มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | ศูนย์อบรมอาชีพและธุรกิจมติชน |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 517 คน
วันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2556 เวลา 18:45 น.  ข่าวสดออนไลน์


ละคร ผู้ชนะสิบทิศ ตอนที่ 42

 ตำหนักมังตรา...มังตรากำลังบอกมหาเถรด้วยท่าทางอิดโรยมากว่า    
 “ข้าพเจ้าให้สัตย์ต่อหน้าทหารทั้งสองฝ่ายไปแล้ว จะให้ตะบัดสัตย์อย่างนั้นหรือ” 
 มหาเถรนั่งบนตั่งสงฆ์ท่าทางสงบ “เราไม่ได้คิดว่าจะไม่ให้ตองอูออกรบ แต่พระองค์ไม่ควรออกรับศึกเอง การถนอมตองอูให้รอดเป็นการใหญ่สำคัญกว่า” 
 มังตราโกรธมาก “พระอาจารย์หมายจะให้จะเด็ดละผ้าเหลืองออกรบแทนข้าพเจ้าอย่างนั้นหรือ” มหาเถรเงียบ “พระอาจารย์คือแม่ทัพมังสินธูผู้สร้างเกียรติให้คนทั้งลุ่มน้ำอิรวดีแจ้งสิ้นว่าตองอูเป็นชาตินักรบ แต่บัดนี้พระอาจารย์กลับมาสอนข้าพเจ้าให้เอาตองอูรอด โดยหดหัวอยู่หลังกำแพง ความชราทำให้คนเราเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้หรือ..พระอาจารย์คิดว่าจะเด็ดฝีมือเหนือกว่าข้าพเจ้า” 
 มหาเถรยิ่งเงียบมากขึ้น 
 ยแมสินเข้ามาถวายความเคารพ “ท่านนายกองคุมกำแพงทิศตะวันตก มีการด่วนแจ้งว่าเพลานี้มีทัพหงสาวดียกมาประชิดทางตะวันตกอีกทัพหนึ่ง ขอมีพระบัญชาเถิด” 
 มังตราตกใจหันไปมองพระมหาเถร 
 บริเวณทุ่งทางทิศตะวันตกของเมืองตองอู กองทัพหงสวดีเคลื่อนมาเต็มท้องทุ่ง ดูน่าสะพรึงกลัว 
 ทหารสอดแนมควบม้าเข้ามาหาสอพินยา “เพลานี้กองทัพอังวะตรึงกำแพงทางทิศเหนือแล้วพระอุปราช”
 “แสดงว่าฝีมือแม่ทัพเมงกยอแงนี้ไม่เลวทีเดียว จิสะเบง แคว้นตองอูนี้ท่านชำนาญทางเป็นอันดี จงนำข้าพเจ้าไปพบเมงกยอแงที” 
 “การเดินทัพมาผิดกำหนดการจะทำให้อังวะกินใจ เราควรจะไป” 
 “ส่วนท่าน ไขลู จงอยู่กำกับการตั้งค่ายที่นี่จะเป็นการดีกว่า”   
 “เชิญพระอนุชาเสด็จเถิด ข้าพเจ้าจะดูการที่นี่ให้เรียบร้อยเอง” ไขลูบอก
 “ไป..ท่านจิสะเบง ข้าพเจ้าจะให้ท่านได้รู้จักพวกนักรบโมนยิน แม่ทัพเมงกยอแงนี้ ข้าพเจ้าจะยกให้ท่านประสานการรบกันต่อไป” 
 จิสะเบงยังไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่นัก
 ในโบสถ์วัดกุโสดอ พระมหาเถรเดินเข้ามานั่งที่แท่นประจำอย่างหงุดหงิด พระจะเด็ดรีบเข้ามาหาท่าทางร้อนใจ 
 “เป็นอย่างไรบ้างพระอาจารย์” 
 “หากรอยบุญแห่งตองอูมีน้อย คราวนี้คงหนีไม่พ้นความย่อยยับ เพลานี้มีทัพจากหงสาวดีมาประชิดทางทิศตะวันตกอีกทัพหนึ่งแล้ว”     
 “กรุงแปรแตกแล้วหรือพระอาจารย์” 
 มหาเถรอารมณ์เสีย “เรากลุ้มใจจะเสียตองอู แต่เจ้ากลับไปห่วงแปรอย่างนั้นหรือ” 
 “ข้าพเจ้าเป็นห่วงทัพตองอูที่ป้องกันแปรอยู่ต่างหาก ถ้าทัพหงสาวดีบุกมาถึงที่นี่ได้ ก็หมายความว่ากองทัพตองอูที่แปรแหลกแล้วอย่างนั้นหรือ” 
 “เราไม่รู้ แต่การสำคัญคือวันมะรืนนี้มังตราจะออกศึกกลางแปลงกับพวกโมนยินทางทิศเหนือ แล้วทางทิศตะวันตกที่ทัพหงสาประชิดอยู่ ใครจะป้องกัน เป็นเพราะเจ้าทีเดียว หลงสตรีจนเกิดศึกนี้ได้” 
 จะเด็ดนิ่งฟัง รู้สึกเสียใจที่ถูกต่อว่าเป็นต้นเหตุ 
 ที่กองบัญชาการค่ายอังวะ...กองทหารโมนยินนำสอพินยา จิสะเบง และทหารหงสา เดินผ่านกองทหารโมนยิน  
