มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 665 คน
วันที่ 02 ธันวาคม พ.ศ. 2556 เวลา 17:39 น.  ข่าวสดออนไลน์


ละคร ผู้ชนะสิบทิศ ตอนที่ 24

 ท้องพระโรงตองอู จะเด็ดยังถูกทหารคุมตัวอยู่ มีเพื่อนทั้งสามเดินวนไปวนมาชะเง้อมองเข้าไป มังตรากับมหาเถรคุยกันอยู่มุมหนึ่ง 
 สักครู่มังตราเดินนำมหาเถรออกมา ทุกคนรีบลงนั่งเรียบร้อย มังตรากระซิบบอกมหาเถร 
 “อาจารย์รับรองอะไร จำไว้ให้ดีแล้วกัน”
 มหาเถรกระซิบตอบกลับ “มังตรานี่เจรจาอะไรระวังหน่อย เราน่ะเด็กอายุเท่าเจ้าหรือ”  
 สักครู่มหาเถรแกล้งทำหน้าเข้มเสียงดังขึ้นมา “ไอ้จะเด็ด พระเจ้าอยู่หัวเมตตาผ่อนผันให้แก้ตัว โดยการให้ยกกองทัพไปตีเมืองแปรอีกครั้ง” 
 จะเด็ดเงยหน้าขวับ ตั้งท่าเถียง มหาเถรถลึงตาห้ามขยิบตานิดหน่อย 
 “ถ้าทำศึกแพ้ครั้งนี้หรือตัวทรยศหนีไปเข้ากับเมืองแปร...เอ็งจะขึ้นชื่อเป็นศิษย์คิดล้างครู เพราะเราถวายชีวิตเราประกันให้ ชีวิตเราน่ะจะหมดสิ้นแค่เมืองมนุษย์ แต่เจ้าสิความผิดถึงนรก” 
 จะเด็ดถวายบังคม มหาเถรเผลอถอนใจแล้วหันพูดกับมังตรา
 “พระเจ้าอยู่หัวจะให้ถือพลไปเท่าใด” 
 “เพิ่มให้มากกว่าเราเท่าหนึ่ง เรือขนาดใหญ่ ทัพม้า ทัพช้างเต็มที่ เสบียงเต็มที่ ทำการไม่สำเร็จจะได้ไม่มีข้อแก้ตัว”
 “ข้าพเจ้าขอพลเพียงครึ่งหนึ่งของพระองค์” จะเด็ดหันมาบอก 
 มังตราคอแข็งรู้ว่าจะเด็ดรู้ทันตัว เพราะถ้าให้ทหารไปมากจะเด็ดชนะจะได้อ้างว่ามีพลเยอะกว่า 
 “ได้ไปเยอะๆ ไม่ดีหรือ อย่าโยกโย้” 
 “ข้าพเจ้าเจตนาให้ทุกคนได้ประจักษ์ว่าศิษย์มังสินธูผู้นี้ ออกทำศึกโดยใช้กำลังพลส่วนน้อย แต่ใช้ความรู้ที่พระคุณเจ้าสั่งสอนมาเป็นส่วนใหญ่” 
 มหาเถรลอบยิ้มนิดๆ แต่แล้วต้องหยุด เพราะสบตามังตราที่จ้องเขม่นอยู่ มหาเถรรีบทำหน้าเฉย
 “ตองหวุ่นญี เตรียมพลให้เท่าที่เขาขอ ทำหนังสือทานบนไว้ว่า ถ้าแพ้กลับมา จะต้องถวายหัวกับเราโทษฐานปากยะโสโอหังต่อหน้าที่นั่งพระเจ้าตองอู” 
 ทุกคนถวายบังคม
 พอลับตัวมังตราเดินออกไป จะเด็ดก้มลงกราบมหาเถร ทุกคนลุกมาหาจะเด็ดอย่างห่วงใย 
 ทางด้านกันทิมาเข้าไปหาจันทราในห้อง จันทราขอบใจกันทิมาที่ยอมลำบากเพื่อตน
 “ตะละแม่อยากฟังความอะไรบ้าง ข้าพเจ้าจะเล่าให้ฟังทุกอย่าง”
 “ตะละแม่เมืองโน้น นาง...เป็นอย่างไรบ้าง เจ้ารู้เรื่องนางมั้ย ว่าอย่างไร....ตะละแม่เมืองโน้นเป็นอย่างไรบ้าง เล่ามาเถิด” 
 กันทิมาเล่าความจริงทุกอย่างให้ฟัง จันทิมามีสีหน้าหม่นเศร้าแต่จำต้องเก็บอารมณ์ดังกล่าวไว้ภายใน 
 “ขอบใจที่ลำดับเรื่องราวให้ฟังได้แจ่มแจ้ง เราเข้าใจทุกอย่าง”
 “ตะละแม่...ข้าพเจ้าดูน้ำใจจะเด็ดต่อตะละแม่กุสุมาแล้ว เมื่อเทียบ กับ...”
