มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | ศูนย์อบรมอาชีพและธุรกิจมติชน |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 3135 คน
วันที่ 07 มกราคม พ.ศ. 2557 เวลา 08:40 น.  ข่าวสดออนไลน์


3สภาธุรกิจนัดถกใหญ่ ยุติปิดกรุง คุยทุกฝ่าย-ห่วงรุนแรง จ่อหมายแกนม็อบชุด3 เทือกเดินอีกวันนี้ฝั่งธน

3 สภาธุรกิจเตรียมประสานทุกฝ่ายเร่งหารือหาทางออก ยุติแผนชัตดาวน์กทม. ชี้ต้องได้ข้อสรุปในสัปดาห์นี้ คมนาคมสั่งคุมเข้มจัดรถรับส่งประชาชนเข้าเมือง ชี้มีคนเดือดร้อนร่วมล้านคนหากปิดกรุงได้จริง ก.คลังระบุจัดเก็บภาษีลดอื้อ ด้านนักท่องเที่ยวหดหายไปกว่า 4 แสน ส่วนเที่ยวบินแจ้งงดแล้ว 60 เที่ยวบิน รมว.ยุติธรรมเตือนปชช.ร่วมม็อบเข้าข่ายผิดกฎหมาย ธาริตเตรียมยื่นศาลออกหมายจับ 33 แกนม็อบที่ไม่มาตามหมายเรียก พร้อมจ่อหมายเรียกชุด 3 ทั้งพุทธอิสระ หัวขบวนม็อบสีลม ถวิล สนธิญาณ โดนด้วย ด้านตร.คุมม็อบเสียชีวิตอีกคน พฐ.เผยผลตรวจวิถีกระสุน ชี้ด.ต.เหยื่อปืน ถูกยิงขณะนั่ง



วอนปชช.อย่าทำผิดกฎหมาย


เมื่อ วันที่ 6 ม.ค. นายชัยเกษม นิติสิริ ปฏิบัติหน้าที่รมว.ยุติธรรม แถลงว่าการที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ และแกนนำม็อบประกาศเดินขบวนใหญ่ทั่วกทม.เพื่อปิดกทม. เพื่อให้รัฐบาลไม่สามารถบริหารราชการต่อไปได้ และชวนให้ประชาชนนำรถยนต์จอดขวางถนนทุกแยก ตั้งเวทีต่อต้านรัฐบาลบนถนนสำคัญหลายแห่ง ตัดน้ำตัดไฟสถานที่ราชการทุกแห่งรวมทั้งบ้านนายกฯ และคณะรัฐมนตรี โดยจะเริ่มปฏิบัติการในวันที่ 13 ม.ค.เป็นต้นไปนั้น ขอเรียนพี่น้องประชาชนว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการปิดกั้นการจราจร การใช้รถบรรทุกเปิดเครื่องกระจายเสียง การนำรถยนต์จอดกีดขวางบนถนน การตัดน้ำตัดไฟสถานที่ราชการรวมถึงบ้านนายกฯ และคณะรัฐมนตรีนั้น ล้วนเข้าข่ายเป็นการกระทำผิดต่อกฎหมายหลายฉบับ ไม่ว่า พ.ร.บ.ความมั่นคงภายใน ราชอาณาจักร กฎหมายอาญา กฎหมายว่า ด้วยการจราจรทางบก กฎหมายควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง และกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข และเป็นการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของประชาชนทั่วไป และขณะนี้นายสุเทพตกเป็นผู้ต้องหาในความผิดฐานเป็นกบฏ ซึ่งเป็นความผิดที่ร้ายแรงโทษสูงถึงประหารชีวิต

ส่วนแกนนำคนอื่นๆ ก็ตกเป็นผู้ต้องหาว่ากระทำผิดตามกฎหมายเช่นเดียวกัน ซึ่งคณะทำงานของกรมสอบสวนคดีพิเศษ เห็นชอบให้ออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหาแล้วแต่ปรากฏว่าไม่มีแกนนำผู้ ใดมาตามหมายเรียกแต่อย่างใดโดยพนักงานสอบสวนคดีพิเศษจะได้ดำเนินการยื่นคำ ร้องต่อศาลเพื่อ ขอออกหมายจับต่อไป



ชี้อาจร่วมเป็นตัวการด้วย

ดัง นั้นการที่ผู้ร่วมชุมนุมรู้อยู่แล้วว่านาย สุเทพและแกนนำซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาในข้อหาร่วมกันกระทำการเป็นกบฏตามประมวล กฎหมายอาญามาตรา 113 และมาตรา 114 ร่วมกันยุยงส่งเสริมให้ประชาชนล่วงละเมิดต่อกฎหมาย ตามมาตรา 116 ร่วมกันมั่วสุมให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองตามมาตรา 215 และกฎหมายอื่น และจะกระทำผิดกม.ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดต่อกฎหมายดังกล่าว ผู้ที่รู้แล้วยังจะตกลงใจที่จะกระทำการร่วมกับนายสุเทพและแกนนำก็จะเข้าข่าย เป็นตัวการหรือผู้สนับสนุนการกระทำความผิดต่อกฎหมายฐานเป็นกบฏอันเป็นความ ผิดฉกรรจ์และความผิดอื่นๆ ด้วย จึงขอให้ใช้วิจารณญาณใคร่ครวญให้ดีว่าการเข้าไปร่วมปิดกทม.ตามที่นายสุเทพ และแกนนำประกาศไว้หรือไม่ เพราะจะเสี่ยงต่อการร่วมกระทำความผิดกฎหมายซึ่งมีอายุความยาวถึง 20 ปี ท่านอาจจะถูกดำเนินคดีในภายหน้าได้ตลอดเวลา และอาจได้รับอันตรายและจะเป็นการซ้ำเติมชาติบ้านเมืองยิ่งขึ้นไปอีก จึงเรียนมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน



