่ ใครจะเป็นผู้รับผิด เราต้องทำความโปร่งใสให้ปรากฏ 



ไม่เคยคิดว่าจะใช้คดีนี้ล้มหรือล่อรัฐบาล ไม่อย่างนั้นคงนอนไม่หลับ ใครผิดก็ว่ากันไปตามพยานหลักฐาน ในที่ประชุมเวลาเสนอคดีต่อคณะกรรมการก็จะถามถึงพยานหลักฐานก่อนว่าไปถึงใครได้หรือไม่ ไม่อย่างนั้นเรื่องคงคว่ำตั้งแต่ชั้นอัยการแล้ว 



ตนทำงานเหมือนศาล อันดับแรกคือฟ้องเขาได้หรือไม่เป็นหลัก จากนั้นก็ลงโทษได้หรือไม่ ไม่ทำงานแบบเอามันหรือเอาความสะใจ



คดี 99 ศพ หลังอัยการสั่งฟ้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ คดีเดียวกันในมือป.ป.ช.ต้องทำอย่างไร 

ต้องดำเนินการตามหน้าที่ของเราต่อเพราะเป็นความรับผิดชอบ เมื่อมีการร้องเข้ามาในประเด็นประพฤติมิชอบ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ก็เข้าข่าย มาตรา 157 ก็ต้องเดินหน้าสอบต่อ 



ไม่ใช่แค่นายอภิสิทธิ์หรือนายสุเทพ แต่รวมถึงคณะศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ที่พรรคเพื่อไทยและแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ร้อง เราทิ้งไม่ได้ ไม่อย่างนั้นจะโดนเสียเองว่าไม่ทำหน้าที่ แต่สุดท้ายเป็นเรื่องของศาลจะพิจารณา 



จะซ้ำซ้อนกับการตรวจสอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) หรือไม่

ไม่ซ้ำซ้อนกับดีเอสไออย่างแน่นอน เพราะป.ป.ช.ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวในเรื่องของการฆ่าหรือทำร้ายกัน นั่นเป็นเรื่องของการเอาผิดทางอาญา 



ส่วนที่เกี่ยวกับเราเป็นเรื่องตรงความผิดต่อเนื่อง เช่น การปลอมเอกสารหากพบเป็นการกระทำประพฤติมิชอบ หรือมีเจ้าหน้าที่ไปตบทรัพย์ หรือทำร้ายร่างกายก็เกี่ยวเนื่องกัน 



แต่ถ้าตำรวจทำร้ายร่างกายอย่างเดียวไม่เกี่ยวกับการประพฤติมิชอบ ก็ไม่รับเรื่องไว้ แต่ส่งเรื่องให้ตำรวจดำเนินการแทน 



กรณีนายพัน คำกอง และด.ช.อีซา (คุณากร ศรีสุวรรณ) ระบุว่าสามารถเอาผิด ศอฉ.ได้ 

คดีนายพัน คำกอง และอีซา ก็กำลังพิจารณาว่าผู้สั่งการต้องรับผิดชอบหรือไม่ จะดูทั้งหมดว่าใครใน ศอฉ.ต้องรับผิดชอบบ้าง รับผิดชอบเพราะอะไร ใครที่ได้รับการยกเว้นเพราะอะไร 



ขณะนี้รอพยานอีก 3 ปากมาสอบ ซึ่งอยู่ใน ศอฉ.และเกี่ยวข้องกับกระบวนการสั่งของ ศอฉ. เดิมไม่ได้เรียกมาสอบแต่เมื่อศาลบอกว่ากรณีนี้เกิดจากการสลายการชุมนุมโดยเจ้าหน้าที่รัฐ จึงต้องกลับมาดูอีกทีว่าห้วงเวลานั้นๆ ศอฉ.สั่งการว่าอย่างไรบ้าง 



มีหลักฐานอะไรยืนยันว่ามีการสั่งการแบบนั้นแบบนี้เพื่อให้เกิดความชัดเจน ต้องดูว่าใครรับผิดชอบตรงไหน 



ความคืบหน้าโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้าน

ขณะนี้ได้ตั้งคณะอนุฯ ขึ้นมาตรวจสอบ อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลของเจ้าหน้าที่ และเตรียมแจ้งคำสั่งให้ผู้ที่ถูกกล่าวหาได้รับทราบ ประกอบด้วย ครม.ที่ดูแลอยู่ รองนายกฯ ที่รับผิดชอบ ปลัดสำนักนายกฯ รองปลัดกระทรวงการคลังที่ลงนาม 



จะดูข้อเท็จจริงและสอบวงกว้างและวงแคบเหมือนคดีโครงการจำนำข้าว และคดีในโครงการไทยเข้มแข็งที่เราสอบกันทุกวัน แต่ละคดีที่ร้องเข้ามาไม่ใช่เรื่องเล็กๆ 



คดีใหญ่ที่จะชี้มูลเร็วนี้ๆ 

ที่ใกล้จะสรุปแล้วคือคดีสอบเข้าโรงเรียนนายอำเภอ มีหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่านานเหลือเกิน แต่ต้องเห็นใจคนทำคดีด้วย เช่น นายประสาท ที่ถูกกดดันหนักมากเพราะเคยเป็นผู้ว่าฯ ซึ่งได้รับผลกระทบเพราะเคยทำงานในหน่วยงานนั้น 



รัฐบาลมองว่าป.ป.ช.ถือระเบิดเวลาพร้อมบอมบ์รัฐบาลได้ทุกเมื่อ

เมื่อมีการร้องเรียนเข้ามามากและถูกตั้งข้อกล่าวหาก็เป็นเรื่องธรรมดา ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลไหน ตอนเป็นรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รัฐบาลชุดนี้ก็ยื่นร้องเรียนตลอดเวลาเหมือนกัน เราก็ตรวจสอบ เช่น โครงการไทยเข้มแข็งก็ร้องมาทุกเม็ดทุกจุด เราก็ตั้งสอบโดยอยู่ระหว่างการไต่สวน 



บทบาทป.ป.ช.ที่ผ่านมา หลายคนมองเอียงข้างพรรคประชาธิปัตย์ 

ทำงานมา 7 ปี จะเห็นว่าไม่ได้เอาใครคนใดคนหนึ่ง หรืออยู่พรรคไหน ตอนที่ดำเนินคดีกับนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีต ผู้ว่าฯ กทม.คดีทุจริตจัดซื้อรถและเรือดับเพลิง กทม. ญาติพี่น้องที่เป็นแฟนคลับยังมาพูดอยู่เลยว่าไปเล่นงานเขาได้อย่างไร 

ไม่ได้ทำเพราะอยู่พรรคไหนแต่ดูว่าพยานหลักฐานถึงหรือไม่ มีพฤติการณ์กระทำผิดหรือไม่ สุดท้ายเป็นเรื่องของศาลเมื่อไม่เอาผิด ก็ไม่ใช่หน้าที่ของเรา





 
 


 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.