 “พอแล้วกันทิมา เจ้าไปพักผ่อนเถิด เจ้าเองลำบากเหน็ดเหนื่อยมาหลายเพลาดุจชาย”
 “ข้าพเจ้า....จะบอกจะเด็ดทุกอย่างว่า ข้าพเจ้าไปแปรเพราะพระทัยเมตตาห่วงใยจะเด็ดยิ่งกว่าใครๆ ของตะละแม่จันทรา” 
 “ไปพักผ่อนกันทิมา อย่าพูดอะไรที่เราไม่สั่งให้พูด..ตกลงนะ” 
 กันทิมาจำใจคลานออกไป จันทิมาเศร้าสร้อยน้ำตาเอ่อคลอ  
 ไม่นานจากนั้น จะเด็ดเข้ามาพบเลาชีที่วัดกุโสดอ เลาชีที่นั่งสมาธิอยู่หน้าพระประธาน เมื่อหันมาเห็นจะเด็ดก็จ้องมองตลึง
 “ข้ากลับมากราบเท้าแม่ท่านแล้ว” 
 จะเด็ดก้มลงกราบแทบเท้า เลาชีกอดลูกไว้เต็มวงแขนด้วยความคิดถึง
 “แม่สวดภาวนาขอให้ลูกกลับมาตองอูอย่างปลอดภัยทุกวันทุกคืน เทวดารักษาลูกของแม่แล้ว ต่อไปนี้จะทำอะไรขอให้ระวังให้ดี..พระราชบุตรมังตราให้อภัยเจ้าแล้ว อย่าทำให้พิโรธขึ้นมาอีก” 
 จะเด็ดจับมือแม่ขึ้นมาจูบด้วยความรักและนับถือสูงสุด
 “ถึงแม้เจ้ากับพระองค์จะกินนมจากอกแม่ด้วยกัน แต่เจ้าต้องอย่างลืมว่าพระองค์คือพระเจ้าอยู่หัว....เจ้าชีวิต อย่าตีเสมอ ตั้งใจปฏิบัติราชการต่อพระเจ้าอยู่หัวด้วยชีวิตนะลูก” 
 “ข้อนี้ลูกไม่เคยลืม...ลูกนี้เทิดมังตราไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อมเสมอ”    
 จะเด็ดเงยหน้ามองแม่ สายตาแม่บอกความหมายทุกคำที่พูด 
 ท่ามกลางค่ำคืนมีแสงจันทร์สุกสว่าง จะเด็ดย่องเงียบเชียบเข้าไปยังห้องนอนจันทรา ชายหนุ่มเดินไปที่เตียงแล้วแหวกมุ้งเข้าไปก้มลงกอดเพราะคิดว่าคือจันทรา แต่แล้วจะเด็ดก็ต้องสะดุ้งเพราะนั่นคือห่อผ้าเปล่าๆ 
 จันทรายืนนิ่งอยู่ด้านหลัง มองจ้องมาที่ตน จะเด็ดก้าวยาวๆ สองแขนโอบไว้เต็มอ้อมกอดให้หายคิดถึง ก้มลงจูบรุกเร้า แต่แล้วก็เอะใจเมื่อเห็นจันทรายืนนิ่งเงียบ
 “น้องท่าน...” 
 จันทราเหลียวมองจะเด็ด เงาในแสงสลัวมีหยาดน้ำตาไหลเอ่อ จะเด็ดเอามือประคองหน้าอย่างทะนุถนอม 
 “ตะละแม่น้องท่าน ร้องไห้เพราะเหตุใด ไม่ยินดีหรือที่ได้พบข้าพเจ้า”
 “ข้าพเจ้าเจ็บใจตัวเอง ที่รู้ดีว่าการกอดรัดของท่านเป็นเพียงความหลอกลวง แต่ยังอดยินดีไม่ได้ จึงเจ็บใจ” 
 “ถ้ายืนม้าออกศึกครั้งใดคิดถึงน้ำตาตะละแม่ มือข้าพเจ้าคงสิ้นกำลังที่จะคอนทวน จันทราอยากให้ข้าพเจ้าตายกลางศึกหรือ” 
 “ท่านพูดเก่ง แต่สิบส่วนมีความจริงแค่ส่วนเดียวจะได้หรือเปล่า จะเด็ดไม่รู้หรือว่าคนซื่อนั้นฟ้าดินสงสาร ข้าพเจ้านี้โง่งมอยู่ตองอู อะไรเกิดขึ้นไกลตาข้าพเจ้าก็ไม่น่าจะรู้ แต่ด้วยอำนาจดินฟ้า ท่านคิดคดต่อข้าพเจ้าลับหลังข้าพเจ้ารู้ทุกอย่าง” 
 “ตะละแม่รู้...ว่าข้าพเจ้าเป็นคนไม่โกหก ไม่เคยคิดจะพูดเท็จ”
 “ท่านลืมข้าพเจ้าไปรักลูกสาวพระเจ้าแปร แล้วยังมาโลมเล้าข้าพเจ้าด้วยวาจาอย่างนี้ ไม่ใช่พูดเท็จหรือ”    