จ่อหมายจับ 33 แกนนำ

ที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ แถลงผลการประชุมคณะพนักงานสอบสวน 3 ฝ่าย ประกอบด้วย ดีเอสไอ ตำรวจ และอัยการ โดยในที่ประชุมมีมติขออนุมัติศาลออกหมายจับแกนนำ กปปส. 33 ราย ที่ดีเอสไอออกหมายเรียกให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาแต่ไม่มาตามหมายเรียกโดยไม่ มีเหตุผลอันสมควร อ้างเพียงติดภารกิจชุมนุม หหรือติดธุระปีใหม่ ที่สำคัญแกนนำกปปส.ทั้งหมดยังคงร่วมกันกระทำผิดอย่างต่อเนื่อง ลุกลามถึงขั้นจะปิดกรุงเทพฯ ในวันที่ 13 ม.ค. ซึ่งจะส่งผล กระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยในวันที่ 7 ม.ค. พนักงานสอบสวนจะประชุมชุดปฏิบัติการย่อย 10 ชุด เพื่อเตรียมยื่นคำร้องขอหมายจับแกนนำ กปปส.ทั้ง 33 ราย ภายในวันที่ 8 ม.ค. นี้ และจะออกหมายเรียกแกนนำกปปส.แถวที่ 3 ซึ่งกลุ่มที่เป็นนักเคลื่อนไหวประมาณ 15 ราย มารับทราบข้อกล่าวหาด้วย



ยื่นเร่งไต่สวนถอนประกัน

นาย ธาริตกล่าวต่อว่า สำหรับแกนนำ กปปส. ที่เคยเป็นแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยปิดสนามบิน 9 ราย ที่ดีเอสไอ เคยขอศาลถอนประกันเนื่องจากฝ่าฝืนเงื่อนไขการประกันตัว และศาลนัดพิจารณาในวันที่ 23 ก.พ.นี้ ดีเอสไอจะยื่นคำร้องขอให้ศาลไต่สวนถอนประกันเร็วขึ้น เนื่องจากแกนนำชุดดังกล่าวยังมีพฤติกรรมกระทำผิดอย่างต่อเนื่อง โดยการนำเคลื่อนไหวในวันที่ 13 ม.ค.นี้



หมายเรียกเพิ่ม 12 แกนนำ

รายงาน ข่าวจากดีเอสไอเพิ่มเติมว่า สำหรับรายชื่อแกนนำผู้ชุมนุมที่อยู่ในข่ายอาจจะถูกดีเอสไอพิจารณาออกหมาย เรียก แจ้งข้อกล่าวดำเนินคดีเป็นกลุ่มที่ 3 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113 กรณีร่วมกันเป็นกบฏ และมาตรา 116, 215 กรณียุยงให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมาย และมั่วสุมเพื่อก่อความไม่สงบในบ้านเมือง ประกอบด้วย 1.นายไทกร พลสุวรรณ 2.นายสมเกียรติ หอมละออ 3.นายสมศักดิ์ โกศัยสุข 4.หลวงปู่พุทธอิสระ 5.นายสาวิทย์ แก้วหวาน 6.นายสาธิต เซกัล 7.นายกิตติชัย ใสสะอาด 8.นายคมสันต์ กองศิริ 9.นายพิเชษฐ์ พัฒนโชติ 10.นายมั่นแม่น มุ่งการดี 11.นายถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และ 12.นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม ผอ.สำนักข่าวทีนิวส์



3 สายการบินลด 60 เที่ยวบิน

นาย วรเดช หาญประเสริฐ อธิบดีกรมการบินพลเรือน(บพ.) เผยว่า ขณะนี้มี 3 สายการบินแจ้งลดเที่ยวบินอย่างเป็นทางการ จากกรุงเทพ-ฮ่องกง คือสายการบินสิงคโปร์ ตั้งแต่วันที่ 14 ม.ค. - 25 ก.พ. ปรับลดทั้งเที่ยวไป-กลับ 19 เที่ยวบิน จากทั้งหมด 215 เที่ยวบิน หรือเฉลี่ยวันละ 1 เที่ยวบิน ส่วนคาร์เธย์แปซิฟิค บินไป-กลับวันละ 9 เที่ยวบิน ขอปรับลดไป-กลับวันละ 1 เที่ยวบิน ตั้งแต่วันที่ 7-14 ม.ค. ยกเว้นวันที่ 9 ม.ค. รวมขอปรับลดไป-กลับ 7 เที่ยวบิน ส่วนฮ่องกงแอร์ไลน์แจ้งลดเที่ยวบินตั้งแต่วันที่ 4-30 ม.ค. จากที่บินไป-กลับวันละ 5 เที่ยวบิน หรือจากทั้งหมดไป-กลับ 110 เที่ยวบิน ปรับลด 30 เที่ยวบิน เฉลี่ยไป-กลับ วันละ 1-2 เที่ยวบิน ส่วนเหตุผลที่ลดเที่ยวบินส่วนใหญ่แจ้งว่าปริมาณผู้โดยสารลดลง ส่วนฮ่องกงแอร์ไลน์แจ้งว่าเครื่องบินส่งซ่อม 1 ลำ และปริมาณ ผู้โดยสารลดลง

รายงาน ข่าวแจ้งว่า ตั้งแต่เที่ยงคืนวันที่ 6 ม.ค. ถึงเที่ยงคืนวันที่ 7 ม.ค. รับแจ้งจาก สายการบินขอยกเลิกเที่ยวบิน 60 เที่ยวที่จะบินมาประเทศไทย แต่ไม่สามารถสรุปได้ว่าเกิดจากผลกระทบจากการเมืองหรือไม่



ใช้ทหารช่วยคุมม็อบ

นาย สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ปฏิบัติหน้าที่รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ เชิญ นางมาทิลดา เคท บ๊อกเนอร์ ผู้แทนสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และนายเฟร็ด กริมม์ รองหัวหน้าสำนักงานคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศประจำภูมิภาค เข้าหารือกรณีม็อบ เตรียมชัตดาวน์กทม. ซึ่งรัฐบาลเป็นห่วงผู้ป่วยและผู้สูงอายุที่ต้องเดินทางไปรักษาเป็นประจำ รวมทั้งวิธีตัดน้ำตัดไฟ ก็เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน ทั้งนี้รัฐบาลเตรียมข้าราชการทหาร-ตำรวจ รวม 2 หมื่นคน เป็นกองกำลังผสมเพื่อควบคุมสถานการณ์ หากเหตุการณ์บานปลายอาจประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่ต้องระมัดระวังและพิจารณาให้รอบคอบ

พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสมช. กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์ยังใช้พ.ร.บ.มั่นคงควบคุมได้ จึงยังไม่จำเป็นต้องใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่กังวลกับการชุมนุมในวันที่ 13 ม.ค. ส่วนจะเข้มข้นหรือไม่นั้น ต้องรอดูในวันที่ 7 ม.ค.และวันที่ 11-12 ม.ค.นี้ว่าจะระดมมวลชนจากภาคใต้ขึ้นมาได้มากน้อยแค่ไหน ทั้งนี้ฝ่ายความมั่นคงจัดเตรียมกำลังตำรวจและทหารไว้ตามจุดต่างๆ แล้ว แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้ปฏิบัติการส่วนหน้า ทหารเป็นฝ่ายสนับสนุนการทำงานและประสานกับตำรวจดูแลความเรียบร้อย ขณะนี้จะใช้กำลังทหารเพิ่มขึ้น 1 เท่าตัวเพื่อดูแลสถานที่ต่างๆ และบ้านพักบุคคลสำคัญ



ม็อบส่งผลเก็บภาษีลดลง

นาง เบญจา หลุยเจริญ รมช.คลัง เผยว่า จากสถานการณ์การชุมนุม ส่งผลกระทบกับการจัดเก็บรายได้ของ 3 กรมภาษี คือ กรมสรรพากร ศุลกากร และสรรพสามิต โดยในช่วงไตรมาสแรกของปีงบ 2557 (ต.ค.-ธ.ค.2556) การจัดเก็บของ 3 กรมภาษีต่ำกว่าเป้าหมายประมาณ 2,834 ล้านบาท โดยเฉพาะกรมสรรพสามิตที่จัดเก็บภาษีน้ำมัน และรถยนต์ลดลง ส่วนกรมศุลกากรรับผลกระทบจากการนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือยลดลงจากค่าเงินบาทอ่อน ค่าลง จึงมอบหมายให้ทั้ง 3 หน่วยงาน เร่งจัดทำแผนจัดเก็บรายได้ เพื่อรับมือการจัดเก็บที่อาจจะไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ 2.275 ล้านล้านบาท รวมถึงแผนด้านภาษีเพื่อนำเสนอต่อรัฐบาลชุดใหม่ด้วย พร้อมทั้งเตรียมพร้อมรับมือกับการชัตดาวน์กรุงเทพฯ 13 ม.ค.2557 โดยต้องเตรียมระบบสำรองเพื่อให้บริการประชาชน หากมีการปิดล้อมหน่วยงาน



ชี้จีดีพีตกฮวบฮาบ

นาย สมชัย สัจจพงษ์ ผอ.สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กล่าวว่า หากกปปส. ปิดกทม.จริง ผลกระทบด้านเศรษฐกิจจะตามมามาก สัญญาณที่ส่งออกไปทั่วโลกจะมีผลทางลบ ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว โดยยิ่งหากหน่วยงานรัฐทำงานไม่ได้ ทางภาคเอกชนก็ไม่สามารถเข้ามาติดต่อขอใช้บริการได้ ยิ่งหากปัญหาการเมืองเช่นนี้ยืดเยื้อออกไปยาวนานก็ยิ่งกระทบหนัก เพราะการลงทุนภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการ 2 ล้านล้านบาท และอื่นๆ ที่ต้องอาศัยนโยบายใช้มติ ครม.อนุมัติก็ไม่สามารถขับเคลื่อนได้

"เดิมที คาดว่าหากมีการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. จีดีพีปีนี้จะเฉลี่ยโต 4 เปอร์เซ็นต์ แต่หากไม่มีการเลือกตั้งและไม่เกิดเหตุรุนแรงจีดีพี จะโต 3 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งในขณะนี้ก็ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์พระสยามเทวาธิราชช่วยปกป้อง ไม่ให้เกิดความรุนแรง เพราะไม่เช่นนั้น จีดีพี ก็ไม่รู้ว่าจะลงไปอยู่จุดใด" นายสมชัยกล่าว



แบ่ง 5 โซนรับมือปิดกทม.

นาย สมชัย ศิริวัฒนโชค ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมเพื่อจัดทำแผนรับมือกลุ่มผู้ชุมนุมกปปส.เตรียม ชุมนุมปิดถนนในกทม. 20 จุดว่า ที่ประชุมทำแผนรับมือกำหนดความรับผิดชอบออกเป็น 5 โซน เพื่อดูแลอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชน โดยมอบหมายให้ผู้ตรวจฯ คมนาคมดูแล 1 คนต่อ 1 โซน แบ่งเป็น 1.บริเวณตรงกลาง ซึ่งเป็นพื้นที่การเดินขบวนประมาณ 20 จุด 2.บริเวณรอบนอก ซึ่งเป็นเส้นทางการเดินรถจากต่างจังหวัดเข้าสู่กรุงเทพฯ จากฝั่งทิศเหนือ เช่น รถไฟสายเหนือ ท่าอากาศยานดอนเมือง ถนนวิภาวดีรังสิต ถนนพหลโยธิน และถนนรามอินทรา 3.ฝั่งตะวันออก เช่น เส้นทางที่เข้ามายังถนนพระราม 9 รถไฟสายตะวันออก รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ และท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 4.ฝั่งทิศใต้ เช่น ถนนพระราม 2 ถนนเพชรเกษม สถานีขนส่งสายใต้ และรถไฟสายใต้ และ 5.ฝั่งตะวันตก เช่น พื้นที่จังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี เรือเจ้าพระยา และรถไฟสายตะวันตก ทั้งนี้ในแต่ละโซนจะต้องจัดหาที่จอดรถเพื่อนำคนเข้าออกพื้นที่ กทม.