 นายกองโมนยินเดินนำสอพินยาและจิสะเบง เข้ามาพบโสหันพวาและเมงกยอแงที่นั่งปรึกษางานกันอยู่ ทั้งสองหันมามองด้วยสีหน้าไม่พอใจ สอพินยากับจิสะเบงทำคารวะอย่างอ่อนน้อม
 “ข้าพเจ้าขอคารวะท่านโสหันพวา” 
 “วันเคลื่อนพลจากอังวะมาสู่ตองอู เราเกรงจะเป็นกลให้ท่านหลอกใช้ สู้อุตส่าห์ยันทัพตองอูรอท่าน หากพวกเราไร้ฝีมือป่านนี้ไม่เป็นศพถมแผ่นดินตองอูหรือ” 
 สอพินยาบอกว่า “เหตุที่ยกทัพมาช้ากว่ากำหนด เนื่องด้วยต้องแวะก่อกวนทัพตองอูที่กรุงแปร ไม่ให้ยกขึ้นมาช่วยตองอูตีตลบหลังเราได้ ขอท่านโปรดอภัยข้าพเจ้าด้วย ท่านผู้นี้คือ...” 
 “ขุนพลเมงกยอแง ศิษย์ผู้พี่ของแม่ทัพโมนยินที่ถูกจะเด็ดสังหารคราวศึกเมืองแปร”
 “เพราะโมนยินมีท่านอาจารย์ร่วมทัพอยู่สินะ ถึงสามารถล้อมตองอูได้เป็นนานเช่นนี้”
 จิสะเบงบอก “เพลานี้ทัพโมนยินกับหงสาวดีมารวมกันแล้ว ท่านจะได้ชำระแค้นกับจะเด็ดแน่นอน” 
 เมงกยอแงไม่พอใจ “ท่านผู้นี้เป็นใคร พระอุปราชจึงนำมาเจรจากับเรา” 
 “ท่านจิสะเบง บุตรขุนพลตองหวุ่นญี ถูกจะเด็ดรอนอำนาจทั้งๆ ที่มีฝีมือ ข้าพเจ้าหวังเกื้อหนุนขึ้นคุมเมืองท่าเมาะตะมะ ศึกนี้จะให้เป็นผู้บัญชาการกองทัพหน้า ประสานการทัพกับอาจารย์ท่าน”
 “งั้นวันมะรืนนี้เราจะให้อาจารย์ออกศึกกลางแปลงกับพระเจ้ามังตรา ท่านจงนำกำลังหงสาปีนกำแพงตองอูด้านทิศตะวันตก เพื่อให้ตองอูโกลาหล หากเราเด็ดชีพพระเจ้ามังตราได้ก็เท่ากับได้เมืองตองอูไว้ทั้งสิ้น” 
 “ข้าเร่งสวดภาวนาให้ถึงวันนั้นเร็วๆ หัวมังตราจะกระเด็นหลุดจากคอ” 
 จิสะเบงเอ่ยขึ้น “พระเจ้ามังตราหาได้ไร้ฝีมือดังท่านคิดนะพระอาจารย์เมงกยอแง ข้าพเจ้ากับพระเจ้ามังตรานั้นเรียนวิชาการมาจากพระอาจารย์ผู้เดียวกันจะรู้กลยุทธ์ฝีมือกันดี”  
 เมงกยอแงมองจิสะเบงอย่างไม่พอใจ รู้สึกเหมือนถูกหยาม
 ในเรือนขุนเมืองรายเวลาต่อมา...ขุนเมืองรายนอนป่วยอยู่บนตั่งกลางห้อง โดยมีหมอและบ่าวไพร่ห้อมล้อม ส่วนพระจะเด็ดนั่งอยู่ห่างๆ 
 “หากเจ้ากูไม่ช่วยพระเจ้าอยู่หัว กรุงตองอูแหลกแน่” 
 “พระเจ้าอยู่หัวถือทิฐิแค่ไหนท่านก็รู้ แต่หากพระเจ้าอยู่หัวจะออกรบกลางแปลงกับพวกอังวะจริง ก็อย่าพะวงทัพหงสาทางทิศตะวันตกเลย”
 “ทำไมหรือ” 
 “เพราะทัพหงสาเพิ่งมาถึง คงอ่อนเพลียเกินกว่าจะปีนกำแพงเมืองได้ เพียงหมายทำทีให้เราโกลาหลเล่น การสำคัญคือจะทำอย่างไรไม่ให้พระเจ้าอยู่หัวเพลี้ยงพล้ำแก่พวกโมนยิน” 
 “กองกำบังพวกมันแข็งแกร่งมาก ทัพม้าเราสู้ไม่ได้เลย” 
 “พอมีวิธีแก้กล แต่ถ้าอาตมาเข้าไปกราบทูลพระเจ้าอยู่หัวคงไม่ฟัง อยากจะขอวานปากท่านไปกราบทูลน่าจะดีกว่า” 
 “แจ้งมาเถิด จะให้ข้าพเจ้าตัดหัวส่งไปแทนก็ได้ ขอให้พระเจ้าอยู่หัวแคล้วคลาดเป็นพอ” 
 คืนนั้น พระมหาเถรและพระจะเด็ด นั่งสมาธิอยู่ด้วยกันด้านหน้าพระประธาน เสียงพระมหาเถรพูดขึ้นว่า 
 “ศึกพรุ่งนี้ แม้จะไม่ใช่กิจของสงฆ์ แต่หากเราละไว้ไม่แผ่เมตตาให้สรรพสัตว์ ก็เหมือนสงฆ์ละหน้าที่ พรุ่งนี้เช้าเจ้าจงไปแผ่เมตตาแก่พวกทหารตองอูทางทิศตะวันตก ส่วนเราจะไปแผ่เมตตาทิศเหนือเอง” 
 พระจะเด็ดยังหลับตาแต่งรับฟัง 








 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.