 “ข้าพเจ้าไม่ปฏิเสธว่ามีใจสิเน่หาธิดาพระเจ้าแปร” 
 จันทราสะอื้นเงียบๆ 
 “ตะละแม่จะหมิ่นก็หมิ่นข้ออื่นเถิด แต่อย่าหมิ่นว่าข้าพเจ้าพูดไม่จริง ถึงข้าพเจ้ารักนางข้างโน้นแต่ข้าพเจ้าไม่เคยลืมท่าน คุณงามความดีของท่านไม่เคยจางจากหัวใจ” 
 จันทราใจระรัวด้วยความโกรธ
 “ข้าพเจ้ารักตะละแม่ท่านโดยใจภักดิ์ แต่รักตะละแม่เมืองแปรโดยใจปอง” 
 จันทราทนต่อไปไม่ได้ ลุกพรวดแล้วเดินหนี จะเด็ดตามไปกอดรัด จันทราไม่ยอมผลักจนห่างจากตัวเช็ดน้ำตาจนแห้ง 
 “จะเด็ด...ข้าพเจ้านี้เกิดมาเป็นศรีแห่งราชสำนักตองอู แต่ข้าพเจ้ากลับรักชายที่เป็นลูกแม่นม เมื่อแรกความแตกชีวิตก็แทบจะออกจากร่าง แม้ตัวท่านเองถ้าพระอาจารย์มหาเถรไม่ขอไว้เห็นทีหัวจะหลุดจากบ่า ต่อมาแม้พี่ป้าน้าอาบรรดาญาติๆ ทัดทานข้าพเจ้าก็ไม่ฟัง รอคอยว่าอีกหน่อยคนก็จะรู้ว่าข้าพเจ้ารักจะเด็ดนั้นถูกต้องแล้ว เพราะจะเด็ดเป็นคนใจเดียว แต่เมื่อท่านเป็นอย่างนี้ ใครที่คอยจะหมิ่นหยามอยู่แล้วก็จะสมน้ำหน้าสาแก่ใจ”
 จะเด็ดนิ่งเงียบงัน
 “ถ้าจะเด็ดเป็นคนๆ เดียวกับจะเด็ดเมื่อก่อน ที่ทรนงต่อศักดิ์ศรีของชาย ท่านก็ควรยั้งคิดและเอ็นดูข้าพเจ้าให้มากๆ เพียงแค่ท่านซื่อต่อข้าพเจ้า แค่ขึ้นชื่อว่าซื่อต่อข้าพเจ้าเท่านั้น ก็ชดเชยกับสิ่งที่ข้าพเจ้าสูญเสียได้ทุกอย่าง” 
 จะเด็ดแววตาเศร้าสลดอับจนข้อเถียง
 “กลเสน่ห์นี้ยากกว่ากลสงครามแท้ๆ”  
 จันทราเดินไปเปิดหน้าต่างให้กว้างขึ้นอีก แล้วถอยไปยืนห่าง 
 “ข้าพเจ้ารักนางผู้โน้น...เหมือนว่ารอยกรรมชักพาให้เป็นไป แต่รักตะละแม่ท่านนี้เกิดขึ้นจากน้ำเนื้อของหัวใจโดยแท้ รักนางข้างโน้นจะตัดให้ขาดนั้นยากนัก แต่จะห้ามใจไม่ให้รักท่านนั้นยากกว่าสักร้อยเท่า” 
 จันทราอึ้ง! 
 “ตะละแม่น้องท่าน อย่าให้ข้าพเจ้าไปโดยอารมณ์เช่นนี้เลย ขอเมตตาที่เคย..มี อวยพรข้าพเจ้าไปศึกหน่อยเถิด ถ้ายังเกรี้ยวกราดก็เหมือนขับข้าพเจ้าไปตาย...ไม่ใช่ไปเอาชัยชนะ” 
 จันทราเสียงอ่อนลง “ออกศึกครั้งนี้ ขอผลบุญที่เรามี...จงดลบันดาลให้ข้าศึก หวั่นไหวไม่กล้าสู้ พี่ท่านทอดแขนกรายทวนไปทางใดทหารแปร คนใดก็ไม่อาจต่อฝีมือ ขอให้ตีตะลุยเข้าไปจนถึงห้องบรรทมของตะละแม่เมืองแปรเถิด” 
 จะเด็ดสะอึกหนักกว่าเดิม จันทรามองใจวูบหวั่นไหวยิ่ง จะเด็ดนั้นรู้อยู่เต็มอกว่าจันทราใจอ่อนแล้ว จึงก้าวจะข้ามหน้าต่าง
 จันทราลืมตัวก้าวออกไปหาแต่ยั้งไว้ จะเด็ดหันขวับมาอ้าแขนโอบร่างจันทราไว้ทั้งตัว จันทราอ่อนระทวยไม่อาจขัดข้อง จะเด็ดจูบมือนางแล้วลาจาก จันทราร้องไห้อย่างช่วยไม่ได้









 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.