บริการรถรับ-ส่งเข้าเมือง

นาย สมชัยกล่าวว่า โซนที่ 1 จะประสานกับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) นำรถเมล์ขสมก.ไปเชื่อมต่อกับระบบราง รถไฟฟ้าใต้ดิน และรถไฟฟ้าบีทีเอส โซนที่ 2 มีจุดจอดรถที่ท่าอากาศยานดอนเมือง จุดจอด รถบขส.รังสิต ฟิวเจอร์ พาร์ค รังสิต เพื่อนั่งรถชัตเติ้ลบัสเชื่อมต่อเข้าในเมือง โซนที่ 3 มีจุดจอดรถที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ศูนย์แสดงนิทรรศการไบเทคบางนา ขณะเดียวกันยังประสานห้างสรรพสินค้าเมกาบางนา เป็นที่จอดรถเชื่อมต่อ โซนที่ 4 มีจุดจอดรถที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพระราม 2 ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีการเคหะธนบุรี ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีราษฎร์บูรณะ ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์บางแค และโซนที่ 5 มีจุดจอดรถของขสมก.ประมาณ 10 ไร่ ห้างสรรพสินค้าพาต้า ปิ่นเกล้า และที่จอดรถของรถไฟสายใต้ทุกแห่ง จากนี้จะประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบพื้นที่ต่างๆ ดังกล่าวอีกครั้ง



คนกรุงเดือดร้อนนับล้าน

นาย สมชัยกล่าวว่า จากการสำรวจผล กระทบ พบว่าจะส่งผลกระทบต่อประชาชนที่เดินทางในกทม.ประมาณ 1 ล้านคน โดยในจำนวนนี้เป็นประชาชนที่เดินทางโดยรถเมล์มากที่สุด 8.5 แสนคน ส่วนพื้นที่ที่กระทบประกอบด้วย ถนนสายต่างๆ รวม 151 เส้นทาง เช่น ถนนรัชดาภิเษก ถนนนลาดพร้าว และถนนพหลโยธิน สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน 9 สถานี สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส 13 สถานี ท่าเรือ 14 แห่ง รถไฟ 5 สถานี ทางด่วน 1 เส้นทาง รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ 2 สถานี ทั้งนี้ยังมีสถานที่สำคัญได้รับผลกระทบหลายแห่ง โดยมี 6 สถานที่ สำคัญ คือ 1.โรงเรียน และมหาวิทยาลัย 149 แห่ง 2.โรงพยาบาล 21 แห่ง 3.สถานที่ราชการ และสถานีตำรวจ 85 แห่ง 4.อื่นๆ อีก 51 แห่ง เช่น การไฟฟ้านครหลวง การประปานครหลวง และวัด 5.สถานทูต 12 แห่ง และ 6.ศูนย์การค้า 88 แห่ง



เตรียมแจ้งดำเนินคดีม็อบ

สำหรับ กระบวนการทางกฎหมายได้ให้นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม พิจารณาว่ามีส่วนไหนที่จะต้องดำเนินการบ้าง เรื่องไหนมีการกระทำความผิดเกิดขึ้นก็ต้องแจ้งความดำเนินคดี หรือหากหน่วยงานไหนได้รับผลกระทบ เช่น ขสมก. และรถไฟฟ้า เป็นต้น ก็จะพิจารณาด้วย โดยมาตรการดังกล่าวกระทรวงคมนาคมตั้งสมมติฐาน กรณีที่มีการปิดถนน 20 จุด หากมากไปกว่านี้ก็ต้องเป็นอำนาจของผู้ที่ใหญ่กว่าจะต้องดำเนินการ และในส่วนของผู้โดยสารที่จะเดินทางออกจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และดอนเมือง จะต้องแจ้งให้ทราบตั้งแต่อยู่บนเครื่องบินว่ามีการปิดถนนในเส้นทางใดบ้าง ขณะเดียวกันต้องแนะนำรถที่เตรียมไว้ให้บริการด้วยว่าอยู่ตรงจุดไหน พื้นที่ใดบ้าง



ทอท.เตรียมรถรับส่ง

นางระวี วรรณ เนตระคเวสนะ ผอ.การท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เผยว่า ทอท.กำชับผู้ประกอบการรถสาธารณะประเภทต่างๆ ให้เตรียมแผนเผชิญเหตุไว้รองรับในกรณีที่ผู้โดยสารเกิดปัญหาด้านการเดินทาง เข้า-ออกท่าอากาศยานด้วย อาทิ การปรับเส้นทางเดินรถชัตเติ้ลบัสที่วิ่งให้บริการรับ-ส่งผู้โดยสารระหว่าง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กับท่าอากาศยานดอนเมือง การจัดเจ้าหน้าที่และป้ายประชา สัมพันธ์ให้คำแนะนำแก่ผู้ใช้บริการรถแท็กซี่สาธารณะ และรถลิมูซีน ให้หลีกเลี่ยงจุดหมายปลายทางที่อยู่ในพื้นที่การชุมนุม นอกจากนี้ยังเตรียมพื้นที่บริเวณลานจอดรถระยะยาวเป็นพื้นที่สำรองให้ประชาชน นำรถยนต์มาจอด และใช้บริการรถชัตเติ้ลบัสไปยังสถานีให้บริการรถไฟฟ้า เพื่อให้เดินทางเข้าในเมืองได้



ถกรับมือตัดน้ำ-ไฟ

นาย สุเทพ เหลี่ยมศิริเจริญ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวภายหลังหารือรับมือชัตดาวน์กรุงเทพฯ ว่า เบื้องต้นจะใช้แผนเหมือนเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในช่วงปี 2554 ปรับใช้ในการรับมือต่อสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น ขอร้องให้กลุ่มผู้ชุมนุมอย่าดำเนินการตัดไฟฟ้าสถานที่ราชการ ซึ่งหากมีการตัดไฟฟ้าจะมีความผิดตามกฎหมาย เพราะเป็นสินทรัพย์เพื่อให้การบริการสาธารณูปโภค มีความผิดตามกฎหมายของรัฐวิสาหกิจในแต่ละแห่ง และยืนยันว่าจากการหารือกับ กฟน. และกฟภ. ก็มีความชัดเจนว่าทั้งหมดเป็นหน่วยงานเพื่อให้บริการไฟฟ้าแก่ประชาชน ไม่ใช่หน่วยงานที่จะเข้าไปตัดไฟฟ้าแต่อย่างใด



ทัวร์ผวาม็อบ-นักเที่ยวหด

นาง ปิยะมาน เตชะไพบูลย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เผยว่า สถานการณ์ท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลตรุษจีนช่วงวันที่ 31 ม.ค. มองเห็นสัญญาณชะลอตัวจากกลุ่มนักท่องเที่ยวชาว จีน ญี่ปุ่น รัสเซีย อย่างชัดเจน เนื่องจากนักท่องเที่ยวตัดสินใจไปเที่ยวที่อื่นแทนเพราะสถานการณ์ชุมนุมทาง การเมือง ที่จะปิดการจราจรสายหลักในกทม. จึงคาดว่าในเดือนม.ค. นักท่องเที่ยวจะลดลงประมาณ 4 แสนคน จากที่คาดไว้ 2.5 ล้านคน เสียรายได้ประมาณ 18,000 ล้านบาท ซึ่งพื้นที่ที่รับผลกระทบจากเหตุการณ์การชุมนุมมากที่สุด คือ กรุงเทพฯ พัทยา และหัวหิน ชะอำ ยิ่งในช่วงเดือนนี้เป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว

นาย ชนะพันธ์ แก้วกล้าไชยวุฒิ เลขาธิการสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวสัมพันธ์ไทย-จีน กล่าวว่า ตั้งแต่เดือนม.ค.-มี.ค.คาดว่านักท่องเที่ยวชาวจีนจะลดลงกว่า 4 แสนคน เพราะกังวลจากผลกระทบการชุมนุมทางการเมือง



กกร.จี้ม็อบทบทวนชัตดาวน์

นาย อิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการหอการค้าไทย และประธานสภาหอการค้าไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการร่วม 3 สถาบัน ที่ประกอบด้วย สภาหอการ ค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทยหรือ กกร. ว่า ช่วง 1-2 วันนี้ กกร.จะร่วมกับ 7 องค์กรภาคเอกชนในการเชิญองค์กรต่างๆ ทั้งพรรคการเมือง องค์กรอิสระ ศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการการเลือกตั้ง นักวิชาการ และองค์กรท้องถิ่น มาหารือเพื่อให้ความเห็นและสรุปเป็นทางออกของประเทศ โดยจะพยายามให้ได้ข้อสรุปภายในสัปดาห์นี้ก่อนจะมีการชัตดาวน์กทม. เพราะที่ผ่านมาเศรษฐกิจของประเทศได้รับความเสียหายอย่างมาก



ย้ำกังวลชัตดาวน์กทม.

นาย พยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า กกร.แถลงย้ำจุดยืนต่อสถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ว่า 1.กกร.ไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรงในทุกรูปแบบ 2.อยากเห็นการแก้ไขความขัดแย้งและการหาทางออกจากวิกฤตทางการเมืองด้วยสันติ วิธีบนพื้นฐานของประโยชน์ของชาติตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตย์ทรง เป็นประมุข 3.ภาคเอกชนมีความกังวลต่อสถานการณ์ความไม่สงบทางการเมืองที่จะเกิดขึ้นในวัน ที่ 13 ม.ค.นี้เพราะจะมีผลกระทบประชาชน และผู้ที่ต้องเดินทางในเส้นทางประจำ เช่น นักเรียนนักศึกษา แพทย์ คนไข้ รวมทั้งจะส่งผล ต่อภาคอุตสาหกรรมโดยเฉพาะในส่วนของ ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก เพราะมีสภาพคล่องต่ำ



ตลาดหลักทรัพย์ยันไม่ปิด

นาง ภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย เผยว่า จากการประชุมสมาชิกซึ่งเป็นผู้บริหารจากบริษัทหลักทรัพย์ 34 ราย ร่วมผู้บริหารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อรับมือกับการประกาศปิดกรุงเทพฯ ได้ข้อสรุปว่าในส่วนของตลาดหุ้น จะยังคงดำเนินการซื้อขายตามปกติ ซึ่งแต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างพร้อมมีระบบสำรองในการส่งคำสั่งซื้อขาย ไว้อยู่แล้ว ทั้งระบบคอมพิวเตอร์ บุคลากร และสถานที่ปฏิบัติงานฉุกเฉิน ซึ่งในกรณีที่มีการตัดน้ำ ตัดไฟ ทางบริษัทหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ก็มีระบบปั่นไฟสำรอง ซึ่งใช้เชื้อเพลิงจากน้ำมันเป็นหลัก

ส่วนการชุมนุมปิดถนน ที่อาจกระทบต่อการเดินทางมาทำงานของพนักงานนั้น แต่ละบริษัทหลักทรัพย์ได้มีการจัดให้พนักงานที่ทำหน้าที่ติดต่อกับนักลงทุน ไปประจำสาขาที่สะดวกในการเดินทางแทน ส่วนพนักงานที่เป็นระดับปฏิบัติการของระบบนั้น บริษัทหลักทรัพย์แต่ละแห่งก็มีสถานที่สำรองไว้รองรับอยู่แล้ว ซึ่งไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าอยู่ที่ไหน



เผยกระทบโรงเรียน 159 แห่ง

นาย จาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศธ. กล่าวว่า ให้หน่วยงานในสังกัด ศธ.รวบรวมข้อมูลในเขตพื้นที่ที่จะมีการปิด 4 แยก ทั้ง 20 จุด ว่ามีโรงเรียนใดได้รับผลกระทบบ้าง เบื้องต้นทราบว่าในภาพรวมมีผลกระทบต่อโรงเรียนประมาณ 159 แห่ง แบ่งเป็นโรงเรียนในสังกัดสพฐ.ทั้งระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา 33 แห่ง สังกัดสช. 117 แห่ง และสังกัดสอศ. 9 แห่ง ส่วนระดับอุดมศึกษายังไม่มีข้อมูล แต่คาดว่าคงได้รับผลกระทบหลายแห่ง ทั้งนี้หากโรงเรียนใดมีผลกระทบมากต้องให้สอนชดเชยก็ต้องทำต่อไป สิ่งที่เป็นห่วงและกังวลก็คือ แม้ว่าจะมีการเรียนการสอนชดเชยให้แทนเวลาที่เสียไปก็ตาม ไม่แน่ว่าจะทำให้เด็กเรียนทันที่จะนำไปใช้สอบได้หรือไม่



แท็กซี่โอดม็อบทำรายได้หด

นาย วิฑูรย์ แนวพานิช ประธานสหกรณ์แท็กซี่สยาม เปิดเผยว่า ช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาซึ่งเป็นช่วงที่กลุ่มผู้ชุมนุมกปสส. ประท้วงยืดเยื้อยาวนานในกทม. ส่งผลกระทบเป็นอย่างมาก เพราะประชาชนลดการเดินทางโดยแท็กซี่ ทำให้คนขับแท็กซี่ที่ต้องเช่ารถอู่มาขับในกรุงเทพฯ ต้องตกงาน เลิกขับแท็กซี่ไปแล้วประมาณ 1 หมื่นคน จากทั้งหมด 5 หมื่นคน ส่วนคนขับแท็กซี่ที่มีรถเป็นของตัวเองประมาณ 2.5 หมื่นคน มีรายได้ลดลงมาก แต่จำเป็นต้องขับรถเพราะต้องหาเงินมาผ่อนค่างวดรถแท็กซี่ที่ซื้อมาเพื่อ ประกอบอาชีพ



ตร.คุมม็อบดับอีก 1

ผู้สื่อข่าว รายงานว่า ด.ต.อนันต์ แลโสภา อายุ 46 ปี ผบ.หมู่ ป.สังกัด สภ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร ที่มาปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย ที่กระทรวงแรงงาน เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่มีเหตุปะทะที่บริเวณดังกล่าว ด.ต.อนันต์ล้มลงหมดสติ และอาเจียนเป็นเลือด โดยมีภาวะความดันต่ำและหัวใจหยุดเต้นไป 2 นาที ต่อมาแพทย์ช่วยกันปั๊มหัวใจประมาณ 10 นาที โดยแพทย์วินิจฉัยว่าเลือดออกในกระเพาะอาหาร จึงพักรักษาตัวอยู่ที่ ไอซียู ศัลยกรรม โรงพยาบาลตำรวจ กระทั่งเมื่อคืนวันที่ 5 ม.ค. เวลาประมาณ 23.55 น. ด.ต.อนันต์เสียชีวิตอย่างสงบแล้ว ด้วยอาการปอดติดเชื้อในกระแสเลือด ตับ ไตล้มเหลว เลือดออกในกระเพาะอาหาร ทั้งนี้ เวลา 16.00 น. จะมีพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพและพิธีรดน้ำศพ ณ วัดตรีทศเทพวรวิหาร ก่อนเคลื่อนย้ายศพไปยังวัดดำรงธรรม ต.ดอนแตง อ.ขาณุวรลักษบุรี จ.กำแพงเพชร ในวันที่ 7 ม.ค.ต่อไป

เมื่อเวลา 16.00 น. ที่วัดตรีทศเทพวรวิหาร พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผบ.ตร. พล.ต.อ. เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน จเรตำรวจแห่งชาติ ร่วมกันเป็นประธานในพิธีรดน้ำศพ ด.ต.อนันต์ แลโสภา ผบ.หมู่งาน ป.สภ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร หลังได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ดูแลรักษาความเรียบร้อย ในเมื่อวันที่มีการประทะกับมวลชนที่เดินทางไปปิดล้อมสนามกีฬาไทยญี่ปุ่น ดินแดง และบริเวณกระทรวงแรงงาน เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.ที่ผ่านมา ท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจของครอบครัว



พฐ.ตรวจกีฬาเวสน์

เมื่อ เวลา 15.30 น. พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว ผบช.สพฐ.ตร. พร้อม พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข ผบก.พฐก.ร่วมกันแถลงผลการตรวจสอบวิถีกระสุนจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 2556 ที่เป็นวันจับสลากหมายเลขผู้สมัคร ส.ส. โดยพล.ต.ท.คำรบกล่าวว่า จากการสอบเก็บหัวกระสุนได้ 31 หัว ปลอกกระสุน 6 ปลอก พบว่าหัวกระสุนปืนทั้งหมดยิงมาจากอาวุธปืนจำนวนอย่างน้อย 16 กระบอก เป็นปืนขนาด 9 ม.ม. 7 หัว ขนาด .32 จำนวน 4 หัว ขนาด .38 จำนวน 8 หัว ยิงมาจากปืน 6 กระบอก

ส่วนการตรวจสอบวิถีกระสุนพบว่า ที่ประตู 1 ขณะส.ต.ต.ธนพล โนเปลือย ถูกยิงเข้าที่ต้นแขนขวา กระสุนฝังอยู่ที่อกด้านขวา ดูภาพเอกซเรย์แนวกระสุนเฉียงลง มุมกดลง 80 องศา พฐ.จำลองสถานการณ์รายละเอียดจากพยาน พบว่ามีคนซุ่มยิงอยู่ด้านบนตึกอาคารที่พักนักกีฬา การทำแนววิถีกระสุนเชื่อว่าคนยิงจะอยู่บนตึกชั้นที่ 3 กระสุนปืนที่ยิงยังฝังอยู่ที่อกยังไม่ได้ผ่าออก เลยยังไม่ทราบขนาดของปืนที่ยิง

นอกจากนี้จากการตรวจสอบอาคารกองช่าง กล พบรอยกระสุนปืนหลายชนิด จากหัวกระสุนปืนที่พบในต้นไม้ ทำให้ทราบแนววิถีกระสุนปืนว่าถูกยิงมาจากแนวรั้วด้านถนนมิตรไมตรี



ชี้ดต.กำลังก้ม-โค้งตัว

ที่ ประตู 2 ที่รถของเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายคันจอดอยู่ด้านหน้าถูกทุบทำลาย มีกำลังตำรวจควบคุมฝูงชนยืนกั้นเป็นแนว ปรากฏว่ามีอยู่ 2 นายที่นั่งถือโล่อยู่ถูกลูกกระสุนปืนทะลุโล่ บาดเจ็บ แนววิถีกระสุนมาจากทิศทางประตู 1 กับประตู 2 ส่วนที่ประตู 3 ที่ด.ต.ณรงค์ ปิติสิทธิ์ ถูกยิง จะมีต้นไม้ที่มีรอยถูกยิงเนื้อไม้ฉีกขาด แนววิถีกระสุนชี้ไปทางด้านข้างรั้วประตู 3 ขณะเดียวกันที่รถของเจ้าหน้าที่ตำรวจมีรอยถูกยิงด้วยประสุนปืนหลายรอย

กรณีการ เสียชีวิตของ ด.ต.ณรงค์ น่าจะถูกยิงจากบริเวณด้านหน้าอาคารกีฬาเวสน์ 2 วิถีกระสุนกดลง 15 องศา ลักษณะกำลังน่าจะนั่งอยู่หรือขณะเคลื่อนที่ของปจ. อาจจะมีการก้มหรือโค้งตัวในลักษณะถอยหลังหันหน้าออกไปทางผู้ชุมนุมและมีการ หลบหรือเอี้ยวตัว นอกจากนี้ยังมีอาคารกีฬาเวสน์จะมีร่องรอยถูกกระสุนปืนยิงอีกหลายรอยยิงมาจาก ถนนด้านหน้าเข้าไป



พบหัวกระสุนยิงการ์ดม็อบ

สำหรับ รายของนายวสุ สุฉันทบุตร ผู้ชุมนุมที่ถูกยิงเสียชีวิต จากภาพถ่ายมือถือที่มีคนถ่ายเอาไว้ ที่บริเวณประตู 5 ของกระทรวงแรงงาน พยานให้ข้อมูลว่าล้มตรงเสากระทรวง จากข้อมูลดูจากแนววิถีกระสุนอาจยิงมาจากประตู 6 ของกระทรวงแรงงาน ซึ่งในเวลานั้นผู้ชุมนุมถูกชุดควบคุมฝูงชนดันเข้าไปในมุมด้านหลังอาคาร ประกันสังคม เรากำลังตรวจสอบวิถีกระสุนน่าจะมาจากตรงไหนแน่ ซึ่งการตรวจสอบล่าสุดเราพบลูกระสุนปืนที่ตกอยู่ที่พื้น เป็นไปได้ว่าทิศทางการยิงน่าจะมาได้จากประตู 6 หรือมาจากแฟลตด้านหลัง หรือจากแนวในซอยถนนมิตรไมตรี 1 เราพบหัวกระสุนที่คาดว่าน่าจะเป็นลูกที่ยิงนายวสุเสียชีวิตรอผลการตรวจสอบ ยืนยันอีกครั้ง ทั้งนี้วิถีกระสุนเป็นแนวตรงเข้าที่ลิ้นปี่ ซึ่งกระสุนปืนที่ยิงอาจจะมาจากถนนมิตรไมตรี อาจจะมาจากแฟลต หรืออาจจะมาจากประตู 6 ก็เป็นไปได้ แต่คนที่พาไปชี้จุดระบุว่าคนยิง ยิงมาจากชั้นสองของอาคาร เรากำลังดูรายละเอียดการชันสูตรพลิกศพของแพทย์ว่าวิถีกระสุนจะเป็นไปตามที่ ระบุว่ามาจากชั้นสองได้หรือไม่



จับหนุ่มนครศรีขโมยปืน

ที่ บช.น. พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผบช.น. ในฐานะ โฆษกบช.น. แถลงว่า สน. บวรมงคล จับกุมนายสุระ หรือ แขก ขาวเนตร อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 7/2 หมู่ที่ 1 ต.กำโลน อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช ในข้อหาพกพาอาวุธปืน ซึ่งเจ้าตัวรับสารภาพว่าขโมยมาจากการตรวจสอบพบว่าเป็นอาวุธปืนซึ่งถูกขโมยมา จากรถยนต์ของพ.ต.อ.ชูเกียรติ วงศ์สิทธิการ รองผบก.ภ.จว.นครสวรรค์ ที่จอดในลานจอดรถยนต์ หน้าตึกประกันสังคม กระทรวงแรงงาน และถูกทุบทำลายรถและลักทรัพย์ เอาทรัพย์สินและอาวุธปืนดังกล่าวไป ซึ่งสถานีตำรวจนครบาลดินแดงได้รับคำร้องทุกข์ไว้ตามคดีอาญาที่ 4/57 ในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์



ป่วนทั้งคืน-หนุ่มพม่าถูกยิง

ส่วน สถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มผู้ชุมนุมกลุ่มต่างๆ รับแจ้งจากศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้า(ศปก.)ทำเนียบรัฐบาลว่า เมื่อเวลา 22.20 น. ที่บริเวณจุดน้ำพุข้างกระทรวงศึกษาธิการ มีการจุดประทัดยักษ์ 2 นัด และยิงปืน 5 นัด และยิงเข้ามาบริเวณฝั่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจ 1 นัด เบื้องต้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ต่อมาเวลาประมาณ 22.27 น. มีเสียงประทัดยักษ์ดังขึ้นอีก 5 นัด จนเวลาประมาณ 05.00 น. เกิดเหตุ มีประชาชน ถูกยิงที่บริเวณหน้าร้านพรชัยเบเกอรี่ ถนนตะนาว แขวงตลาดยอด เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่า ผู้ถูกยิง ชื่อ นายทุน ทุน อู หรือนายปิง อายุ 20 ปี ชาวพม่า โดยขณะเกิดเหตุกำลังนำลูกเกดมาส่งที่บริเวณร้านพรชัยเบเกอรี่ แล้วจึงถูกอาวุธไม่ทราบชนิด ยิงเข้าที่บริเวณด้านหลัง กระสุนทะลุหน้าอก ขณะนี้นำตัวเข้ารักษาที่แผนกฉุกเฉิน โรงพยาบาลรามาธิบดี จากการตรวจสอบเบื้องต้น ผู้ถูกยิงอาการปลอดภัยแล้ว

จากการสอบสวน ทราบว่าก่อนเกิดเหตุมี กลุ่มจยย. แว้นเกิดเขม่นกับกลุ่มการ์ด กปปส. ที่รักษาการณ์อยู่ใกล้สี่แยกคอกวัว ระหว่างนั้นมีเสียงดังคล้ายอาวุธปืนดังขึ้นซึ่งยังไม่ทราบว่ามาจากกลุ่มใด ทำให้หนุ่มพม่า ลูกจ้างร้านขายขนมปัง ย่านพุทธมณฑล ที่กำลังนำลูกเกดมาส่งที่ร้านขนมปังพรชัยใกล้จุดเกิดเหตุ ถูกลูกหลงได้รับบาดเจ็บดังกล่าว



จับม็อบมั่วเสพ 4x100

เมื่อ เวลา 19.30 น. พ.ต.อ.สรรห์กิจ บำรุงสุขสวัสดิ์ ผกก.สน.วังทองหลาง พ.ต.ท. สมเกียรติ สนใจ รอง ผกก.สส.สน.วังทองหลาง พ.ต.ท.วิวัฒน์ อัศวะวิบูลย์ สว.สส. และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสน.วังทองหลาง ร่วมกันจับกุมพลทหารกิตติศักดิ์ พรหมแก้ว สังกัดศูนย์ต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง กรมทหารเรือสัตหีบ จ.ชลบุรี นายกมลศักดิ์ วงศ์นาค อายุ 31 ปี นายทวินันท์ เกื้อช่วย อายุ 22 ปี พร้อมของกลางใบกระท่อม 40 ใบ ยาแก้ไอ 2 ขวด ฝายาแก้ไอที่ถูกเปิดใช้แล้ว 100 ฝา หม้อหุงข้าวที่ใช้ต้มใบกระท่อม 1 ใบ นกหวีด 5 อัน หมวกธงชาติ และสายรัดข้อมือธงชาติจำนวนหนึ่ง โดยจับกุมได้ที่อพาร์ตเมนต์เกียรติบัวทอง ซอยรามคำแหง 53 แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กทม.

พ.ต.อ.สรรห์กิจ เปิดเผยว่าก่อนจับกุมเวลาประมาณ 18.30 น. รับแจ้งจากสายลับว่ามีการมั่วสุมเสพยาเสพติดในห้องเลขที่ 402 ชั้น 4 จึงนำกำลังเข้าไปตรวจสอบ พบกลุ่มผู้ต้องหากำลังมั่วสุมเสพน้ำใบกระท่อมกันอยู่ และจากการตรวจสอบในคอมพิวเตอร์ยังพบว่ามีภาพถ่ายร่วมชุมนุมกับกลุ่ม กปปส. ตามสถานที่ต่างๆ หลายสถานที่จึงควบคุมตัวพร้อมของกลางมาสอบสวน

จาก การสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ตนเองและเพื่อนๆ ได้ซื้อใบกระท่อมมาจากวินจยย.รับจ้างในย่านนั้น แล้วนำมาต้มผสมกับยาแก้ไอที่เรียกว่า 4x100 นำมาดื่มมั่วสุมกับเป็นประจำภายในห้องพัก บางครั้งหลังดื่มกันแล้วก็จะไปร่วมชุมนุมกับกลุ่ม กปปส. ที่ถนนราชดำเนิน เบื้องต้นแจ้งข้อหาร่วมกันครอบครองใบกระท่อม ร่วมกันเสพยาเสพติด



ม็อบสีลมเป่าหวีดอีก

ที่ บริเวณสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ศาลาแดง ด้านหน้าอาคารสีลมคอมเพล็กซ์ ชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตย นำโดยนายสมเกียรติ หอมละออ ประธานชมรมนำรถหกล้อติดเครื่องขยายเสียงรวมตัวเป่านกหวีดแสดงเจตนารมณ์ เพื่อเตรียมความพร้อมเคลื่อนไหวให้มีการปฏิรูปประเทศไทยร่วมกับ กปปส. และเตรียมความพร้อมก่อนการปิดกรุงเทพฯ ในวันที่ 13 ม.ค.นี้ โดยมีพนักงานออฟฟิศ ประชาชนในย่านสีลม จำนวนหนึ่งเข้าร่วมกิจกรรม

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า ชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตย ได้นัดรวมตัวแสดงพลัง เพื่อเป่านกหวีดอีกครั้ง ในวันที่ 8 ม.ค.นี้ เวลา 11.30-13.30 น. ที่บริเวณสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส อโศก หน้าห้างสรรพสินค้าเทอร์มินอล 21



ม็อบเตรียมเดินฝั่งธนฯ

นาย เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส. กล่าวว่า วันที่ 7 ม.ค.นี้ว่า จะเริ่มตั้งขบวนตั้งแต่เวลา 08.30 น. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อเคลื่อนขบวนไปฝั่งธนบุรี โดยใช้เส้นทางมุ่งหน้าไปสนามหลวง แล้วข้ามสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ผ่านแยกอรุณอมรินทร์ ผ่านห้างสรรพสินค้าพาต้า เลี้ยวขวาเข้าถนนจรัญสนิทวงศ์ ไปทางเขตบางพลัด และเลี้ยวขวาที่แยกซังฮี้ เพื่อข้ามสะพานกรุงธนบุรี จากนั้นเข้าถนนสามเสน ผ่านมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ผ่านย่านบางลำพู และเลี้ยวเข้าถนนประชาธิปไตย กลับมายังที่เวทีชุมนุมอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย รวมระยะทางทั้งหมด 9 ก.ม.



ม็อบราชบุรีต้านรมต.

ที่ จ.ราชบุรี กปปส.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี 200 คน รวมตัวกันและปิดกั้นบริเวณประตูทางเข้าโรงเรียนรัตนราษฎร์บำรุง อ.บ้านโป่ง ซึ่งกำลังจะทำพิธีเปิดงานนิทรรศการ "วิทยนิทรรศ คาราวานวิทยาศาสตร์ อพวช.- รัตนฯ เปิดโลกความเป็นเลิศทางวิชาการและทักษะชีวิต" โดยมีนายพีรพันธุ์ พาลุสุข รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธาน ทางมวลชนปิดกั้นประตูอยู่นานจนแน่ใจว่าจะไม่มีรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย มาเปิดงานจึงได้สลายตัวแยกย้ายกันกลับ



เชียงใหม่จุดเทียนสันติภาพ

ที่ จ.เชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ชวนร่วมจุดเทียนสันติภาพในวันที่ 11 ม.ค. 2557 ข่วงประตูท่าแพ 18.00 น. ขอเชิญร่วมจุดเทียนสันติภาพ 11 ม.ค. 57 ข่วงประตูท่าแพ 18.00-20.00 น. เพื่อหยุดเงื่อนไขสู่ความรุนแรงและรัฐประหาร



เทือกตั้ง 7 เวทีปิดกรุง

เมื่อ เวลา 21.30 น. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย นายสุเทพขึ้นปราศรัยระบุตอนหนึ่งว่า ในวันที่ 13 ม.ค. เราจะปิดกรุงเทพฯ โดยตั้งเวที 7 จุดใหญ่ ประกอบด้วย 1.แจ้งวัฒนะ หน้าศูนย์ราชการ 2.เวทีลาดพร้าว 3.อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ 4.สี่แยกปทุมวัน 5.สวนลุมพินี 6.เวทีอโศก 7.เวทีราชประสงค์







 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.